ตอนที่แล้วตอนที่ 139 พึ่งเกิด จึงไม่รู้(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 141 โบสถ์แสงพิสุทธิ์

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 140 ร่วมมือกับบารอนมิเกล(อ่านฟรี)


ตอนที่ 140 ร่วมมือกับบารอนมิเกล

หลังจากคำเชิญชวนของบารอนมิเกล ลูอิสก็มาร่วมรับประทานอาหารค่ำที่คฤหาสน์ของบารอนมิเกล ซึ่งที่โต๊ะอาหารนั้นประกอบไปด้วยผู้คนหลายสิบ ซึ่งคนสำคัญ ๆ นั้นมีอยู่ก็คือตัวของบารอนมิเกล ผู้แข็งแกร่งเมลดาและผู้เยียวยาดาเนีย

อีกด้านนั้นคือลูอิสและเจียน่าที่เป็นคนติดตาม ซึ่งแม้เจียน่าจะเป็นคนติดตาม แต่ว่าด้วยพลังของเจียน่าจึงมีสิทธิ์นั่งที่โต๊ะเช่นเดียวกับเมลดาและดาเนีย ซึ่งบารอนมิเกลก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรอยู่แล้ว

นอกจากคนทั้งห้า ยังมีครอบครัวของบารอนมิเกลคือภรรยาทั้งสองและลูกชายหนึ่งคนกับลูกสาวอีกสอง แต่จากทั้ง 5 คนนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์พูดในโต๊ะอาหารนี้ จึงกินกันอย่างเงียบ ๆ แทน

โต๊ะอาหารที่บ้านของบารอนมิเกลถูกจัดขึ้นมาด้วยอาหารที่ดูพิเศษกว่าทุกวัน มันเต็มไปด้วยเนื้อสัตว์ทั้งไก่และเนื้อวัวที่หากินได้ยาก ยังมีผักสด ๆ

“อาหารเหล่านี้ถูกปลูกขึ้นด้วยฝีมือของชาวไร่มืออาชีพที่ด้านหลังคฤหาสน์มันจึงสดใหม่มาก ลองกินดูสิ” บารอนมิเกลแนะนำอย่างเป็นกันเอง

ซึ่งลูอิสที่ไม่ได้เคร่งในเรื่องธรรมเนียมอะไรอยู่แล้วก็จัดการกินอาหารตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจ เพราะตั้งแต่ตัวเขาเท่ากับเด็กสามขวบก็สามารถกินอาหารหลากชนิดได้มากขึ้น

เจียน่าเองก็กินไม่แพ้ลูอิส แต่เธอก็ยังรักษาท่าทีแบบผู้หญิงไว้ไม่กินจนมูมมามเกินไป แถมยังแบ่งเวลามาคอยตักนู่นนี่นั้นให้ลูอิสอีกด้วย ทำให้เขาแทบไม่ต้องตักอาหารเอง เพราะถ้าคิดจะตักเองลูอิสคงต้องยืนบนเก้าอี้แล้ว

คนอื่น ๆ บนโต๊ะอาหารต่างก็มองไปที่ลูอิสด้วยสายตาแปลกใจ พวกเขายังสงสัยท่าทีของบารอนมิเกลที่มีต่อลูอิส แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป จึงคิดว่าอาจจะเพราะลูอิสเป็นบารอนจึงถูกให้ความสำคัญจากบารอนมิเกลตามไปด้วย

หลังจากจบอาหารค่ำลูอิสก็พึงพอใจอย่างยิ่ง แต่เขาก็ยังไม่ได้กลับ เพราะรู้ว่าบารอนมิเกลนั้นต้องการจะพูดคุยกับเขาและลูอิสก็รอที่จะได้คุยกับบารอนมิเกลเช่นกัน

ในห้องรับรองของคฤหาสน์มิเกล

สองบารอนกำลังนั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยด้านหลังนั้นมีหนึ่งผู้ติดตามของแต่ละคนอยู่ ลูอิสที่ตอนนี้อิ่มจนยกมือลูปท้องไปมาถามบารอนมิเกลขึ้นมา

“ลุงมิเกลเรื่องของการบริจาคตามปกติแล้วเคยบริจาคให้ทางโบสถ์แสงพิสุทธิ์ไปเท่าไหร่กัน”

“เรื่องเงินบริจาคอย่างนั้นเหรอ ครั้งก่อนนั้นในตำแหน่งบารอนได้บริจาคทรัพย์สินประจำปีให้โบสถ์ไปประมาณ 80,000 เบล” บารอนมิเกลตอบไปตรง ๆ เพราะรู้ว่าลูอิสนั้นต้องเตรียมตัวในวันไปงานของโบสถ์เช่นกัน

“ขอบคุณลุงมิเกลมาก”

ลูอิสเรียกบารอนมิเกลอย่างเป็นกันเอง เนื่องจากเขาและบารอนมิเกลไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนอื่น ๆ จึงไม่ต้องเรียกแบบทางการมากนัก ซึ่งบารอนมิเกลก็ยินดีเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งนี้หมายถึงลูอิสต้องการผูกมิตรกับตนด้วยเช่นกัน

“ไม่เป็นไรก็แค่เรื่องเล็กน้อย จริงสิหลานลูอิสเรื่องของไวน์โลหิตชีวิต ในหนึ่งเดือนสามารถผลิตและส่งมาให้ได้แค่ 1,000 ขวดจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ” บารอนมิเกลเอ่ยเปิดประเด็น

“ถ้ารวมกับให้ทางกลุ่มการค้าสีขาวด้วยก็มากกว่านั้น” ลูอิสพยักหน้ากล่าวและก็ทำสีหน้าเหมือนนึกอะไรออกก่อนจะกล่าวต่อว่า “แต่อันที่จริงแล้วในแต่ละเดือนก็ยังพอเหลือเศษอยู่บ้าง”

“หลานลูอิสเศษที่ว่านั้นเหลือประมาณกี่ขวด”

“ลุงมิเกลสนใจอย่างนั้นเหรอ”

“เออจะว่าอย่างนั้นก็ได้ ถ้าได้มาเพิ่มสักหน่อยคงจะเป็นเรื่องดี” บารอนมิเกลยกแก้วชาเย็น ๆ ขึ้นมาจิบ

“อืม จริงแล้วเศษที่ว่านั้นมีเหลือประมาณ 200 ขวด ถ้าลุงมิเกลสนใจเราสามารถทำข้อตกลงกันได้” ลูอิสตอบกลับไปด้วยสีหน้าปกติ

แต่บารอนมิเกลกลับสำลักชาอย่างแรงจนรีบวางแก้วคิดในใจว่า ‘เหลือเศษ 200 ขวดแบบนี้มันเศษที่ไหนกัน’

“หลานลูอิสบอกมาได้เลยว่าต้องการแลกเปลี่ยนพวกมันเป็นอะไร จะเงินเบลหรือทองคำก็ได้ทั้งนั้น ไม่สิเพิ่มราคาอีก 10% ก็ยังได้” บารอนมิเกลกล่าวอย่างคิดอ้อมค้อม

“ที่จริงแล้วหลานก็ไม่ได้ขาดเงินทองอะไร แต่ว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ขาดอยู่ซึ่งท่านก็น่าจะมีด้วยเช่นกัน” ลูอิสกล่าวยิ้ม ๆ

“หรือว่าจะหมายถึงพวกแร่ หินและปูนที่ใช้ในการก่อสร้าง” บารอนมิเกลเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องการปรับปรุงเขตชุมชนผู้อพยพของลูอิสในทันที

การที่ปรับปรุงและสร้างใหม่ทั้งเขตนั้นปริมาณวัสดุที่ใช้นั้นไม่ใช่น้อย ๆ โดยเฉพาะหินและปูน ซึ่งในยุคนี้จะไม่ถึงกับหายาก แต่ถ้าใช้ในปริมาณมาก ๆ ก็ใช่จะเป็นเรื่องง่าย

บังเอิญว่าบารอนมิเกลนั้นควบคุมเกี่ยวกับด้านเหมืองแร่ โรงงานโม่หินและปูน รวมถึงยังมีเส้นทางการหาเหล็กจำนวนมากได้ ซึ่งวัสดุก่อสร้างทั้งเมืองเอลดิลก็แทบจะมาจากบารอนมิเกลทั้งนั้น

“ถ้าหลานลูอิสต้องการ ลุงก็ยินดีจะขายพวกมันให้แลกกับไวน์สองร้อยขวดเหล่านั้น”

“เอาแบบนี้หรือไม่เดี๋ยวจะให้ทางคนของหลานสั่งของไปและทางนี้จ่ายเป็นไวน์ตามมูลค่าของสินค้าแทน ส่วนในอนาคตถ้าไม่ต้องการวัสดุก่อสร้างพวกนี้แล้ว ก็ค่อยมาเปลี่ยนเป็นเงินเบลหรืออย่างอื่นกันได้ ลุงมิเกลเห็นว่าเป็นอย่างไร” ลูอิสเปลี่ยนแปลงคำพูดนิดหน่อย

บารอนมิเกลคำนวณในใจ ก่อนจะตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เพราะจากความต้องการของลูอิสแล้วมันไม่ใช่ปริมาณน้อย ๆ แน่นอน

“ตกลง”

ทั้งสองทำสัญญากันในทันที ก่อนที่ลูอิสจะขอตัวกลับก่อน เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว

...

ลูอิสกลับมาถึงบ้านก็พักผ่อนในทันที การเผชิญหน้ากับพวกตาแก่เหล่านั้นทำให้ขารู้สึกราวกับโดนสูบพลังชีวิตไปจนหมดเลย แต่ยังไงซะลูอิสก็สามารถทำตามเป้าหมายพื้นฐานในการสร้างเขตชุมชนผู้อพยพแห่งใหม่ขึ้นมาได้แล้ว

ที่เหลือก็แค่ต้องรอเวลาให้สร้างเสร็จเท่านั้น

เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลูอิสให้คนของเขานำเงินจำนวน 240,000 เบลไปมอบให้กับไวเคานต์คาริสจัดการในเรื่องของเงินบริจาคตามที่พูดคุยกันไว้ แม้จะเป็นเงินจำนวนที่มากและตามที่จริงลูอิสไม่จำเป็นต้องจ่ายก็ได้ แต่เขาต้องทำเพื่อไม่ให้ตัวเองแปลกแยกเกินไป

เพราะทุกคนบริจาคหมด ถ้าเขาไม่ทำก็จะโดนคนอื่น ๆ เพ่งเล็งได้ ซึ่งมากกว่านั้นคือจะมีปัญหากับทางโบสถ์

ลูอิสแม้จะรู้ว่าทางโบสถ์ตามล่าแม่ของเขา แต่ลูอิสก็ยังต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับทางโบสถ์ไว้ เพื่อที่จะได้จับตาดูเหล่านักบวชแสงพิสุทธิ์จากด้านในสังคมของพวกเขาได้ ยิ่งศัตรูไว้ใจเขามากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์กับเขามากเท่านั้น

นอกจากเรื่องการบริจาคให้กับทางโบสถ์แล้ว ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั้นก็คือนายช่างใหญ่อลันได้ทำการวาดโครงสร้างของเขตชุมชนผู้อพยพใหม่เสร็จหมดแล้ว

ซึ่งที่จริงมันมีผังเมืองถึงสามแบบด้วยกันให้ลูอิสเลือก เขาจึงให้พ่อบ้านเฟรดมาช่วยตัดสินใจจนสุดท้ายแล้วก็ได้ผังเมืองที่ดีที่สุด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยทรัพยากร แรงงานและเวลาที่มากที่สุด ถ้านับรวม ๆ กันแล้วก็ต้องใช้เงินเบลมากกว่า

8 ล้านเบล มากกว่าที่เคยบอกไว้ 3-4 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งส่วนที่เพิ่มมานั้นคือความต้องการในการสร้างกำแพงสามชั้นของลูอิสและคฤหาสน์ของลูอิสที่ต้องมีทั้งค่ายพัก ลานฝึก โกดังและโรงงานจำนวนมาก

โดยลานฝึกและค่ายพักนั้นลูอิสจะไว้ใช้ฝึกกองกำลังทหารของตระกูล ส่วนโกดังและโรงงานเอาไว้ทำการผลิตสินค้าทำเงินของเขา

แม้จากแผนงานจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปีจึงจะเสร็จสิ้น แต่โชคยังดีถ้าสร้างเฉพาะกำแพงชั้นในสุดก่อน จะใช้เวลาแค่ 1 เดือนเท่านั้น

ลูอิสสั่งให้คนเริ่มลงมือทำในทันที

สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่กว่า 1 ตารางกิโลเมตรถูกรื้อออกในทันที ผู้คนถูกย้ายออก โดยไปพักอยู่ตาที่พักที่ทางอาร์มันโด้ช่วยจัดหามาให้ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่นอกพื้นที่เขตชุมชนผู้อพยพ นอกจากนั้นยังมีแรงงานผู้อพยพจำนวนมากที่ต้องการทำงานกับทางลูอิสเพื่อแลกกับการเป็นพลเมืองเอลดิล

ซึ่งลูอิสให้ทางอาร์มันโด้ส่งเอกสารและคนมา จากนั้นก็โอนให้พ่อบ้านเฟรดจัดการอีกที

พ่อบ้านเฟรดส่งรายชื่อแรงงานให้กับทางนายช่างใหญ่อลันเพื่อคัดคนให้ไปทำงานตามหน้าที่ต่าง ๆ

ลูอิสมองดูบ้านและอาคารเก่าที่ทรุดโทรมถูกรื้อออกไป ขณะที่บางส่วนก็ขุดดินบ้างก็แบกดินไปถมตามที่ต่าง ๆ ยังมีรถบรรทุกทหารที่ส่งสินค้าซึ่งเป็นของที่มาจากทางบารอนมิเกลหรือไม่ก็กลุ่มการค้าสีขาวถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรถบรรทุกพวกนี้เป็นของบารอนมิเกลและกลุ่มการค้าสีขาวเอง

ผู้ชายทำงานที่ใช้แรงงานผู้หญิงก็ทำหน้าที่เตรียมอาหารเลี้ยงคนงานจำนวนครึ่งหมื่นหรืออาจจะมากกว่านั้น ยิ่งมีคนงานมากงานก็ยิ่งเดินเร็วเท่านั้น

แม้หลายคนจะไม่ชินกับงานที่ได้รับ แต่พวกเขาก็ตั้งใจและขยันทำงานกันอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าถ้าตนเองทำไม่ดีก็พร้อมที่จะมีคนมาทำงานแทนพวกเขา

ผ่านไปแค่สามวันสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดถูกรื้อออกจนหมด พร้อมกับพื้นที่ถูกปรับเสร็จแล้ว

ตอนนี้ได้เวลาลงเสาเข็มแรกในการสร้างคฤหาสน์แล้ว แต่ว่าลูอิสนั้นไม่มีเวลามาดูอีก เขาจึงทิ้งเรื่องให้คนอื่น ๆ และเตรียมพร้อมกับการเข้าร่วมพิธีรับตำแหน่งหัวหน้านักบวชของทางโบสถ์

แต่ว่าลูอิสก็ไม่ลืมที่จะเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธากับเหล่าแรงงานมาด้วย ซึ่งแม้จะไม่มากเหมือนกับครั้งนั้นที่ได้หลายแสนในวันเดียว แต่เมื่อรวมกันหลายวันที่ผ่านมาก็ทำให้เขาได้พลังงานศรัทธามามากกว่าวันนั้นซะอีก

โดย 8 วันที่ผ่านมานั้นเขาเก็บเกี่ยวพลังงานได้มากถึง 800,000 เลยทีเดียว

แต่เหมือนจะมากมาย การใช้งานพลังงานศรัทธากลับมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเขาด้วย ลูอิสเริ่มจากการเพิ่มเลเวลตัวละครที่เหลืออื่น ๆ ของเขาและทำการสร้างตัวละครรองสายอาชีพสุดท้ายที่เขาสามารถทำได้ นั้นก็คือตัวละครคนเถื่อน

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด