ตอนที่แล้วตอนที่ 17 เข้าเส้นเข้ารอย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 19 ค่าสถานะแบบนี้ขี้โกงจนน่าจะถูกรายงาน

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 18 หลัวจี๋น้ำตาตกใน


ที่หลัวจี๋พูดเมื่อครู่นั้นเขาไม่ได้ล้อเล่น แม้เมื่ออาหารเมื่อคืนนี้จะทำให้เขาได้รับความภักดีมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีบางคนที่ค่าความภักดียังไม่ถึง 80 ดังนั้นแล้วหลัวจี๋จึงไม่ได้ไว้วางใจคนที่ได้มาใหม่นี้โดยสิ้นเชิง นั่นจึงทำให้เขาต้องหาทางรับมือนิดหน่อย

หลังจากพูดคุยกับหลัวหย่ง ในที่สุดเขาก็มีเวลาพัก เขานั่งลงข้างกองไฟและตักน้ำร้อนจากหม้อมาหนึ่งถ้วย ก่อนจะเรียบเรียงความคิดในหัวว่าจะทำอะไรต่อไป เขากดไปที่หน้าต่างสถานะและกดไปที่โปรเจ็คต์ “การสร้างแผนที่” ที่ขึ้นมาเมื่อก่อนหน้านี้

โประเจ็คต์วัฒนธรรมและแต้มวัฒนธรรมนั้นเป็นสิ่งที่เขามีมากที่สุดนอกเหนือจากแต้มอารยธรรม หลัวจี๋รู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่ก่อนหน้านี้ในหัวข้อของวัฒนธรรมของเขามีแต่ “ระบบนามสกุล” เพียงอย่างเดียวและไม่มีอย่างอื่นอีก แต่ในตอนนี้ก็มีการสร้างแผนที่เพิ่มขึ้นมา

การสร้างแผนที่ (เลเวล 0): ประสิทธิ์ภาพในวาดภาพทุกชนิดเพิ่มขึ้น 10% เมื่อสร้างสิ่งต่างและใช้พิมพ์เขียวที่เกี่ยวข้อง โอกาสสำเร็จในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ อุปกรณ์ สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ เพิ่มขึ้น 10%

เมื่อเห็นโบนัสจาก “การทำแผนที่” หลัวจี๋ก็ตาเป็นประกาายในทันที ตรงส่วนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการวาดภาพทุกชนิดนั้นไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่โบนัสอัตราความสำเร็จนั้นเป็นประโยชน์อย่างมาก!

พอลองคิดดูดีๆแล้ว หลัวจี๋ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล อย่างเช่น ถ้าเขาอยากจะสร้างอุปกรณ์อะไรสักอย่าง เขาก็ต้องวาดแบบก่อน และในแบบนั้นก็จะมีรายละเอียดและส่วนประกอบสำคัญพร้อมกับความคิดที่ถูกเขียนลงไป ซึ่งก็แน่นอนว่าหากทำเช่นนั้น อัตราความสำเร็จก็ต้องเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว

ในทางตรงกันข้าม หากสร้างขึ้นมาจากความคิดในหัวเพียงอย่างเดียว เมื่อลงมือสร้างไปก็อาจพบกับปัญหาได้กลางทาง และแน่นอนว่าอัตราความสำเร็จก็จะต่ำลง พูดง่ายๆก็คือ วางแผนกับไม่วางแผนยังไงมันก็ต้องต่างกัน

หลังจากดูแต้มวัฒนธรรมที่เหลือแล้วก็พบว่ามีอยู่ 16 แต้ม ซึ่งก็มากเหลือเฟือ เขาใช้แต้มวัฒนธรรม 10 แต้ม กับแต้มอารยธรรม 100 แต้มเพื่อเพิ่มระดับการวาดแผนที่ขึ้นเป็นเลเวล 1

หลังจากเพิ่มระดับเสร็จ หลัวจี๋ก็ไม่ได้ไปนั่งวาดภาพต่อ เพราะเขายังไม่ได้คิดว่าอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างใดที่เขาจะสร้างอันต่อไป และเพราะเขาไม่สามารถทำอะไรที่ซับซ้อนมากเกินไปได้ แน่นอนว่าเขาทำสิ่งที่ไม่เคยเรียนมาไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงทำตามแผนเดิมและทำงานของวันนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน

หลัวจี๋เดินไปที่ทะเลสาบพร้อมกับอวนที่พวกผู้หญิงเพิ่งสร้างเสร็จ ขณะที่มองดูทุกคนที่กำลังตกปลา เขาก็มองหาจุดเปิดรูน้ำแข็งใหม่ๆด้วยเช่นกัน

เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะระดับของ “การประมง” ที่เพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 1 หรือไม่ หรือเป็นเพราะเริ่มเคยชินกับการจับปลา ทุกคนจึงเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะขณะที่เดินไป เขาก็พบว่าชาวประมงทุกคนจับปลาได้กันคนละตัวแล้ว และมีคนหนึ่งที่จับได้ถึงสามตัว นั่นทำให้หลัวจี๋ประหลาดใจขึ้นมา และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาก็จำชายคนนี้ได้

ไม่ใช่ว่าชายวัยกลางคนที่จับปลาสามตัวได้ติดๆกันคนนี้คือชาวประมงคนแรกที่เขาแต่งตั้งเองอย่างนั้นเหรอ? ปลาคาร์พตัวแรกชายคนนี้ก็เป็นคนจับ และตอนนี้เขามีประสบการณ์มากกว่าทุกคนในตอนนี้

“จะว่าไปแล้ว เหมือนว่าเราจะยังไม่เคยเปิดหน้าต่างสถานะเขาดูเลย…” การนั่งยองๆนิ่งๆอยู่ข้างๆรูน้ำแข็งทั้งวันนั้นก็เหมือนเป็นการออกแรงอย่างหนึ่ง และนั่นทำให้หลายวันที่ผ่านมานี้ชายคนนี้เมื่อกินอาหารเย็นเสร็จก็กลับไปนอนในทันที และส่วนมากเขาจะตรวจสอบหน้าต่างสถานะตอนกลางคืน เรียกได้ว่าช่วงเวลาของทั้งสองคนนั้นคลาดกันไปทุกครั้ง นั่นทำให้เขายังไม่เคยได้ตรวจสอบหน้าต่างสถานะของชายคนนี้

ขณะที่คิดๆอยู่หลัวจี๋ก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา และในตอนนั้นเอง หัวใจของเขาก็ต้องสั่นสะท้าน “บ้าเอ้ย! นี่เราทำบ้าอะไรไปเนี่ย!?”

ภายในหน้าต่างสถานะนั้นคือข้อมูลที่ทำให้เขาต้องเบิกตาโผลง..

ชื่อ: ไม่มี

เพศ: ชาย

อายุ: 31

สถานะ: เยือกเย็น

ความภักดี: 96

ความกล้าหาญ: ★★

ความฉลาด: ★★☆☆

จิตวิญญาณ: ★★★☆

ความอดทน: ★★★☆

สั่งการ: ★★☆☆

ทักษะ: หนักแน่นดั่งหินผา: บุคลิกที่เยือกเย็นนั้นทำให้เขาไม่สั่นคลอนต่อสิ่งใด และ “ขวัญกำลังใจ” ของทหารภายใต้บัญชาจะไม่ลดต่ำลงกว่า 60 แต้ม เมื่อปกป้องเมืองในฐานะผู้ป้องกันการปิดล้อม ความสามารถในการต่อสู้ของทหารภายใต้บัญชาจะเพิ่มขึ้น 20% และ “ขวัญกำลังใจ” ของศัตรูที่ปิดล้อมเมืองนั้นมีโอกาสลดลง 20% (ทักษะนี้อยู่ในหมวดหมู่ “สั่งการ”)

แม้ว่าเขาจะมีค่าความกล้าหาญเพียงสองดาว แต่ค่าสถานะอื่นๆสามารถเติบโตได้ถึงสี่ดาว! ซึ่งนั่นเป็นขีดจำกัดสูงสุดของคนที่เขามีในตอนนี้! และเขามีค่าสถานะสูงสุดรวมกันแล้วมากกว่าใครๆก็ตามในเผ่าตอนนี้เลยด้วยซ้ำ! เมื่อร่วมกับทักษะ “หนักแน่นดั่งหินผา” แล้ว เขาคือนายพลสำหรับป้องกันเมือง!

นั่นทำให้ตอนนี้หลัวจี๋รู้สึกอยากจะเอาหัวไปโขกกำแพงที่ไหนซักที่จนตาย เขาไม่กล้าจะหันไปมองอีกทีทั้งๆที่ได้เห็นไปแล้ว…

และที่ข้างใต้แถบทักษะนั่น ก็มีทักษะชีวิตที่ดูเด่นสะดุดตากำลังแสดงอยู่เด่นหรา “ตกปลา”...

ตัวละครระดับขั้นนายพลกลับต้องมาเป็นชาวประมงเพราะเขาพลาดไปด้วยความประมาท และนั่นทำให้เขาเริ่มจะเชี่ยวชาญทักษะ “การตกปลา” นี่ไปด้วยพอสมควร หลัวจี๋น้ำตาตกใน และในขณะเดียวกันเขาก็ค่อนข้างจะเป็นกังวล ถ้าหากว่าโอกาสในการเติบโตของตัวละครนี้จะหายไปเพราะทักษะการตกปลามันดันผุดขึ้นมาจะต้องทำยังไงดีล่ะ?

เขาไม่คิดอะไรต่อไปอีก หลัวจี๋คว้าอวนในมือของชายที่อยู่ข้างๆและดึงว่าที่นายพลประจำเมืองไปยังชายฝั่ง ให้ตายสิ! จะปล่อยให้ตกปลาอีกไม่ได้ ถ้าหากว่าเขาได้ทักษะชีวิตเพิ่มขึ้นมาอีก สกิลทรีก็เละกันไปหมดสิ!

“ท่านผู้นำ ข้าทำอะไรผิดหรือครับ?”

เสียงทุ้มและเยือกเย็นของอีกฝ่ายดังขึ้นมา และเพียงแค่ฟังจากน้ำเสียง หลัวจี๋ก็สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่ออกมาจากชายคนนี้แล้ว

แม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับการที่จู่ๆก็ถูกหลัวจี๋ลากตัวไป แต่เขาก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นั่นทำให้หลัวจี๋รู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิม ทำไมเขาไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้กันนะ?

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหาโอกาสตรวจสอบค่าสถานะของทุกๆคนให้ละเอียด! เผื่อมีนายพลอีกคนที่เขาพลาดไป แล้วดันกลายไปเป็นชาวนา ชาวประมงหรืออะไรเทือกนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงกระอักเลือดตาย

หลังจากกลับมาตั้งสติได้และรู้สึกถึงสายตาฉงนของอีกฝ่าย หลัวจี๋ก็รู้สึกว่าเขาต้องหาเหตุผลอะไรบางอย่างหรือคำอธิบาย พอมาคิดดูดีๆแล้ว เขาก็รู้สึกถึงความยุ่งยากในใจ….

‘ก่อนหน้านี้ก็เป็นเราที่ปล่อยให้เขาไปตกปลา แต่ตอนนี้จู่ๆเราก็มาบอกเขาว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นชาวประมง แต่เหมาะกับการเป็นนายพลประจำเมือง! มันฟังดูแปลกๆนะ’

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน หลัวจี๋ที่ยังเป็นกังวลอยู่เล็กน้อยก็ส่ายหัวแรงๆ เพราะในตอนสุดท้ายเขาก็นึกขึ้นมาได้และเข้าใจได้ในที่สุดว่า “ฉันคือผู้นำ แล้วทำไมจะต้องหาเหตุผลอะไรมาอ้างเพื่อเปลี่ยนหน้าที่ของคนในเผ่าด้วยล่ะ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด