ตอนที่แล้วย้อนเวลากลับสู่วันโลกาวินาศ ตอนที่ 31  ฐานบัญชาการ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปย้อนเวลากลับสู่วันโลกาวินาศ ตอนที่ 33  เข้ายึดโรงอาหารแต่กลับเจอเรื่องประหลาด

ย้อนเวลากลับสู่วันโลกาวินาศ ตอนที่ 32  ช่วงเวลาแห่งการล่าสังหาร


ตอนที่ 32  ช่วงเวลาแห่งการล่าสังหาร

ณ ด้านหน้ามหาลัย

ในที่สุดกองทัพตระกูลหลินก็มาถึงทางเข้ามหาลัยหลินฮวา ด้านหน้ามหาลัยก็เป็นแบบจุดอื่นๆ ที่กองทัพตระกูลหลินเดินทางผ่านมา สภาพด้านหน้าเต็มไปด้วยเลือดและชิ้นส่วนมนุษย์จำนวนมาก ฉากแบบนี้เป็นฉากที่เคยจะเห็นได้แต่ในหนังซอมบี้หรือหนังสยองขวัญ หากไม่เกิดวันโลกาวินาศขึ้น ก็คงไม่มีวันเห็นฉากแบบนี้ในโลกความเป็นจริง

ส่วนพวกซอมบี้ด้านหน้าประตูทางเข้าก็มีอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยปืนขนาดลำกล้อง 12.5 มม. บนรถฮัมวี่ และปืนไรเฟิลในมือของทหาร พวกมันก็เป็นเพียงเป้าที่เอาไว้ยิ่งเท่านั้น ซอมบี้ระดับที่ 1 เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังทำลายล้างของปืน พวกมันก็เป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีอันตราย

“สั่งให้ทหาร 1 หน่วยและรถฮัมวี่ 2 คัน ปกป้องประตูทางเข้าเอาไว้ หากมีอะไรเกิดขึ้นพวกเราจะได้หนีออกมาทัน”

หลินฟานออกคำสั่งต่อเจียงเป่า

ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาของหลินฟานในวันโลกาวินาศ การต่อสู้ที่ดีไม่ใช่เพียงแค่ฆ่าศัตรูให้มากที่สุด แต่มันต้องเป็นการต่อสู้ที่ต้องเสียหายให้น้อยที่สุดด้วย เพราะงั้นทางหนีทีไล่จึงเป็นสิ่งแรกๆ ที่สมควรมองหาเอาไว้ก่อนเริ่มการต่อสู้

อีกอย่าง การวางทหารเอาไว้ที่นี่ก็จะเป็นแนวป้องกันพวกมนุษย์ด้วย อีกไม่นานคงมีมนุษย์หลายกลุ่มปรากฏขึ้น และพวกนั้นอาจจะสร้างปัญหาให้หลินฟานในระหว่างการจัดการกับกองทัพซอมบี้ได้ หลินฟานจึงต้องป้องกันเอาไว้ก่อน

“ครับ!”

เจียงเป่าตอบรับ

เมื่อได้รับคำสั่งให้สั่งให้เฝ้าประตูเอาไว้ เจียงเป่าก็จัดการอย่างรวดเร็ว โดยทหารที่เฝ้าประตูมีทหารจำนวน 20 คน และมีรถฮัมวี่อยู่ 2 คัน ส่วนเรื่องอาวุธ เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงเพราะทหารแต่ละคนมีอาวุธครบมือกันอยู่แล้ว หากไม่เจอซอมบี้นับพันตัววิ่งเข้าหาพร้อมๆ กัน ก็คงไม่มีอะไรทำร้ายทหารพวกนี้ได้

เมื่อจัดการเรื่องหน้าประตูเรียบร้อย กองทัพก็เริ่มเคลื่อนขบวนต่อ ระหว่างทางมีการฆ่าซอมบี้ตลอดทาง บ้างก็ใช้ปืนยิง บ้างก็ใช้รถชน พวกซอมบี้ต่างก็โดนฆ่าตายทั้งหมดหากพวกมันเสนอหน้ามาขวางทางกองทัพ

อีกอย่าง ภายในมหาลัยหลินฮวา กองทัพตระกูลหลินสามารถเคลื่อนกองกำลังได้เร็วมากเพราะที่นี่ไม่มีซากรถแบบบนถนน ไม่นานพวกเข้าก็เดินทางมาถึงโรงอาหารที่เป็นเป้าหมาย

รอบๆ โรงอาหารเต็มไปด้วยซอมบี้จำนวนมาก

มองคร่าวๆ พวกมันไม่น่าจะต่ำกว่า 500 ตัว เหล่าซอมบี้ต่างก็หันมาทางกองทัพเมื่อพวกมันได้ยินเสียงรถ

หลินฟานมองพวกมันอยู่สักพัก และเงยหน้ามองท้องฟ้า เวลานี้เป็นเวลา 18.30 น. ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว หากใช้ปืนก็คงกวาดล้างพวกมันได้อย่างรวดเร็ว แต่หลินฟานอยากได้พลังวิญญาณจากพวกมันเหล่านี้

อีกอย่าง ซอมบี้ประมาณ 500 ตัวจะเป็นตัวฝึกอย่างดีให้กับเหล่าทหาร ศึกครั้งนี้จะเป็นศึกขนาดเล็กเพื่อฝึกทหารก่อนเข้าศึกขนาดใหญ่

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ซอมบี้ระดับ 1 เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินฟานพวกมันเป็นเพียงพวกกระจอกก็จริง แต่ต่อหน้าคนอื่นๆ มันไม่ใช่ หลินฟานรู้ระยะโจมตี รู้ความเร็ว รู้ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของพวกมันเป็นอย่างดี

แต่กลับคนอื่นๆ กลับพวกทหารในกองทัพตระกูลหลิน พวกเขายังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับซอมบี้ พวกทหารรู้แค่ว่า พวกมันกลายพันธุ์มาจากมนุษย์และข้อมูลพื้นฐานนิดหน่อย และตลอดทางที่เดินทางมายังมหาลัยหลินฮวา พวกทหารก็ใช้แต่ปืนในการกำจัดพวกมัน

เมื่อใช้ปืนที่เป็นอาวุธโจมตีระยะไกลโจมตีพวกซอมบี้ มันก็จะไม่ค่อยมีแรงกดดันมากนัก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าใกล้ๆ เมื่อต้องใช้อาวุธประชิดในการฆ่า พวกซอมบี้จะสร้างแรงกดดันให้มากกว่าใช้ปืนโจมตีเยอะ

หลังชั่งใจอยู่นานว่าจะเอายังไง หลินฟานก็พูดขึ้นว่า

“สั่งให้ทหารหน่วยสู้ระยะประชิดเตรียมตัวออกสู้ พวกเราจะสู้ระยะประชิด”

“ครับ!!”

เจียงเป่า และจางหยางที่ยืนอยู่ตอบรับพร้อมกัน

ไม่นานคำสั่งก็ออกไป จากนั้นก็มีทหารถือดาบและโล่เดินออกมารวมตัวกันเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ ทหารที่ยืนต่อหน้าหลินฟานเป็นทหารกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิกอยู่ประมาณ 500 คน บางคนถือโล่วิญญาณพร้อมมีดทหารในมือ บางคนก็ถือดาบวิญญาณในมือ

เหตุผลที่มีคนถือโล่วิญญาณและมีดทหารก็เป็นเพราะว่า อาวุธอย่างดาบวิญญาณมีจำกัด เพราะงั้นพวกที่ไม่ได้ดาบวิญญาณก็เลยต้องใช้โล่วิญญาณในการฆ่าเพื่อเอาพลังวิญญาณ

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า โล่วิญญาณเองก็เป็นอาวุธได้เหมือนกัน เพราะหากใช้โล่วิญญาณปลิดชีพสิ่งมีชีวิต คนคนนั้นก็จะได้พลังวิญญาณเพื่ออัพเลเวลเหมือนกัน ถึงจะเอาไปใช่ไม่ถูกประเภทเท่าไหร่แต่ตอนนี้อะไรใช้ได้หลินฟานก็จะใช้หมด

หลินฟานกวาดตามองทหารด้านหน้า จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“ หลายคนในกองทัพตอนนี้คงไม่ได้รับน้ำยาป้องกันการติดเชื้อ หลายคนอาจกำลังกลัวอยู่ว่า ถ้าติดเชื้อชีวิตคนข้างหลังของตัวเองจะเป็นยังไง พ่อ แม่ ภรรยาและลูกๆ  คนเหล่านั้นจะทำยังไงหากไม่มีตัวเอง

“ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไป ในเมื่อพวกนายเป็นทหารของตระกูลหลิน ทำเพื่อตระกูลหลิน และตายเพื่อตระกูลหลิน ฉันในฐานะผู้นำตระกูลหลินก็จะเห็นครอบครัวของพวกนายเป็นเหมือนกับครอบครัวของฉันเอง

“พวกเขาจะได้รับอาหาร ได้รับที่พัก ได้รับความปลอดภัย คนข้างหลังของพวกนายจะไม่โดนทิ้งหรือใช้ชีวิตลำบากหลังพวกนายตายไป ฉันรับปากไม่ได้ว่าจะดูแลพวกเขาไปตลอดได้หรือเปล่า แต่หากฉันยังมีชีวิต!! หากฉันยังไงตาย!! ฉันก็จะทำหน้าที่ดูแลพวกเขาแทนที่พวกนายที่ตายไป!!”

หลินฟานเคยผ่านช่วงเวลาแห่งการปลุกใจในการต่อสู้มาเยอะ ทำให้เมื่อถึงเวลาปลุกไฟในกานก่อนต่อสู้ หลินฟานจึงสามารถลื่นไหลราวกับสายน้ำ

แต่สิ่งที่หลินฟานพูดไม่มีเรื่องโกหกอยู่เลย หากทหารคนไหนตายไปในระหว่างทำหน้าที่รับใช้ตระกูลหลิน หลินฟานก็จะดูแลพวกคนที่อยู่ข้างหลังของทหารเหล่านั้นจริงๆ

เมื่อพวกทหารได้ยินหลินฟานพูด พวกทหารก็เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อครู่พอสมควร แต่ความกลัวก็ยังไม่หายไปทั้งหมด โดนกัดเท่ากับตาย โดนขวนเท่ากับตาย เมื่อความตายมาอยู่ต่อหน้าและยังสามารถตายได้ง่ายๆ ใครมันจะไม่กลัวกัน

เมื่อพูดจบ หลินฟานก็ออกคำสั่งต่ออันเดดหมายเลข 001 ที่นั่งอยู่บนรถบรรทุก อันเดดมีแสงสีขาวปรากฏในดวงตาทั้งสองของมัน จากนั้นก็เดินลงจากรถบรรทุกตรงไปยังพวกซอมบี้ที่กำลังเดินเข้าหากองทัพ

หลินฟานเองก็เดินตามมันไปด้วยเช่นกัน

ในมือขวาของหลินฟานถือดาบวิญญาณเอาไว้ ส่วนในมือซ้ายของเขาก็ถือโล่วิญญาณเอาไว้ หลินฟานค่อยๆ เดินตามอันเดดไปยังกลุ่มซอมบี้ด้วยอาวุธที่ครบมือ

พวกทหารหน่วยต่อสู้ระยะประชิดเมื่อเห็นดังนั้น พวกเขาก็เริ่มทำตามเช่นกัน ทหารถือโล่วิญญาณได้เดินนำเป็นแนวหน้าอย่างช้าๆ ทหารทุกคนต่างเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน ถึงพวกเขาจะเป็นทหารแต่การต่อสู้ที่พวกเขาเจอส่วนมากก็คือสู้ด้วยปืน

สู้ระยะประชิดแบบนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่

และเมื่อไม่ค่อยได้เจอกับการต่อสู้ระยะประชิดที่เดิมพันด้วยความเป็นและความตาย การต่อสู้ระยะประชิดครั้งนี้จึงสร้างแรงกดดันต่อพวกทหารเป็นอย่างมาก

“ฉิบหายแล้ว!! ทำไมคุณหลินออกไปเองแบบนั้น!!”

เจียงเป่าตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

จางหยานส่ายหน้า

“นายถามฉันแล้วฉันจะไปทำถามใคร แต่ก็ไม่ต้องห่วงไป ยังไงคุณหลินก็ได้รับน้ำยาป้องกันไวรัสไปแล้ว โดนกัดหรือโดนข่วนคงไม่ติดเชื้อ อีกอย่าง หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นพวกเราก็แค่ใช้ปืนเพื่อหยุดสถานการณ์ก็ได้”

“แต่นั้นมันก็อันตรายเกินไป…”

เจียงเป่ายังเป็นกังวลอยู่

หากหลินฟานตายไปก็ไม่ต่างอะไรจากตระกูลหลินล่มสลาย เมื่อเวลานั้นมาถึงตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 4 ก็จะไม่ใช่ทองแผ่นเดียวกันอีกต่อไป

จางหยานส่ายหน้า แล้วพูดขึ้นว่า

“ดูต่อไปเถอะ คุณหลินคงไม่โง่เดินเข้าไปตายหรอก”

เจียงเป่าพยักหน้า เขาคิดว่าสิ่งที่จางหยานพูดออกมาเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ด้วยความฉลาดของหลินฟานที่แสดงออกมา เขาก็คงไม่เข้าไปตายจริงๆ

ทางด้านของหลินฟาน เมื่ออันเดด 001 เดินถึงซอมบี้ตัวแรก อันเดด 001 ก็ยกมีดกระดูกในมือของมันขึ้น จากนั้นแทงเข้าไปที่หัวของซอมบี้

ฉวบ!

ซี้!!!

เลือดสีดำพุ่งออกมาจากแผลที่อันเดด 001 ทำเอาไว้ จากนั้นซอมบี้ตัวนั้นก็ล้มลงไปนอนกับพื้น ขณะนั้นเอง ลูกบอลสีขาวก็ลอยเข้าร่างกายของอันเดด 001 สิ่งนั้นก็คือพลังวิญญาณที่หลินฟานพูดถึง

เห็นดังนั้น หลินฟานจึงเริ่มเรียกดูค่าสถานะของตัวเองทันที

“ตรวจเช็คสถานะ!!”

ติ้ง!

[ ชื่อ : หลินฟาน ]

[ เลเวล 1 ]

[ 7/100% ในการเพิ่มเป็นเลเวลต่อไป ]

[ พลัง HP:15  SP:10  MP:15 ]

[ ทักษะ : เนโคแมนเซอร์(1) ]

เมื่อเห็นข้อความสถานะของตัวเองปรากฏขึ้น หลินฟานก็พยักหน้าพอใจให้กับค่าสถานะที่มองเห็น ดูเหมือนว่า ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมกับชาติที่แล้วของเขา

สิ่งที่ทำให้หลินฟานพอใจตอนนี้ก็คือ อันเดดยังถูกนับว่าเป็นทักษะเหมือนเดิม ของที่ฆ่าสิ่งมีชีวิตแล้วจะได้พลังวิญญาณไม่ได้มีเพียงแค่อาวุธวิญญาณจากรูเล็ต แต่ถ้าหากฆ่าพวกสิ่งมีชีวิตด้วยทักษะติดตัว คนทุกคนก็จะได้รับพลังวิญญาณด้วยเช่นกัน

เพราะเรื่องมันเป็นแบบนี้ หลินฟานถึงได้บอกว่าทักษะเนโคแมนเซอร์มันโกงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา

ในช่วงชีวิตของหลินฟานในชาติที่แล้ว หลินฟานไม่เคยเห็นใครเลยที่มีทักษะอัญเชิญแบบนี้ อย่างมากก็มีแค่ทักษะฝึกสัตว์กลายพันธุ์ แต่เมื่อสัตว์กลายพันธุ์ฆ่าศัตรูผู้ใช้ก็จะไม่ได้รับพลังวิญญาณจากการฆ่า เพราะที่ฆ่าคือสัตว์ไม่ใช่ทักษะ

กลับกัน ทักษะเนโคแมนเซอร์ผู้ใช้จะได้รับพลังวิญญาณเมื่ออันเดดสังหารศัตรูลงได้ แบบนี้ก็เหมือนกับว่า หลินฟานแยกร่างของตัวเองเพื่อฟาร์มเลเวลได้ชัดๆ

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย หลินฟานก็กระชับอาวุธในมือทั้ง 2 จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า

“เวลาแห่งการล่าเริ่มต้นขึ้นแล้ว!”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด