ตอนที่แล้วบทที่ 706 ปรับสภาพร่างกาย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 708 คนเดียวกัน?!

บทที่ 707 หาวิธีริเริ่มในการโจมตี(ตอนฟรี)


บทที่ 707 หาวิธีริเริ่มในการโจมตี

“นายไม่รู้เหรอว่ามนุษย์เราสามารถมีอายุได้ถึงสี่ห้าร้อยปีเลยนะ!” เซียวหยูซวนถามด้วยรอยยิ้ม

จี้เฟิงหัวเราะและกล่าวว่า “ตามทฤษฎีแล้ว มันก็สามารถอยู่ได้นานขนาดนั้นจริงๆนั่นแหละนะ เพราะเซลล์ในร่างกายของมนุษย์แบ่งตัวได้ และทุกเซลล์ก็มีอายุขัยที่ยาวนานมากจริงๆ!”

“นายไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ซักหน่อย นายจะรู้ได้ไง?” ถงเล่ยย่นจมูกเล็กๆน่ารักของเธอ

จี้เฟิงหัวเราะและชี้ไปที่หัวของเขา “เพราะมีนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะอาศัยอยู่ในนี้น่ะสิ!”

“แหวะ!” ทั้งสองสาวเบะปากด้วยสีหน้าดูถูก

เมื่อเห็นว่าแฟนสาวทั้งสองคนไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด จี้เฟิงก็ทำได้เพียงยักไหล่และกางมือออกอย่างช่วยไม่ได้ ใครจะไปเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริง  และข้อมูลเหล่านั้นก็ถูกคำนวณโดยคนในกาแล็กซีแกมมามาอย่างละเอียดแล้ว อันที่จริง ถ้าระบบอ้างอิงเหล่านี้ถูกแทนที่โดยมนุษย์บนโลก คงจะดีที่จะมีชีวิตอยู่ถึงสามร้อยปี

แต่เขาไม่สามารถบอกเซียวหยูซวนและถงเล่ยเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังได้ เขาทำได้เพียงแค่ปล่อยให้พวกเธอคิดว่าเขาแค่คุยโว

อันที่จริงจี้เฟิงไม่ได้ตั้งใจจะพูดถึงหลักการเหล่านี้ในตอนแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำบางอย่าง เขาพยายามจะพูดถึงให้น้อยที่สุด แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้จะอยู่แค่ในหัวของเขาเท่านั้น และเขาก็ไม่จำเป็นต้องระแวงเซียวหยูซวนกับถงเล่ย ดังนั้นทุกครั้งที่มีปัญหาเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้ เขาก็จะให้คำตอบที่ถูกต้องเสมอ แต่มันดันให้ผลตอบกลับที่ตรงกันข้าม

เพราะหลังจากนั้นเซียวหยูซวนและถงเล่ยจะรู้สึกขบขันกับรูปลักษณ์ที่จริงจังของเขา และแน่นอนว่าพวกเธอจะคิดว่าเขาแค่คุยโว

สิ่งนี้ทำให้จี้เฟิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูกอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

“เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ ดูสิว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว...” จี้เฟิงกระแอมไอแห้งๆและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากโต๊ะข้างเตียงแล้วกดปุ่มเปิด/ปิด

ทันทีที่เครื่องเปิดรับสัญญาณได้ เสียง SMS ก็ดังขึ้นติดๆกันหลายครั้ง จี้เฟิงตกตะลึง “ข้อความเยอะแยะมาจากไหนกันเนี่ย?!”

โดยปกติแล้ว เวลาที่โทรศัพท์มือถือของเขาถูกเปิดไว้ตลอดทั้งวัน จะมีข้อความแค่สองสามข้อความหรืออย่างมากที่สุดก็จะมีคนโทรเข้าแค่สองสามสาย แต่ตอนนี้กลับแปลกมาก แค่ตลอดช่วงบ่าย กลับมีข้อความมาเยอะมาก!

จี้เฟิงรีบเปิดกล่องจดหมายและพบว่าข้อความเกือบทั้งหมดถูกส่งมาจากจี้ช่าวเหลย พี่ชายคนที่สองของเขา นอกจากนั้นยังมีหมายเลขที่ไม่รู้จักอีกหลายหมายเลข รวมๆกันแล้วน่าจะหลายสิบข้อความ!

จี้เฟิงเลือกมาหนึ่งข้อความและเปิดดู

< “น้องสาม นายกำลังทำอะไรอยู่? ทำไมถึงปิดเครื่องตอนกลางวันแสกๆ! ถ้าเห็นข้อความก็รีบโทรกลับหาฉันโดยเร็วที่สุด!” >

ข้อความนี้ถูกส่งมาจากพี่รองจี้ช่าวเหลย

จี้เฟิงยิ้มเล็กน้อย พี่รองยังคงเป็นคนใจร้อนจะเอาอะไรให้ได้เดี๋ยวนั้นไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

จี้เฟิงยังไม่คิดที่จะโทรกลับหาจี้ช่าวเหลยทันที เขาเปิดข้อความจากหมายเลขที่ไม่รู้จักดูอีกข้อความหนึ่ง

โดยมีความว่า < “หัวหน้าน้อย พวกเรามาถึงเจียงโจวแล้ว ถ้าเห็นข้อความนี้ โปรดโทรกลับหาพวกเราโดยเร็ว!” >

“หัวหน้าน้อย?!”

จี้เฟิงตกตะลึงขึ้นมาทันที คนที่เรียกเขาแบบนี้จะต้องเป็นคนจากหยานจิง และจะต้องเป็นคนของคุณปู่หรือไม่ก็บอดี้การ์ดของพ่อของเขาที่จะเรียกเขาแบบนี้ พวกเขามาที่เจียงโจว.... ?

ดวงตาของจี้เฟิงเบิกกว้างขึ้นทันที มีใครในครอบครัวของเขามาที่เจียงโจวหรือเปล่า?

เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ จี้เฟิงก็กดต่อสายไปหาจี้ช่าวเหลยพี่ชายคนที่สองของเขาทันที หากเป็นพ่อของเขาหรือคนอื่นมาที่เจียงโจว พี่รองจะต้องรู้อย่างแน่นอน บางทีที่พี่รองโทรหาเขาหลายต่อหลายสายพร้อมกับข้อความอีกสองสามข้อความอาจจะเป็นเรื่องนี้ด้วย

โทรศัพท์ถูกเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว และเสียงของจี้ช่าวเหลยก็ดังขึ้นทันที “น้องสาม! ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดโทรศัพท์ซักทีนะ! ฉันโทรหานายตลอดทั้งบ่าย เป็นร้อยสายได้แล้วมั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย ฉันลองโทรหาน้องสะใภ้ทั้งสองคนของฉันก็แล้ว แต่ก็ติดต่อใครไม่ได้เลย ขอร้องล่ะ อย่าบอกฉันนะว่านายทำกิจกรรมเข้าจังหวะตลอดทั้งบ่าย!”

“จะบ้าเหรอ!” จี้เฟิงได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น “ผมมีบางอย่างที่ต้องทำในช่วงบ่าย และไม่สะดวกที่จะให้ใครรบกวน เลยต้องปิดเครื่องไว้! ว่าแต่ที่พี่โทรมาเยอะแยะมากมายขนาดนี้ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?”

“เฮ้อ! เจ้าตัวยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย ในขณะที่คนอื่นเป็นกระวนกระวาย!” จี้ช่าวเหลยอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเล็กน้อยแล้วบอกว่า “นายไม่สังเกตเห็นอะไรเลยหรอช่วงนี้?”

“สังเกตเห็นอะไร?” จี้เฟิงถามอย่างสงสัย “พี่รอง จะพูดอะไรก็พูดมาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อม!”

“นายมาที่นี่สิ เกสต์เฮ้าส์ในเขตทหารถนนหูซ่งในเจียงโจว” จี้ช่าวเหลยกล่าว

“พี่รอง! มีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่า?” จี้ช่าวเหลยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวนายก็รู้เองถ้ามาถึงที่นี่!” จี้ช่าวเหลยกล่าว “อย่ามัวชักช้า รีบมาตอนนี้เลย!”

จี้เฟิงยังคงขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าเขาจะสงสัย แต่เขาก็พยักหน้าและพูดว่า “ตกลง ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ แต่น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่สิบนาทีนะ กว่าจะถึง!”

หลังจากวางสาย จี้เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมา “แปลก! แปลกมา! แค่ช่วงบ่ายวันนี้วันเดียวมีคนโทรหาฉันเยอะกว่าทั้งอาทิตย์รวมกันซะอีก แถมพี่รองก็ดูมีลับลมคมใน อารมณ์ก็เหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่...”

“เกิดอะไรขึ้น?” เซียวหยูซวนถามด้วยความเป็นห่วง

“ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ พี่รองบอกแค่ว่าไปถึงก็จะรู้เอง  แต่ฉันว่าน่าจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง...พวกเธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เราจะไปด้วยกัน!” จี้เฟิงกล่าว ในเมื่อแมงมุมขาวปรากฏตัวขึ้นและบุกมาหาเซียวหยูซวนอย่างอุกอาจขนาดนี้ เขาจึงไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป เขาจะไม่ทิ้งเซียวหยูซวนและถงเล่ยให้อยู่กันแค่สองคนที่บ้านแน่นอน!

“โอเค!”

แม้ว่าเซียวหยูซวนและถงเล่ยจะรู้สึกสงสัย แต่พวกเธอก็ไม่ได้ถามอะไรมากไปกว่านี้ และพวกเธอก็รู้สึกสบายใจกว่าหากได้ติดตามจี้เฟิงไป

“โอ้โห นี่เกือบจะทุ่มนึงแล้วนะเนี่ย!” เซียวหยูซวนที่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อดูเวลา และเธอก็ต้องตกใจ “เราหลับไปเกือบหกชั่วโมงแหนะ!”

จี้เฟิงหัวเราะ “ใช่ พวกเธอหลับไปหกชั่วโมง!”

ในกระบวนการปรับสภาพร่างกายของหญิงสาวทั้งสอง พวกเธออยู่ในสถานะหลับใหล แต่ในขณะนั้นจี้เฟิงไม่ได้นอนหลับหรือพักผ่อนไปด้วย แม้ว่าหลังจากที่ปรับสภาพร่างกายให้พวกเธอเสร็จแล้ว จี้เฟิงก็ยังเข้าไปภายใต้จิตสำนึกของเขา และยังคงฝึกยิมนาสติกชุดที่สองกับสมองหมายเลข 1 โดยไม่หยุดพัก

เซียวหยูซวนและถงเล่ยอ้าปากค้าง พวกเธอมีสีหน้าที่ค่อนข้างเขินอาย

ปกติแล้วพวกเธอไม่มีนิสัยชอบนอนขี้เกียจ แต่ตอนนี้พวกเธอกลับนอนกลางวันยาวนานถึงหกชั่วโมง ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่นานมากจริงๆ

เมื่อเห็นใบหน้าที่เขินอายของพวกเธอ จี้เฟิงก็อดหัวเราะไม่ได้ “เอาหน่า ไม่เห็นต้องอายเลย ปกติพวกเธอต้องตื่นแต่เช้า คอยเตรียมอาหารเช้าที่บ้าน และตอนนี้พวกเธอก็แค่พักผ่อนชดเชยช่วงที่ไม่ค่อยได้พักผ่อนแค่นั้นเอง และการปรับสภาพร่างกายมันก็ควรที่จะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว... เอาล่ะ เรารีบออกไปกันเถอะ ไปดูบรรยากาศข้างนอกว่าเป็นยังไงบ้างหลังจากที่ปรับสภาพร่างกายแล้ว จะได้รู้ด้วยว่าติดขัดตรงไหนยังไงหรือเปล่า!”

“อื้ม!” ดวงตาของถงเล่ยเป็นประกาย “ที่จริงฉันก็รู้สึกได้ตั้งแต่ตื่นมาซักพักแล้วล่ะ ไม่มีเสียงรบกวนหึ่งๆอีกแล้ว!”

“ใช่! ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน!” เซียวหยูซวนพูดอย่างมีความสุข “ฉันไม่ได้ยินเสียงรบกวนที่น่ารำคาญแล้ว เพียงแต่การได้ยินมันเหมือนจะดีกว่าเดิม!”

จี้เฟิงหัวเราะ “ดีแล้วๆ ถ้าอย่างนั้นก็ออกไปเทสสายตากันดูหน่อยมั้ย?”

เซียวหยูซวนและถงเล่ยหันมองหน้ากัน ก่อนจะหันกลับมามองจี้เฟิงและพยักหน้าพร้อมกันอย่างมีความสุข

“โอเค!”

จากวิลล่าของจี้เฟิงไปยังเกสต์เฮาส์เขตทหาร เป็นระยะทางที่ยาวไกลพอสมควร ถ้าเลือกถนนที่ผ่านเขตเมืองจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่งหรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่รถติดที่สุด ถ้าเป็นถนนที่ข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ก็แทบจะไม่ต้องขยับเลยทีเดียว

และไม่ว่าจี้เฟิงจะรีบร้อนแค่ไหน เขาก็ไม่ชอบไปยังถนนที่มีรถพลุกพล่าน เขาชอบขับรถบนถนนวงแหวนรอบนอกหรือแถบชานเมือง เพราะวงแหวนรอบนอกไม่เพียงแต่สะดวกและไม่มีปัญหาเรื่องรถติด ที่สำคัญกว่านั้นคือมันสะอาดมาก ทั้งยังทำให้เขาสามารถสงบสติอารมณ์และคิดเรื่องต่างๆได้ในขณะขับรถ

และวันนี้ การเลือกใช้ถนนวงแหวนรอบนอกในการเดินทางยังเหมาะสำหรับเซียวหยูซวนและถงเล่ย เพื่อให้พวกเธอได้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของร่างกาย

ทันทีที่พวกเขาออกจากพื้นที่ของวิลล่า เซียวหยูซวนและถงเล่ยก็ตื่นเต้นดีใจมาก พวกเธอพบว่าทัศนียภาพในสายตาของพวกเธอนั้นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่มีภาพทับซ้อนอีกต่อไป และในขณะเดียวกันพวกเธอก็พบว่าสายตาของพวกเธอนั้นดีขึ้นกว่าเดิมมาก ซึ่งทำให้หญิงสาวทั้งสองคนมีความสุขมาก

ท้ายที่สุดแล้ว การที่มองเห็นได้แต่ระยะใกล้เท่านั้นถึงจะชัด และต้องตั้งสมาธิอย่างมากเพื่อฟัง มันทำให้พวกเธอใช้ชีวิตลำบากและรู้สึกอึดอัดมากจริงๆ และในตอนนี้ ไม่ใช่แค่การใช้ชีวิตของพวกเธอนั้นกลับมาเป็นปกติ แต่มันยังดีขึ้นกว่าเดิมมาก แล้วจะไม่ให้พวกเธอมีความสุขได้อย่างไร?

“เล่ยเล่ย ดูสิ เห็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ตรงนั้นรึเปล่า ฉันแทบจะมองเห็นหน้าต่างด้านบนเลย!” เซียวหยูซวนชี้ไปที่หอส่งสัญญาณโทรทัศน์อย่างตื่นเต้น

“อื้ม! ฉันก็เห็นเหมือนกัน” ถงเล่ยพยักหน้าอย่างมีความสุข

เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นของแฟนสาวทั้งสองคน จี้เฟิงกลับอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาใส่ใจพวกเธอน้อยเกินไป ถ้าเขาใส่ใจพวกเธอให้มากกว่านี้ เขาก็สามารถค้นพบการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพวกเธอได้ตั้งแต่เนิ่นๆ....

จี้เฟิงเริ่มคิดแล้วว่าตอนนี้ชีวิตของเขากำลังดำเนินไปผิดรูปแบบรึเปล่า

นอกจากครอบครัวแล้ว เขายังต้องดูแลโรงงานยาและการวิจัยยาลดความอ้วนหมายเลข 53 ของโรงงานสาขาด้วย

เมื่อพูดถึงงานยุ่งๆของโรงงานผลิตยา จี้เฟิงไม่กล้าพูดว่าเขาทำงานหนักมากแค่ไหน เพราะเรื่องของโรงงานยาส่วนใหญ่ได้ฮั่นจงเป็นคนดูแล

ฉันคงจริงจังกับพวกหวางฉาวมากเกินไป!

จู่ๆจี้เฟิงก็ตระหนักได้ว่าตั้งแต่เขารู้ถึงการมีอยู่ของหวางฉาว เขาก็เริ่มมองหวางฉาวเป็นศัตรูที่ร้ายแรงถึงชีวิต และดูเหมือนว่า ไม่ว่าเขาจะทำอะไร เขาจะพิจารณาถึงอิทธิพลของหวางฉาวโดยไม่รู้ตัว...

เช่นเดียวกับตอนนี้ จี้เฟิงมักจะนึกถึงความปลอดภัยของเซียวหยูซวนและถงเล่ยก่อนเป็นอันดับแรกโดยไม่รู้ตัวในตอนที่เขาจะทำสิ่งต่างๆ และคิดถึงจุดประสงค์การมาเป็นอาจารย์ที่สหพันธ์มหาวิทยาลัยของแมงมุมขาว และเขาจะต้องระแวดระวังอยู่เสมอ

นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เวิร์ค!

จี้เฟิงรู้สึกว่าเขาควรเปลี่ยนวิธีจากตั้งรับและคอยระวัง เป็นแอคทีฟให้มากขึ้น เขารอแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว จะต้องหาทางที่จะเป็นฝ่ายเริ่มบ้างได้แล้ว!

“การจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของแมงมุมขาว มันอาจจะใช้พลังงานมากเกินไป... เป็นไปได้ไหมที่จะคิดหาวิธีที่จะเปิดโปงใบหน้าที่แท้จริงของแมงมุมขาว!” จี้เฟิงคิดกับตัวเองอย่างมืดมน

ทันใดนั้นจี้เฟิงก็ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะทำแบบนั้นได้ เขาก็ต้องค้นหาที่มาของแมงมุมขาวก่อนอยู่ดี และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเรื่องนี้ด้วยตัวเองคนเดียว

“รอเจอพี่รองก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” จี้เฟิงตัดสินใจอย่างลับๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา จี้เฟิงและแฟนสาวทั้งสองคนของเขาก็มาที่เกตต์เฮาส์เขตทหารหูซ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็นจี้ช่าวเหลย เขาก็ต้องตกตะลึง

เพราะข้างหลังของจี้ช่าวเหลยยังมีคนอยู่อีกหลายคน!

…จบบทที่ 707~❤️

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด