ตอนที่แล้วตอนที่ 104 รอเวลา 1 (อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 106 รอเวลา 3(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 105 รอเวลา 2


วันต่อมาที่ฐานกองกำลังนิ้วเงิน

ทุกคนกำลังมารวมตัวกัน โดยนักล่าในกองกำลังนิ้วเงินต่างก็พากันยืนแยกกันออกเป็น 5 กลุ่มและรอคอยการทดสอบในวันนี้ รองหัวหน้ากองกำลังคนที่สองไอแวนจากหัวหน้ากลุ่มนักล่าเขี้ยวเหล็ก หัวหน้าคามิลลา เคจากกลุ่มนักล่าตระกูลเค หัวหน้าชาร์ลจากกลุ่มนักล่าต้นสน หัวหน้าดีนจากกลุ่มนักล่าใบเมเปิ้ล หัวหน้าเอดจากกลุ่มนักล่าน้ำค้าง

และนักล่าสองร้อยคน

พออาร์มันโด้เดินมาพร้อมกับเจียน่าพวกเขาทุกคนก็มองอย่างรอคอย

“หัวหน้ากองกำลังพวกเราจะเริ่มทดสอบเลยหรือไม่” นักล่าคนหนึ่งถามขึ้นมา ตอนนี้พวกเขารอกันมานานแล้ว

“จะเริ่มแล้ว” อาร์มันโด้ตอบก่อนให้เจียน่าจัดการต่อ

“ทุกคนฟังใครก็ตามที่ได้รับการเรียกชื่อจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการทดสอบ ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการเรียกชื่อนั้นหมายความว่ายังคงแสดงความภักดีและไม่เชื่อมั่นต่อกองกำลังนักล่านิ้วเงินเพียงพอ” เจียน่าตะโกนเสียงดัง

ทุกคนต่างพากันซุบซิบพูดคุยกันทันที เพราะไม่เข้าใจว่ารองหัวหน้าเจียน่าจะตัดสินยังไงว่าใครภักดีและเชื่อมั่นในกองกำลังและใครยังเชื่อมั่นและภักดีไม่พอ ทำให้ดูเหมือนจะวุ่นวายเล็กน้อย

“เงียบ ฟังเรียกชื่อ” อาร์มันโด้คำรามออกมาทำเอาทุกคนถอยหลังด้วยความกลัวพากันหุบปาก

เมื่อเห็นทุกคนเงียบเจียน่าก็กล่าวต่อ “คนแรกหัวหน้ากลุ่มไอแวนเดินออกมาไปรอทางนั้น”

เจียน่าพูดโดยไม่มองหน้าของไอแวนด้วยซ้ำ ไอแวนได้ยินชื่อก็ยินดีรีบเดินออกไป ส่วนคนอื่น ๆ มีสีหน้าจริงจังขึ้นมา

“ต่อไปหัวหน้ากลุ่มคามิลลา คนต่อไปหัวหน้ากลุ่มชาร์ล คนต่อไปหัวหน้ากลุ่มดีน คนต่อไปหัวหน้ากลุ่มเอด”

หัวหน้ากลุ่มทั้งหมดออกไปยืนข้างไอแวน จากนั้นก็มีรายชื่อประกาศมาเรื่อย ๆ แต่รวมทั้งหมดแล้วมีแค่ 15 คนเท่านั้นจาก 200 คน ซึ่งพอเจียน่าบอกชื่อสุดท้ายก็ทำให้ทุกคนต่างงุนงงว่าทำไมตัวเองถึงไม่ได้รับการเรียก เพราะขนาดระดับครึ่งดาวบางคนยังไม่ได้รับการเรียก แต่บางคนที่เป็นเพียงคนธรรมดากลับได้รับการเรียกชื่อไป

พวกเขามองไปที่คนทั้ง 15 อย่างอิจฉา เพราะการที่ได้รับการเรียกชื่อหมายถึงได้มีโอกาศได้รับพลังผู้ครองพลัง แน่นอนว่ายกเว้นหัวหน้าทั้ง 5 คนเพราะหลายคนคาดการว่าพวกเขาจะได้รีบการเรียกอยู่แล้ว

สุดท้ายแล้วก็มีคนอดใจไม่ไหวถามออกมา “รองหัวหน้ากองกำลังที่ 1 ขอรับ ท่านใช้กฎเกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าใครภักดีมากกว่าน้อยกว่า”

“นายสงสัยอย่างนั้นเหรอ” เจียน่าหันมามองชายคนนั้นอายุราว ๆ 30 ปี

“เออ...เปล่าครับ ผมก็แค่...” ชายคนนั้นก้มน่ากลัวเล็กน้อย

“จะบอกให้ก็ได้...คะแนนยังไงละ” เจียน่าพูดเน้นออกมาทีละคำทิ้งไว้เป็นปริศนา ก่อนจะหันมามองคนที่ถูกเรียกรายชื่อทั้ง 15 คน

“ตามมาเราจะไปที่โกดังหลังที่ 4 กัน”

อาร์มันโด้ เจียน่าและคนอีก 15 คนเดินตามไปที่โกดังหลังที่ 4 ซึ่งด้านในนั้นมีคนรออยู่ก่อนแล้วสองคนคือ ลูอิสและพ่อบ้านเฟรด

พวกเขาเข้ามาที่โกดังหมายเลข 4 ที่นี่หลังจากได้รับการซ่อมแซมเสร็จก็กลายเป็นพื้นที่หวงห้าม ทุกคนไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เด็กขาด คำสั่งนี้มาจากอาร์มันโด้โดยตรงทำให้หลายคนสนใจที่นี่เป็นอย่างมากว่ามันจะมีอะไร

แต่พอเข้ามาด้านในพวกเขาก็ต้องแปลกใจด้านในนั้นมีแต่ความมืดและมีแสงไฟจากหลอดไฟสีส้มแค่เพียงดวงเดียว ด้านในมืดมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้กลัวมากนัก เพราะการเป็นนักล่านั้นจึงทำให้หลายคนมีความกล้ามากกว่าคนอื่น ๆ

นอกจากไฟหนึ่งดวงก็มีเสาเหล็กตั้งขึ้นมาทั้งหมด 15 ต้น

ทุกคนเข้าใจในทันทีว่าเสาพวกนี้เตรียมมาเพื่อพวกเขา

“เห็นเสาเหล็กพวกนั้นไปที่นั่นแล้วล่ามตัวเองด้วยโซ่ที่อยู่บนเสา” อาร์มันโด้สั่งพวกเขา

หัวหน้ากลุ่มไม่ลังเลรีบเดินไปที่เสาเหล็กในทันที ส่วนพวกนักล่าอีกสิบคนเห็นก็รีบทำตาม พวกเขาล่ามขาทั้งสองข้างของตัวเองเข้ากับเสาเหล็กด้วยกุญแจเหล็ก พวกเขามองดูกันและกันอย่างตื่นเต้นโดยเฉพาะบรรยากาศภายในโกดังที่กดดันแบบนี้

ตอนนี้ทุกคนไม่รู้ว่าจะเจออะไรต่อไป

“อาร์มันโด้พวกเราล่ามตัวเองแล้วต้องทำยังไงต่อ” ไอแวนถามอาร์มันโด้ขึ้น

“ใจเย็นน่าตอนนี้การทดสอบกำลังเริ่มแล้ว แต่ว่าก่อนอื่นเอาลูกกุญแจไปก่อน” อาร์มันโด้โยนลูกกุญแจดอกให้กับทุกคนคนละหนึ่งดอก ก่อนจะเดินไปวางนาฬิกาแขวนผนังสีขาวเลือนหนึ่งตรงกลางจุดตัดเสาเหล็กทั้ง 15 ต้น ซึ่งทุกคนสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

พวกเขามองนาฬิกาแค่ไม่กี่ครั้งก่อนจะหันมาสนลูกกุญแจในมือสลับกับโซ่ตรวนที่ขาที่ล่ามตัวเองอยู่มากกว่า แต่พวกเขาไม่รู้ว่าอีกไม่นานทุกคนจะหันมาสนใจนาฬิกาด้านหน้าในอีกไม่ช้า

“ใครกลัวก็ปลดโซ่แล้ววิ่งหนีออกไปจากโกดังได้แล้ว จำเอาไว้เชื่อมั่นในกองกำลังนักล่านิ้วเงินและก็คอยมองเข็มนาฬิกาไว้ โชคดี” อาร์มันโด้กล่าวจบก็เดินแยกออกไปและหายไปในความมืดในโกดังหลังใหญ่พร้อมกับเจียน่า

ทุกคนมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“เฮ้!...แล้วจะทดสอบยังไงต่อ” หัวหน้ากลุ่มดีนถามขึ้นมา แต่ไม่มีเสียงใครตอบกลับมาอีก

“แข่งความอดทนอย่างนั้นเหรอ”

“พวกเราต้องอยู่แบบนี้นานแค่ไหนกัน”

“อาจจะอยู่ทั้งวันก็ได้”

“ไม่รู้สิ แต่ว่าอาร์มันโด้ให้กุญแจมา แสดงว่าการทดสอบคือใครอยู่เป็นสามคนสุดท้ายคือคนที่จะได้รับพลังของผู้ครองพลังสินะ”

หลายคนต่างก็พากันพูดคุยกัน

“ต้องไม่ใช่การรอเฉย ๆ แน่นอน” คามิลลามองไปรอบ ๆ เธอพยายามหาเบาะแส แต่ก็ขมวดคิ้วเช่นกัน เพราะมั่นใจว่านี่ไม่ใช่การแข่งความอดทนธรรมดาแน่นอน

ในตอนนั้นเองอยู่ ๆ ไฟในห้องก็ดับลงดัง พรึบ!

ทุกคนต่างก็ตื่นตกใจในทันที หลายคนถอยหลังไปชนเสาเหล็กอย่างไม่รู้ตัวทำให้เกิดเสียงโซ่เหล็กกระทบกัน พวกเขารีบส่งเสียงหากันเพื่อทำให้ตัวเองอุ่นใจ

“เกิดอะไรขึ้นกัน!”

“ทุกคนยังอยู่นะ”

“หัวหน้าคุณยังอยู่ไหม”

“ยังอยู่ที่เดิมใจเย็นก่อน การทดสอบน่าจะเริ่มแล้ว”

ในตอนนั้นเองอยู่ ๆ ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ปกคลุมพวกเขาทั้งหมด ทุกคนต่างเงียบเสียงลงกันในทันทีโดยไม่ได้นัดหมาย

ตอนนี้ในความมืดมิดเหลือเพียงเสียงของนาฬิกาที่อาร์มันโด้วางไว้ก่อนหน้านั้นและมันกำลังส่งเสียงดัง ติ๊ก...ต๊อก...ติ๊ก...ต๊อก ๆ ท่ามกลางความมืดอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที

‘เกิดอะไรขึ้นกัน ความเย็นนี่มันน่าขนลุกมาก’ ไอแวนคิดในใจพยายามหรี่ตามองเข้าไปในความมืด มือข้างหนึ่งของเขายังถือลูกกุญแจอยู่

แต่แล้วในตอนนั้นเองไฟก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง

“ทุกคนไม่เป็นอะไรกันนะ” ไอแวนกล่าวขึ้นมา แต่ว่าพอเขาเห็นคนทั้ง 14 คนนอกจากตัวเองที่อยู่ติดกับเสาเหล็ก เขาก็ต้องตกใจจนหน้าซีดขาว เพราะทุกคนนั้นกลายเป็นซอมบี้ไม่ก็โครงกระดูกอันเดดไปหมดแล้ว

ไอแวนที่จิตใจเข้มแข็งมาตลอด ไม่รู้เพราะอะไรอยู่ ๆ เขาก็หวาดกลัวอย่างสุดขีดและกรีดร้องออกมาในทันที

เสียงกรีดร้องดังไปทั่วทั้งโกดัง ซึ่งไม่ใช่แค่ไอแวนแต่เป็นคนทั้ง 15 คนที่มัดอยู่กับเสาเหล็กพวกเขาต่างแสดงอาการหวาดกลัวถอยหลัง บ้างก็พยายามตั้งท่าสู้วิ่งเข้าหาคนอื่น ๆ แต่เพราะโดนโซ่ล่ามขาไว้อยู่ทำให้พวกเขาไม่อาจจะไปทำร้ายใครหรือหนีไปได้

ตอนนี้ทุกคนเหมือนกับเสียสติไปแล้ว

เสียงร้องยังดังมากจนขนาดพวกนักล่าที่ยากรู้อยากเห็นว่าการทดสอบนั้นเป็นยังไงและมารออยู่หน้าทางเข้าของโกดังหมายเลขสี่ยังต้องพากันตื่นตกใจที่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของทั้ง 15 คน ทำเอานักล่าร้อยกว่าคนขนลุกและไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้นเจออะไรถึงแหกปากร้องกันมากขนาดนี้

ด้านหนึ่งของโกดังภายในความมืดลูอิสกำลังนั่งมองพวกเขาจากชั้นสองของโกดังพร้อมกับมองทุกคนอย่างรอคอย ข้าง ๆ เขายังมีอาร์มันโด้และเจียน่าอยู่ด้วย

ทั้งสามกำลังมองดูพ่อบ้านเฟรดที่ยืนอยู่ด้านหลังทั้ง 15 คนซึ่งกำลังใช้ทักษะความหวาดกลัวและทักษะสับสน สลับกันไปมาใส่คนทั้ง 15 คนอยู่

“การทดสอบนี้น่าขนลุกจริง ๆ หวังว่าพวกเขาจะไหวกันนะ” อาร์มันโด้มองไปที่ทุกคนอย่างให้กำลังใจ

“คงมีแต่หัวหน้ากลุ่มพวกนั้นและคนที่เป็นระดับครึ่งดาวเท่านั้นที่จะทนได้นาน” เจียน่ากล่าวออกมา

“ไม่หรอก การทดสอบนี้ไม่ได้ทดสอบร่างกายหรือทดสอบจิตใจของพวกเขา แต่เป็นการทดสอบทางเลือกว่าพวกเขาเชื่อมั่นและศรัทธาต่อตัวเองว่าจะอดทนและสู้เพื่อให้ได้รับพลังที่กองกำลังจะมอบได้มากแค่ไหน ดังนั้นแม้แต่คนธรรมดาก็อาจจะได้รับการเลือกจากฉันเหมือนกับเธอยังไงละ” ลูอิสบอกกับเจียน่า ก่อนจะเสริมในใจว่า ‘และคนที่ชนะคือคนที่ค่าพลังงานศรัทธาถึง 100 ก่อนคนอื่น ๆ’

เจียน่าพยักหน้าเข้าใจและไม่เข้าใจ

เสียงร้องของคนทั้ง 15 ยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งผ่านไป 1 นาทีพ่อบ้านเฟรดก็ยกเลิกทักษะทั้งหมดพร้อมกับไฟที่ดับลงและสร้างร้องด้วยความกลัวของทุกคนก็หายไป

พรึบ!

ไฟเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ทุกคนไม่เห็นซอมบี้หรือมีตกอยู่ในความหวาดกลัวจนเห็นภาพหลอนอะไรอีก หลายคนทั้งไอและอ้วกออกมา ขณะที่บางส่วนก็มองอย่างระแวงไปที่คนรอบ ๆ

“หายไปแล้ว...” หัวหน้าชาร์ลพูดขึ้นมา

“เมื่อกี้มันอะไร ทำไมฉันถึงเห็นภาพหลอนกัน พวกนายเป็นซอมบี้ไป” บางคนพูดขึ้น

“ฉันเห็นพวกนายและเธอเป็นโครงกระดูก” ไอแวนกล่าว

หลังจากนั้นทุกคนก็พากันพูดถึงสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อครู่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกที่โดนหนัก ๆ เห็นโครงกระดูกอันเดดจะเป็นพวกระดับครึ่งดาว ส่วนคนธรรมดาเห็นเป็นซอมบี้ที่น่าหวาดกลัว

แต่ทุกคนพูดแบบเดียวกันคือพวกเขารู้สึกว่าอันเดดเหล่านั้นจะโจมตีพวกเขา

พรึบ!

ในตอนนั้นไฟเพียงดวงเดียวก็ดับลงไปอีกครั้งและครึ่งนี้พอมันติดขึ้นมาพวกเขาก็เจอกับเหตุการณ์แบบเดิมอีกครั้ง เริ่มด้วยความกลัวเข้าเกาะกินจิตใจ ก่อนที่จะตามมาด้วยเห็นภาพหลอน

ทุกคนต่างส่งเสียงกรีดร้องกันต่ออยู่ในโกดังหลังที่ 4

...

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด