ตอนที่แล้วตอนที่ 131 รับตำแหน่งบารอน 1(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 133 รับตำแหน่งบารอน 3(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 132 รับตำแหน่งบารอน 2(อ่านฟรี)


ตอนที่ 132 รับตำแหน่งบารอน 2

นักบวชผู้ทรงอำนาจคนนั้นหลับตามลง ก่อนจะใช้พลังของผู้สร้างจิตวิญญาณแทรกซึมเข้าไปในคทาทองคำ ทำให้คทาทองคำที่นิ่งราวกับกิ่งไม้แห่งตายก่อนหน้าเกิดอาการสั่นไหวเบา ๆ

จิตวิญญาณภายในคทาทองคำที่ตายไปก่อนหน้านั้นถูกดึงดูดกลับเข้าฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง

นักบวชสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแล้วก็ต้องขมวดคิ้วทั้งที่หลับตาอยู่ ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาและพูดพึมพำเสียงบางเบา

“จิตวิญญาณเสียหายมากเกินไปบวกกับเวลาที่ผ่านมาหลายวันมันสลายไปมากแล้ว”

นักบวชทรงอำนาจผู้นั้นลงมือขึ้นถัดไปทันที ดึงเอาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณที่ใกล้หายไปทุกขณะออกมาจากคทาทองคำ โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องที่ไม่ได้ยินของจิตวิญญาณในคทาทองคำแม้แต่น้อย

แสงสว่างลอยอยู่เบื้องหน้า นี่คือจิตวิญญาณที่สร้างมาจากพลังงานศรัทธาที่เหล่านักบวชเก็บรวบรวมจากเหล่าสาวกและสร้างขึ้นมาเป็นจิตวิญญาณลงไปในอาวุธ ในตอนนี้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณกำลังลอยอยู่เบื้องหน้า แต่มันกำลังสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

“ทำไมทุกคนถึงตาย” นักบวชทรงอำนาจถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาต้องการรู้ให้ได้ว่าใครหรือตัวอะไรลงมือฆ่านักบวช เพราะร่องรอยหลายอย่างนั้นหายไปจนไม่อาจจะระบุได้ถึงต้นสายปลายเหตุ

จิตวิญญาณลอยนิ่งอยู่สักพักก็กลายเป็นรูปร่างที่ไม่ชัดเจนของคนคนหนึ่งขึ้นมา

พอเห็นเหล่านักบวชและผู้พิทักษ์แสงทุกคนก็มองด้วยความเคร่งขรึม เพราะมันหมายความว่านักบวชนั้นโดนคนฆ่าตาย

ภาพในเงานั้นเป็นเหตุการณ์ปะติดปะต่อสองสามภาพเท่านั้น

“หญิงสาว มีพลังไฟและน้ำแข็ง ทรงพลังมากแต่การโจมตีที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า นางสามารถควบคุมอาวุธของนักบวชได้ชั่วคราว” หัวหน้านักบวชมองดูภาพตรงหน้า

ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“สีดำ!”

แต่ก่อนจะได้แสดงภาพอะไรมากกว่านี้จิตวิญญาณของคทาทองคำก็แตกสลายหายไปเป็นครั้งที่สอง นักบวชทรงอำนาจผู้นั้นรีบยื่นมือไปคว้าเศษเสี้ยวบางส่วนได้ ส่วนอื่น ๆ นั้นตรงหน้านั้นหายไปจนหมด

ส่วนร่องรอยอื่น ๆ ก็ไม่อาจจะสัมผัสได้อีกแล้ว ไม่มีจิตวิญญาณหรือเศษเสี้ยวจิตวิญญาณอยู่ในที่แห่งนี้อีกต่อไป

“ท่านผู้ตรวจสอบฟาราเลียน สีดำนั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเลย มันหมายถึงอันเดดใช่ไหมขอรับ หรือว่าอันเดดจะมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ด้วย” นักบวชด้านข้างกล่าวถามอย่างนอบน้อม เพราะระดับของเขาต่ำกว่าของหัวหน้านักบวชฟาราเลียน ระดับหนึ่ง แถมฟาราเลียนยังมีตำแหน่งผู้ตรวจสอบด้วย

ผู้ที่จะเป็นตำแหน่งผู้ตรวจสอบได้ต้องแข็งแกร่งเป็นพิเศษและมีพลังในระดับ 3 ดาว หรือเทียบเท่ากับหัวหน้านักบวชนอก ขั้น 2

“หัวหน้านักบวชกรีซาธี คิดว่าสีดำนั้นแปลถึงสิ่งใดบ้าง” นักบวชผู้ตรวจสอบฟาราเลียนถามขึ้นมา

“หมายถึง พลังงานด้านลบ อันเดด ความตายและก็สิ่งสกปรกที่เกี่ยวกับทั้งสามสิ่งนี้” หัวหน้านักบวชกรีซาธีตอบ

“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่แสดงภาพออกมารวมกับแม่มดนางนั้น” แม่มดที่หัวหน้านักบวชฟาราเลียนกล่าวถึงคือภาพของหญิงสาวที่แสดงในภาพของจิตวิญญาณเมื่อครู่

“หรือว่าทั้งสองจะเกี่ยวข้องกัน แต่มีแค่แม่มดนั้นที่ลงมือ” หัวหน้านักบวชกรีซาธีเหมือนจะได้คำตอบ

“อาจจะ เราจะได้คำตอบเมื่อจับแม่มดนั้นมาลงโทษ” นักบวชผู้ตรวจสอบฟาราเลียนกล่าวด้วยความเย็นชาและส่งคทาให้กับหัวหน้านักบวชกรีซาธีเก็บรักษาไว้

ก่อนที่เขาจะหยิบเอาเหรียญทองคำออกมาเหรียญหนึ่งและใส่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณเส้นเล็ก ๆ ที่เหลืออยู่ลงไปในเหรียญทองคำนั้น

เหรียญทองคำนี้ไม่มีสิทธิ์จะเป็นอาวุธอีก เพราะจิตวิญญาณของมันไม่สมบูรณ์ แต่มันยังมีความสามารถหนึ่งนั้นก็คือ ติดตามเป้าหมายที่ฆ่านายของมันได้ แต่ว่าระยะของมันนั้นมีขอบเขตไม่อาจจะระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้

มันทำได้เพียงระบุทิศทางในวงกว้างและต้องรอเข้าใกล้เท่านั้นถึงจะสามารถระบุตำแหน่งแบบแม่นยำได้ แถมยิ่งใช้ก็ยิ่งทำให้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณสลายหายไปเรื่อย ๆ

นี่คือหนึ่งในความสามารถของนักบวชผู้สร้างจิตวิญญาณ

นักบวชผู้ตรวจสอบฟาราเลียนถือเหรียญและหมุนตัว ก่อนที่เหรียญจะตอบสนองทิศทางหนึ่ง

“ไปทางนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่อาจจะไล่ล่าได้” นักบวชผู้ตรวจสอบฟาราเลียนพึมพำออกมาและเก็บเหรียญลงไป ก่อนจะพูดขึ้นมาต่อว่า “เราจะไปที่เอลดิลก่อน ไปจัดการเรื่องที่โบสถ์ของเมืองนี้กัน”

“ขอรับ” หัวหน้านักบวชกรีซาธีตอบรับ

ก่อนจะหลังกลับเดินไปยังยานพาหนะ มันคือเรือเหาะที่มีความยาว 30 กว้าง 10 เมตร ปีกแต่ละข้างกว้าง 20 กว่าเมตร และด้านใต้ของปีกมีเครื่องกลพิเศษที่เชื่อมต่อกับห้องเครื่องจากภายในตัวเรือ

แกนกลางของห้องเครื่องนั้นมาจากหินผู้ครองพลังสองชนิดคือ หินผู้เผาผลาญและหินผู้เคลื่อนไหว ซึ่งมันทำงานได้โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่า ซีน่อน ที่หายากมาก ๆ

เรือเหาะแบบนี้มีแต่ผู้มั่งคลั่งและมีอำนาจระดับหนึ่งเท่านั้นถึงจะครอบครองได้ มันนับเป็นเทคโนโลยีระดับสูงของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้

เหล่านักบวชขึ้นไปบนเรือเหาะ ก่อนจะออกเดินทางกัน

...

ในวันนี้ผู้คนต่างตื่นขึ้นมากันแต่เช้า เพราะเป็นวันแต่งตั้งตำแหน่งบารอนของเมืองเอลดิล มันนับเป็นโอกาสที่หายากมาก แต่ก็เคยมีมาก่อน เพราะการตายของขุนนางนั้นมีบ่อย แต่ที่วันนี้ต่างออกไปเพราะเป็นการเข้ามาของตระกูลใหม่

ผ่านไปสักพักใหญ่ผู้ต่างมาร่วมกันที่ลานกว้างของเมืองกันอย่างหนาแน่นจนถึงขั้นเบียดเสียดกัน มีทั้งชาวเมืองเอลดิลและเหล่าผู้คนในชุมชนผู้อพยพ

ด้านในลานกว้างมีเวทีใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาบนนั้นมีตำแหน่งที่นั่งอยู่ 5 ตัว ด้านหลังแต่ละตัวจะมีธงสัญลักษณ์ของแต่ละตระกูลขุนนางอยู่ ตำแหน่งตรงกลางนั้นคือตำแหน่งของไวเคานต์และที่เหลือคือบารอนทั้งสี่คน แต่กลับมีเพียงคนสี่คนที่นั่งประจำตำแหน่งอยู่เท่านั้น

ประกอบไปด้วยไวเคานต์คาริส บารอนมิเกล บารอนริชแมน บารอนเลนนี่ และทางด้านหลังถัดไปจะเป็นพวกเหล่าคนในตระกูลของขุนนางและพวกผู้ครองพลังของเหล่าขุนนาง ซึ่งนับเป็นชนชั้นสูงของเมืองเอลดิล ซึ่งมีกันอยู่ไม่เกิน 100 คนเท่านั้น

นอกจากขุนนางในเมืองแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือเหล่านักบวชจากโบสถ์แสงพิสุทธิ์ แต่เพราะการหายตัวไปของหัวหน้านักบวชที่จะเข้ามาประจำการที่เมืองนี้ เพราะหัวหน้านักบวชคนเก่าได้ตายไปเพราะความชรา พวกเขาได้หายตัวไปและไม่อาจจะติดต่อได้

ทำให้ในตอนนี้ในโบสถ์แสงพิสุทธิ์ของเมืองเอลดิลนั้นมีแค่นักบวชระดับสูงผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างจิตวิญญาณระดับ 1 ดาวเท่านั้น

“ท่านนักบวชมาฟรีเนท”

ไวเคานต์คาริสและบารอนทั้ง 3 ต่างก็ลุกขึ้นทักทายนักบวชทันที แม้ด้วยสถานะพลังของนักบวชมาฟรีเนทจะเป็นเพียงระดับ 1 ดาว แต่ด้วยเพราะสถานะของนักบวชแสงพิสุทธิ์ แม้แต่ขุนนางยังต้องให้ความเคารพห

“ขอให้แสงพิสุทธิ์คุ้มครองพวกท่าน” นักบวชมาฟรีเนทอวยพรให้กับเหล่าขุนนาง

เมื่อนักบวชมาฟรีเนทมาถึงพิธีก็เริ่มในทันที ผู้คนต่างเงียบเสียงลงอย่างพร้อมเพรียงกันที่เห็นว่าพิธีการรับตำแหน่งบารอนจะเริ่มขึ้นแล้ว

หลังจากนั้นไวเคานต์คาริสในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดของเมืองก็ลุกขึ้นยืนและกล่าว “การตายของบารอนเมสันเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่เมืองเอลดิลนั้นจะขาดขุนนางไปไม่ได้แม้แต่เพียงคนเดียว อำนาจของขุนนางคือความมั่นคงของเมืองเอลดิล เราจะเป็นต้องแต่งตั้งบารอนขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แทนบารอนเมสันผู้ล่วงลับไป”

ทุกคนฟังที่ไวเคานต์คาริสอย่างตั้งใจ ไวเคานต์คาริสยังคงพูดต่อ “หลังจากเราปรึกษากันก็ได้ตัดสินใจว่าจะไม่มอบตำแหน่งบารอนให้กับบุคคลที่ไม่มีความดีความชอบ ดังนั้นจึงมีภารกิจกวาดล้างรังอันเดดขึ้น รังอันเดดแห่งนั้นเป็นภัยคุกคามระดับสูงต่อเมืองเอลดิลในรอบ 10 ปีเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้มันได้ถูกทำลายไปแล้วไม่ว่าจะเป็นรังอันเดดหรือบอสของรังอันเดดพวกมันจะไม่กลับมาอีก ด้วยฝีมือของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน”

“ดังนั้นจะขอมอบตำแหน่งบารอนให้กับลูอิส แกริค เขาจะกลายเป็นบารอนแกริคแห่งเอลดิล”

เสียงของไวเคานต์คาริสดังกระหึ่มไปทั่วทั้งบริเวณ หลายคนอดที่จะไม่ตื่นเต้นตามไปด้วยไม่ได้ เพราะการที่ได้คนแข็งแกร่งมาเป็นบารอนนั้นเท่ากับว่าเมืองเอลดิลจะแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาจะมีชีวิตที่มั่นคงมากขึ้น

หลายคนส่งเสียงเฮไม่ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยตามคำพูดของไวเคานต์คาริส แต่แล้วในตอนนั้นเองพวกเขาก็ต้องหมองหน้ากันอย่างมึนงง

ลูอิสเดินขึ้นมาบนเวทีเสียงทุกเสียงก็เงียบลงในทันที จากนั้นก็มีเสียงซุบซิบกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงให้เด็กขึ้นมา

ในตอนนี้ลูอิสแต่งกายด้วยชุดเต็มยศถูกตัดเย็บมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ตอนแรกพ่อบ้านเฟรดจะให้เขาใส่สีสันฉูดฉาดจนแทบจะเป็นสีรุ้งไปทั้งตัว เพราะการที่ใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสแบบนั้นแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่ง โชคดีที่ลูอิสไปเห็นก่อน จึงสั่งให้ลดสีลงมา จนเหลือสีทอง สีดำ สีขาว สีฟ้าและสีน้ำเงิน

โดยมีเสื้อด้านใน ด้านนอกและเสื้อแขนยาวทับอีกชั้น กางเกงขายาว ซึ่งเนื้อผ้าไหมเนื้อละเอียดนุ่มที่มีเพียงพวกขุนนางจึงจะมีความสามารถซื้อได้ เพราะพวกเส้นไหมจากตัวหนอนนั้นเลี้ยงยากมากในยุคหลังวันสิ้นโลกแบบนี้

รองเท้ายังเป็นหนังมันเงาประดับเงินและทอง เข็มขัดและกระดุมทำจากอัญมณีที่เอามาจากรังอันเดด ที่มือน้อย ๆ ของเขายังใส่แหวนหลายวงอีกด้วย

สภาพของลูอิสในตอนนี้ราวกับขุนนางผู้มั่งคั่งและหลงใหลในเงินทองทรัพย์สมบัติไม่มีผิด แต่นี่คือการแสดงฐานะของโลกใบนี้ ว่าตัวเองนั้นมั่งคั่งไม่แพ้ขุนนางคนอื่น ๆ

ซึ่งเรื่องนี้สำคัญกับลูอิสมาในฐานะบารอนต่อสายตาของผู้คนในเมือง

ลูอิสเดินมาหยุดอยู่กลางเวที และเงยหน้ามองนักบวชมาฟรีเนทที่ตอนนี้กำลังมองเขาอย่างสงสัยเช่นเดียวกับบารอนริชแมนและบารอนเลนนี่ เพราะพวกเขาก็ยังไม่รู้เรื่องของลูอิสที่เป็นเด็กอัจฉริยะ

นักบวชมาฟรีเนทหันไปมองไวเคานต์คาริส แต่ไวเคานต์คาริสไม่พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้ายืนยัน

“อะ แฮ่ม เอาละมาเริ่มกัน” นักบวชมาฟรีเนทกระแอมเบา ๆ เพื่อดึงสติทุกคนและตัวเอง ก่อนจะทำการเริ่มพิธีต่อ

นักบวชระดับต่ำยกถาดที่มือของสองสิ่งเข้ามา หนึ่งคือแหวนหนึ่งวง และ ธงหนึ่งผืน

“แหวนประจำตัวบารอนแกริค” นักบวชมาฟรีเนทให้นักบวชระดับต่ำยืนถาดรองแหวนให้ลูอิส

ลูอิสยังไม่รับ ซึ่งทำให้สองนักบวชมองหน้ากันก่อนจะนึกขึ้นได้ ว่าลูอิสนั้นยังเด็กและหยิบแหวนไม่ถึง แต่ว่าจะให้นักบวชย่อตัวลงก็เป็นไม่ได้ เพราะถือเป็นการดูหมิ่นแสงพิสุทธิ์

สองนักบวชมองดูลูอิสว่าจะทำยังไง

ลูอิสไม่คิดจะกระโดดไปเอาแหวน ไม่อย่างนั้นเขาคงกลายเป็นตัวตลกแน่นอน ทั้งลูอิสและนักบวชต่างยืนนิ่งค้างกันอยู่ในขั้นตอนนี้

หลายคนก็เฝ้ารอด้วยเช่นกัน

‘ไอ้หนู แกจะทำยังไง’ ไวเคานต์คาริสเผยรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็นออกมา เขารู้อยู่แล้วว่ามีขั้นตอนนี้และพวกนักบวชนั้นไม่ยอมย่อตัวลงให้ เพราะเท่ากับการก้มหัวให้แน่นอน

ถ้าลูอิสกระโดดขึ้นไปเอาหรือหาเก้าอี้มาต่อตัวแบบนั้นลูอิสก็จะกลายเป็นบารอนตัวตลกไปในทันที

‘ดูเหมือนจะเล่นกันแบบนี้เลยสินะ ถ้าอย่างฉันก็จะเล่นด้วยก็ได้’ ลูอิสยิ้มและมองไปที่สองนักบวช ซึ่งทำให้ทั้งสองนั้นอยู่ ๆ ก็เสียวสันหลังวาบในทันที

ลูอิสยื่นมือไปด้านหน้า

‘เด็กนี่จะให้แหวนลอยไปหาตัวเองหรือยังไง’ นักบวชมาฟรีเนทคิดในใจ แต่เขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น เพราะว่า...

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด