ตอนที่แล้วตอนที่ 105 รอเวลา 2
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 107 รอเวลา 4

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 106 รอเวลา 3(อ่านฟรี)


ตอนที่ 106 รอเวลา 3

ผ่านไป 5 รอบของการทรมานด้วยทักษะเนโครแมนเซอร์ คนทั้ง 15 ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าการทรมานจะเริ่มทุก ๆ 1 นาทีหลังจากครั้งก่อนสิ้นสุดไป และนาฬิกาที่วางอยู่ก็เหมือนเป็นตัวบอกเวลาให้พวกเขารู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

“ผมขอถอนตัว”

“ฉันด้วย”

2 ใน 15 ของคนที่เข้าร่วมทดสอบรีบก้มลงไปถอดโซ่ล่ามขาของตัวเองออกในทันที

“น่าเสียดาย” ลูอิสเห็นดังนั้นก็พึมพำออกมา เขาเห็นว่าระหว่างที่ทุกคนอดทนการกันอยู่นั้นมีบางคนที่พลังงานศรัทธาขยับขึ้นมาอย่างช้า ๆ

เจียน่าเดินไปพาสองคนนั้นออกไปจากโกดัง

คนที่เหลืออีก 13 คนพอเห็นว่ามีสองคนยอมแพ้พวกเขาก็เกิดหวั่นไหวขึ้นมา แค่เอาลูกกุญแจไปไขก็ออกไปได้แล้ว ไม่ต้องโดนทรมาน

แต่ก่อนที่จะมีใครจะได้ทำการไขกุญแจอีกในตอนนั้นไฟก็ดับลงในทันที

...

รอบที่ 8

มีอีกสองคนไขกุญแจถอดโซ่ที่ล่ามออกไป

...

รอบที่ 10

มีอีกสองคนที่ยอมถอนตัว แถมไม่น่าเชื่อว่าหนึ่งในสองคนนั้นเป็นหัวหน้าดีนจากกลุ่มนักล่าใบเมเปิ้ล ซึ่งพอเขาไขกุญแจออกจากขาตัวเองก็ถอนหายใจอย่างโล่งใจ แม้จะผิดหวังในตัวเองบ้างก็ตาม แต่เขาเลือกจะยอมแพ้

...

รอบที่ 15

มีอีกสามคนยอมแพ้และถอนตัวออกไปอีกและสองคนในนั้นเป็นนักล่าครึ่งดาว ส่วนอีกคนเป็นหัวหน้าเอดจากกลุ่มนักล่าน้ำค้าง เขามีสีหน้าและท่าทางเสียดายเป็นอย่างมากเรื่องพลัง แต่ก็ยังยอมแพ้เดินออกไปอยู่ดี

ผ่านมาแค่เพียงครึ่งชั่วโมงคนก็ถูกคัดออกเหลือเพียง 8 คนเท่านั้น สภาพของทุกคนในตอนนี้แต่ละคนนั่งลงไปกับพื้น เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว หายใจเหนื่อยหอบมองดูนาฬิกาด้วยความวิตกกังวลและผวากับเสียงที่มันเดิน ติ๊กต็อก ติ๊กต็อก ขณะที่มือก็กำลูกกุญแจแน่น

8 คนที่ยังอดทนได้อยู่สามคนเป็นหัวหน้ากลุ่มนักล่าคือไอแวน คามิลลา และชาร์ล ส่วนอีก 5 คนนั้นไม่น่าเชื่อว่าสามในสองเป็นนักล่าคนธรรมดาเท่านั้น

แม้สภาพพวกเขาจะดูไม่ได้ แต่ลูอิสกับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พลังงานศรัทธาของพวกเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะของคามิลลาและไอแวน พวกเขาสองคนมีพลังใจที่เชื่อมั่นเป็นอย่างมาก

“สองคนนี้อีกไม่มากก็ถึง 100 แล้ว แต่ว่าอีกคนนั้นน่าสนใจ” ลูอิสมองดูชายหนุ่มอายุ 20 ต้น ๆ คนหนึ่ง ซึ่งไม่ได้สูงใหญ่ร่างกำยำหรือมีพลังระดับครึ่งดาว แต่เป็นเด็กหนุ่มคนธรรมดาที่ใจสู้มาก

เด็กหนุ่มคนนี้ปากุญแจทิ้งไปตั้งแต่แรกแล้วและเลือกจะเผชิญหน้าความหวาดกลัวเท่าที่จะทำได้ แถมพลังศรัทธาของเขานั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไล่ตามสองคนนั้นทันแล้ว

...

รอบที่ 20 ของการทรมานด้วยทักษะความหวาดกลัวและความสับสน ในตอนนี้เหลือคนเพียง 5 คนเท่านั้น แต่ว่าในตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะหยุดการทดสอบแล้ว แต่ผิดเลย การทดสอบยังดำเนินต่อไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

ในที่สุดเด็กหนุ่มคนธรรมดาที่ลูอิสชื่นชมไปก่อนหน้าก็เป็นลมสลบคาเสาเหล็กไป

ส่วนอีกสองคือหัวหน้าไอแวนกับหัวหน้าคามิลลาที่ยังประครองสติตัวเองได้อย่างทุลักทุเล

“ทำไมถึงยังไม่หยุดหรือว่าการทดสอบไม่ได้เลือกสามคน แต่เป็นเลือกคนสุดท้าย” ไอแวนพูดออกมาด้วยเสียบแหบแห้ง

“ไม่รู้ แต่ทำไมนายไม่ลองยอมแพ้ดูละ” คามิลลาปาดเหงื่อบนใบหน้าหันไปพูดกวนประสาทไอแวน

“หึ ฝันไปเถอะ ถ้ามีแค่คนเดียวจริง ๆ ฉันเนี่ยแหละที่จะได้”

“งี่เง่า นายไม่คิดบ้างเหลือว่าการทดสอบนี้จริง ๆ อาจจะไม่ใช่การทดสอบความอดทน ดูอย่างหนุ่มน้อยนั้นสลบไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกพาตัวออกไป” คามิลลาพูดเชิงวิเคราะห์

ไอแวนเหมือนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ “เธอหมายความว่ายังไง”

“หาคำตอบเอาเองสิรองหัวหน้ากองกำลัง” คามิลลาตอบพร้อมกับยิ้ม ๆ

ก่อนที่เธอจะหลับตาลงพยายามตั้งสติไม่สนใจไอแวน

‘คามิลลาเธอต้องอดทน ต้องทนให้ได้ ที่ผ่านมาก็สู้มาตลอด เพื่อกลุ่มนักล่าตระกูลเค เพื่อไม่ใช้ต้องตายเพราะความอ่อนแอ ฉันต้องการพลัง ต่อให้ต้องตายก็ตามแต่จะไม่ยอมแพ้ ถ้าผ่านการทดสอบกองกำลังนักล่านิ้วเงินจะมอบพลังให้ฉัน คำใบ้ที่หัวหน้ากองกำลังให้ไว้คือ เชื่อมั่นและศรัทธาในกองกำลังนักล่านิ้วเงิน เสาเหล็กนี่ก็เหมือนกองกำลัง ถ้าวันหนึ่งหวาดกลัวต่อศัตรูขึ้นมา ฉันจะหนีไปจากกองกำลังนักล่านิ้วเงินอย่างนั้นเหรอ ไม่ฉันจะไม่หนี แม้กองกำลังนิ้วเงินจะเป็นกองกำลังที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ แต่มันคือกองกำลังที่ฉันต้องการให้มันคงอยู่ตลอดไปและจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของฉัน’

...

รอบที่ 25

‘ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่การแข่งความอดทน ต้องคิดให้ออกคืออะไร แบบนี้ฉันไม่ไหวแน่นอน’ ไอแวนงุนงง ก่อนที่เขาจะหันไปมองคามิลลาที่ตอนนี้ไม่น่าเชื่อว่าเธอยังคงรักษาสติไว้ได้และไม่ร้องโวยวายเหมือนในครั้งแรก ๆ แล้ว

“เชื่อมั่น ใช่ฉันต้องเชื่อมั่นใจกองกำลัง ว่าแต่มันทำยังไง อ๊ากกก!!!”

ขณะที่ไอแวนครุ่นคิดไฟก็ดับลงและเปิดขึ้นอีกรครั้ง เขาโดนทักษะของเนโครแมนเซอร์เข้าโจมตีอีกครั้ง

ลูอิสมองดูนักล่าหนุ่มอายุ 20 กว่า ๆ คนที่สลบไปก่อนจะพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะหันไปมองคามิลลาด้วยเช่นกัน

“เขาน่าจะทนได้อีกไม่นาน” อาร์มันโด้พูดขึ้นมาด้วยความลังเล ว่าจะไปหยุดหรือไม่

“เขาใกล้จะทำสำเร็จแล้ว” ลูอิสกล่าว ที่จริงเขาก็ไม่อยากที่จะใช้วิธีการย้อนกลับแบบนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับจิตใจต่อกองกำลังนักล่านิ้วเงิน ซึ่งส่งผลต่อศรัทธากับเขาอ้อม ๆ แต่ว่าเพราะไม่มีเวลามากนัก เขาจึงได้แต่ใช้วิธีนี้

ไอแวนยังร้องออกมา ในแต่ละวินาทีเขาพยายามทำความเข้าใจ

‘จริงด้วยศรัทธาในกองกำลังหรือว่าจะหมายถึงศรัทธาต่อเขาคนนั้น แบบไหนกันคือศรัทธา ต้องภักดีและเชื่อมั่นใช่หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันยอมติดตามเขาจนวันตาย ขอแค่ได้พลังมาก็พอแล้ว’ ไอแวนตะโกนในใจก่อนที่จะสลบไป

...

ไอแวนรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่เสาเหล็กแล้ว ด้านข้างของเขายังมีคามิลลาและนักล่าหนุ่มที่รู้สึกตัวพร้อม ๆ กับเขา

“ที่นี่...ไม่สิ ผ่านแล้วอย่างนั้นเหรอ” ไอแวนมองไปรอบตัว

“ทุกคนผ่านแล้ว” ลูอิสกล่าว

“ท่านลูอิส” ไอแวนคิดจะลุกทำความเคารพ แต่ว่าก็ลุกไม่ไหว

“ท่านลูอิส” คามิลลาก็ทำความเคารพเช่นกัน

แต่นักล่าหนุ่มเผยสีหน้าแปลกใจ และคิดว่าตัวเองยังมึนงงเพราะพึ่งฟื้นคืนสติหรือเปล่า แต่ก็ไม่แปลกที่เขาจะงุนงง เพราะเขายังไม่เคยพบกับลูอิสมาก่อน ในตอนแรกหัวหน้ากลุ่มนักล่าทั้ง 5 ที่เคยเจอลูอิสก็มีสีหน้าสับสนใจอาร์มันโด้ต้องแนะนำพวกเขาจึงจะเข้าใจ

นักล่าหนุ่มเห็นว่าหัวหน้ากองกำลังนักล่านิ้วเงินอาร์มันโด้และรองหัวหน้ากองกำลังนักล่านิ้วเงินเจียน่ายืนอยู่ด้านหลังเด็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เดาว่าคงจะเป็นคนสำคัญแทน

“นายชื่ออะไร” ลูอิสถามชายหนุ่ม

นักล่าหนุ่มแปลกใจท่าทีที่เหมือนผู้ใหญ่ของลูอิส แต่ก็ยังตอบกลับไป “ดีแลน”

“นายเคยใช้น้ำตาเทพมาก่อนสิ แต่ทำไมถึงเข้ามาที่กองกำลังนักล่านิ้วเงิน” ลูอิสหรี่ตามถาม

ดีแลนเผยสีหน้าตกใจที่ได้ยินคำถาม เพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยด้านหน้าจะรู้เรื่องที่เขาเคยใช้น้ำตาเทพมาก่อน ดีแลนลังเลว่าควรจะบอกหรือไม่ แต่พอเห็นสายตากดดันของอาร์มันโด้และเจียน่าก็บอกขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก

“ผม...ที่จริงผมเคยใช้น้ำตาเทพมาก่อน รักษาแผลติดเชื้อ แต่เพราะน้ำตาเทพทำให้ผมรอดตายมาได้ ผมหางานทำสุดท้ายจึงมาเป็นนักล่า และบังเอิญเห็นคนที่เคยมาให้น้ำตาเทพกำลังรับสมัครนักล่าของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน ผมจึงอยากจะเข้าร่วมเพื่อหวังจะมีโอกาสพบหน้าท่านผู้เยียวยาที่แจกน้ำตาเทพให้ผมและขอบคุณเขา” ดีแลนเล่าเรื่องของตัวเองให้ลูอิสฟัง

ทุกคนรู้สึกแปลกใจที่ได้ฟังเรื่องราวของดีแลน ที่จริงด้วยระดับของดีแลนพวกเขาไม่ได้สนใจข้อมูลส่วนตัวมากนักจึงไม่ได้ทราบความเป็นมาแน่ชัด แต่พอได้รู้ว่าดีแลนได้รับการช่วยเหลือจากน้ำตาเทพ เลยทำให้เขามาเข้าร่วมกองนักล่านิ้วเงิน

ไอแวนและคามิลลาก็ทึ่งเล็กน้อยเพราะทั้งสองคือคนที่ดำเนินแจกน้ำตาเทพในตอนนั้นเอง

‘ถ้าระบบไม่เตือนฉันคงไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนที่เคยได้รับน้ำตาเทพและเคยเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธามาก่อนหน้าเข้าร่วมกองกำลังนักล่านิ้วเงิน แต่แบบนี้ก็เข้าใจได้ว่าทำไมพลังศรัทธาของเขาเพิ่มขึ้นเร็วมากด้วย’ ลูอิสคิดในใจ

“เอาละนายจำเอาไว้ก็แล้วกันว่าฉันคือนายท่านของทุกคน” ลูอิสบอกกับดีแลนเพื่อให้เข้าใจสถานะของเขา ยังไงซะดีแลนก็จะได้รับสายอาชีพด้วย

ดีแวนเผยท่าทีตื่นตกใจ แต่ลูอิสไม่สนใจให้เขามาถามอะไรอีก

“อาร์มันโด้เอาโพชั่นให้พวกเขาดื่ม” ลูอิสพูดกับอาร์มันโด้และหันไปสนใจร้านค้าของตัวเอง

เมื่อเช้านี้เขาทำการเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธามาได้อีก 8,000 แต้ม ซึ่งมีของเก่าอยู่จำนวนหนึ่งที่เก็บกับคนรอบตัวและของที่เก็บได้จากกองกำลังนักล่านิ้วเงินทำให้ในตอนนี้ลูอิสมีพลังงานศรัทธาอยู่ประมาณ 20,000 แต้ม

พลังงานศรัทธา 20,000 แต้มเพียงพอให้เขาซื้อสายอาชีพให้กับทั้งสามได้

“เลือกมาจะเป็นแบบอาร์มันโด้ หรือแบบเจียน่า” ลูอิสถามคำถามกับทั้งสามคนอีกครั้ง

หลังจากที่พวกเขาสามคนดื่มโพชั่นพลังงานไปก็รับรู้ได้ถึงพลังงานที่เพิ่มขึ้น และความเหนื่อยล้าที่สลายหายไปบางส่วน สีหน้าของพวกเขาไม่ซีดขาวอีกแล้ว

พวกเขาลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเริ่มคิดถึงคำถามของลูอิส

“ท่านลูอิส ฉันขอเลือกแบบอาร์มันโด้” คามิลลาตอบอย่างไม่ลังเล เธออยากจะมีพลังที่อัดคนจนล้มได้แบบอาร์มันโด้ เธอมองไปที่อาร์มันโด้ด้วยรอยยิ้ม

ลูอิสและเจียน่าเหลือบมองอาร์มันโด้เล็กน้อย

“ผมก็ต้องการพลังแบบเขา” ไอแวนไม่ต้องคิดเช่นกัน เขาหวังว่าพอได้พลังมาจะท้าประลองกับอาร์มันโด้ใหม่อีกครั้ง

“ผมต้องการพลังแบบท่านเจียน่า” ดีแลนตอบ

ลูอิสพยักหน้าเสร็จก็เงียบไปสักพัก ทั้งสามมองไปที่ลูอิสที่เหมือนจะทำอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เข้าใจ จึงรออย่างเงียบ ๆ

ในตอนนั้นเองลูอิสก็ยื่นมือไปด้านหน้าหยิบเอาผลึกสายอาชีพสามก้อนออกมาจากช่องเก็บของผู้เล่น ทำให้ทั้งสามตื่นตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นว่าอยู่ ๆ ในมือของลูอิสก็ปรากฏของขึ้นมา

เขาส่งผลึกสามชิ้นในมือให้กับทั้งสามคน

พวกเขารับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นเพราะคิดว่านี่คือหินผู้ครองพลัง แต่ตอนนั้นเองคามิลลาซึ่งเป็นเพียงคนเดียวในสามคนที่เคยเห็นหินผู้ครองพลังมาก่อนก็เหมือนจะเห็นถึงความต่างจึงเงยหน้าถามเด็กน้อยลูอิส

“นี่ไม่ใช่หินผู้ครองพลัง”

“แน่นอน” ลูอิสตอบทั้งสามคน ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด