ตอนที่แล้วยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 46 โดนจับตัวจนได้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 48 คิดจะฆ่าผมงั้นหรอ!!

ยอดยุทธคลิกเดียว!! ตอนที่ 47 ตระกูลหยวนสะพรึง


เมื่อรถที่ซู่เสี่ยวไป่นั่งมาเข้าสู่พื้นที่ส่วนใน

“ฑูตซู่ นี่เป็นอัจฉริยะของจริงเลยนะครับ อายุแค่ 17 ปีก็อยู่ในเขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงได้แล้ว ผมละอิจฉาฑูตซู่จริงๆ”

หยวนฉีที่นั่งข้างๆ ซู่เสี่ยวไป่อย่างใกล้ชิด ก็เริ่มพูดคุยด้วยรอยยิ้มจอมปลอม

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่านผู้นำตระกูลถึงกระตือรือร้น อยากให้ท่านมาเป็นฑูตให้กับตระกูลจางของพวกเรา”

ซู่เสี่ยวไป่ได้กดกระแสพลังของตัวเองไว้ที่เขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูง เพื่อไม่ทำให้ผิดสังเกต ถึงแม้ว่าเด็กอายุ 17 ปี ที่อยู่ในเขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงจะหาได้ยาก แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลย ส่วนใหญ่จะคนจากตระกูลใหญ่ ผู้ฝึกตนทั่วๆ ไปนั้นไม่มีทางทำได้

“ก็แค่โชคช่วย!”

“จริงสิ…นายบอกว่านายมาจากตระกูลจาง แต่…ทำไมผมไม่เคยเห็นหน้านายมาก่อนเลย ตอนที่ไปตระกูลจางก็ไม่เคยเห็น”

ซู่เสี่ยวไป่ลองถามหยั่งเชิง

“ผมถูกส่งออกไปนอกพื้นที่มานะครับ และไม่ค่อยได้กลับเข้ามาที่ตระกูลสักเท่าไร ไม่แปลกที่ฑูตซู่จะไม่เคยพบเห็นผม”

คำพูดของหยวนฉีนั้นดูไหลลื่นและดูน่าเชื่อถือมา

“อ๋อ…ยังงั้นเองหรอ..”

“เอ๋…แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังไปผิดทางรึป่าว ผมจำทางไปบ้านตระกูลจางได้ ทางนี้มันคนละทางกัน”

ซู่เสี่ยวไป่แกล้งไร้เดียงสาชี้นิ้วใส่สิ่งที่อยู่ภายนอกรถอย่างสงสัย

“การประชุมครั้งนี้สำคัญมากครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลไปถึงตระกูลอื่น ทำให้ท่านผู้นำเลือกสถานที่ประชุมนอกตระกูล”

“แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่ส่วนใน คงไม่มีใครกล้าลองดี จริงไหมครับ”

หยวนฉีฉีกยิ้มกว้าง

“ใช่!!”

ซู่เสี่ยวไป่เองก็พยักหน้าเออออไปด้วย

สักพักพวกเขาก็มาถึง

จุดหมายที่พวกเขามาถึงคือที่ตั้งของบ้านตระกูลหยวน

หยวนฉีและคนอื่นๆ ได้ยินมาว่าซู่เสี่ยวไป่เคยมายังพื้นที่ส่วนในครั้งเดียว และไม่เคยมาที่พื้นที่นี้อีก ทำให้เขาไม่มีทางรู้จักสถานที่อื่นนอกจากบ้านตระกูลจาง

(แก้ไขเล็กน้อยครับบ้านหลังแรกที่ซู่เสี่ยวไป่ซื้อ มันเขียนว่าพื้นที่ใจกลาง ผมนึกว่าคือพื้นที่ส่วนใน แต่มันน่าจะหมายถึง ใกล้ตัวเมืองที่เจริญประมานนั้นครับ ดังนั้นทำให้ซู่เสี่ยวไป่มาที่พื้นที่ส่วนในครั้งเดียวตอนมาตระกูลจาง)

“เชิญท่านฑูตซู่!”

เมื่อรถจอดหยวนฉีก็พาซู่เสี่ยวไป่เข้าไปในบ้านตระกูลหยวนทันที ซู่เสี่ยวไป่เดินเข้าไปด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเดินเข้ามาในบ้านของตัวเอง ยิ่งทำให้สิ่งที่หยวนฉีคิดนั้นถูกต้อง

ความจริงที่ว่า ซู่เสี่ยวไป่ไม่เคยไปที่อื่นในพื้นที่ส่วนใน แต่มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว

เมื่อพ้นประตูเข้ามาภายในคฤหาสน์ของตระกูลหยวน หยวนฉีก็รีบปิดประตูล็อคในทันที เพื่อกันไม่ให้ซู่เสี่ยวไป่หนี

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงห้องโถงรับแขกของตระกูลหยวน

ในห้องโถงรับแขกหยวนเฟ่ยเคอ และสมาชิกระดับสูงหลายคนรออยู่

ทุกคนจับจ้องไปยังซู่เสี่ยวไป่ทันที เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้อง!!

“ช่างเป็นคนที่มากพรสวรรค์จริงๆ!!”

“เด็กน้อยผู้นี้คืออัจฉริยะ!!”

“เป็นบุญวาสนาของตระกูลจางจริงๆ แต่เป็นโชคร้ายของเจ้าหนูนี่!!”

“...”

สมาชิกระดับสูงทุกคนในตระกูลหยวนต่างคิดไปต่างๆ นาๆ เกี่ยวกับตัวของซู่เสี่ยวไป่ และเก็บซ่อนจิตสังหารที่อยู่ในสายตา

“ทำไมผมไม่เห็นคุ้นหน้าใครสักคนในที่แห่งนี้เลย..”

“นี่นายนำทางมาผิดรึเปล่า”

ซู่เสี่ยวไป่แกล้งเอ๋ยปากถามด้วยสีหน้ามึนงง

“ฑูคซู่ไม่ได้มาผิดที่หรอก ฉันนี่แหละที่อยากพบฑูตซู่!”

“ขอแนะนำตัวเองก่อน ฉันคือหยวนเฟ่ยเคอ ผู้นำตระกูลหยวน!!”

“ตระกูลหยวน!?!”

“แกต้องการอะไรกันแน่…ถึงพาผมมาแบบนี้!?”

ใบหน้าของซู่เสี่ยวไป่แสดงออกถึงความตื่นตระหนก และวิตกกังวลอย่างมาก

“ฑูตซู่..ใจเย็นก่อน…”

หยวนเฟ่ยเคอที่นั่งอยู่ภายในห้อง เขาฉีกยิ้มกว้างก่อนจะพูดต่อ

“ฑูตซู่คงจะได้ยินเรื่องความไม่ลงรอยกันระหว่างตระกูลจางกับตระกูลหยวนมาบ้าง”

“ฉันจะไม่โกหกฑูตซู่ ที่จริงแล้วตระกูลจางกับตระกูลหยวนนั้นเป็นศัตรูคู่แค้นเลยด้วยซ้ำ นั้นก็เพราะจางเหิงล่งได้ลงมือหักแขนน้องชายของฉัน ฉันเลยสาบานต่อหน้าบรรพชนตระกูลหยวนว่าเราสองตระกูลไม่อาจอยู่รวมฟ้าดินเดียวกันได้อีก!!”

“ฑูตซู่ คุณนั้นคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง….”

“เพียงอายุ 17 ปี ก็บรรลุถึงเขตแดนกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงได้แล้ว พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของฑูตซู่ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!!”

“จางเหิงล่งคงร่ำรวยมากถึงขนาดที่รับผู้ฝึกตนเช่นนี้เป็นฑูตของตระกูลได้ คงหวังว่าจะลงทุนกับฑูตซู่และฝากอนาคตของตระกูลไว้กับฑูตซู่ แต่…ฉันอยากบอกกับฑูตซู่ว่า การเข้ารวมกับตระกูลหยวนนั้น มีแต่อนาคตที่สดใสรออยู่ มากกว่าอยู่กับตระกูลจาง!!”

“ฑูตซู่ ลองคิดดูให้ดี!! จะจมอยู่ในความมืดมิดทำไม ในเมื่อตรงนี้…มีแต่แสงแดดอบอุ่นรออยู่ เข้าร่วมกับเราตระกูลหยวน ทั้งฑูตซู่และตระกูลหยวนจะเติบโตไปด้วยกันพวกเราจะกลายเป็นขุมอำนาจที่มั่งคั่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!!”

หยวนเฟ่ยเคอ จ้องมองซู่เสี่ยวไป่ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและร้อนแรง

ที่เขายังไม่ฆ่าซู่เสี่ยวไป่ นั่นก็เพราะว่าเขาลองคิดดูแล้วหากสามารถดึงตัวอัจฉริยะเช่นนี้มาอยู่ใต้อาณัติเขาได้ เมื่อตระกูลจางรู้เรื่องนี้เข้า คงได้กระอักเลือดด้วยความเจ็บใจอย่างที่สุด มันช่างเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์ยิ่งนักสำหรับเขา

“เข้ากับตระกูลหยวน?”

ซู่เสี่ยวไป่พูดทวนคำถามเมื่อครู่

“ใช่แล้ว อะไรที่ตระกูลจางสัญญาว่าจะให้ ทางตระกูลหยวนของเราจะให้มากกว่านั้นสองเท่า!!”

“อะไรที่ตระกูลจางให้ฑูตซู่ไม่ได้ ตระกูลหยวนของเราจะหามาให้!!”

“ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งครอบครองทุกอย่าง ฑูตซู่ด้วยพลังและพรสวรรค์ของคุณ คุณควรอยู่กับผู้แข็งแกร่งด้วยกัน!!”

หยวนเฟ่ยเคอหัวเราะอย่างชั่วร้าย

“งั้น..แปลว่าท่านผู้นำตระกูลหยวนจะให้เงินผมมากขึ้นใช่ไหม?”

“ฑูตซู่มีเงื่อนไขอะไร…โปรดพูดมันออกมา หรือต้องการอะไรก็พูดออกมาได้เลย!!”

สีหน้าของหยวนเฟ่ยเคอนั้นดูมั่นใจอย่างมาก

“ก็…ไม่ต้องการอะไรมาก แค่เงินเล็กน้อยสัก 1 พันล้านเหรียญจิตก็คงไม่มากไปนะ”

เมื่อซู่เสี่ยวไป่พูดสิ่งที่ต้องการออกมา ทำให้สีหน้าของหยวนเฟ่ยเคอถึงกับถอดสีในทันที

แม้แต่สมาชิกระดับสูงคนอื่นๆ เมื่อได้ยินก็ถึงกับใบหน้าซีดเซียว บรรยากาศทั่วทั้งห้องกลับดูอึมครึมทันที และรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น

“ฑูตซู่!! จะพูดล้อเล่นอะไรให้มันพอดีหน่อย!!”

หยวนเฟ่ยเคอตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ฉันอุสายื่นข้อเสนอด้วยความจริงใจ แต่ดูเหมือนฑูตซู่จะมองเป็นเรื่องล้อเล่น?”

“คิดว่าผมล้อเล่นงั้นหรอ?”

ซู่เสี่ยวไป่พูดซ้ำ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

แล้วก็เดินไปเลื่อนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ด้านหน้าออกมา และนั่งลงอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ก็ท่านผู้นำพึ่งจะเอ่ยปากชมผมว่า เป็นอัจฉริยะที่แท้จริง อายุเพียงแค่ 17 ปีก็เป็นกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงได้แล้ว อีกทั้งยังมากไปด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะ ผมก็รู้สึกดีกับคำชมเหล่านั้น ก็คิดว่าท่านผู้นำคงจะยินดีมอบสิ่งตอบแทนให้ผมเยอะๆ”

แล้วทันใดก็ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากของซู่เสี่ยวไป่

“แล้วถ้าเกิดว่า….ผมไม่ได้เป็นกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงล่ะ?”

ไม่ได้เป็นกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงหมายความว่าอย่างไร? ทุกคนต่างเกิดข้อสงสัย

ในขณะที่ทุกคนกำลังมึนงง กระแสพลังจากร่างของซู่เสี่ยวไป่ก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว!!

“ผู้ฝึกยุทธขั้นแรก?!”

“เดี๋ยว...นี้เขาอยู่ในเขตแดนผู้ฝึกยุทธขั้นแรกแล้วงั้นหรอ?!”

หลายคนเริ่มอุทานออกมา

แต่ไม่นานก็เริ่มมีคนสังเกตถึงความผิดปกติ

“ไม่…เดี๋ยวก่อน ตอนนี้กระแสพลังของเขาคือผู้ฝึกยุทธขั้นกลางแล้ว!!”

“พูดเรื่องบ้าอะไรออกมา!! ใครมันจะทะลวงเขตแดนและขั้นได้ในทีเดียวพร้อมกัน!! มันเป็นไปไม่ได้หรอก!!”

จากกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูง กลายผู้ฝึกยุทธขั้นกลางในทันที ทำให้สมาชิกระดับสูงหลายคนถึงกับตื่นตกใจ

แต่ถึงยังงั้นความตกใจของพวกเขาก็ยังไม่จบลง

และยิ่งทวีมากขึ้นไปอีก

“นี่มัน…เรื่องบ้าบอโลกไหน กระแสพลังและกลิ่นไอนี้มัน…ของผู้ฝึกยุทธขั้นสูง!!”

“โอ้ พระเจ้า..โปรดบอกที่ว่าฉันไม่ได้ตาฝาด!! เขตแดนผู้ฝึกยุทธขั้นสูง!!”

“ฉันมั่นใจเลย…ว่ากลิ่นไอและกระแสพลังนี้เป็นของผู้ฝึกยุทธขั้นสูง แต่…เจ้าหนูนี้อายุแค่ 17 ปีเองนะ!!”

แม้แต่หยวนเฟ่ยเคอเองก็ยังตกใจจนขนหัวลุกเช่นเดียวกัน ปากของเขาเปิดกว้างอย่างไม่ตั้งใจ สีหน้าแสดงออกถึงความตกใจแบบไม่อย่าจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

เขาพยายามหายใจทั้งทางปากและจมูกพร้อมกัน

ซู่เสี่ยวไปเปลี่ยนจากกึ่งผู้ฝึกยุทธขั้นสูงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสูงได้ในพริบตาเดียว!!

การเปลี่ยนแปลงนี้ ราวกับเปลี่ยนจากโลกหนึ่งไปอีกโลกหนึ่งในทันทีเลย

“ท่านผู้นำ คิดว่าเงิน 1 พันล้านเหรียญจิตที่ผมขอไปยังเป็นเรื่องล้อเล่นอยู่อีกไหม?”

ซู่เสี่ยวไป่พูดออกมาเบาๆ

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด