ตอนที่แล้วChapter 7
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปChapter 9

Chapter 8


"อับบอต เฮอร์ไมโอนี่ ที่เบาะด้านหลังมีลูกอมอยู่ ... "

รอนที่กลับมาร่าเริงอีกครั้งหลังจากเห็นว่าแฮร์รี่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อเขาหันไปเห็นหน้าอันแสนเย็นชาของเฮอร์ไมโอนี่เขาก็ได้แต่เงียบปากลง

เขารู้ว่านี่มันเป็นความผิดของเขาเองที่เกือบจะทำให้แฮร์รี่ตาย แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาคนเดียวซะหน่อย

"เฮอร์ไมโอนี่ อย่าไปโทษรอนเลย มันเป็นเพราะฉันไม่ระวังเอง ฉันไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ดี" แฮร์รี่พูดขึ้นมาเพื่อทำให้บรรยากาศอึดอัดระหว่างพวกเขาทั้งสองคนให้หายไป

ส่วนเฮอร์ม่าก็นั่งพิงกับเบาะด้านหลังด้วยความรู้สึกโล่งใจ เพราะถ้าเขาช้าไปอีกแค่นิดเดียวเขาได้ตกลงไปข้างล่างอย่างแน่นอน

แต่หลังจากนั่งไปได้เกือบครึ่งวันเขาก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเขาก็หวังว่าเมื่อเขาไปถึงที่ฮอกวอตส์มาดามป๊อปปี้จะช่วยรักษาเขาให้หายดีได้

ทันใดนั้นจู่ ๆ เฮอร์ไมโอนี่ก็สัมผัสได้ถึงศรีษะของใครบางคนที่มีใบหน้าหล่อเหลากำลังซบไหล่ของเธออยู่ ทำให้เธอตกตะลึงเล็กน้อยก่อนที่ค่อย ๆ สงบลง

"เฮอร์ม่าเขามีไข้และไม่สบายนิดหน่อย ปล่อยให้เขาได้พักสักพัก อย่าไปรบกวนเขาละ"

แฮร์รี่โน้มตัวมามองทางเฮอร์ม่าเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นใบหน้าของเฮอร์ม่าที่ซีดเซียวก่อนที่เขาจะพยักหน้าขึ้นมาเบา ๆ ส่วนทางด้านของรอนนั้นเขามองไปด้านหลังจากทางกระจกมองหลังและเห็นเฮอร์ไมโอนี่และเฮอร์ม่าที่กำลังตัวติดกันอยู่

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่เขาและเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วทำไมเขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดล่ะ ?

พวกเขาทั้ง 4 คนนั่งอยู่บนรถตั้งแต่เช้าจนค่ำ ถึงแม้ว่ารอนในตอนนี้จะรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยหลังจากที่ขับรถมาเป็นเวลานาน แต่ถึงเขาจะเหนื่อยแค่ไหนเขาก็ต้องทน เพราะว่ามีเขาเพียงคนเดียวที่ขับรถเป็น

"รอน พวกเราใกล้จะถึงกันแล้วหรอ ?" แฮร์รี่พูดขึ้นมาพร้อมกับหาวเล็กน้อยด้วยใบหน้ามึนงง

"น่าจะใกล้ถึงแล้ว เพราะดูเหมือนว่ารถไฟจะค่อย ๆ ชะลอตัวลงแล้ว" รอนตีไปที่พวงมาลัยหนึ่งที เพราะเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวรถมันไม่ค่อยจะมั่นคงสักเท่าไหร่ หรือว่ามันจะเป็นภาพลวงตาจาการที่เขาเหนื่อย ?

"งั้นพวกเราลดระดับความสูง และลงไปดูสถานการณ์ด้านล่างกันก่อนเถอะ"

"โอเค" รอนเหยียบคันเร่งพร้อมกับบังคับให้ตัวรถดิ่งลงไปด้านล่าง

ในขณะที่กำลังบินให้ต่ำลงก็ปรากฏให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆเต็มไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่ดวงตาของแฮร์รี่จะสังเกตเห็นเงาบางอย่างอยู่ด้านหน้า

ทันใดนั้นแฮร์รี่ก็เริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาเริ่มรู้สึกกว่าเงาที่อยู่ด้านหน้าของเขานั้นค่อย ๆ มืดขึ้นเรื่อย ๆ และในทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมันก็มีอาคารที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา

"รอนระวัง!!" แฮร์รี่ร้องตะโกนออกมาดังลั่น เพราะว่าฉากตรงหน้าของพวกเขามันคือกำแพงเมืองที่ห่างจะพวกเขาไม่เกิน 10 เมตร!

"เฮ้ย!!!" รอนเหยียบเบรกสุดแรงเกิดพร้อมกับหักพวงมาลัยไปทางด้านขวาสุดตัว ทำให้เฮอร์ม่าและเฮอร์ไมโอนี่ที่หลับอยู่ทางเบาะด้านหลังกระเด็นไปติดกับกระจกทันที

"เกิดอะไรขึ้น!?"

"ไม่ ... !!!" รอนตะโกนขึ้นมาพร้อมกับรีบหักพวงมาลัยอย่างสิ้นหวัง และในวินาทีสุดท้ายก่อนที่รถจะชนเข้ากับตัวอาคาร ตัวรถก็เกิดหักโค้งขึ้นมาได้อย่างสวยงาม ทำให้รอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด

ทันใดนั้นเครื่องยนต์ของรถก็เริ่มส่งเสียงแปลก ๆ ออกมา ราวกับว่ามันมีความคิดของตัวเองพร้อมกับเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและหมุนเป็นวงกลม 360 องศา

ทำให้เฮอร์ม่าและคนอื่น ๆ ต้องคว้าจับไปที่วางแขนทั้งสองข้างของที่นั่งเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาถูกโยนออกมาจากรถ!

"เฮอร์ม่า พวกเราจะทำยังไงกันดี!?"

แฮร์รี่หันไปตะโกนถามกับเฮอร์ม่า เพราะว่าเขานั้นเชื่อเฮอร์ม่ายิ่งกว่าคนอื่น ๆ เสียอีก บวกกับการที่เฮอร์ม่าได้ช่วยเขาเอาราวอัศวินคราวที่แล้ว ทำให้แฮร์รี่เชื่อมั่นในตัวของเฮอร์ม่าเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้คนอื่น ๆ จะอยู่ในอาการสับสนก็ตาม

โชคยังดีที่พวกเขายังไม่โดนโยนออกไปจากรถ แล้วฉันจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี ? หรือว่าจะกระโดดลงไปข้างล่างดี ?"

"ได้โปรดพระเจ้าของฉันช่วยสงบลงก่อนได้ไหม!" รอนกระซิบขอร้องขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง

หลังจากสิ้นเสียงของรอน ทันใดนั้นจู่ ๆ เครื่องยนต์มันก็ค่อย ๆ เริ่มหยุดทำงานอย่างสมบูรณ์

"โอ้! พวกเราตายแน่!!" รอนพูดขึ้นมาพร้อมกับดวงตาของเขาที่เริ่มสิ้นหวังและค่อย ๆ เงียบลง

ตัวรถค่อย ๆ ดิ่งลงมาด้านล่างอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วอันต่อเนื่อง และใกล้จะชนเข้ากับพื้นในอีกไม่ช้า!

"เฮอร์ม่า นายสามารถใช้คาถาดูดซับแรงกระแทกได้ไหม!?"

ทันใดนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็เสนอความคิดออกมาอย่างรวดเร็วและคิดหาวิธีที่จะให้พวกเขาลงจอดได้อย่างปลอดภัย เพราะคาถาดูดซับแรงกระแทกจะทำให้พวกเขาสามารถกระโดดลงไปข้างล่างได้อย่างปลอดภัย

"โอ้! เธอคงไม่ลืมใช่ไหมว่าฉันเป็นเด็กปี 1 แต่ชั่งเถอะฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น ทุกคนเชื่อฉัน ... โดด!!"

เมื่อเฮอร์ม่าได้ยินเกี่ยวกับวิธีการของเฮอร์ไมโอนี่ เขาก็คิดวิธีที่ดีกว่าออกในทันที แต่มันก็สายเกินไปที่จะอธิบายให้กับพวกเขาฟังในตอนนี้!

เฮอร์ม่าเปิดประตูรถออกและกระโดดออกจากตัวรถในทันที ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็ลังเลอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะกระโดดตามลงมา!

ส่วนแฮร์รี่และรอนนั้นไม่มีเวลาที่จะให้พวกเขาได้ตอบสนองเลยด้วยซ้ำเพราะหลังจากที่เฮอร์ม่าพูดจบและกระโดดลงไปเฮอร์ไมโอนี่ก็ตามไปทันที ทำให้พวกเขารีบเปิดประตูและกระโดดออกจากรถทันที เพราะถ้าเกิดว่าพวกเขาไม่โดดตอนนี้พวกเขาได้ตายจริง ๆ แน่!

ระยะห่างระหว่างพื้นที่กับพวกเขาทั้ง 4 คนค่อย ๆ หดแคบมาเรื่อย ๆ จนเหลือประมาณ 3 – 4 เมตร และในขณะที่ใบหน้าของพวกกำลังจะจูบพื้นดิน ทันใดนั้นเสียงของเฮอร์ม่าก็ดังขึ้นมาในหูของพวกเขา

"วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า!!"

มีแสงกระพริบขึ้นมาจากกลางอากาศ ก่อนที่พวกเขาทั้ง 4 คนจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของพวกเขานั้นถูกทำให้ลอยอยู่กลางอากาศที่ห่างจะพื้นดินเพียงแค่ครึ่งเมตร!

"เฮ้อ ... ดีนะที่ฉันเคยศึกษาคาถานี้มาก่อน" เฮอร์ม่ามองไปยังแฮร์รี่และคนอื่น ๆ ก่อนที่เขาจะยืดร่างกายของเขาเล็กน้อย ส่วนคนอื่น ๆ นั้นก็ได้แต่แข้งขาอ่อนแรงล้มตัวลงไปนั่งกับพื้น

"แฮร์รี่ พวกเรารอดแล้ว!"

"ใช่แล้วรอน! แต่ยังไงก็ตามตอนนี้พวกเรารีบไปที่ห้องโถงใหญ่กันก่อนดีกว่า ไม่งั้นพวกเราตายแน่!"

"จริงด้วย!"

"แล้วกระเป๋าเดินทางของพวกนายล่ะ ?" เฮอร์ม่ามองไปที่รถที่กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับเหลือบมองไปยังแฮร์รี่และรอน

"นี่ ... "

แต่ก่อนที่แฮร์รี่และรอนจะได้พูดอะไรออกมา ทันใดนั้นรถที่อยู่บนท้องฟ้าก็เปิดท้ายรถและโยนกระเป๋าเดินทางของพวกเขาออกมาทีละใบราวกับขยะ!

ก่อนที่รถคันนั้นจะเริ่มสตาร์คเครื่องขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับมีควันไฟสีเทาตกลงมาต่อหน้าของพวกเขา

หลังจากนั้นไม่นานรถคันนั้นก็ขับหายเข้าไปกับความมืดพร้อมกับไฟท้ายของรถที่ค่อย ๆ จางหายไปในพริบตา

"กลับมานี่เลยนะ ไอ้รถโสโครก!" รอนตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ "มันจบแล้ว พ่อจะต้องฆ่าฉันแน่!"

"ช่างมันเถอะ ตอนนี้เรารีบไปที่ห้องโถงใหญ่กันก่อนดีกว่า เพราะถ้าเกิดอาจารย์รู้เข้าว่าพวกเราไม่ได้นั่งรถไฟมาและมาสายอีก พวกเราจะต้องถูกหักคะแนนแน่นอน!"

แฮร์รี่พูดขึ้นมาด้วยความร้อนรนพร้อมกับสีหน้าของเฮอร์ไมโอนี่และรอนที่เปลี่ยนไปอย่างเฉียบพลัน มีเพียงแค่เฮอร์ม่าคนเดียวที่ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย

"ยังไงก็ .... "

"เรียนคุณพอตเตอร์ ขอขอบคุณสำหรับการสารภาพความผิดของเธอ! เอาล่ะตามฉันมา!"

ทันใดนั้นแฮร์รี่ก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยและน่ากลัวดังขึ้นมา เขาค่อย ๆ หันหน้าไปมองรอบ ๆ และพบกับสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาทางพวกเขาเหมือนกับเข็มอันแหลมคม

"รวมถึงพวกเธอด้วย!!"

สเนปเอาแต่จ้องมองไปที่แฮร์รี่ พร้อมกับชี้นิ้วไปยังคนที่เหลืออีกสามคน และค่อย ๆ หันหลังกลับและเดินตรงไปที่ปราสาท!

พวกเขาทั้งสี่คนมองไปยังด้านหลังของสเนปที่ผ้าคลุมของเขาพลิ้วไหวไปมาราวกับค้างคาวกำลังสยายปีก ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ในตอนนี้เริ่มรู้สึกไม่ดี เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำผิดและกลายเป็นเด็กไม่ดี!

"มั่นใจได้เลยว่าพวกเราเป็นเหยื่อและฉันก็เชื่อว่าศาสตราจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์จะต้องเข้าใจพวกเราอย่างแน่นอน"

เฮอร์ม่าพูดปลอบใจขึ้นมาเพื่อไม่ให้พวกแฮร์รี่รู้สึกแย่จนเกินเหตุ เพราะในเนื้อเรื่องต้นฉบับนั้นดัมเบิลดอร์ไม่ได้ลงโทษพวกเขา แต่แค่หักคะแนนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียงนกหวีดดังขึ้นมา

คราวนี้ฉันยังเป็นเพียงแค่เด็กใหม่ สเนปอาจจะใจดีก็ได้ และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใจดี ก็ ... ชั่งมันเถอะ ?

"ไปกันเถอะ!"

"คุณอับบอต เธอได้โปรดมากับฉันก่อน"

ในขณะที่พวกเขากำลังเดินตามศาสตราจารย์สเนปไป ทันใดนั้นก็มีแม่มดที่สวมเสื้อคลุมสีเขียวตัวสูงเพรียวมายืนอยู่ตรงหน้าของเฮอร์ม่าด้วยใบหน้าเย็นชา

"ศาสตราจารย์มักกอนนากัล! สวัสดีตอนเย็นครับ!"

แฮร์รี่และพวกเขาอีกสามคนรีบโค้งคำนับอย่างรวดเร็วกับคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา เพราะเธอคือรองอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังมองมาทางพวกเขาอย่างจริงจัง

"เอ่อ ... ศาสตราจารย์สเนปเรียกให้พวกเราไปหาเขา"

"ฉันรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว และดัมเบิลดอร์ก็ได้ไปอธิบายให้กับเซเวอรัสฟังเป็นการส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นฉันต้องการพาตัวของคุณอับบอตไปทำวิธีการคัดสรรบ้านเดี๋ยวนี้ และค่อยตัดสินใจหักคะแนนพวกคุณในภายหลัง"

"ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวฉันขอตัวไปก่อนนะ ไว้เจอกันวันพรุ่งนี้" หลังจากพูดจบเฮอร์ม่าก็เดินตามศาสตราจารย์มักกอนนากัลไปทันที

ส่วนแฮร์รี่และคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำพูดของศาสตราจารย์มักกอนนากัล พวกเขาก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะการหักคะแนนที่หมายถึง อาจจะเป็นพวกเขาแค่ ... สามคน!

และถ้าเกิดว่าเฮอร์ม่าได้อยู่บ้านกริฟฟอดอร์ และโดนหักคะแนนไปด้วย มันจะทำให้กริฟฟินดอร์แพ้การแข่งขัน และไม่ได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่นอย่างแน่นอน ทำให้พวกเขาทั้งสามคนในตอนนี้ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เงียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี