ตอนที่แล้วตอนที่ 140 ร่วมมือกับบารอนมิเกล(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 142 หัวขโมยน้อยกับพลังจิตศรัทธาแสงศักดิ์สิทธิ์(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 141 โบสถ์แสงพิสุทธิ์


“ติ้ง!”

“ผู้เล่นทำการซื้อสายอาชีพ คนเถื่อน”

“+1 อาชีพคนเถื่อน”

“ไอเทมทั้งหมดถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของผู้เล่นอัตโนมัติ”

“ผู้เล่นสร้างตัวละครรอง คนเถื่อน”

“สร้างข้อมูลตัวละครใน 3 2 1 เสร็จสิ้น”

“ผู้เล่นสามารถเข้าตัวละครรอง คนเถื่อน ได้แล้ว โดยการเปลี่ยนตัวละคร” ระบบแนะนำ

ลูอิสเข้าไปที่หน้าฟังก์ชัน ก่อนจะเข้าที่ตัวละครรองคนเถื่อน จากนั้นก็ทำการเพิ่มเลเวลของมันจนกลายเป็นเลเวล 20 โดยตรง ทำให้ในตอนนี้ทุกตัวละครรองของเขาอยู่ที่ lv.20

หลังจากนั้นลูอิสก็เพิ่มค่าสถานะของตัวละครรองแบบเน้นไปที่ค่าสถานะใดสถานะหนึ่ง เพื่อดึงความสามารถของสายอาชีพนั้น ๆ ออกมา ส่วนค่าสถานะอื่น ๆ ลูอิสเพิ่มให้อยู่ที่ 30 หน่วยและโชคที่ 15 หน่วยเหมือน ๆ กัน

แม้การทำแบบนี้จะเป็นการทำลายสมดุลของตัวละครนั้น ๆ แต่ลูอิสใช้ตัวละครเหล่านี้เป็นความสามารถสนับสนุนเท่านั้น ซึ่งการเน้นค่าสถานะแบบนี้จะทำให้เขาได้เปรียบยิ่งขึ้นไปอีกในการสลับใช้ตัวละครไปมา

“อัพเลเวล ตัวละครรองคนเถื่อนตั้งแต่เลเวล 1 จนถึง เลเวล 20 ใช้พลังงานศรัทธาไป 113,450 ค่าสถานะตัวละครคนเถื่อน lv.20 คือ พละกำลัง 148, ความชำนาญ 30, ความทนทาน 30, สติปัญญา 30, โชค 15”

“อัพเลเวล ตัวละครรองจอมเวทย์ตั้งแต่เลเวล 11 จนถึง เลเวล 20 ใช้พลังงานศรัทธาไป 90,000 ค่าสถานะตัวละครจอมเวทย์ lv.20 คือ พละกำลัง 30, ความชำนาญ 30, ความทนทาน 30, สติปัญญา 148, โชค 15”

“อัพเลเวล ตัวละครรองเนโครแมนเซอร์ตั้งแต่เลเวล 5 จนถึง เลเวล 20 ใช้พลังงานศรัทธาไป 110,000 ค่าสถานะตัวละครเนโครแมนเซอร์ lv.20 คือ พละกำลัง 30, ความชำนาญ 30, ความทนทาน 30, สติปัญญา 160, โชค 15”

“อัพเลเวล ตัวละครรองดรูอิดตั้งแต่เลเวล 11 จนถึง เลเวล 20 ใช้พลังงานศรัทธาไป 105,500 ค่าสถานะตัวละครจอมเวทย์ lv.20 คือ พละกำลัง 30, ความชำนาญ 157, ความทนทาน 30, สติปัญญา 30, โชค 15”

นอกจากนั้นลูอิสยังซื้ออุปกรณ์สวมใส่แต่ละสายอาชีพในระดับต่ำทั้งหมดเพื่อสวมใส่ในตัวละครรองทุก ซึ่งใช้พลังงานศรัทธาไปอีก 177,000

ทำให้เฉพาะตัวละครรองของเขาในครั้งนี้ได้ใช้พลังงานศรัทธารวมกันมากถึง 617,950

แต่ยังไม่หมดแค่นั้นลูอิสเลือกจะเปลี่ยนชุดเกราะอัศวิน ดาบอัศวินและโล่อัศวินของอาชีพหลัก พาราดิน เป็นระดับกลาง โดยราคาชุดเกราะอัศวินระดับกลางอยู่ที่ 70,000 พลังงานศรัทธา ดาบอัศวินระดับกลางอยู่ที่ 30,000 พลังงานศรัทธาและโล่อัศวินระดับกลางอยู่ที่ 30,000 พลังงานศรัทธา

ซึ่งแพงกว่าอุปกรณ์ระดับต่ำมากถึง 10 เท่า

[เกราะอัศวินระดับกลาง ครบชุด] เกราะของอัศวินสร้างจากเหล็กกล้าชั้นดีผสมทองคำรวมทั้งหนังสัตว์ร้ายชั้นกลาง สามารถต้านทานพลังธาตุและกายภาพได้เป็นอย่างดี ประกอบด้วย หมวกเกราะ เกราะอก เกราะไหล่ เกาะแขน เกราะขา รองเท้าเกราะ ถุงมือ

(หมวกเกราะ พละกำลัง+6% ความทนทาน+10% สติปัญญา+4%, เกราะอก พละกำลัง+5% ความทนทาน+15%, เกราะไหล่ พละกำลัง+4% ความทนทาน+12% ความชำนาญ+4%, ปลอกแขน พละกำลัง+3% ความชำนาญ+7% ความทนทาน+10%, เกราะขา พละกำลัง+2 ความชำนาญ+6% ความทนทาน+12%, รองเท้าเกราะ ความชำนาญ+13% ความทนทาน+7%)

โบนัสเกราะอัศวินระดับกลางครบชุด พละกำลัง+6% ความชำนาญ+6% ความทนทาน+8%

[ดาบอัศวิน ระดับกลาง] ดาบของเหล่าอัศวินผู้แข็งแกร่ง สร้างจากเหล็กกล้าหลอมผสานทองคำคุณภาพสูง มีความคม น้ำหนักและพลังโจมตีที่สูงขึ้น พละกำลัง+16% ความชำนาญ+4%

[โล่อัศวิน ระดับกลาง] โล่ป้องกันที่สร้างจากเหล็กกล้าหลอมผสมทองคำคุณภาพดี เป็นอาวุธป้องกันสุดแกร่งของเหล่าอัศวิน ต้องการพละกำลัง 20 หน่อยเพื่อสวมใส่ ความทนทาน+20%

นอกจากของเหล่านี้ยังมีอุปกรณ์สวมใส่อย่าง สร้อยเขี้ยวพยัคฆ์เมฆา (ระดับต่ำ), แหวนอัญมณีม่วง (ระดับต่ำ), แหวนอัญมณีมรกต (ระดับต่ำ), แหวนอัญมณีแดง (ระดับต่ำ), แหวนอัญมณีน้ำตาล (ระดับต่ำ), แหวนอัญมณีเหลือง (ระดับต่ำ)

ซึ่งแต่ละชิ้นนั้นต้องใช้ 5,000 พลังงานศรัทธาในการซื้อมา

“ฉันใช้พลังงานศรัทธาไปทั้งหมด 777,950 จากทั้งหมด 800,000 ตอนนี้เหลือพลังงานศรัทธาแค่ 22,050” ลูอิสยิ้มออกมาอย่างข่มขื่นหลังจากการใช้จ่ายที่มากมายมหาศาลนี้

แม้เขาจะได้พลังงานศรัทธามาครั้งละมาก ๆ จากผู้คนจำนวนมาก แต่การจะอัพเลเวลตัวละครทั้ง 5 ตัวไปพร้อม ๆ กันมันยังมากเกินไปอยู่ดี และในอนาคตจะยิ่งมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

“จะต้องอัพเลเวลตัวละครพาราดินเป็นหลัก” ลูอิสพูดกับตัวเอง เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้นเขาจะไม่มีพลังงานศรัทธาไปทำอย่างอื่นเลย

...

7 วันหลังจากมีการประกาศพิธีต้อนรับหัวหน้านักบวชที่เดินทางมาประจำที่โบสถ์หมายในเมืองเอลดิล พิธีจะจัดขึ้นในตอนบ่ายที่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์มากที่สุดของวันนี้ แต่ผู้คนที่ศรัทธาต่อโบสถ์แสงพิสุทธิ์ต่างก็เดินทางมาที่โบสถ์กันตั้งเช้ามืด ทำให้ถนนทุกสายภายในเมืองเอลดิลเต็มไปด้วยผู้คน

เมืองเอลดิลราวกับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

นักบวชระดับต่ำและสูงต่างออกมาพร้อมกับผู้พิทักษ์แสงมาควบคุมดูแลฝูงชน แต่ว่าเหล่าผู้คนพอเข้ามาใกล้กับสถานที่ตั้งของโบสถ์แสงพิสุทธิ์แห่งเมืองเอลดิล ก็พากันสงบเรียบร้อย ยืนสวดภาวนาไม่ส่งเสียงดัง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วก็มาถึงเที่ยงวัน

ไวเคานต์คาริสนำขบวนขุนนางคนอื่น ๆ เข้าไปด้านในของโบสถ์ผ่านทางเดินข้างด้านขวา ลูอิสก็มาพร้อมกับพวกเขาด้วยในฐานะบารอนผู้หนึ่ง โดยขุนนางแต่ละคนจะสามารถพาผู้ติดตามไปด้วยได้ 2 คน ซึ่งขุนนางแต่ละคนนั้นก็เลือกจะพาผู้ครองพลังหรือไม่ก็ทายาทของตนเองติดตามมา

ในตอนแรกลูอิสจะพาพ่อบ้านเฟรด แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าพ่อบ้านเฟรดนั้นมีพลังของสายอาชีพเนโครแมนเซอร์ ซึ่งจากที่เขารู้มา พลังของพวกนักบวชนั้นมีผลคล้ายกับพลังของพาราดินของเขา มักจะอ่อนไหวกับพลังงานด้านลบของเนโครแมนเซอร์ ทำให้เขาพาเจียน่าและอาร์มันโด้มาแทน

ไวเคานต์คาริสมีผู้พิทักษ์รีดินและผู้เคลื่อนไหวออสก้าเป็นผู้ติดตาม

บารอนมิเกลนั้นพาผู้แข็งแกร่งเมลดาและผู้เยียวยาดาเนียมา

บารอนริชแมนมีผู้เผาผลาญเฟซีและบุตรชายที่ชื่อนิโคมา

บารอนเลนนี่ มีผู้เผาผลาญแบรนเดอร์ที่มีนิสัยเงียบขรึมและเก็บตัวติดตามมาพร้อมกับเด็กสาวอายุ 14 ปีที่มักจะเชิดหน้ามองรอบ ๆ อย่างมั่นใจตลอดเวลามาด้วยอีกคน เธอมีชื่อว่า เซลี่ เป็นลูกสาวของบารอนเลนนี่

การเดินเข้าไปในโบสถ์นั้นจะนำโดยไวเคานต์คาริสเป็นคนแรกตามมาด้วยบารอนทั้ง 4 ส่วนผู้ติดตามนั้นจะตามมาด้านหลังอีกที

พอเข้ามาก็ไม่มีใครพูดจาอะไรกัน ทุกคนต่างนิ่งเงียบ ก่อนจะเดินไปนั่งยังที่นั่งด้านหน้าสุดของแถวเก้านี้ ผู้ติดตามนั่งแถวหลังถัดมาตามตำแหน่งของนายตัวเอง

ซึ่งแถวหลังจากนั้นเป็นสาวกที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธา แน่นอนว่าสาวกพวกนี้ต้องกระเป๋าหนักมากพอด้วย ซึ่งเป็นลูอิสยังเห็นคนคุ้นเคยเช่น เคเดนและเรนเดลจากกองกำลังนักล่าหมาป่าเงิน ไฮด้าจากกองกำลังนักล่าแสงม่วง เออลีนจากกองกำลังนักล่าเสี้ยวจันทร์ เปาโลจากกองกำลังนักล่าเปาโล แฟนนี่ที่มาพร้อมกับชายร่างอ้วน ซึ่งลูอิสเดาว่าเป็นอาร์จีนโต้จากกลุ่มการค้าสีเงิน และแกนนอนกับฟลอยด์จากกลุ่มการค้าสีขาว

คนเหล่านี้ไม่มีผู้ติดตามมาหรือมีมาก็แค่คนสำคัญของตนเพียงคนเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็เป็นคนอีกไม่เกิน 10 คนที่ลูอิสไม่รู้จัก

ลูอิสขมวดคิ้วสงสัย เพราะเขากวาดสายตามองจนทั่วแล้วก็ไม่เห็นก๊อตดาร์ทโผล่มาที่งานในวันนี้ ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกที่คนมีชื่อเสียงและขึ้นชื่อว่าเป็นกองกำลังนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนจะมีนิ้วเงินไม่มาหรือได้รับคำเชิญจากโบสถ์

“โปรดท่านโปรดยืนขึ้นด้วย”

ทันใดนั้นเสียงของนักบวชระดับสูงก็ดังขึ้นมา ซึ่งกังวานไปทั่วทั้งโบสถ์ นอกจากนั้นด้านนอกยังมีนักบวชที่เริ่มพูดตามด้านในให้ผู้คนลุกขึ้นและเตรียมเริ่มพิธีการ

พิธีเริ่มขึ้นนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียน หัวหน้านักบวชนอก ขั้น 2 กับหัวหน้านักบวชกรีซาธี เป็นหัวหน้านักบวชนอก ขั้น 1 นักบวชเดินมาด้านหน้า เหล่านักบวชของเขาเดินเข้าไปมาจากทางปีกข้างทั้งสองของโบสถ์

พร้อมทั้งยังมีกองกำลังผู้พิทักษ์แสงที่ติดตามเข้ามา ก่อนจะกระจายกันไปยังตำแหน่งยืนของตัวเอง บรรยากาศด้านในโบสถ์แสงพิสุทธิ์นั้นเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

นักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนที่มีตำแหน่งสูงสุดในที่แห่งนี้ยืนอยู่ตรงกลางก่อนจะทำการเรียกให้นักบวชมาฟรีเนท นักบวชระดับสูง ผู้รักษาการที่โบสถ์แสงพิสุทธิ์เมืองเอลดิลก้าวออกมาด้านหน้า

“เหตุเพราะหัวหน้านักบวชกัสได้กลับไปสู้อ้อมกอดของแสงพิสุทธิ์ ทำให้ไม่มีผู้จะมาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้านักบวชประจำเมืองเอลดิลแห่งนี้ แต่เพราะความเมตตาของแสงพิสุทธิ์ ข้าจึงขอเป็นตัวแทนต่อแสงพิสุทธิ์เพื่อมอบพลังของผู้สร้างจิตวิญญาณและมอบตำแหน่งหัวหน้านักบวชนอก ขั้น 1 แด่ นักบวชระดับสูงฟรีเนท เพื่อที่เจ้าจะได้คอยดูแลพื้นที่ซึ่งแสงพิสุทธิ์สาดส่องลงมา แด่แสงพิสุทธิ์”

การกล่าวของนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนนั้นจบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีนักบวชคนไหนกล้าคัดค้านหรือขัดขวางการตัดสินใจครั้งนี้ แม้แต่ตัวของนักบวชฟรีเนทก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไร เขาเพียงก้มหัวยื่นมือทั้งสองออกไปด้านหน้าเท่านั้น

นักบวชนำกล่องทองคำประดับด้วยลวดลายแฉกแสงสวยงามออกมา วางลงบนมือของนักบวชฟรีเนท ก่อนจะทำการเปิดด้านในออกมา ซึ่งด้านในนั้นมีคทาทองคำแบบที่หัวหน้านักบวชกัสเคยใช้และหินผู้ครองพลัง ผู้สร้างจิตวิญญาณ 2 ดาวอีกหนึ่งก้อน

นักบวชระดับสูงฟรีเนทประคองด้วยสองมือ กล่องค่อย ๆ ลอยขึ้นมาผ่านการควบคุมของนักบวชฟรีเนท เขาใช้มือขวาหยิบคทาทองคำ มือซ้ายหยิบหินผู้ครองพลังมา

นักบวชระดับต่ำมารับกล่องและถอยออกไป

สิ่งที่เกิดขึ้นด้านหน้านี้ทำเอาหลายคนแปลกใจเล็กน้อย เพราะคิดว่าหัวหน้านักบวชฟาราเลียนจะมอบตำแหน่งให้กับหัวหน้านักบวชกรีซาธี เป็นหัวหน้านักบวชนอก ขั้น 1 ผู้นั้น

หลังจากได้รับคทาทองคำและหินผู้สร้างจิตวิญญาณแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เริ่มขึ้นทันที มันไม่ใช่เพียงแต่นักบวชระดับสูงฟรีเนท ที่ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้านักบวชฟรีเนท หัวหน้านักบวชนอก ขั้น 1 แต่เป็นนักบวชทุกคนเริ่มหยิบเขาอาวุธของตัวเองออกมาและหลับตาลง

เสียงสวดภาวนาดังขึ้นมาจากผู้พิทักษ์แสงพิสุทธิ์ก่อน ก่อนที่เสียงกังวานจะกระจายออกไปรอบ ๆ โบสถ์และลานกว้างของโบสถ์ตลอดจนผู้คนนับหมื่นที่อยู่ด้านนอกก็เริ่มสวดภาวนาให้

ด้านในโบสถ์เหล่าขุนนางต่างก็ก้มหน้าลงสวดภาวนา คนอื่น ๆ ก็ทำตาม แต่ในระหว่างที่สวดภาวนานี้ไม่มีใครทันสังเกตเห็นพลังงานแสงสีทองสว่างกระจายออกจากตัวของพวกเขามากน้อยต่างกันไปแต่ละคนกำลังมุ่งตรงไปยังอาวุธจิตวิญญาณและร่างกายของนักบวช ผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด