ตอนที่แล้วตอนที่ 137 ลูอิสน้อยยอดนักขาย 2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 139 พึ่งเกิด จึงไม่รู้(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 138 ข้อเสนอของลูอิสที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้(อ่านฟรี)


ตอนที่ 138 ข้อเสนอของลูอิสที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้

ส่วนกลางเมือง

ภายในห้องประชุมที่ตัดสินทิศทางของเมืองเอลดิล ในตอนนี้หนึ่งไวเคานต์สี่บารอนได้มารวมกันครับแล้ว แต่สายตาของทุกคนนั้นกลับจับจ้องมายังบารอนน้อยหน้าใหม่ที่พึ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่วันเท่านั้น

สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกดดัน ราวกับต้องการจะให้บารอนน้อยร้องไห้ออกมา แต่ลูอิสนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งบารอนของเขา กับยังคงนิ่งเฉยทำสีหน้าไร้เดียงสามองไปรอบราวกับสนใจห้องประชุมที่ประดับไปด้วยของหรูหรามากมาย

โดยไม่ได้รู้สึกทุกร้อนใด ๆ กับการจ้องมองของทุกคนใน

ซึ่งลูอิสก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไรต่อคนเหล่านี้แล้วหลังจากที่เขามาถึงเลเวล 30 ในเมืองเอลดิลมีน้อยมากที่จะมีคนต่อกรกับเขาได้ แต่ที่ลูอิสต้องเล่นตามบทบารอนไปนั้น เพราะเขายังต้องการพลังงานศรัทธาจากผู้คนอยู่

“บารอนแกริคเลิกเสแสร้งได้แล้ว เรารู้หมดแล้วว่าท่านคือเด็กอัจฉริยะ ดังนั้นอย่าทำตัวเป็นเด็กแบบนั้นมันน่าขยะแขยง” บารอนริชแมนพูดอย่างหงุดหงิด

“นั้นแล้วแต่ท่านคิด จริงสิวันนี้เป็นการประชุมวันแรกของฉันในฐานะบารอน ว่าแต่มีเรื่องอะไรกัน” ลูอิสถาม

“บารอนแกริค ท่านประกาศอะไรออกไปในเขตชุมชนผู้อพยพแห่งนั้นกัน” ไวเคานต์คาริสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย

“ตกลงมาพูดเรื่องแผนพัฒนาเขตชุมชนผู้อพยพของฉันใช่ไหม ถ้าท่านไวเคานต์คาริสต้องการรู้ฉันก็จะบอก ประกาศก็ไม่มีอะไรมาก แต่ให้ทุกคนย้ายและสร้างเมืองขึ้นใหม่ แลกกับที่อยู่อาศัย งานและก็...สถานะพลเมืองเอลดิลอย่างถูกต้อง” ลูอิสกล่าวออกมาอย่างไม่ทุกร้อน

“บารอนแกริค ท่านบ้าไปแล้วหรือยังไง”

“เด็กน้อยก็เป็นแค่เด็กน้อยจริง ๆ”

“หึ แม้จะเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่ไม่เข้าใจอะไรซะเลย”

บารอนทั้งสามกล่าวตำหนิลูอิสออกมาตรง ๆ

“พวกท่านบารอนทั้งสามพูดแรงเกินไปหรือเปล่าอย่าลืมว่าเขตชุมชนผู้อพยพเป็นของฉัน การที่จะทำอะไรกับมันก็ขึ้นอยู่กับบารอนผู้นี้” ลูอิสกล่าวขึ้นเสียง

“หืม...” บารอนริชแมนทำเสียงขึ้นจมูกด้วยท่าทางน่ากลัว

“บารอนแกริค ที่เราให้ที่นั่นกับท่าน เพราะต้องการให้ดูแลมัน ไม่ใช่ทำให้มันเกิดปัญหา เรื่องการสร้างหรือพัฒนานั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญนั้นคือ การประกาศว่าจะรับรองสถานะพลเมืองเอลดิลให้กับผู้อพยพ แบบนั้นจะสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างให้กับเขตอื่น ๆ เพราะการหายไปของแรงงานราคาถูกมากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี” ไวเคานต์คาริสกล่าวออกมา

ลูอิสได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้อพยพจำนวนมากถึงยังไม่มีได้สถานะพลเมือง แม้จะมาอยู่ที่เมืองเอลดิลหลายปีก็ตาม นั้นก็เพราะเบื้องบนเหล่านี้ต้องการแรงงานราคาถูกนั้นเอง

“เพียงหยิบยื่นเงินเพียงเล็กน้อย อาหารและที่อยู่โทรม ๆ ให้ก็มีผู้อพยพจำนวนมากเข้ามาไม่ขาดสาย เขตผู้อพยพคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้สินะ” ลูอิสพูดเหน็บแนม

“บารอนแกริค ท่านเป็นบารอนแล้ว ตระกูลก่อนหน้าของท่านก็เป็นบารอนไม่ใช่เหรอ พวกเราเป็นผู้ปกครองควรจะวางการอยู่รอดของเมืองไว้สูงสุด มากกว่าผู้อพยพที่เข้ามาขออยู่ในเมือง พวกเรายอมให้พวกเขาเข้ามาก็ถือว่าดีมากแล้ว อย่าลืมว่าอาหารและน้ำของเราภายในเมืองนั้นมีจำกัด ยิ่งมีผลกระทบจากรังอันเดดก่อนหน้านั้นทำให้ผลผลิตน้อยลงเกือบ 20 % มันจะยิ่งทำให้อาหารหายากเข้าไปอีก แต่ท่านคิดจะเพิ่มชาวเมืองจำนวนมากเข้าไปแบบนั้นก็ยิ่งเพิ่มภาระและสภาวะขาดแคลนอาหารเข้าไปอีก คิดจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง” บารอนริชแมน

“ง่ายมาก พวกท่านมีอาหารจำนวนมากไม่ใช่หรือยังไงก็แค่เอาออกมาขายให้พวกเขาหรือไม่ก็ซื้อเข้ามาจากเมืองอื่น ๆ ก็ได้” ลูอิสกล่าวออกมา

ทุกคนได้ยินก็ยิ่งมองไม่พอใจ

“คิดว่ามันง่ายอย่างนั้นเหรอ เดินทางระหว่างเมืองและขนของจำนวนมาก ถ้าไม่มีการคุ้มกันที่ดี ของเหล่านั้นจะโดนปล้นจากพวกผู้ครองพลังอิสระหรือไม่ก็โดนทำลายจากการโจมตีของซอมบี้” บารอนเลนนี่อธิบาย

“ทำไมเราไม่ใช้เรือเหาะแบบที่เห็นวันนั้น” ลูอิสถามขึ้นมา

“บารอนแกริค เห็นแก่ครั้งหนึ่งคนของท่านเคยช่วยเมลดาฉันจะบอกให้ เมืองของเราไม่มีเรือเหาะแบบนั้นหรอก” บารอนมิเกลกล่าวบอก

“อ้อ....” ลูอิสลากเสียงยาว เขาพึ่งได้ข้อมูลมา ซึ่งนับเป็นเรื่องสำคัญ ‘แม้แต่เมืองเอลดิลก็ไม่มีเรือเหาะแบบนั้น แสดงว่ามันต้องเป็นของหายากอย่างแน่นอน’

“แล้วพวกท่านคิดว่าฉันควรจะทำอย่างไร?” ลูอิสถามความเห็นของทุกคนออกมาตรง ๆ และนั่งรอด้วยรอยยิ้ม

ไวเคานต์คาริส บารอนมิเกล บารอนริชแมน บารอนเลนนี่แอบส่งสายสัญญาณทางตาให้กัน ก่อนจะให้บารอนริชแมนเปิดขึ้นมาก่อน

“ง่ายมาก ไปบอกยกเลิกประกาศซะ” บารอนริชแมนกล่าวเสียงดังเพื่อข่มลูอิส

“ท่านไม่เอามีดมาแทงกันซะเลยละ” ลูอิสน้อยกล่าวประชดด้วยเสียงสูงและจ้องไปที่ตาของบารอนริชแมนเขม็ง จนแก้มพองเล็กน้อย

“หึ ฉันจะไม่ทะเลาะกับเด็ก” บารอนริชแมนเห็นก็ทำเสียงขึ้นจมูกอีกครั้ง ก่อนจะถอนสายตากลับมา

“หึ” ลูอิสทำท่าไม่พอใจ ก่อนจะกอดอกพิงหลังเก้าอี้

การที่บารอนริชแมนให้เขาไปกลับคำพูดที่ให้สัญญาไว้ต่อหน้าผู้คนนั้นมันจะทำให้ศักดิ์ศรีในฐานะบารอนของเขาโดนทำลายเละแน่นอน แบบนั้นเท่ากับพลังงานศรัทธาของเขาคงหายไปด้วย

“ที่จริงก็มีวิธีอยู่” ในตอนนั้นไวเคานต์คาริสก็กล่าวขึ้นมา ราวกับว่ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ตรงหน้านี้

‘ของจริงมาแล้วสินะ ตาแก่’ ลูอิสคิดในใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่ผ่านมาก็แค่การหยั่งเชิงกันเท่านั้น

“วิธีไหน” ลูอิสเอ่ยถามขึ้นมา

“ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นเพราะบารอนแกริคต้องการให้ผู้อพยพมีสถานะเป็นพลเมืองเอลดิล จึงทำให้เกิดผลกระทบต่อพวกเราทุก ๆ คน ถ้าอย่างนั้นก็ใช้วิธีการชดเชยจากผลกำไรในเขตผู้อพยพเป็นอย่างไร” ไวเคานต์คาริสกล่าวด้วยท่าทางชอบธรรม

ส่วนบารอนคนอื่น ๆ ก็พลางพยักหน้าเห็นด้วย

‘เจ้าเล่ห์นัก’ ลูอิสด่าในใจ

“แบบนั้นไม่เอาดีกว่า” ลูอิสปฏิเสธเสียงแข็งทันที

“หืม” ไวเคานต์คาริสถึงกับจ้องลูอิสทันที ไวเคานต์คาริสซ่อนแววตาที่ประหลาดใจในทันที เพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะปฏิเสธออกมาตรง ๆ แบบนี้

“ถ้าอย่างนั้นคิดจะแก้ปัญหานี้ยังไง” บารอนเลนนี่ถามด้วยท่าทีจริงจังเพื่อกดดันลูอิส

“ง่ายมาก เท่าที่รู้มาเวลามีเรื่องที่ความเห็นไม่ตรงกันก็จะเสนอและให้ท่านไวเคานต์คาริสตัดสินใจเสียงสุดท้ายใช่ไหม ถ้าอย่าง” ลูอิสเอ่ยถามและมองไปที่ไวเคานต์คาริส

“ใช่ แต่มันสำคัญยังไง” บารอนมิเกลถามอย่างสนใจ แม้เขาจะร่วมมือกับคนอื่น ๆ แต่ก็ยังแสดงท่าทีเป็นมิตรกับลูอิส เพราะลูอิสเคยช่วยเหลือเขามาก่อน

“บารอนแกริคเชิญพูดมา ถ้ายอมรับได้พวกเราก็ยินดีจะปล่อยเรื่องนี้ไป” ไวเคานต์คาริสเอ่ยเชิงยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะพยายามไม่มีทางเห็นด้วยอยู่แล้ว แต่ไวเคานต์คาริสก็ต้องการจะดูว่าเด็กน้อยที่เป็นเด็กอัจฉริยะนั้นจะมีลูกไม้อะไรอีก

ลูอิสฉีกยิ้มกว้าง เพราะเขารอคำพูดนี้อยู่พอดี

“อันที่จริงแล้วตระกูลแกริคนนั้นเก่งในเรื่องการผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งในฐานะทายาทเพียงคนเดียว ฉันก็ได้รับสืบทอดมาด้วย ดังนั้นจึงได้ผลิตเครื่องดื่มชนิดพิเศษออกมา” ลูอิสเอ่ยอ้างที่มาที่ไปก่อนในทันที

“เฮ้ ไอ้หนู เข้าเรื่องสักทีเถอะ” บารอนริชแมนขึ้นเสียงดัง จนไม่สนใจสถานะของลูอิส

ลูอิสเมินบารอนริชแมนและพูดต่อ “ฉันผลิตเหล้าออกมาหนึ่งชนิดที่ชื่อว่า ลมหายใจมังกรและเบียร์หนึ่งชนิดที่ชื่อว่า เบียร์แสงตะวัน ซึ่งพวกมันสามารถช่วยฟื้นฟูอาการเหนื่อยล้าได้เหมือนกับผ่านการเยียวยาร่างกายมาโดยผู้เยียวยาและยังผลิตไวน์สีแดงสดที่ชื่อว่า ไวน์โลหิตชีวิตได้ ซึ่งผลของไวน์นั้นสามารถรักษาอาการป่วยหรือไข้ รักษาแผล และยังย้อนคืนความเยาว์วัยได้ ซึ่งไวน์ชนิดนี้ยังถูกตีราคาโดยกลุ่มการค้าสีขาวไว้สูงถึงขวดละ 14,000 เบล เป็นยังไงพวกท่านทั้งหลายสนใจเรื่องที่ฉันพูดหรือยัง” ลูอิสมองหน้าทุกคนพลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“น่าสนใจดีนี่ ความหมายของบารอนแกริคคือ?” ไวเคานต์คาริสหรี่ตาถาม

“ก่อนหน้านั้นบารอนเลนนี่ บอกว่าการขนของจำนวนมากนั้นยาก แต่ก็ต้องมีเส้นทางค้าขายกับเมืองอื่นอยู่สินะ” ลูอิสหันหน้าไปทางบารอนเลนนี่

“ใช่ แต่แล้วมันยังไง?” บารอนเลนนี่ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่บอกเส้นทางการค้าไปมากกว่านี้

ที่จริงทุกพวกเขาทุกคนในที่นี้ก็มีเส้นทางและกลุ่มเดินทางติดต่อเมืองอื่น ๆ ของตัวเองอยู่ ซึ่งคล้ายกับของบารอนเมสันที่ตายไปก่อนหน้า

แต่ว่าของบารอนเลนนี่นั้นจะปลอดภัยกว่า เขาจึงเป็นบารอนที่ควบคุมการค้าขายนอกเมืองมากที่สุดในบรรดาขุนนางของเมืองเอลดิล

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาแบบนี้เป็นยังไง ฉันจะขายเหล้าลมหายใจมังกร เบียร์แสงตะวันและไวน์โลหิตชีวิตให้ในราคาเดียวกับกลุ่มการค้าสีขาว จากนั้นพวกท่านก็เอาไปขายต่อตามเมืองต่าง ๆ แล้วแต่เส้นทางการค้าของแต่ละคนและจะตั้งราคาเท่าไหร่ก็ได้ จะแลกเป็นอาหารหรืออะไรก็แล้วแต่พวกท่าน ซึ่งคงไม่มีเมืองไหนที่จะปฏิเสธของเหล่านี้แน่นอน เป็นยังไงข้อตกลงนี้ ถือว่าชดเชยได้หรือไม่”

“เดี๋ยวก่อนบารอนแกริค ท่านผลิตได้จำนวนมากขนาดนั้นเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้ ขนาดยาของผู้เยียวยายังผลิตได้ไม่มากเลย” บารอนมิเกลกล่าว

บารอนมิเกลรู้เรื่องนี้ดีเพราะลูกสาวเป็นผู้เยียวยาและเธอก็ผลิตยาด้วยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้ภายในกองกำลังและขายบางส่วนที่เล็กน้อยออกมาเท่านั้น

“แน่นอนว่าไม่ได้มาก” ลูอิสกล่าวสั้น ๆ

บารอนคนอื่น ๆ ก็คิดว่ามันสมเหตุสมผลดีที่จะผลิตไม่ได้มาก พวกเขาเริ่มประเมินคำพูดของลูอิสไว้ต่ำลง เพราะถ้ามีน้อยขายได้ก็ไม่มากอะไรและมันก็ไม่พอค่าชดเชยอย่างแน่นอน

แต่ว่าคำพูดต่อมาแทบทำให้ทุกคนสำลักความคิดก่อนหน้า

“แน่นอนว่าคงไม่ได้ผลิตง่าย ๆ และมีไม่มาก แต่ว่าเดือนละพันขวดต่อชนิดก็น่าจะผลิตได้ไม่มีปัญหา” ลูอิสกล่าวราวกับมันเป็นเรื่องปกติ

“เดือนละพันขวด!”

ทุกคนเริ่มคำนวณมูลค่าของพันขวดในใจ

“ทำไมไม่ส่งสูตรมาแล้วมาร่วมมือกันผลิตละ แบบนั้นจะช่วยเหลือผู้คนในเมืองได้มาก” บารอนริชแมนกล่าวด้วยความหน้าด้าน

เขาควบคุมด้านการผลิตอาหารอยู่ ถ้าได้สูตรมาด้วยกำลังของเขาคงมากมายนัก

ลูอิสถลึงตาใสบารอนริชแมน ก่อนจะกล่าวว่า “ฉันจะแบ่งให้บารอนทุกคนตามจำนวนผู้อยู่อาศัยเป็นยังไง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลต่อผู้คน ก็ควรจะให้ตามจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบ”

ข้อเสนอของลูอิสทำให้บารอนหลายคนเริ่มจริงจังขึ้นมา โดยเฉพาะการแบ่งตามจำนวนประชากรมาเปรียบเทียบกัน พวกเขาแต่ละคนนั้นมีผู้คนในเขตไม่เท่ากัน ดังนั้นส่วนแบ่งก็ไม่เท่ากันด้วย

การที่ลูอิสเสนอการแบ่งแบบนี้ไปก็มีเหตุผลอยู่ ถ้าพวกเขาอยากได้ผู้คนก็มาเอาคนอพยพไปเป็นประชาชนสิ นั้นเท่ากับช่วยมอบสถานะพลเมืองเอลดิลให้ผู้อพยพตามแผนของลูอิสแบบอ้อม ๆ ไม่ใช่หรือไง

ในที่นี้มีคนหนึ่งที่มองแผนการของลูอิสออก นั้นคือไวน์เคานต์คาริสที่ไม่หลงไปกับคำพูดของลูอิส

‘แผนการของเด็กนี่น่ากลัวนัก พวกเราหลงกลมันแล้ว’ ถึงจะรู้ แต่ไวเคานต์คาริสก็ไม่พูดออกมาไป เพราะสิ่งที่ลูอิสยื่นข้อเสนอมานั้นทำให้เขาไม่อาจจะปฏิเสธได้ ส่วนเรื่องการผลิตของเหล่านั้น แม้ไวเคานต์คาริสอยากจะได้สูตรมาครอบครอง แต่ก็ไม่คิดจะลงมือในตอนนี้

“แต่ว่าเรื่องแบ่งสิ่งของเหล่านี้คงต้องให้ท่านไวเคานต์คาริสเป็นผู้จัดการไม่ทราบว่าจะได้หรือไม่” ลูอิสหันไปขอความเห็นกับไวเคานต์คาริส

คนอื่น ๆ รู้ได้ทันทีว่าลูอิสต้องการแรงสนับสนุน คนที่มีอำนาจตัดสินสุดท้ายคือไวเคานต์คาริส ลูอิสจึงยื่นอำนาจในการแบ่งให้ไป ซึ่งมันสามารถให้ต่อรองได้ในหลาย ๆ ด้าน

‘ไวเคานต์คาริสที่มีอำนาจมากสุดควบคุมจำนวนส่วนแบ่งที่แต่ละคนได้นั้นถือเป็นเรื่องดี ฉันจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวเรื่องนี้’ ลูอิสคิดในใจ

“แน่นอนสิ” ไวเคานต์คาริสตอบรับพลางหัวเราะ นั้นเท่ากับว่ายอมรับการตกลงแบบนี้ลกกับการชดเชยเรื่องผลกระทบของลูอิส ซึ่งบารอนคนอื่น ๆ ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ไปเท่านั้น

แผนการกดดันหาผลประโยชน์กับบารอนน้อยหน้าใหม่ของพวกเขาล้มไม่เป็นท่า แต่ก็ไม่ถือว่าขาดทุน เพราะพวกเขายังได้ข้อตกลงที่ทำกำไรอย่างมากมาแทน

ลูอิสก็ยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะในท้ายที่สุด

แน่นอนว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ลูอิสและทุกคนในห้องนี้ไม่ได้พูดถึง นั้นก็คือใครจะเป็นตัวแทนการขายภายในเมืองเอลดิล แต่ก็ไม่จำเป็น เพราะส่วนใหญ่พวกเขาคงเลือกเอาไปขายเมืองอื่นอยู่แล้ว เพราะมันทำเงินได้มากกว่าที่นี่หลายเท่า

อีกอย่างถ้าขายก็ไม่มีทางสู้ลูอิสได้ เพราะปริมาณการผลิตอยู่ในมือของลูอิสและพวกเขาก็ได้ของจำกัด ทำไมต้องเอาของที่มีน้อยมาขายในราคาไม่แพงที่นี่ด้วย

ซึ่งลูอิสรู้เรื่องนี้ดี เขาจึงกล้ายื่นข้อเสนอขายในราคาส่งให้กับพวกเขา

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมลูอิสไม่เขาไปขายตามเมืองต่าง ๆ เอง นั้นก็เพราะว่าเขาไม่มีเส้นทางการค้าของตัวเอง และจะสร้างมันขึ้นมาก็เสียเวลาเกินไป ไม่สู้ตัดปัญหานี้ออกและให้คนที่พร้อมมาทำหน้าที่ตรงนี้แทนไม่ดีกว่าอย่างนั้นเหรอ

อีกอย่างลูอิสก็พึ่งขึ้นมาเป็นบารอนทำให้มีหลายสิ่งที่ต้องคอยจัดการ ลูอิสไม่สนใจเงินมากมายขนาดนั้น เขาแค่ต้องการเงินมาสนับสนุนและลงแรงกับผู้คนเพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธา นี่ถือจะเป็นเป้าหมายจริง ๆ ของเขา

...

Witterry : ขอโทษที่ลงช้านะครับ พอดีมีปัญหานิดหน่อย พรุ่งนี้จะกลับมาลงเวลาเดิมตามปกตินะ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด