ตอนที่แล้วตอนที่ 103 น้ำตาหนึ่งหยดตกที่พื้น(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 105 รอเวลา 2

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 104 รอเวลา 1 (อ่านฟรี)


ตอนที่ 104 รอเวลา 1

หลังจากคำกล่าวของลูอิสออกไป ทุกคนก็เผยรอยยิ้มออกมากันในทันที พวกเขารู้ว่ายังไงวันนั้นก็ต้องมาถึง ด้วยความสามารถและระดับของลูอิสไม่มีทางหลบซ่อนไปตลอด

“พวกเรายินดีทำตามความต้องการของท่านลูอิส”

ทั้งสี่ลุกขึ้นยืนกล่าวออกมาพร้อมกัน

ลูอิสพยักหน้าให้กับพวกเขา ก่อนที่จะเตรียมตัวกันในทันที

บ่ายของวันนั้นกองกำลังนักล่านิ้วเงินเรียกตัวหัวหน้ากลุ่มนักล่าทั้งหมดมารวมกัน พอพวกหัวหน้ากลุ่มเข้ามาก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าอาร์มันโด้และเจียน่านั้นยืนอยู่ข้างหลัง และด้านหน้าระหว่างทั้งสองมีเด็กน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่

“ฉันจะให้โอกาสพวกนาย เริ่มจากเธอก่อน” ลูอิสชี้ไปที่คามิลลา หัวหน้ากลุ่มกองกำลังนักล่า

พวกหัวหน้ากลุ่มนักล่าดูงุนงง แต่แล้วพวกเขาก็เหมือนจะนึกอะไรออกจึงพากันตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกันทางด้านพ่อบ้านเฟรดก็เดินไปที่โรงเหล็กหลังหนึ่ง ซึ่งพวกนักล่ามักจะมาสั่งทำอาวุธเย็นกันที่นี่ มันเป็นโกดังขนาดใหญ่ที่มีซากเหล็กกองอยู่เป็นจำนวนมาก โรงเหล็กแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ชุมชนผู้อพยพ แต่อยู่ทางตะวันตกของเมืองเอลดิล

พ่อบ้านเฟรดเดินเข้ามาด้านในซึ่งเต็มไปด้วยคนงานที่บ้างก็จัดการแยกชิ้นส่วนโลหะ บ้างก็กำลังเชื่อมหรือไม่ก็หลอมโลหะกันอยู่

“ต้องการอะไร” หนึ่งในคนงานเดินเข้ามาถาม

“ต้องการสั่งทำของพิเศษ” พ่อบ้านเฟรดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย

คนงานส่งสัญญาณให้พ่อบ้านเฟรดเดินตามมาด้านใน ก่อนจะเปิดประตูบานหนึ่งและพูดกับคนด้านใน “เจ้านายมีคนต้องการสั่งของ”

คนงานหันมามองเป็นการบอกให้พ่อบ้านเฟรดเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเป็นเจ้าของโรงเหล็กแห่งนี้ คุณเป็นนักล่าอย่างนั้นเหรอ ต้องการสั่งอาวุธแบบไหนบอกมาได้เลย” เจ้าของโรงเหล็กทำการค้ากับนักล่ามามาก พอจะมองออกมาว่าพ่อบ้านเฟรดท่าทางคล้ายนักล่ามาก่อน

“ที่นี่สร้างเกราะได้ไหม”

“ได้ทั้งเกราะหนัก เกราะเบา โล่ ดาบ หรืออื่น ๆ ได้หมด จะหล่อ หรือเชื่อมก็ได้ แต่ราคายอมต่างกัน” เจ้าของโรงเหล็กชี้ไปทางด้านหลังมีของที่ทำโชว์ไว้มากมาย ในยุคนี้มีเหล็กทิ้งไว้มากมายในโลกภายนอก ซึ่งใครก็สามารถไปขนพวกมันมาใช้ได้ และโรงเหล็กแห่งนี้ก็ขนเหล็กจากยุคก่อนล่มสลายพวกนั้นมาสร้างใหม่

“เอาเกราะหนักทั้งตัวแบบนั้น แล้วก็ดาบหนักกับโล่กลมนั้น” พ่อบ้านเฟรดชี้ไปที่ของด้านหลัง

“เกราะหนักนั่นนะเหรอ แน่ใจนะว่าไหว ที่จริงเกราะเหล็กชุดนั้นเราลองสร้างมาดู แต่นักล่าส่วนใหญ่ชอบมันเกราะมันหนักและหนาเกินไป” เจ้าของโรงเหล็กกล่าว

“ไม่เป็นไร ฉันต้องการแบบนี้ 45 ชุด ดาบหนัก 45 เล่ม โล่กลมเหล็กอีก 45 ชิ้น” พ่อบ้านเฟรดกล่าวออกมา

“จะลองใส่ดูก่อน....เดี๋ยวอะไรนะ 45 สั่งอย่างละ 45....” เจ้าของโรงเหล็กอ้าปากค้าง

“ใช่ขอของภายใน 3 วัน”

“เป็นไปไม่ได้ เวลามันไม่พอ...” เจ้าของโรงงานกล่าวออกมา แต่ก็ต้องรีบกลืนคำพูดของตัวเองลงไป เพราะพ่อบ้านเฟรดหยิบเงินเบลออกมาสามก้อนวางตรงหน้า

“จ่าย 3 เท่า”

“ตกลง”

เจ้าของโรงเหล็กตอบตกลงในทันทีที่เห็นเงินมากขนาดนี้ ขอแค่มีเงินจ้างคนมาเพิ่มอีกเท่าตัวก็ได้ ยังไงเขาก็เชื่อว่าทำทันอย่างแน่นอน

พ่อบ้านเฟรดพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะยืนกระดาษให้แผ่นหนึ่งและกล่าวเพิ่มว่า “เอาของไปส่งที่โกดังในเขตชุมชนผู้อพยพตามที่อยู่นี่”

หลังจากนั้นพ่อบ้านเฟรดก็เดินออกมาและตรงไปที่โรงเหล็กอื่น ๆ ต่อ ของที่สั่งไปนั้นเป็นของส่วนตัวที่เขาต้องใช้ แต่ของที่สั่งในโรงเหล็กอื่น ๆ นั้นเป็นของที่สั่งเพื่อกองกำลังนักล่านิ้วเงิน พ่อบ้านเฟรดละเอียดรอบคอบและรู้ว่าโรงเหล็กแห่งเดียวคงผลิตของไม่ทันอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาต้องกระจายการสั่งซื้อออกไป

...

“มากันหมดแล้วสินะ” อาร์มันโด้กวาดตามองไปรอบ ๆ

“ใช่มากันหมดแล้ว” คามิลลาตอบกลับไป

ในตอนนี้กองกำลังนักล่านิ้วเงินทั้งหมดมารวมตัวกันอยู่ที่โกดังด้านหลังชุมชนผู้อพยพ เนื่องจากร้านรุ่งอรุณมีขนาดเล็กเกินไปแล้ว เพราะหลังจากกองกำลังนิ้วเงินยึดพื้นที่หนึ่งในสี่ของชุมชนผู้อพยพก็มีนักล่าจำนวนมากเข้าร่วมกองกำลังนิ้วเงิน และยังมีบางส่วนที่เป็นกลุ่มนักล่าขนาดเล็กด้วย แต่แน่นอนว่านักล่าทุกคนที่เข้าร่วมต้องกระจายกันไปอยู่ตามกลุ่มของหัวหน้านักล่าทั้ง 5 คน ซึ่งอาร์มันโด้ไม่คิดจะเพิ่มระดับหัวหน้ากลุ่มให้กลุ่มนักล่าที่เข้ามาร่วมทีหลัง เพราะแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมกับคนที่เข้ามาก่อน

ที่สำคัญการมี 5 คนนั้นพอจะควบคุมนักล่าคนอื่น ๆ แล้ว ซึ่งตอนนี้มีนักล่ารวม ๆ กันในกองกำลังนิ้วเงินมากถึง 200 คนแล้ว เท่าเพิ่มขึ้นมาเกือบ 1 เท่าตัว โดยมี 20 คนที่เป็นระดับครึ่งดาวซึ่งถือว่าดีมาก

และนี่คือเหตุผลที่พวกเขาต้องย้ายกันมาที่โกดังด้านหลังชุมชนผู้อพยพ

“สั่งคนของเราให้พากันไปเก็บกวาดและซ่อมโกดังพร้อมกับรั่วกำแพงทั้งหมด” อาร์มันโด้สั่งการออกไป

หัวหน้ากลุ่มนักล่าทั้งหมดพยักหน้าและทำตามกันในทันที

โกดังด้านหลังชุมชนผู้อพยพมีพื้นที่ขนาดใหญ่และถูกทิ้งร้างมานาน ดังนั้นมันจึงต้องทำการเก็บกวาดและซ่อมแซมกันอย่างจริงจัง พอได้กลุ่มคนแข็งแรงนับร้อยช่วยกันทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

พวกเขาช่วยกันรื้อซากโกดังทั้งหมดออก เอาเหล็กที่เป็นหลังคาและผนังไปทำกำแพงล้อมรอบพื้นที่โกดัง และเหลือโกดังหลักเพียง 4 หลังเท่านั้น สองหลังแรกไว้ทำที่พักและเก็บของให้เหล่านักล่า หลังที่สามเป็นสถานที่ปิด ซึ่งให้คนระดับสูงเข้าไปใช้ และหลังสุดท้ายอยู่ใกล้สุดถูกปิดไว้ห้ามเข้าใกล้ ซึ่งที่จริงภายในเป็นสถานที่ของพ่อบ้านเฟรด

เวลาเดียวกันในโกดังของระดับสูง ลูอิสมองดูเหล่านักล่าและเปิดหน้าจอระบบขึ้น

“ทุกคนให้พลังงานศรัทธา แต่เฉลี่ยแล้วไม่เกินคนละ 30-50 แถมยังไม่มั่นคงด้วย” ลูอิสพึมพำออกมา เขารู้ว่านี่เป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น ยังไงซะเขาก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนโดยตรงและก็ไม่ได้มอบสิ่งที่พวกเขาต้องการให้ ตอนนี้จึงได้มาแค่เฉลี่ยสำหรับคนมาใหม่ที่ 30 แต้มและพวกมาก่อนประมาณ 50 แต้มจากการที่รับเข้ากองกำลังนักล่านิ้วเงิน และนักล่าก็เชื่อมันในกองกำลังเท่านั้น

“เก็บเกี่ยวก่อนค่อยว่ากัน”

ลูอิสสั่งการระบบเริ่มเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธาในทันที

“เริ่มเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธา...ใช้เวลา 1 วินาที”

“เก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น...”

“ได้พลังงานศรัทธา 8,000 หน่วย (กดเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม)”

ลูอิสมองดูและพยักหน้าอย่างพอใจกับการเก็บเกี่ยวพลังงานศรัทธาของกองกำลังนิ้วเงินวันแรก ซึ่งได้มากกว่าที่ไปตระเวนไปเก็บจากคนนอก

“คิดถูกจริง ๆ ที่สร้างกองกำลังนักล่านิ้วเงิน” ลูอิสพึมพำออกมา ก่อนที่จะหันไปสนใจการสุ่มรางวัลต่อ แต่สิ่งที่ได้มาก็ของทั่ว ๆ ไปไม่มีราคามากนัก ส่วนใหญ่ยังเป็นโพชั่นเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นอะไร เพราะยังไงก็ได้ใช้พวกมันอยู่ดี

ตั้งแต่วันที่สังหารบารอนเมสันในคืนนั้นมาลูอิสก็ไม่ได้แจกจ่ายน้ำตาเทพอีกเลย ทำให้ราวกับว่ามันอยู่ ๆ ก็หายไป แม้หลายคนจะตามเรื่องมาจนถึงว่าคนที่จ่ายออกมาคือกองกำลังนักล่านิ้วเงิน แต่กองกำลังนักล่านิ้วเงินก็ปฏิเสธออกไปตรง ๆ ต่อให้คนพวกนั้นรู้ว่าจริงหรือโกหกก็ไม่มีใครยืนยันความจริงได้

ส่วนร้านรุ่งอรุณนั้นยังเปิดอยู่เหมือนเดิมและขายเครื่องดื่มแค่สองอย่าง แต่ภายในนักล่าและวงการใต้ดินก็รู้ว่าที่ร้านนี้คือถิ่นของกองกำลังนักล่านิ้วเงิน จึงไม่ค่อยมีคนจากนักล่าภายนอกมาดื่ม แต่ถึงอย่างนั้นที่ร้านก็มีคนธรรมดามากมายมาดื่มอยู่ประจำและร้านก็มีซื้อเสียงมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ

“กองกำลังมากขึ้นแล้ว ภายใน 4 วันนี้ต้องรวบรวมคนที่มีค่าพลังงานศรัทธาสูงสุดสักสองสามคนเปลี่ยนพวกเขาเป็นผู้เล่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกองกำลัง” ลูอิสกำลังพิจารณาเพิ่มผู้เล่น เนื่องจากหลังจากนี้ไม่กี่วันต้องลงไปที่รังอันเดด เขาจึงถือโอกาสสร้างผู้เล่นสักสองสามคนและไปเก็บเลเวลที่นั่น ซึ่งแบบนี้จะเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ตัวแรกคือได้ทั้งที่ฟาร์มและได้ทั้งผลงานการกวาดล้างรังอันเดด

โดยสายอาชีพหลักนั้นยังเขาคิดไว้แล้วว่าจะให้เป็นคนเถื่อนและดรูอิด ลูอิสต้องการสร้างสองสายอาชีพนี้ในกองกำลังนักล่านิ้วเงิน คนเถื่อนจะเป็นกำลังรบหลักที่แข็งแกร่ง ส่วนดรูอิดนั้นก็เป็นกำลังรบที่มีความหลากหลายและช่วยเหลือคนเถื่อนได้ดียิงและที่สำคัญนั้นคือ พวกดรูอิดนั้นมีอีกาดำที่สะดวกทั้งการติดต่อสื่อสารและตามล่า

ที่จริงในโลกนี้ยังมีพวกวิทยุสื่อสารและโทรเลขกันอยู่ แต่มันอยู่ในการควบคุมของส่วนกลางและเหล่าขุนนางลูอิสยังเข้าถึงพวกมันไม่ได้ ส่วนจะให้เขาสร้างขึ้นมานั้นคงยากเพราะแม้ลูอิสจะข้ามโลกมา แต่ก็ใช่ว่าจะมีความรู้เรื่องการสร้างวิทยุสื่อสารอะไรแบบในนิยายตัวเอกอื่น ๆ

ในโลกนั้นความรู้เขามีจำกัด มาโลกนี้ก็ไม่ต่างกัน

ที่สำคัญเขารู้มาว่าพวกวิทยุสื่อสารหรือโทรเลขนั้นไม่ได้ใช้ได้ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งมีพลังงานความตายสูง ๆ หลายคนคาดการกันว่าน่าจะเป็นผลมาจากการรบกวนของพลังงาน

ดังนั้นดรูอิดจึงเป็นอาชีพที่จำเป็นอย่างมาก

ตอนนี้สามคนที่มีค่าพลังงานศรัทธามากที่สุดนั้นคือ คามิลลา เค หัวหน้ากลุ่มนักล่า เคและไอแวนจากกลุ่มนักล่าเขี้ยวเหล็ก

สำหรับคามิลลานั้นลูอิสรู้ว่าเธอเป็นคนฉลาดและมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับกองกำลังนักล่านิ้วเงินมาก แถมเธอยังมีพลังเชื่อมั่นที่แรงกล้าต่อเบื้องหลังของอาร์มันโด้ว่าจะต้องทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นได้แน่ เธอจึงยอมทำทุกอย่างให้เบื้องหลังยอมรับในตัวเธอ ทำให้พลังศรัทธาที่เธอมีสูงถึง 90 และกำลังเพิ่มเรื่อย ๆ

แต่อีกคนคือไอแวน ลูอิสพอจะได้ยินมาบ้างว่าไอแวนเป็นเหมือนคู่แข่งของอาร์มันโด้ แต่พลังศรัทธาของเขากับอยู่สูงถึง 85 ซึ่งลูอิสไม่ค่อยเข้าใจนักเพราะในตอนแรกไอแวนไม่ค่อยอยากจะเข้าร่วมกองกำลังนักล่านิ้วเงิน แต่ที่เข้าเพราะแพ้เดิมพันกับอาร์มันโด้

บางทีเขามองอาร์มันโด้เป็นคู่แข่งและก็ยังเคารพในตัวของอาร์มันโด้มากด้วย จนถึงขนาดที่ตัวของไอแวนก็ไม่รู้ว่ามากขนาดไหน ทำให้เขาไม่รู้ตัวว่าความเชื่อมั่นที่มีต่ออาร์มันโด้นั้นส่งผลถึงกองกำลังนิ้วเงินไปในตัวและก็หมายถึงลูอิสผู้อยู่เบื้องหลังไปในตัว

“พลังงานศรัทธาซับซ้อนมาก บางทีฉันต้องทำความเข้าใจมันช้า ๆ จึงจะรู้การทำงานของพวกมันทั้งหมด” ลูอิสได้แต่บอกตัวเอง

“หลังจากนี้หวังว่าจะถึงหนึ่งร้อยเต็ม” ลูอิสยังไม่ลดมาตรฐานของตัวเองลง เขาต้องการคนที่มีพลังงานศรัทธา 100 เต็มเท่านั้น

แต่เพื่อแผนการ 100 พลังงานศรัทธาถึงจะได้รับพลังมา ลูอิสจึงประกาศออกไปว่าจะทำการมอบพลังให้กับคนสามคนโดยมีเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้นคือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อกองกำลังนักล่านิ้วเงิน ซึ่งจะมีการทดสอบในวันพรุ่งนี้

ลูอิสคิดแผนการทดสอบและสร้างพลังศรัทธาเพื่อฝึกฝนกองกำลังนักล่าโดยเฉพาะมาสักพักแล้ว โดยเขาใช้แนวคิดที่ว่า ‘ในเมื่อร่างกายฝึกฝนได้ จิตใจฝึกฝนได้ ความศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อบางสิ่งก็ฝึกฝนและสร้างได้เช่นกัน’

หลังจากการประกาศออกไปก็ทำให้หัวหน้ากลุ่มแต่ละกองกำลังรวบรวมคนของตัวเองในทันที ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ทุกคนอยากจะให้หัวหน้ากลุ่มของตัวเองเป็นผู้ครองพลัง และที่ว่างมีแค่ 2 ตำแหน่งเท่านั้น

แต่ต่อให้รวมตัวกันพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าการทดสอบคืออะไร นอกจากคำใบ้ที่ว่า ความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อกองกำลังนักล่านิ้วเงิน พวกเขาไม่รู้ว่าจะตัดสินยังไง

ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่เฝ้ารอเท่านั้น

...

หลังจากทิ้งเรื่องที่โกดังซึ่งต่อจากนี้จะเรียกว่าฐานกองกำลังนักล่านิ้วเงิน ลูอิสก็กลับมาที่ร้านรุ่งอรุณ เขาก็เห็นว่านอกจากเบลล่าที่ลงดูแลร้านยังมีอีกคนที่ช่วยเธออยู่

“ออกมาสูดอากาศบ้างก็ดี” ลูอิสพูดและพยักหน้าให้หญิงสาวเฟดี้ หลานสาวของหมอเทรย์เวอร์ตายไป

เธอพักรักษาตัวและหายจากอาการพิษคำสาป ก่อนจะฟื้นขึ้นมาเมื่อหลายวันก่อน ที่จริงอาการบาดเจ็บภายนอกนั้นหายตั้งแต่วันแรกที่ลูอิสให้ใช้ออร่ารักษาไปแล้ว แต่ที่มากกว่าอาการบาดเจ็บทางกายคืออาการบาดเจ็บทางใจ

เธอตกอยู่ในอาการช็อกและหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่ทำร้าย ๆ แถมยังมารู้ว่าหมอเทรย์เวอร์ตายไปแล้วทำให้เธอยังทำใจไม่ได้ จึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูจิตใจ

เฟดี้ไม่ได้พูดอะไร แต่หันมาพยักหน้าตอบลูอิสอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น

“ฉันพาเธอมาทำอะไรบ้าง ดีกว่าอยู่แต่ในห้องเงียบ ๆ จะได้ขยับตัวบ้าง” เบลล่ากล่าวขึ้นมา ก่อนจะเอานมอุ่นมาให้ลูอิส

ลูอิสรับนมอุ่นแก้วนั้นมาและเดินไปนั่งพักหลังร้าน โดยมีเจียน่าที่ถือจานขนมเดินตามมาพร้อมกับมือที่หยิบขนมขึ้นมากินอย่างสบาย ๆ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด