ตอนที่แล้วตอนที่ 119 เส้นทางอันตราย 3
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 121 ลึกลงไปเรื่อย ๆ 1 (อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 120 เหล่าโครงกระดูกในรังอันเดด(อ่านฟรี)


ตอนที่ 120 เหล่าโครงกระดูกในรังอันเดด

พวกเขาทุกคนรีบตามลูอิสไป เมื่อไปถึง พวกเขาก็เห็นว่าตอนนี้ตัวเองนั้นตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมโครงกระดูกอันเดด แม้จะเป็นโครงกระดูกทั่ว ๆ ไปที่มีพลังแข็งแกร่งกว่าครึ่งดาวครึ่งขั้น แต่กลับมีจำนวนมหาศาลยากจะฆ่าให้หมดง่าย ๆ

“ท่านลูอิสเราต้องสร้างที่ว่างให้พอจะต่อสู้ได้” เจียน่ากล่าว

“ท่านลูอิสเนินนั้น” คามิลลาชี้ไปยังเนินหินด้านหนึ่ง

เขาพยักหน้าตกลง คนอื่น ๆ ก็เข้าใจไม่ต้องพูดอะไรมาก พวกเขารีบสร้างทางและวิ่งไปทางนั้นทันที แต่แล้วไอแวนก็พลาดโดนโครงกระดูกอันเดดใช้เหล็กแหลมขึ้นสนิมเสียบเข้าที่ข้างลำตัว ไม่ใช่ว่าไอแวนไม่ระวัง แต่มันชุนมุนเกินไปจึงยากจะหลบได้ทั้งหมด

“อ้า!” ไอแวนร้อง แต่ก็รีบกัดฟันใช้ดาบฟันโครงกระดูกตัวนั้นจนแตกเป็นชิ้น ๆ ไฟอันเดดพังทลายตายไปเป็นกองกระดูก

“อย่าพึ่งดึงออก มาเร็ว!” คามิลลาเข้ามาช่วยไอแวนและห้ามเขาดึงเหล็กออก เพราะจะทำให้เสียเลือดมากขึ้น

ไอแวนแม้จะเจ็บ แต่ก็ยังช่วยเหลือตัวเองได้ พอคามิลลามาและช่วยจัดการกับโครงกระดูกที่กำลังโจมตี ทั้งสองจึงตามกลุ่มมาได้ทัน

“ฆ่าทุกตัวที่เข้ามา” พ่อบ้านเฟรดสั่งให้ทหารโครงกระดูกในชุดเกราะทั้ง 40 ตนของตัวเองยึดพื้นที่รอบ ๆ เนินหินและต่อสู้กับฝูงโครงกระดูกอันเดดทั่ว ๆ ไป

ทหารโครงกระดูกและโครงกระดูกอันเดดทั่วไปนั้นมีลักษณะและความแข็งแกร่งคล้าย ๆ กัน แต่เพราะทหารโครงกระดูกของพ่อบ้านเฟรดได้เปรียบนั้นก็เพราะทหารโครงกระดูกของเขาใส่เกราะเหล็กทั้งชุดและยังต่อสู้กันราวกับเป็นกองทัพ จึงป้องกันการโจมตีและสู้กลับไปได้อย่างเหนือกว่าโครงกระดูกอันเดดทั่วไปพวกนี้ที่พวกมันโจมตีกันโดยไม่มีใครคอยควบคุม

การช่วยเหลือของกองทัพอมตะทำให้ทุกคนได้พักหายใจบ้างเล็กน้อย

“ดื่มนี่ซะ” อาร์มันโด้โยนขวดโพชั่นพลังงานให้ไอแวน ไอแวนรับมาและรู้ว่าสิ่งนี้มีค่าแค่ไหน เพราะหลังจากที่กลายเป็นผู้เล่นและทำความรู้จักกับลูอิส ไอแวนและอีกสองคนคือ คามิลลากับดีแลนก็ได้รู้ว่ามีโพชั่นสองชนิดคือโพชั่นชีวิตและโพชั่นพลังงานที่ถือเป็นสิ่งมีค่ามาก มันไม่ต่างจากยาวิเศษเลยก็ว่าได้

“คามิลลาช่วยดึงเหล็กออกขณะที่เขาดื่ม” อาร์มันโด้บอก ก่อนจะกระโดดลงจากเนินไปถล่มโครงกระดูกอันเดดช่วยพ่อบ้านเฟรดอีกแรง

คามิลลายินดีช่วย เธอดึงเหล็กออกมา สีหน้าของไอแวนบิดเบี้ยวทันที แต่คามิลลากลับยิ้มออกมาเล็กน้อยกับความทรมานของไอแวน ก่อนที่เธอจะปาเหล็กนั้นไปราวกับหอกเสียบโครงกระดูกอันเดดสามตัวรวดและพุ่งเข้าไปจัดการพวกมัน

“บัดซบ” ไอแวนสบถ ก่อนจะรีบดื่มโพชั่นลงไป บาดแผลของเขาถูกรักษาอย่างรวดเร็วในทันที ไอแวนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เขาก็ไม่มีเวลามานั่งพัก เพราะต้องรีบลงไปช่วยคนอื่น ๆ

ด้านดีแลนตอนนี้ได้ลงมือพร้อมกับเจียน่า ทั้งสองกลายเป็นมนุษย์หมาป่าและเข้าโจมตีพร้อมกับสัตว์อัญเชิญ พวกเขาทั้งสองอาศัยความเร็วสังหารทหารโครงกระดูกที่ฆ่าได้ง่ายและเร็วที่สุด ทำให้การฆ่าของทั้งสองนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะเจียน่าที่การฆ่านั้นเหนือกว่าและชำนาญกว่าดีแลนมาก

แต่ยังไงต่อให้สู้พวกเขาก็ยังเหนื่อยกัน เพราะโครงกระดูกอันเดดนั้นมีจำนวนมหาศาลจริง ๆ แต่ในตอนนั้นลูอิสที่อยู่หลังทุกคนก็ลงมือเช่นกัน

“ต้องใช้บัพให้พวกเขา” ลูอิสเริ่มจากบัพของพาราดินก่อนในทันที

“การปกป้องแห่งศรัทธา”

“สายลมแห่งศรัทธา”

“พลังโทสะของผู้ศรัทธา”

“การตอบรับของเปลวไฟ”

ออร่าจากทักษะพาราดินที่ลูอิสใช้ออกไปปกคลุมตัวทุกคนอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าทุกคนที่ว่านั้นไม่รวมกองกำลังอมตะของพ่อบ้านเฟรดหรือสัตว์อัญเชิญเนื่องจากพวกมันนั้นไม่นับอยู่ด้วย แต่ถือเป็นสิ่งกำเนิดจากทักษะ

เขายังใช้ทักษะของสายอาชีพจอมเวทย์ด้วย

“พรแห่งเปลวไฟ” แม้ไฟจะไม่ค่อยมีผลกับโครงกระดูกอันเดดมากนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี เพราะมันช่วยเพิ่มผลให้ระดับทักษะการตอบรับของเปลวไฟ

ลูอิสเปลี่ยนสายอาชีพไปเป็นดรูอิดต่อเนื่องกันทันที

“ทักษะอัญเชิญ ต้นโอ๊กแห่งปัญญา”

ทันในนั้นด้านหลังของลูอิสก็มีต้นกล้าหนึ่งงอกออกมา ก่อนที่มันจะเติบโตด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เพียงแต่ 3 วินาทีก็กลายเป็นต้นไม้ยักษ์ แต่ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นต้นไม้ที่แท้จริง แต่คือต้นไม้ที่ได้รับการอัญเชิญมา

ต้นโอ๊กแห่งปัญญาเป็นหนึ่งในทักษะอัญเชิญที่ลูอิสเห็นค่ามากที่สุดของสายอาชีพดรูอิด

[ต้นโอ๊กแห่งปัญญา lv.1] – อัญเชิญต้นโอ๊กแห่งปัญญาเพื่อบัพ พละกำลัง ความชำนาญ ความทนทาน และสติปัญญาให้กับฝ่ายของตนเอง ใช้พลังงาน 4 หน่วย ใช้ 3 ศักยภาพในการเรียนรู้ ใช้ 6 แต้มศักยภาพในการพัฒนาเป็น lv. 2

ใบของต้นโอ๊กแห่งปัญญาสั่นไหวเบา ๆ ทำให้มีแสงสว่างรอยออกมาจากใบคล้ายกลุ่มแสงหิ่งห้อย ซึ่งสวยงามตัดกับบรรยากาศที่มืดรอบด้านและเต็มไปด้วยการโจมตีของทหารโครงกระดูกมาก แม้แต่ไฟจากสปอร์ตไลน์ก็ดูด้อยค่าลงไปเลย

แสงเล็ก ๆ เหล่านั้นตกลงบนตัวของทุกคน ก่อนจะทำการบัพให้ตามผลของทักษะ ซึ่งทักษะพวกนี้สามารถซ้อนทับกันได้ เพราะมาจากคนละสายอาชีพกัน นี่นับเป็นสุดยอดความโกงอีกอย่างหนึ่งของลูอิสเลยก็ว่าได้

ทุกคนรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากของตนเอง ถ้าพวกเขาสู้กับตัวเองในก่อนหน้าที่จะได้บัพ ตัวพวกเขาในตอนนี้สามารถชนะตนเองก่อนหน้านั้นได้อย่างแน่นอน

“ฆ่าพวกมัน!”

“สังหารให้หมด”

ทุกคนตะโกนออกมาตาม ๆ กัน อาร์มันโด้ก็ถือโอกาสใช้บัพสายอาชีพคนเถื่อนร่วมด้วยเช่นกัน นั้นยิ่งทำให้พวกเขาทรงพลังเข้าไปอีก

ในตอนนี้พอได้รับแสงสว่างจากจุดแสงเล็ก ๆ ของต้นโอ๊กแห่งปัญญาก็ทำให้การต่อสู้เป็นได้อย่างง่ายขึ้น

“ในเมื่อใช้แล้วก็อัญเชิญมาให้หมดเลย” ลูอิสเผยสีหน้ามุ่งมั่น ยกมือใช้ทักษะอัญเชิญต่อ เพราะเขาตั้งใจเรียนทักษะพวกนี้มาก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช้คงเสียดายแย่เลย

“อัญเชิญเถาวัลย์พิษ”

“อัญเชิญหมาป่าวิญญาณ”

ลูอิสอัญเชิญออกมาสองอย่างคือเถาวัลย์พิษและหมาป่าวิญญาณ เถาวัลย์พิษเป็นลักษณะเถาวัลย์จำนวนมากที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินและรัดตัวของโครงกระดูกอันเดดพร้อมกับทำลายดวงไฟของพวกมันไปด้วย ซึ่งเถาวัลย์พิษนั้นไม่ได้มีความสามารถฆ่าศัตรูแบบโครงกระดูกได้มากนัก เนื่องจากมันไม่มีเลือดเนื้อ ทำให้พิษทำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ยังมีประโยชน์อยู่นั้นก็คือ การทำให้พวกมันเคลื่อนที่ได้ช้าลง

เถาวัลย์พิษที่ถูกอัญเชิญมาพันรัดโครงกระดูกอันเดดหลายสิบตัวพร้อม ๆ กันและยังเหนี่ยวรั้งตัวอื่น ๆ ด้วย

ส่วนหมาป่าวิญญาณนั้นกลับต่างออกไป มันกลับเป็นหมาป่าในลูกลักษณ์ของวิญญาณ ซึ่งไม่มีความสามารถโจมตีกายภาพ และการโจมตีกายภาพก็ทำอะไรมันไม่ได้ช่วยเช่นกัน แต่มันก็ยังสามารถโจมตีวิญญาณได้

และวิญญาณของพวกโครงกระดูกก็คือดวงไฟภายใต้ซี่โครงของพวกมันที่ทำให้โครงกระดูกทั่วไปเหล่านี้ลุกขึ้นมาได้

หมาป่าวิญญาณทำท่าหอน แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา แน่นอนว่าพวกเขาคนปกติไม่รับรู้ แต่ดรูอิดและหมาป่าจันทรานั้นรู้ได้

โดยตอนนี้มีหมาป่าจันทราสามตัวคือหนึ่งตัวของลูอิส หนึ่งตัวของดีแลนและอีกหนึ่งตัวของเจียน่าที่เรียนหลังจากเลเวล 14 แล้ว

โบ๋ววววว.....

หมาป่าจันทราทั้งสามตัวหอนออกมาพร้อม ๆ กันราวกับมันได้ยินเสียงของหมาป่าวิญญาณ ก่อนที่พวกมันจะโจมตีพวกโครงกระดูกอันเดดอย่างดุเดือดยิ่งขึ้น

หมาป่าวิญญาณก็ลงมือมันกระโจนใส่โครงกระดูกอันเดดและเก็บเกี่ยวดวงไฟของพวกมันไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้มันแทบจะกลายเป็นนักล่าที่น่ากลัวของพวกทหารโครงกระดูก

แม้แต่ลูอิสก็ยังทึ่งกับความสามารถของหมาป่าวิญญาณ แต่พอลูอิสสังเกตเห็นก็เหมือนจะรู้สาเหตุ เพราะดวงไฟวิญญาณของโครงกระดูกอันเดดไม่ไม่มีร่างเนื้อปกป้องทำให้หมาป่าวิญญาณพุ่งเข้าไปและดึงเขาดวงไฟออกมาจากช่องว่างง่าย ๆ ซึ่งโครงกระดูกอันเดดพวกนี้ไม่อาจจะทำอะไรได้เลย

ลูอิสเปลี่ยนกลับเป็นพาราดินและเข้าช่วยสังหารทหารโครงกระดูกอย่างต่อเนื่อง

โครงกระดูกอันเดดต่อให้มีมากแค่ไหน แต่ถ้าโดนฆ่าอย่างต่อเนื่องยังไงก็ยอมต้องมีวันหมด ไม่ว่าพวกโครงกระดูกเข้ามาเท่าไหร่ก็ตายเท่านั้น

โครงกระดูกอันเดดกลายเป็นทับถมกันมากขึ้นเรื่อยจน จนพื้นด้านล่างเนินหินแทบจะขึ้นมาเสมอกับเนินหินที่พวกเขายืนอยู่แล้ว จนในที่สุดโครงกระดูกตัวสุดท้ายก็ตายลงไป

“สำเร็จ”

“พวกโครงกระดูกชั้นนี้ตายหมดแล้ว”

พวกเขาปาดเหงื่อบนใบหน้าด้วยสีหน้าเหนื่อยหอบ ตามตัวมีบาดแผลจำนวนมากมีทั้งลึกและไม่ลึก ลูอิสหยิบเอาโพชั่นแก้พิษสีม่วงออกมาแบ่งให้ทุกคนดื่ม เพราะการโจมตีของโครงกระดูกบางตัวนั้นมีพิษซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่อาร์มันโด้เคยโดนจนเกือบตายมาก่อน

หลังจากบาดแผลได้รับการแก้พิษ ลูอิสก็ใช้ทักษะรักษาพวกเขาแทนโพชั่นพลังชีวิตในทันที

“คำอธิษฐาน” ลูอิสหลับตาลงพร้อมกับใช้ทักษะคำอธิษฐานแสงออร่าการรักษากระจายมาจากตัวของลูอิสชะล้างบาดแผลของพวกเขา จนแผลนั้นรักษาด้วยตาที่มองเห็น

“ขอบคุณท่านลูอิส” พ่อบ้านเฟรดก้มหัวกล่าวของคุณจากใจจริง การได้รับการรักษาในโลกนี้มันมีค่าไม่น้อยไปกว่าคนที่หยิบยื่นชีวิตให้เลย

อาร์มันโด้ เจียน่า ไอแวน คามิลลา ดีแลน ก็ก้มหน้ากล่าวขอบคุณตามพ่อบ้านเฟรดเช่นกัน

“อืม” ลูอิสพยักหน้ารับ

หลังจากบาดแผลหายกันแล้ว พวกเขาก็ไม่หยุดมือเริ่มทำการตรวจไปรอบ ๆ ชั้นทำให้เจอกับทางลงไปด้านล่างอีกชั้น ซึ่งทำให้แน่ใจแล้วว่าตอนนี้พวกเขาลงมาที่โถงถ้ำชั้นหลักไหนสักแห่ง แต่จากการคาดเดาแล้วน่าจะอยู่ที่ชั้น 5-6 ในรังอันเดดแน่นอน

นอกจากเจอทางลงไปชั้นต่อไป พวกเขาก็เจอกับของมีค่าทั้งพวกทองคำ เครื่องประดับและอาวุธมากมาย ยังมีพวกวัตถุโบราณด้วย แม้แต่อาหารกระป๋องพวกเขายังเจอเลย

ทั้งหมดช่วยกันเก็บและรวบรวมพวกเขาเข้ามากัน

พ่อบ้านเฟรดก็สั่งให้กองทัพอมตะช่วยด้วยหลังจากที่เขาสั่งให้มันช่วยกันเอาเหล็กแหลมและอาวุธกระดูกของพวกโครงกระดูกอันเดดออกจากเกราะแล้ว เพราะตอนที่สู้โครงกระดูกอันเดดแม้จะฆ่ากองทัพอมตะไม่ได้ แต่ก็ฝากอาวุธไว้เต็มตัว บางตัวยังกับเม่นไม่มีผิด

ยังดีที่รอยฉีกของเกราะนั้นไม่ใหญ่และทุกตัวนั้นมีผ้าคลุมทำให้ปกปิดได้ไม่ยาก อีกอย่างในนี้ไม่มีใครมาสนใจเรื่องนี้ ยิ่งสามคนมาใหม่อย่างไอแวน คามิลลาและดีแลนพวกเขายิ่งไม่กล้า เพราะกลัวพ่อบ้านเฟรดมาก

ต้นไม้โอ๊กแห่งปัญญายังคงอยู่ เพราะมันเป็นต้นไม้อัญเชิญ จึงมีแสงมากพอ

ของที่รวมมาได้ เมื่อประเมินจากสายตาก็ราว ๆ 100,000-150,000 เบลเลยทีเดียว บางอย่างอาจจะมากกว่านั้นถ้าขายถูกที่

หลังจากรวบรวมได้แล้วพวกเขาก็นั่งพักกันที่นี่ให้หายเมื่อยล้า ก่อนจะเริ่มลงไปลุยยังชั้นต่อไป เป้าหมายของพวกเขาคือชั้นสุดท้าย คลังสมบัติที่แท้จริงของรังอันเดด

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด