ตอนที่แล้วตอนที่ 138 ข้อเสนอของลูอิสที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 140 ร่วมมือกับบารอนมิเกล(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 139 พึ่งเกิด จึงไม่รู้(อ่านฟรี)


ตอนที่ 139 พึ่งเกิด จึงไม่รู้

หลังจากผ่านข้อตกลงกันแล้ว ไวเคานต์คาริสก็เรียกเจ้าหน้าที่ให้มาทำสัญญาตามข้อตกลงกันในทันที โดยจะมีรายละเอียดยิบย่อยเข้าไปอีก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นข้อตกลงที่คล้าย ๆ กับของกลุ่มการค้าสีขาว

ไวเคานต์คาริสและบารอนคนอื่น ๆ มองดูสัญญาอย่างพอใจ ซึ่งถ้าลูอิสไม่ยอมส่งให้พวกเขาเดือนละ 1,000 ขวดต่อชนิด ลูอิสต้องแบ่งผลกำไรจากเขตชุมชนผู้อพยพให้ในราคาเทียบเท่ากับมูลค่าสิ่งของเหล่านั้น

ลูอิสเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจเช่นกัน เพราะว่ากันตามจริง ๆ แล้ว เขาสามารถขายไวน์ได้ราคา 14,000 เบล มันเป็นอะไรที่เกินกำไรมากแล้ว ไวน์แดงธรรมอย่างมากก็ขวดละ 1,000 เบล ส่วนโพชั่นชีวิต 1 ขวดก็แค่ 150 พลังงาน

แล้วทำไมเขาถึงจะไม่ยินดีละ ลูอิสพยายามเก็บอาการตื่นเต้นไว้ในใจ

“ถ้าอย่างนั้นการประชุมในวันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม” ลูอิสถามขึ้นมา

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ไวเคานต์คาริสกล่าวเสียงราบเรียบ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ในอีก 7 วันจะเป็นวันเข้ารับตำแหน่งหัวหน้านักบวชที่โบสถ์แสงพิสุทธิ์ ทุกท่านคงได้รับการเชิญจากทางนั้น”

“พวกเราได้รับแล้ว” ทุกคนพยักหน้าเป็นการบอกว่าก็ได้รับคำเชิญเหมือนกัน

“ไม่ทราบว่าผู้ที่เข้ารับตำแหน่งเป็นท่านใด” บารอนมิเกลเอ่ยถาม

“เป็นนักบวชที่มาพร้อมกับเรือเหาะ”

“ไม่ใช่ว่าจะเป็นหัวหน้านักกัสอย่างนั้นเหรอ”

“เห็นว่าหัวหน้านักบวชกัสที่เดินทางมาจากแถบเขตปกครองเวียเรเดียเก่ามาหายตัวไประหว่างทาง ภายหลังหัวหน้านักบวชที่มีสถานะเป็นผู้ตรวจสอบได้เดินทางมาค้นหาด้วยตัวเองและเจอว่าหัวหน้านักบวชกัสและคณะโดนสังหารจนหมด”

“โดนสังหาร นี่มันจริงอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ โดนฆ่าจนหมด” ไวเคานต์คาริสผงกหัวยืนยันคำถาม

“ท่านไวเคานต์คาริส หัวหน้านักบวช นักบวชระดับสูงพวกเขามีระดับนักบวชกันอย่างไรบ้างช่วยอธิบายให้ผมหน่อยได้ไหม” ลูอิสทำสีหน้างง ๆ ก่อนจะถามกลับไป

“หึ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ก็ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ” บารอนริชแมนเหน็บแนม

“ก็ฉันพึ่งเกิดมาได้ไม่นานจะมีเรื่องที่ไม่รู้บางก็ไม่เห็นจะแปลก ไม่ทราบว่าตอนที่ท่านอายุเท่าฉัน ท่านรู้ทุกเรื่องเลยหรือยังไง” ลูอิสน้อยไม่ยอม กอดอกเชิดหน้าพูดตอกกลับไปทำเอาบารอนริชแมนมุมปากกระตุกเบา ๆ เพราะไม่รู้จะเถียงยังไง

“เอาเถอะ บารอนมิเกลท่านไม่ช่วยอธิบายให้บารอนแกริคฟังถึงรื่องของศาสนจักรสักหน่อยเล่า” ไวเคานต์คาริสหลังพิงเก้าอี้

“ได้แน่นอน” บารอนมิเกลยินดีมาก เพราะเขารู้ว่าไวเคานต์คาริสคิดจะให้เขาผูกมิตรกับบารอนแกริค ซึ่งบารอนมิเกลก็คิดว่าควรจะผูกมิตรกับบารอนแกริคอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะแค่เรื่องไวน์โลหิตชีวิตอย่างเดียวก็คุ้มค่าแล้ว

“ที่จริงแล้วในระดับของเหล่านักบวชแสงพิสุทธิ์แบ่งออกเป็นหลายระดับและขั้นย่อยจำนวนมาก ซึ่งพวกเขาวัดจากระดับของผู้ครองพลัง”

“หมายความว่านักบวชทุกคนในศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เป็นผู้ครองพลังหมดเลยอย่างนั้นเหรอ” ลูอิสถามแทรก

“ใช่แล้ว นักบวชทุกคนของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เป็นผู้ครองพลังทั้งหมด ซึ่งเส้นทางหลังของนักบวชคือ ผู้ครองพลังสาย ผู้สร้างจิตวิญญาณ ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ได้รวบรวมหินผู้สร้างจิตวิญญาณจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้เหมือนเป็นกฎที่ไม่บอกกันว่า สายผู้ครองจิตวิญญาณเป็นของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ ถ้าใครครอบครองและไม่ยอมมอบให้ก็จะถูกศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เพ่งเล็งเป็นพิเศษ” บารอนมิเกลอธิบาย

ลูอิสเข้าใจคำว่าเพ่งเล็งคงไม่เรียบง่ายแค่นั้นแน่นอน

บารอนมิเกลพูดต่อ...

ระดับก็จะแบ่งดังนี้คือ นักบวช ซึ่งนับเป็นสถานะต่ำสุด มีสองขั้นย่อยคือ นักบวชระดับต่ำ และนักบวชระดับสูง

นักบวชระดับต่ำ คือ ผู้ที่มีพลังระดับครึ่งดาวมีหน้าที่ติดตามรับใช้นักบวชที่สูงขึ้นไปภายในโบสถ์

นักบวชระดับสูง คือ ผู้สร้างจิตวิญญาณระดับ 1 ดาว

นอกจากนักบวชก็จะมีระดับถัดไปคือ หัวหน้านักบวช

หัวหน้านักบวช มีหัวหน้านักบวชนอกและหัวหน้านักบวชในรวมแล้ว 8 ขั้น พลังตั้งแต่ 2-9 ดาว

หัวหน้านักบวชนอก มีตั้งแต่ขั้น 1 ขึ้นไปถึงขั้น 3 พลังอยู่ที่ 2-4 ดาวขึ้นไป พวกเขาเหล่านี้จะเป็นนักบวชที่ถูกส่งออกมาประจำนอกศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ตามอาณาจักรอื่น ๆ รวมทั้งในที่ห่างไกลเป็นหลัก เพื่อเผยแพร่คำสอนของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์

หัวหน้านักบวชใน มีตั้งแต่ขั้น 4 ขึ้นไป พลังอยู่ที่ 5 ดาวขึ้นไป มีพลังสูงกว่าและยศสูงกว่า ประจำอยู่ที่ตั้งของหลักของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ คือ เซนลูเซี่ยน

ลูอิสพยายามย่อยข้อมูลที่ได้ฟัง แต่จากทั้งหมดบารอนมิเกลก็ไม่ได้พูดถึงระดับที่สูงกว่าราวกับจงใจละไว้ ลูอิสก็ไม่คิดจะถาม เพราะถามไปก็ไม่น่าจะบอกออกมา เขาจึงเปลี่ยนไปประเด็นอื่นแทน

“แล้วเมืองเอลดิลแห่งนี้นับเป็นพื้นที่ห่างไกลด้วยหรือไม่”

“แน่นอน เมืองเอลดิลนับเป็นเมืองที่ไม่เจริญอะไรนัก จึงมีเพียงหัวหน้านักบวชนอกระดับ 1 มาคอยประจำการเท่านั้น” บารอนมิเกลพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ เพราะต้องยอมรับว่าเมืองเอลดิลนั้นเป็นเมืองที่กันดารเท่านั้น

“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องดี เพราะยิงเจริญมาก็ยิ่งมีมนุษย์มาก พวกอันเดดระดับสูงจึงมักคอยโจมตีอยู่เสมอ ๆ ถ้าไม่แข็งแกร่งพอก็เป็นเพียงคอกสัตว์ให้พวกอันเดดเขมือบเท่านั้น”

“อืม ขอบคุณท่านบารอนมิเกลสำหรับคำอธิบาย”

ลูอิสเข้าใจทันทีดูเหมือนเมืองเอลดิลจะเป็นพื้นที่ห่างใกล้ความเจริญของมนุษย์ในยุคหลังวันสิ้นโลกและจะพบนักบวชได้ก็แค่หัวหน้านักบวชนอกเท่านั้น แต่มากกว่าข้อมูลของนักบวชก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินผู้ครองพลังถึง 9 ดาวด้วย

‘คนเหล่านั้นจะแข็งแกร่งขนาดไหนกัน แล้วอันเดดระดับสูงนั้นเป็นแบบไหน’ ลูอิสโยนเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะยังห่างไกลจากตัวเขามากมายเกินไป แต่เขาก็สามารถประเมินพลังของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ได้ว่าอย่างต่ำคือมีผู้ครองพลังระดับ 9 ดาว

“แล้วไม่ทราบว่าผู้ที่มากับเรือเหาะลำนั้นมีพลังถึงกี่ดาว” ลูอิสถามขึ้น

“เออ...เรื่องนี้คงต้องให้ท่านไวเคานต์เป็นผู้พูด” บารอนมิเกลหันไปมองหน้าไวเคานต์คาริส

“หัวหน้านักบวชนอก ขั้น 2และยังมีนักบวชขั้น 1 อีกหนึ่งคน กับนักบวชระดับสูงอยู่ด้วยสามถึง 4 คนและผู้พิทักษ์แสงอีกหลายคน หนึ่งในนั้นเป็นระดับ 3 ดาวด้วย” ไวเคานต์คาริสพูดด้วยเสียงเรียบเฉย

ทุกคนได้ยินก็มีสีหน้าจริงจัง เพราะพลังขนาดนี้สามารถกวาดล้างเมืองเอลดิลได้ นี่จึงทำให้ก่อนหน้านั้นไวเคานต์คาริสอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะว่าอำนาจของเขานั้นโดนสั่นคลอน

“ระดับ 3 ดาวยังรับมือได้” ลูอิสต่างออกไป เขาก็อยู่ในระดับ 3 ดาวด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่เกรงกลัวเหล่านักบวชพวกนี้มากนัก

“มาเข้าเรื่องกันเถอะ” ไวเคานต์คาริสเห็นว่าลูอิสรู้เรื่องของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์บ้างแล้วก็เข้าเรื่องทันที

“ทางศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เชิญพวกเราไปครั้งนี้ เราต้องบริจาคให้กับทางโบสถ์ด้วย” ไวเคานต์คาริสกล่าวขณะที่ยกมือขึ้นมาประสานกันและมองไปด้านหน้า

“บริจาค?” ลูอิสทำสีหน้าสงสัย

“เป็นธรรมเนียมที่ต้องบริจาคให้แต่ละโบสถ์ ซึ่งถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงถึงที่สุดโบสถ์จะช่วยเหลือตระกูลขุนนางที่เป็นผู้ศรัทธาของพวกเขา” บารอนมิเกลกระซิบบอก

“พวกเขาเคยลงมือช่วยจริง ๆ ไหม” ลูอิสถามด้วยเสียงเบา ๆ กลับไป

“ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่มีเมืองเอลดิลอยู่ที่นี่แล้ว” บารอนมิเกลกระซิบตอบกลับ ก่อนจะยิ้มออกมา

ลูอิสพยักหน้าเจ้าใจและขอบคุณ ก่อนจะตั้งใจฟังต่อ

“แล้วครั้งนี้ท่านไวเคานต์คิดว่าเราควรจะมอบให้เท่าไหร่” บารอนเลนนี่ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“มากกว่าที่ผ่านมาตามปกติ 3 เท่า” ไวเคานต์คาริสกล่าว

บารอนทุกคนพากันขมวดคิ้วด้วยท่าทางเคร่งขรึม

ลูอิสไม่ทราบว่า 3 เท่านั้นคือเท่าไหร่ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว มันคงมากมายจนแม้แต่บารอนเหล่านี้ก็ยังต้องคิดหนัก แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ดูเหมือนพวกเขาเต็มใจที่จะมอบให้กับโบสถ์แสงพิสุทธิ์

สุดท้ายพวกเขาก็นัดกันว่าจะเอาของที่มาบริจาคมารวมกันที่ในอีก 3 วันให้หลัง ลูอิสจำไว้ในใจแล้วค่อยไปบอกให้พ่อบ้านเฟรดจัดการทีหลัง

“เรื่องของทางโบสถ์แสงพิสุทธิ์ยังไม่จบ เพราะทางนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียน หัวหน้านักบวชนอก ขั้น 2 ที่เป็นผู้นำการเดินทางในครั้งนี้ได้ขอให้พวกเรารวบรวมข้อมูลของบุคคลผู้หนึ่ง”

“เรื่องนี้เกี่ยวกับการตายของหัวหน้านักบวชกัสหรือเปล่า” บารอนริชแมนกล่าว

“ใช่ ทางนั้นต้องการที่มาที่ไปของสาวที่พวกเขาเรียกว่า แม่มด” ไวเคานต์คาริสกล่าว

“แม่มด?”

ทุกคนพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างสงสัย ลูอิสเองก็เหมือนจะคาดเดาได้ลาง ๆ แล้วว่าคงจะหมายถึงแอนเดรีย แต่เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้

“ใช่แล้ว แม่มด ทางนักบวชผู้ตรวจการฟาราเลียนได้ใช้พลังของผู้สร้างจิตวิญญาณตรวจสอบดูแล้ว แต่ภาพไม่ชัดรู้แค่ว่าเป็นหญิงสาวสวยนางหนึ่ง ที่มีพลังไฟและน้ำแข็ง บางทีนางอาจจะเคยพักอยู่ที่เมืองเอลดิล เพราะจุดเกิดเหตุนั้นห่างจากเมืองเอลดิลไปไม่กี่วันเท่านั้น” ไวเคานต์คาริสกล่าว

“พวกเขารู้ที่อยู่ของหญิงสาวที่ชื่อแม่มดหรือไม่” ลูอิสยกมือถาม

ไวเคานต์คาริสหันมามองลูอิส ก่อนจะกล่าว “พวกเขาไม่ได้บอก แต่ดูเหมือนพวกเขาจะทราบทิศทาง”

‘พวกนั้นไม่รู้หน้าตาของแอนเดรีย แต่ว่าเรื่องตำแหน่งไม่แน่ ฉันไม่ค่อยรู้ความสามารถของผู้สร้างจิตวิญญาณด้วย ดูเหมือนจะเป็นสายพลังที่ไม่ธรรมดา แต่ว่าถ้าแค่ระดับ 3 ดาวไม่น่าจะตามจับแอนเดรียได้’ ลูอิสไตร่ตรองในใจ แม้จะไม่รู้ว่าแอนเดรีย แม่ของเขาหนีไปอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไร แต่เลเวลของแอนเดรียก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นั้นหมายความว่าสถานที่เธอไปนั้นมีอันเดดจำนวนมากพอให้ล่าอย่างแน่นอน และที่แบบนั้นการจะตามไล่ล่าใครสักคนมันไม่ง่ายอย่างแน่นอน

‘หวังว่าจะไม่มีพวกระดับสูงมากกว่านี้เข้ามายุ่งก็แล้วกัน’

การประชุมเย็นนี้จบลงที่ทุกคนสัญญาว่ากลับไปจะตามสืบประวัติย้อนหลังคนที่น่าสงสัยให้ เพราะผู้คนที่อยู่ในเมืองเอลดิลทุกคนจะมีป้ายเหล็กที่แสดงถึงสถานะของตัวเองอย่างละเอียด ดังนั้นจึงยังพอค้นหาคนแบบนั้นได้ถ้ามุ่งเน้นไปที่ผู้ครองพลัง หรือพวกมีพลังแปลก ๆ

แต่โอกาสก็ใช่ว่าจะมาก

แน่นอนว่าลูอิสมั่นใจว่าพวกเขาไม่น่าจะเจอว่าเป็นแอนเดรีย เพราะตามข้อมูลแล้ว แอนเดรียเป็นหญิงสาวธรรมดาเท่านั้น เธอไม่เคยแสดงพลังของจอมเวทย์ในเมืองเอลดิล

ขณะที่พวกเขาพากันแยกย้ายออกไปจากห้องประชุม บารอนมิเกลก็เดินเข้ามาหาลูอิสและกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรว่า “หลานชาย ไม่รู้ว่าเย็นนี้ว่างหรือเปล่า ถ้าว่างไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของลุงผู้นี้เป็นอย่างไร”

บารอนมิเกลแทนตัวเองและลูอิสอย่างสนิทสนม จนลูอิสยังต้องแปลกใจ

“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง” ลูอิสตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกลับไปเช่นกัน

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด