ตอนที่แล้วตอนที่ 102 ระเบิดจิตทำลายล้าง(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 104 รอเวลา 1 (อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 103 น้ำตาหนึ่งหยดตกที่พื้น(อ่านฟรี)


ตอนที่ 103 น้ำตาหนึ่งหยดตกที่พื้น

หลังจากสังหารหัวหน้านักบวชกัสตายไปเป็นคนสุดท้าย แอนเดรียก็ฟุบลงไปกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หญิงสาวพลิกตัวนอนหงายเสื้อคลุมจอมเวทย์ปิดตามตัว ใบหน้าของเธอนั้นซีดขาวจากอาการบาดเจ็บและเหนื่อยล้าเพราะการต่อสู้

แอนเดรียนอนพักอยู่แบบนั้นหลายนาที ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ใบหน้า

“อยู่นานไม่ได้” แอนเดรียสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน ในตอนนั้นก็สังเกตถึงความผิดปกติที่พื้นซึ่งน้ำแข็งส่วนใหญ่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่มีบางสิ่งเคลื่อนไหว มันออกมาจากเศษเนื้อและสมองของผู้พิทักษ์แสงอาแจ็กซ์ที่หัวระเบิดเละตายไปก่อนหน้า

ของเหลวพวกนั้นรวมเข้าหากันเบื้องหน้ากลายเป็นหินสีก้อนหนึ่ง

“หินผู้ครองพลัง” แอนเดรียรู้ในทันทีว่ามันคืออะไร เธอหยิบหินผู้พิทักษ์สีน้ำตาลขึ้นมา นี่เป็นหินผู้พิทักษ์ระดับ 2 ดาวแน่นอน ก่อนที่เธอจะฉุกคิดขึ้นได้ลากสังขารของตัวเองไปเบื้องหน้าซากเหล็กสองก้อนใช้พลังฉีกมันออก ด้านในมีเนื้อและกระดูก ซึ่งถ้าสังเกตดี ๆ จะมองออกทันทีว่าเคยเป็นมนุษย์มาก่อน

ในตอนที่หัวหน้านักบวชกัสเปลี่ยนชุดเกราะเหล็กเป็นเกราะเหล็กจิตวิญญาณ เขาไม่ได้เขาร่างของผู้พิทักษ์หนึ่งดาวทั้งสองออก ดังนั้นร่างของทั้งสองจึงติดอยู่ด้านใน

แอนเดรียหยิบหินสีสองก้อนออกมา มันคือหินผู้พิทักษ์ 1 ดาวสองก้อน ไม่รอช้าเธอเดินเข้าไปที่ศพของหัวหน้านักบวชกัส ก็เห็นผลึกสีขาวขุ่นออกมาจากหน้าผากของหัวหน้าบวชกัสเช่นกัน

เธอหยิบหินผู้สร้างจิตวิญญาณขึ้นมา มันเป็นหินระดับ 2 ดาว และเดินไปที่ศพนักบวชดาร์เรนเก็บหินผู้สร้างจิตวิญญาณอีกก้อนมา ก่อนจะเดินหาแถวเศษซากของมาลก้าที่ตายไป จึงเจอกับหินอีกก้อน

หลังจากรวบรวมหินผู้ครองพลังจากศพทั้งหมดก็ทำให้ในตอนนี้ในมือของแอนเดรียมีหินผู้พิทักษ์ 1 ดาวสองก้อนและ 2 ดาวหนึ่งก่อน กับหินผู้สร้างจิตวิญญาณ 1 ดาวและ 2 ดาวอย่างละก้อน และสุดท้ายคือหินผู้เผาผลาญ 1 ดาวอีกหนึ่งก้อน

หินผู้ครองพลังที่อยู่ในมือของแอนเดรียตอนนี้มูลค่ามหาศาลมาก ถ้าต้องการเธอสามารถเลือกคนมาและสร้างผู้พิทักษ์และผู้สร้างจิตวิญญาณระดับ 2 ดาวได้อย่างไม่ยากเลย

แอนเดรียเก็บหินผู้ครองพลังทั้งหมดลงกระเป๋าในทันที

ในขณะที่เดินไปรอบ ๆ โพชั่นที่ดื่มไปก่อนหน้านั้นก็เริ่มฟื้นฟูทั้งพลังชีวิตและพลังงาน ทำให้อาการบาดเจ็บของหญิงสาวฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ท่าทีของแอนเดรียนั้นไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ติด

เธอลงมือสังหารนักบวชของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์แล้ว ต่อให้เรื่องนี้ปิดยังไงก็ยากจะรอดพ้นการตรวจสอบ เพราะเธอไม่แน่ใจว่าคนเหล่านั้นจะมีวิธีการตรวจสอบหามือสังหารหรือไม่

แอนเดรียสะบัดมือสร้างบอลเพลิงเผาศพและพื้นที่ทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะหายไปจากตรงหนีมาโผล่อีกทีที่อาคารหลังหนึ่ง แต่ในตอนนี้นอกจากความมืดยามเย็นแล้วด้านในอาคารกลับไร้ซึ่งผู้อพยพที่มากับเธอแล้ว

“พวกเขาคงหนีไปแล้ว” แอนเดรียเข้าใจทันทีว่าทำไมคนเหล่านั้นจึงเลือกจะหนี ทุกคนหวาดกลัวศาสนจักรแสงพิสุทธิ์เกินไป บวกกับการที่อยู่ ๆ เธอก็เป็นศัตรูกับทางศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ ผู้อพยพที่มาด้วยจึงเลือกจะหนีอย่างหวาดกลัว เพราะไม่ว่าใครชนะ พวกเขาก็มีโอกาสโดนสังหารได้

อย่างแรกถ้าศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ชนะพวกเขาก็โดนฆ่า เพราะมาพร้อมแอนเดรีย แต่ถ้าแอนเดรียชนะพวกเขาอาจจะโดนแอนเดรียฆ่าปิดปากเช่นกัน เพื่อปกปิดร่องรอยของตนเอง

แอนเดรียไม่สนใจคนพวกนี้อีก ในกลุ่มผู้อพยพมีสองคนที่ได้ยินการพูดคุยและตัวตนของเธอจากพวกนักบวชเหล่านั้น แต่ทั้งสองก็โดนผู้พิทักษ์แสงอาแจ็กซ์สังหารไปตั้งแต่การโจมตีแรกแล้ว

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” แอนเดรียถอนหายใจ เธอไม่ได้บ้าการสังหาร ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากจะลงมือ แต่พอคิดถึงเรื่องหลังจากนี้แอนเดรียก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที

เธอต้องหนีแล้วคงไม่อาจจะกลับไปที่เมืองเอลดิลไปหาลูอิสได้อีก เพราะถ้ากลับไปมีโอกาสมากที่จะดึงดูดศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ไปที่นั่น

“ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะได้เจอกัน” แอนเดรียมองออกไปทางเมืองเอลดิล

ในตอนนั้นเองก็มีอีกาดำตัวหนึ่งบินลงมายืนอยู่ที่เบื้องหน้าของหญิงสาว แอนเดรียหันมามองอย่างตกใจเพราะพฤติกรรมแปลก ๆ ของอีกาดำ มันจับจ้องมาที่เธอ พอแอนเดรียมองไปที่ดวงตาอีกาดำก็ราวกับสัมผัสถึงลูอิสจากทางดวงตาของอีกาดำ

อีกาดำใช้เท้าขีดไปตามพื้นเป็นอักษรง่าย ๆ ในภาษาของโลกนี้เป็นคำว่า “แม่”

แอนเดรียเห็นก็น้ำตาไหล อีกาดำหันหัวไปทิศทางเมืองเอลดิล เธอเข้าใจว่านั้นคือให้กลับไป แต่แอนเดรียส่ายหัวเบา ๆ พลางเช็ดน้ำตาที่เปื้อนเลือดบนใบหน้า

“ไม่ได้...ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์แข็งแกร่งเกินไป ถึงกลับไปพวกเขาต้องสืบตามไปจนเจอแน่ ลูกอยู่ที่นั่นจะปลอดภัย ต่อไปนี้ให้พวกเขาตามล่าแม่คนเดียวพอ ลูกไม่ต้องโทษเรื่องมาลก้า ทุกอย่างเริ่มมาจากความประมาทของแม่เอง จึงพาลูกเข้าไปพัวพันผูกความแค้นกับตระกูลเมสัน แต่มาลก้าตายแล้ว ความลับของลูกก็ตายไปกับคนพวกนั้นแล้ว ลูกต้องอยู่ต่อไป ลาก่อนลูกรักของแม่”

กล่าวจบแอนเดรียก็หายไปจากตรงนี้ในทันที เหลือเพียงหยดน้ำตาหนึ่งหยดตกที่พื้นเท่านั้น

เธอเลือกจะจากไป โดยไม่ถามแม้แต่เรื่องของเด็กปีศาจหรือผู้ใช้ความตายจากลูอิส สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ สำคัญคือลูอิสจะไม่โดนศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ตามล่าพอ

...

เมืองเอลดิล ภายในร้านรุ่งอรุณ

ลูอิสมองผ่านอีกาดำพยายามเอื้อมมือไปห้าม แต่ก็ทำได้เพียงมองแอนเดรียจากไป ก่อนที่การมองผ่านอีกาดำและเขาจะขาดหายไป เนื่องจากระยะทางที่ไกลเกินไป ทำให้ใช้พลังงานมาก

ร่างของเด็กน้อยลูอิสในโหมดจอมเวทย์อ่อนแอไร้พลังงาน ลูอิสรีบเปลี่ยนกลับเป็นพาราดินเพื่อไม่ใช้ตัวเองสลบไปจากการขาดแคลนพลังงานในร่าง

“ไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว” ลูอิสมองออกไปไกล จากนั้นก็รีบเปิดหน้าต่างอินเตอร์เฟสข้อมูลมองดูค่าพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของแอนเดรีย ลูอิสถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเธอไม่ตายและกำลังรักษาตัวเองจากโพชั่นที่ให้ไปจำนวนมาก

ในตอนแรกหลังจากพยายามไล่ตามมาลก้ามาตลอดก็มาเจอกับร่องรอยการต่อสู้ เขารีบสั่งให้อีกาดำบินไปดู แต่มาถึงการต่อสู้ก็จบลงแล้ว และไม่มีใครอยู่อีก

แต่ตอนนั้นอีกาดำก็เห็นแอนเดรียที่ตึกขณะบินวนรอบ ๆ ทำให้ลูอิสได้เจอกับแอนเดรียอีกครั้งก็ช้าไป

“แต่ที่ทำให้เขายุ่งยากมากขึ้นคือสิ่งที่แอนเดรียกล่าว ดูเหมือนมาลก้าจะรู้บางอย่างและบอกกับศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ ทำให้พวกนั้นเล็งเป้าหมายมาที่ตัวฉัน อะไรคือสิ่งที่มาลก้าเห็นตอนนั้นกัน ‘ลิซ’ นี่เป็นคำตอบเดียวที่พวกนักบวชนั้นเล็งเป้ามาที่ฉันและแอนเดรียก็ฆ่าพวกนั้นเพื่อไม่ให้แจ้งเรื่องของฉันสินะ แอนเดรียฆ่าพวกนั้นไป แต่เธอยังกลัว นั้นหมายถึงคนพวกนั้นคงมีวิธีการตามหาคนฆ่านักบวชของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าจะมีวิธีรู้ไหมเรื่องลิซด้วยไหม” ลูอิสขมวดคิ้วชนกันด้วยท่าทางเคร่งขรึม

“ศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ทำให้ทุกคนกลัว เพราะพวกเขาแข็งแกร่งมากพอจะใช้มือปิดฟ้าได้ ถ้าฉันแข็งแกร่งพอต่อให้รู้ว่ามีพลังเนโครแมนเซอร์แล้วคนพวกนั้นจะทำอะไรได้”

ลูอิสในตอนนี้ปรารถนาในพลังเป็นอย่างมาก ไม่ใช่พลังอย่างเดียว แต่ต้องเป็นขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่งเหมือนศาสนจักรแสงพิสุทธิ์หรือทรงพลังยิ่งกว่าด้วย

หลังจากนั้นลูอิสก็เรียกพ่อบ้านเฟรดเข้ามาหาเพียงคนเดียว ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่แอนเดรียจากไปให้ฟัง เขาไม่ได้บอกคนอื่น ๆ อีก เพราะยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งดี ส่วนที่บอกพ่อบ้านเฟรดนั้นก็เพราะว่าเขาคือคนเก่าคนแก่ของตระกูลแกริค จึงควรได้รับรู้

...

สองวันต่อมา

ที่เมืองเอลดิลยังไม่มีใครรู้เรื่องการตายของนักบวชศาสนจักรแสงพิสุทธิ์ แต่ลูอิสคิดว่าอีกไม่นานข่าวก็น่าจะมาถึง ส่วนเรื่องใหญ่จริง ๆ ในเมืองเอลดิลตอนนี้ก็คือเรื่องราวการตายยกตระกูลของบารอนเมสันที่สร้างแสงกระเพื่อมไปทั้งเมืองเอลดิล

และท่าทีของขุนนางของเมืองเอลดิลที่ทำให้หลายคนคาดการเรื่องราว ๆ ต่าง ๆ ไปมากมาย พื้นที่ภายใต้บารอนเมสันก่อนหน้านั้นถูกควบคุมโดยขุนนางอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวาย แต่ทุกอย่างนั้นมีข้อยกเว้น เพราะพวกขุนนางกลับปล่อยพื้นที่ชุมชนผู้อพยพที่แทบจะกินพื้นที่ 1 ใน 6 ของเมืองไว้เฉย ๆ ไม่มีใครเข้ามาดูแล

ทุกคนเข้าใจว่าไม่มีขุนนางคนไหนอยากจะเข้ามาจัดการกับชุมชนผู้อพยพ เนื่องจากการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย พวกเขาจึงปล่อยมันไว้เชย ๆ

ทำให้ในเขตชุมชนผู้อพยพกลายเป็นเค้กก้อนโตที่กองกำลังนักล่าและกลุ่มอำนาจทั้งบนและใต้ดินต่างพากันทำสงครามแย่งชิงกันอย่างรุนแรง เพราะแม้ผลประโยชน์จะเล็กน้อยสำหรับขุนนาง แต่ก็ยังเป็นผลประโยชน์ที่ใหญ่สำหรับคนอื่น ๆ ที่มีกำลังพอแย่งชิง

ลูอิสเองก็เข้าร่วมด้วย เขาสั่งให้กองกำลังนักล่านิ้วเงินยึดพื้นที่ในระยะ 1,000 เมตรโดยมีร้านรุ่งอรุณเป็นพื้นที่ศูนย์กลาง ในวันแรกมีหลายคนไม่พอใจ เพราะพื้นที่ซึ่งลูอิสต้องการนั้นคือ 1 ใน 4 ของเขตชุมชน ทำให้มีกองกำลังจำนวนมากบุกเข้ามา

แต่ว่าเพียงคำสั่งเดียวของลูอิสทุกคนที่เข้ามาโดนเก็บกวาดจนหมด ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาท้าทายอีก แต่ลูอิสรู้ว่านี่เป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากมีพวกภายนอกชุมชนผู้อพยพกำลังรวบรวมกำลังคนและทรัพยากรเข้าสู้

แต่วันนี้กลับมีข่าวใหญ่ประกาศออกมาจากกองกำลังส่วนกลาง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของรังอันเดด

“รังอันเดดอย่างนั้นเหรอ” ลูอิสถามขึ้นมา

ที่จริงถ้าไม่มีการประกาศหลายคนคงลืมภัยคุกคามนี้ไปแล้ว เพราะช่วงหลายวันพวกเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการตายของบารอนเมสันและผลประโยชน์ในเมือง แถมการตายของบารอนเมสันทำให้การกวาดล้างรังอันเดดนอกเมืองต้องเลื่อนไปอีกหลายวันแล้วด้วย

“ใช่แล้วท่านลูอิส ทางส่วนกลางของเมืองประกาศเรื่องของรังอันเดดและเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทั้งหมดของชุมชนผู้อพยพด้วย พวกเขาประกาศว่าหลังจากการตายของบารอนเมสันทำให้ตำแหน่งบารอนในเมืองเอลดิลเว้นว่างลง ทำให้ต้องรีบแต่งตั้งบารอนขึ้นมาเพื่อรักษาสมดุลภายในเมืองไว้โดยเร็วที่สุด แต่เพราะทั้งตระกูลบารอนเมสันตายสิ้นหมดแล้ว จึงจะทำการแต่งตั้งจากคนนอกเข้ามาเป็นขุนนางชั้นบารอนแห่งเมืองเอลดิลแทน โดยจะคัดเลือกจากคนที่ทำผลงานในการกวาดล้างรังอันเดดได้สูงที่สุด”

เจียน่ากล่าวออกมา ในตอนนี้เธอทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและข่าวภายในเมืองของกองกำลังนักล่านิ้วเงินแล้ว เพื่อรายงานต่อลูอิสโดยตรง

“แต่งตั้งบารอนจากผู้ทำผลงานกวาดล้างรังอันเดดได้มากที่สุด” ลูอิสพูดออกมาด้วยความตื่นตกใจ

คนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันเมื่อได้รู้เรื่องนี้ครั้งแรก

“จะเริ่มเมื่อไหร่” ลูอิสถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“จะเริ่มในอีก 5 วันนับจากนี้” เจียน่าบอก

“ท่านลูอิส นี่คือโอกาสที่พวกเรารอคอย” พ่อบ้านเฟรดพูดขึ้นมาและมองไปที่เด็กน้อยลูอิส

ลูอิสพยักหน้า ก่อนจะเริ่มไตร่ตรองเรื่องราวในหัว นี่เป็นโอกาสในการข้ามขึ้นไปเป็นขุนนางอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด แม้จะรู้ว่าขุนนางพวกนั้นแค่วางเหยื่อล่อคนให้ไปทำงานเท่านั้น

แต่อย่างน้อยการประกาศอย่างเป็นทางการก็รับรองว่าเรื่องที่คนที่ทำผลงานได้สูงสุดจะได้รับรางวัลเป็นยศบารอนนั้นเป็นของจริงแน่นอน

‘ฉันต้องเริ่มจากการเป็นขุนนางก่อนถึงจะสร้างกองทัพของตัวเองได้อย่างแท้จริงภายในเมืองเอลดิล’

ลูอิสเงยหน้ามองทุกคน พ่อบ้านเฟรด เจียน่า อาร์มันโด้ เบลล่า ทุกคนต่างก็มองเขาเพื่อรอคำตอบ ลูอิสไม่ต้องถามก็รู้ว่าพวกเขาทุกคนกำลังรอคำตอบแบบไหน

“ฉันจะเป็นบารอน” ลูอิสกล่าวเน้นออกมาทีละคำพร้อมกับยิ้มอย่างมั่นใจ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด