ตอนที่แล้วตอนที่ 129 แรงกดดันของนิ้วเงิน 2(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 131 รับตำแหน่งบารอน 1(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 130 ภารกิจสิ้นสุดกลับเมืองเอลดิล(อ่านฟรี)


ตอนที่ 130 ภารกิจสิ้นสุดกลับเมืองเอลดิล

กองกำลังนักล่านิ้วเงินพากันเดินออกไปพร้อมกับขนกล่องออกไปด้วย แต่แล้วในตอนนั้นเองก๊อตดาร์ทก็เคลื่อนไหวเขาใช้หมัดอันทรงพลังของตนเองต่อยไปทางด้านกองกำลังนักล่านิ้วเงินอย่างไม่มีใครคาดคิด

ตูม!

แรงต่อยนั้นรุนแรงมาจนเกิดเสียงดัง ดินตรงจุดนั้นพัดกระจุยกระจายในทันที

คนทั้งหมดตกอยู่ในอาการตื่นตะลึง พวกเขาเปลี่ยนเป็นระวังตัวถึงขีดสุด เพราะอาจจะเกิดการปะทะกันขึ้นมาได้

“คิดจะทำอะไร!” ผู้พิทักษ์รีดินตวาดขึ้นมาด้วยความโมโหของจริง ก่อนเข้ามาขวางทางระหว่างกองกำลังนักล่านิ้วเงินและกองกำลังดับนภา เขาไม่อาจจะปล่อยให้สองกองกำลังปะทะกันได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องอยู่ที่นี่

“ไม่มีอะไร พวกเราไปกันเถอะ” ก๊อตดาร์ทกล่าวด้วยใบหน้าตายด้าน ก่อนจะเดินจากไปในทันทีไม่สนใจท่าทีของใครทั้งนั้น

ผู้พิทักษ์รีดินแสดงสีหน้าเย็นชาทันที แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เขามีท่าทางแปลกใจต่อพลังที่พวกนั้นแสดงออกมา

การโจมตีเมื่อครู่นี้มีไม่กี่คนที่มองทัน นอกจากคนที่โดนและคนที่โจมตีแล้ว ก็จะมีแค่ผู้พิทักษ์รีดินเท่านั้นที่มองเห็นการกระทำทุกอย่างผ่านความสามารถการสังเกตของผู้พิทักษ์ ซึ่งยิ่งทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้น

“ไปข้างบน เตรียมปิดรังอันเดดถาวร เปาโลมาช่วยกันทางส่วนกลางจะตอบแทนค่าเหนื่อยของนายด้วย” ผู้พิทักษ์รีดินกล่าว ก่อนจะออกไปทันที

เปาโลเองแม้จะสนใจของที่นิ้วเงินเหลือของไว้ แต่พอว่าส่วนกลางจะตอบแทนก็ยินดีช่วยเหลือเต็มที่

นักล่าคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าครุ่นคิดกับการโจมตีเมื่อสักครู่ของก๊อตดาร์ท แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะเดาการกระทำเบื้องหลังออกเพราะมองอะไรไม่ทันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ทุกคนนั้นหันไปสนใจสิ่งของที่นิ้วเงินเอาไปไม่หมดมากกว่า

หลังจากทุกคนแยกกันไปแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าก่อนหน้านั้นตรงจุดที่ก๊อตดาร์ทต่อยไปมีเด็กคนหนึ่งยืนอยู่ เพราะทุกคนมัวแต่ให้ความสนใจกับอาร์มันโด้และเจียน่าและอีกส่วนหนึ่งนั้นก็เพราะพวกเขาเห็นเพียงก๊อตดาร์ทต่อยอากาศเปล่าเท่านั้น

ซึ่งก็เป็นอย่างที่คนพวกนั้นเห็นจริง ๆ ว่าก๊อตดาร์ทนั้นต่อยโดนแต่อากาศที่ว่างเปล่า

‘มนุษย์ที่ไม่ใช่ผู้ครองพลัง แต่พลังกายกับแข็งแกร่งเท่าผู้แข็งแกร่ง น่าสนใจ...’ ลูอิสที่อยู่มุมหนึ่งของกองกำลังนักล่านิ้วเงินคิดในใจ เขานึกถึงหมัดเมื่อครู่ ถ้าวาร์ปหนีไม่ทันมีเขาอาจจะเจ็บตัวได้เลยทีเดียว

...

หลังจากการจากไปของกองกำลังน่าล่านิ้วเงิน กองกำลังอื่น ๆ ก็เริ่มทำการสำรวจชั้นล่างสุด พวกเขากวาดเอาทุกอย่างที่แลกเป็นเงินได้ไปจนหมด แม้มันจะมีค่าเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม หลายคนที่เจอกับที่เก็บสมบัติของบอสก็ต้องผิดหวังเล็ก แต่ก็ไม่มีใครปล่อยของทิ้งไป เพราะของหลายอย่างนั้นขายได้

แต่เมื่อมีคนมากเกินไป จึงทำให้เกิดการแย่งชิงกันในหมู่นักล่า ส่วนคนระดับหัวหน้ากองกำลังนั้นไม่ได้เข้าร่วมด้วย ปล่อยให้คนของตัวเองเข้าแย่งชิงกับนักล่าในกองกำลังอื่นแทน

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทุกคนก็ต้องออกจากรังอันเดด เพราะทางส่วนกลางจะทำการปิดปากหลุมทางเข้าทุก ๆ ชั้นแบบของรังอันเดดแบบถาวร

ตูม!!!

เสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนที่ปากหลุมทางเข้าจะถล่มลง ถ้าใครต้องการลงไปที่รังอันเดดนั้นคงเป็นเรื่องยากมาก เพราะทางเข้านั้นโดนปิดจนหมด ไม่ว่าจะหลุมทางเข้าไหนก็เหมือนกัน

ตอนนี้ทุกคนมารวมกันที่หลุมทางเข้าที่ 1 เพื่อขึ้นรถกลับไปที่เมืองเอลดิล ลูอิสและพวกก็กลับมาก่อนหน้านั้นแล้ว และได้มารวมตัวกับนักล่าในกองกำลังอีก 10 คน คนเหล่านั้นพอเห็นกล่องไม้ที่กองกำลังตนเองขนขึ้นมาก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

ของที่พวกเขามีแค่ไม่กี่กล่องไม้เท่านั้น ส่วนใหญ่ได้มาจากวันแรก ๆ ของภารกิจ ก่อนจะเสียบางส่วนคืนไปให้นักล่าคนอื่น ๆ ไม่งั้นพวกเขาอาจจะจบไม่สวยได้ แต่ตอนนี้ของเหล่านั้นแทบไม่สำคัญเลย

“ดูของพวกนี้ด้วย เฝ้าให้ดี” เจียน่าหันมาพูดกำชับ

“ได้รถแล้ว แต่เราต้องจ่ายให้ส่วนกลาง 10% ในการช่วยขนกลับไป” อาร์มันโด้พูดกับทุคนหลังจากที่ไปติดต่อทางส่วนกลางของเมือง

‘แพงอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดีกว่าขนกลับเอง’ ลูอิสคิดในใจ ก่อนจะพยักหน้าตกลง

รถจากส่วนกลางสามคันมาจอดยังที่ของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน พ่อบ้านเฟรดก็ให้พวกกองทัพอมตะขนกล่องไม้ขึ้นไปบนรถบรรทุกทหารทันที ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนักล่าคนอื่น ๆ รถหนึ่งคันบรรจุได้ 10 กล่อง ใช้เวลาไม่นานก็ขนขึ้นไปจนเสร็จ

พวกเขาออกเดินทางกันในทันที

...

ขบวนรถบรรทุกของนักล่าที่กลับมาถึงเมืองก็มีผู้คนออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เพราะก่อนหน้านั้นมีข่าวแจ้งมาทางเมืองแล้วว่าภัยจากรังอันเดดนั้นหายไปแล้ว

ชาวเมืองหลายคนจึงมาแสดงความยินดี พวกเขาขอบคุณนักล่าทุกคน โดยที่ไม่รู้ว่าคนที่ฆ่าบอสจริง ๆ นั้นเป็นกองกำลังนักล่านิ้วเงิน เนื่องจากทางส่วนกลางของเมืองไม่ประกาศรายละเอียดออกมา

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พอพวกเขามาถึงกองกำลังทั้งหมดก็ลงจากรถเตรียมแยกย้ายกันจากไป แต่ก่อนไปนักล่าทั้งหมดนั้นหันมามองกองกำลังนักล่านิ้วเงินด้วยอารมณ์ที่หลากหลายกันไป บางส่วนอิจฉา บางส่วนมองด้วยความโลภ บางส่วนก็มองอย่างเสียดาย แต่ก็มีบางคนที่ใจกล้ากว่านั้นเดินไปและขอเข้ารวมกองกำลังนักล่านิ้วเงินโดยตรงมันซะเลย

แม้คนเหล่านั้นจะรู้ว่าคงไม่ได้ส่วนแบ่งเหล่านี้ แต่การเข้าร่วมกับกองกำลังนักล่านิ้วเงินในอนาคตพวกเขาจะไม่อดอยากแน่นอน

อาร์มันโด้เห็นก็ยินดีรับในทันที เพราะหลังจากนี้ยังไงกองกำลังนักล่านิ้วเงินจะต้องขยายตัวอีกมาก เพื่อรองรับกับอำนาจที่ตัวเองมี

นั้นทำให้กองกำลังนักล่าอื่น ๆ นั้นรู้สึกกังวลทันที โดยเฉพาะกองกำลังนักล่าแสงม่วงที่เข้าไปในพื้นที่ชุมชนผู้อพยพ ถ้ากองกำลังนักล่านิ้วเงินขยายตัว นั้นหมายถึงกองกำลังนักล่าแสงม่วงเสียผลประโยชน์

“ฉันต้องไปคุยกับคนอื่น ๆ” ไฮด้าหันไปมองกองกำลังนักล่าที่มีผลประโยชน์ในเขตชุมชนผู้อพยพทันที ซึ่งอีกสองกองกำลังนักล่านั้นคือ ดับนภาของก๊อตดาร์ทและกองกำลังหมาป่าเงินของเคเดน

ด้านของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน หลังจากเข้ามาในเมืองและขนของลงมา ก็มีสมาชิกของกองกำลังที่มารออยู่ก่อนแล้ว เข้ามาช่วยขนกล่องไม้และแบกกลับไปที่ฐานกันในทันที หลายคนพยายามทำงานให้หนักขึ้น เพื่อให้ระดับสูงในกองกำลังเห็นหน้าตัวเองโดยหวังว่าจะได้ผลประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย

หัวหน้ากลุ่มชาร์ลจากกลุ่มนักล่าต้นสน หัวหน้ากลุ่มดีนจากกลุ่มนักล่าใบเมเปิ้ล หัวหน้ากลุ่มเอดจากกลุ่มนักล่าน้ำค้าง ทั้งสามคนก็มาด้วยเช่นกัน ทั้งสามรู้ดีว่าในตอนนี้สถานะของพวกเขานั้นเป็นรองไอแวนและคามิลลาแล้ว แต่แม้จะเป็นรองพวกเขา แต่อำนาจในฐานะหัวหน้ากลุ่มนั้นกลับไม่น้อยลง และตรงกันข้ามเลยคือ อำนาจพวกเขายิ่งมากขึ้นตามการขยายตัวของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน

ที่ผ่านมาหลายวันทั้งสามนั้นรับผิดชอบในเขตชุมชนผู้อพยพ แม้จะมีเรื่องวุ่นวายบ้าง แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในการควบคุม ซึ่งพวกเขาพอใจในตำแหน่งตรงนี้มาก เพราะมันสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากมายโดยไม่ต้องไปเสี่ยง

อาร์มันโด้เองก็ยินดีเนื่องจากมีคนมาคอยจัดการปัญหาให้ เพราะเขาเองก็ถนัดแต่ในเรื่องการต่อสู้ ส่วนเจียน่าก็มีงานมากเกินพอแล้ว

หลังจากสมบัติทั้งหมดถูกยกมารวมกัน พวกเขาก็ให้นักล่าที่มีประสบการณ์ในการณ์ในการประเมินมูลค่าสินค้าและคนที่แข็งแรงบางส่วนช่วยกันคัดแยกของทุกชิ้นที่ขนมา ซึ่งในนั้นรวมกับนักล่าทั้ง 10 ที่กับพวกเขาตั้งแต่แรกด้วย

เจียน่านั้นต้องคอยอยู่เพื่อควบคุมดูแล เนื่องจากของนั้นมีมูลค่าสูงมาก

ส่วนอาร์มันโด้นั้นออกไปกับไอแวนและคามิลลาเพื่อจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงที่พวกเขาไม่อยู่กับผู้นำกลุ่มอีกสามคน

ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงลูอิสกับพ่อบ้านเฟรดทั้งสองแยกไปที่โกดังที่ 4 พร้อมกับกองทัพอมตะ เพื่อเขาของบางอย่างเก็บ

“โกดังนี้ไม่มีใครแอบเข้ามา เอาไว้ตรงนี้น่าจะปลอดภัย” ลูอิสล้วงหยิบเอากล่องไม้ที่เก็บโครงกระดูกที่เก็บไว้ในช่องเก็บของผู้เล่นออกมา มันมีทั้งหมด 10 กล่อง ภายในเต็มไปด้วยกระดูกระดับสูงที่เอามาจากรังอันเดด

“คงต้องสั่งชุดเกราะมาอีกจำนวนมาก” พ่อบ้านเฟรดกล่าว

“นั้นไม่ใช่ปัญหา หลังจากนี่พ่อบ้านเฟรดจะต้องจัดการสร้างกองทัพอมตะขึ้นมาใหม่และใช้มันควบคุมดูแลในพื้นที่อันตราย รวมทั้งเป็นกองกำลังลับให้กับตระกูลแกริค”

“ขอรับ” พ่อบ้านเฟรดตอบรับคำ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า “หลังจากขึ้นเป็นบารอนท่านจะทำอย่างไรต่อ”

“พ่อบ้านคงอยากให้ฉันสร้างตระกูลแกริคขึ้นมาในใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเราจะเริ่มก่อตั้งที่คฤหาสน์ตระกูลแกริคขึ้นมาใหม่ แล้วก็เขตชุมชนผู้อพยพควรจะเปลี่ยนไปด้วย” ลูอิสกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง

...

คฤหาสน์ไวเคานต์คาริส

“เฮ้นายกลับมาแล้ว” ออสก้าโบกมือทักทายผู้พิทักษ์รีดินอย่างเป็นกันเอง

“ท่านไวเคานต์คาริสอยู่ที่ไหน” รีดินถาม

“ทักทายสักคำก็ไม่มี เอาเถอะ ท่านไวเคานต์คาริสอยู่ที่สวนด้านหลังกำลังอ่านรายงานและปรึกษาอยู่กับบารอนมิเกล” ออสก้าตอบ

“นายจะไปไหน” รีดินถาม เพราะหลังจากออสก้ากล่าวจบก็ทำท่าจะเดินออกไป

“ฉันก็ไปพักผ่อนนะสิ หลังจากรายงานเรื่องนั้น ฉันยังไม่ได้ไปไหนเลย” ออสก้ากล่าวจบก็หายตัวไปในทันที

...

ด้านหลังสวนของคฤหาสน์เป็นพื้นที่กว้างและมีต้นไม้ดอกไม้สวยงามจำนวนมาก ซึ่งหาได้ยากมากในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ บางทีที่นี่อาจจะเป็นสถานที่สวยงามมากที่สุดในเมืองเอลดิลเลยก็ว่าได้

ท่ามกลางสวนใจกลางมีศาลาที่พักขาดใหญ่อยู่หลังหนึ่ง มีทหารอยู่จำนวนหนึ่งคอยเดินตรวจตราอยู่รอบ ๆ

ผู้พิทักษ์รีดินเดินเข้าไปในทันที

“ตกลงเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ท่านช่วยเล่ารายละเอียดมาหน่อยได้หรือไม่” ไวเคานต์คาริสพูดขึ้น ส่วนบารอนริชแมนก็ดูจะสนใจ และไวเคานต์คาริสก็ไม่ได้คิดจะปิดบังเขา จึงนั่งฟังอยู่ด้วย

ผู้พิทักษ์รีดินพยักหน้าตกลง ก่อนจะเล่าเรื่องของลูอิสให้ฟังอีกครั้ง แต่รอบนี้ละเอียดมากขึ้นต่างจากรายงานของออสก้า ทำให้ทั้งไวเคานต์คาริสและบารอนมิเกลมีสีหน้าจริงจังกันขึ้นมาในทันที

“ไม่คิดว่าจะมีเด็กอัจฉริยะเกิดขึ้นมาในเมืองเอลดิลได้” ไวเคานต์คาริสถอนหายใจและพูดขึ้นมา

“แบบนี้เราจะทำยังไงต่อกันดี หรือว่าควรยกเลิกเรื่องตำแหน่งบารอนไปไม่” มิเกลถามด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย

“ใจเย็นก่อน แม้เด็กนั้นจะเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่ก็ไม่ได้เก่งกล้าเกินผู้ใหญ่ ก็แค่เด็กคนหนึ่งที่มีการเรียนรู้และความคิดที่สูงมาก ๆ เท่านั้น ในเมืองหลวงก็มีคนหนึ่งไม่ใช่หรือยังไง ดังนั้นเราไม่ควรจะตื่นกลัวจนเกินไป อีกอย่างการที่เป็นเด็กคนนี้ก็ถือว่าดีกว่ายกตำแหน่งให้คนธรรมดาพวกนั้น” ไวเคานต์คาริสกล่าวขึ้น

“ก็จริงของท่านไวเคานต์คาริส เด็กคนนั้นเป็นเชื้อสายขุนนางของตระกูลแกริค ดีกว่าเอาพวกคนธรรมดาพวกนั้นขึ้นมาเป็นบารอนเทียบกับพวกเรา แต่ว่ายังไงก็ต้องระวังไว้” บารอนมิเกลกล่าวอย่างเห็นด้วย

“แน่นอนเราจะหาทางจำกัดอำนาจของเด็กตระกูลแกริคนั้นไว้” ไวเคานต์คาริสพูดเสริมอย่างมั่นใจ

“แล้วเราต้องบอกเรื่องเด็กอัจฉริยะกับบารอนริชแมนกับบารอนเลนนี่ด้วยไหม” บารอนมิเกลเอ่ยถาม

“ท่านคิดว่ายังไง” ไวเคานต์คาริสถามกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เราควรเก็บไว้ก่อน” บารอนมิเกลเข้าใจความคิดของไวเคานต์คาริสในทันที

ผู้พิทักษ์รีดินนั่งอยู่ด้านข้างและจัดการกินอาหารบนโต๊ะขณะที่ฟังไปด้วย เขาไม่ได้กล่าวแทรกอะไรรวมถึงเตือนเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของลูอิสที่เห็นมาด้วย เพราะเขาเองก็มีความคิดเป็นของตนเองเช่นกัน

“ไปที่ส่วนกลางและเรียกทุกคนมาสรุปเรื่องรังอันเดดและเตรียมประกาศเรื่องการแต่งตั้งบารอนอย่างเป็นทางการ” ไวเคานต์คาริสกล่าวขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะพากันไปยังส่วนกลาง

แต่ด้านของผู้พิทักษ์รีดินเขาไม่ได้ไปด้วย กลับขอตัวไปพักผ่อนสักหน่อยหลังจากการออกไปด้านนอกเมืองหลายวัน

5 1 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด