ตอนที่แล้วตอนที่ 95 การตัดสินใจของเหล่าขุนนาง(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 97 กลุ่มนักบวชของศาสนจักรแสงพิสุทธิ์

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 96 หนีออกนอกเมืองเอลดิล(อ่านฟรี)


ตอนที่ 96 หนีออกนอกเมืองเอลดิล

มาลก้าได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งไปดูที่ประกาศที่ติดอยู่ทางกำแพงในทันที เขายังไม่คิดจะเผยตัวจนกว่าจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่และส่วนหนึ่งเพราะยังหวาดกลัวอยู่ด้วยจึงยังไม่กล้าเผยตัวออกไป

เขาพยายามแทรกฝูงชนมาที่กำแพง พอมาลก้าเข้าใกล้หลายคนในบริเวณนั้นก็พากันยกมือขึ้นมาปิดจมูกและขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เพราะตัวของมาลก้านั้นเหม็นเหมือนขยะเปียกไม่มีผิด จึงพากันถอยหลบออกมาด้วยความไม่พอใจ

มาลก้าไม่สนสายตาเหยียดหยามและรังเกียจเหล่านั้น เพราะตอนนี้ความคิดของเขาทั้งหมดกำลังจดจ่ออยู่กับเนื้อหาบนประกาศ ในตอนแรกเขาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อที่มีซอมบี้โผล่มาที่คฤหาสน์ของตระกูลเขา แต่ต่อมามาลก้าก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเมื่อรู้ว่าคนทั้งตระกูลรวมถึงพ่อของเขาได้ตายไปจนหมดแล้ว และทุกคนเปลี่ยนเป็นซอมบี้ ซึ่งก็โดนทหารฆ่าไปทั้งหมดและกำลังเก็บศพออกมา

“ต้องเป็นมันที่ฆ่าทุกคน!” มาลก้ากัดฟันพูดคนเดียวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

ชายหนุ่มเชื่อมโยงเรื่องทั้งหมดเข้ากับลูอิสในทันที ถ้าเขาไม่เห็นความสามารถของลูอิสเขาก็อาจจะเชื่อว่าคนตายพวกนั้นมาแก้แค้นตนเอง แต่พอมาลก้ารู้ว่าลูอิสสามารถเปลี่ยนลีวิสเป็นโครงกระดูกอันเดดได้ เขาก็เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่ลูอิสทำ

แต่พอคิดถึงลูอิสเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจากเบื้องลึกของจิตใจ

มาลก้าอ่านต่อไป เพราะยังเหลือประกาศอีกครั้งหนึ่ง แต่ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งกำมือแน่นด้วยความโมโหและคับแค้นใจ

“เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านในเมืองเอลดิลและอดีตพื้นที่ภายใต้การดูแลของบารอนเมสัน พวกกระจายพื้นที่เหล่านั้นออกไปให้กับท่านไวเคานต์คาริส ท่านบารอนเลนนี่ ท่านบารอนริชแมน ท่านบารอนมิเกล เพื่อช่วยดูแลพื้นที่ทั้งหมดของบารอนเมสันผู้ล่วงลับชั่วคราว ส่วนรายละเอียดที่เหลือจะประกาศตามหลังอีกที”

“พวกขุนนางคนอื่น ๆ มันกล้ายึดของที่เป็นของท่านพ่อ พ่อบ้านอาร์แกกล้าทรยศท่านพ่อ ทั้งที่ผ่านมาท่านพ่อก็ดูแลแกดีมาโดยตลอด” มากล้ากัดฟันแทบหัก ความโกรธในใจของมาลก้าแทบจะเผาเมืองทั้งเมืองได้เลยทีเดียว แต่มาลก้ารู้ดีว่าตอนนี้ตระกูลเมสันนั้นโดนผลักให้เป็นแพะรับบาปแล้ว แม้ความจริงในประกาศนั้นจะเป็นเรื่องจริง แต่มาลก้าไม่สนใจ เขามองแผนพวกขุนนางออกมาว่าพวกมันต้องการเอาทุกอย่างที่เป็นของตระกูลเมสันไป

โดยเฉพาะไวเคานต์คาริสที่ไม่ชอบท่านพ่อของเขาและบารอนเลนนี่ที่เป็นศัตรูกันมานานอยู่ก่อนแล้ว

“ในเมื่อพวกแกกล้าเอาทุกอย่างไปจากฉัน ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ทั้งเมืองพวกแกตกอยู่ในการทำลายของลัทธิบูชาปีศาจไปซะ” มาลก้าสาปแช่งทุก ๆ คนที่แย่งชิงสิ่งของจากตระกูลเมสัน

เขายังเข้าใจอยู่ว่าลูอิสคือปีศาจจากลัทธิบูชาปีศาจ ซึ่งกำลังทำลายและเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็นเมืองของอันเดดตามที่เคยได้ยินมา

มาลก้าจินตนาการถึงวันที่เมืองนี้เต็มไปด้วยอันเดดจากปีศาจอย่างลูอิส

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นมาดังขึ้นมาจากชายคนหนึ่ง ซึ่งทำให้มาลก้าไม่พอใจอย่างมาก เพราะชายคนนั้นกำลังด่าตนเองอยู่ข้าง ๆ

“สมควรตายแล้ว ดูความชั่วที่พ่อบ้านคนนั้นสารภาพมาสิ บุตรชายของบารอนเมสัน มาลก้า เมสัน ชอบลักพาตัวหญิงสาวชั้นสูงจากเมืองอื่น ๆ และข่มขืนพวกเธอ แถมทำมาหลายครั้งแล้วด้วย ชาติชั่วจริง ๆ สมควรตายทั้งตระกูลไปแล้ว ถุย!” ชายคนนั้นพูดเสียงดังเป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนต่างก็ส่งเสียงเห็นด้วย

“แกว่าอะไรนะ แกสิวะที่สมควรตายไอ้หนอนชั้นต่ำ” มากล้าหันมาด่าชายคนนั้นทันที

ชายคนนั้นที่โดนด่าก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า หันมาด่ามาลก้ากลับในทันที “แกสิชั้นต่ำไอ้ขอทานตัวเหม็น ถึงกล้าด่าฉันคนนี้ อยากตายนักหรือไง”

กลุ่มคนล้อมมาลก้าไว้ คนพวกนี้คือกลุ่มคนที่มาจากชุมชนผู้อพยพ ไม่มีใครชอบบารอนเมสันอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่สูญเสียญาติพี่น้องสลายไปในเหตุการณ์ฆ่าทั้งสถานพยาบาลในชุมชนผู้อพยพของบารอนเมสัน

มาลก้าที่เป็นถึงผู้ครองระดับหนึ่งดาวพอโดนกลุ่มผู้อพยพที่เมื่อก่อนเป็นเพียงแรงงานชั้นต่ำในพื้นที่ผู้อพยพของตระกูลเมสันเท่านั้น และยังมาพูดจากลับเขาแบบนี้ ทำให้มาลก้าเผยจิตสังหารและคิดจะฆ่าทิ้ง

เพื่อระบายอารมณ์โกรธที่เก็บไว้ออกมา แต่แล้วตอนนั้นเองก็มีเสียงอีกาหลายตัวบินไปมาเป็นจำนวนมากทำเอามาลก้าเผยสีหน้าหวาดกลัวและซีดขาว

ซึ่งทำให้กลุ่มผู้อพยพที่ล้อมมาลก้าไว้คิดว่าเขากลัวพวกตนเอง แต่ก็ยังไม่ทันที่ใครจะลงมือก็มีเสียงตะโกนขึ้นมาว่า

“เร็วดูนั้น พวกเขาขนศพของบารอนเมสันและศพอื่น ๆ ออกมาแล้ว”

“เหม็นเน่ามาก จะรวยจะจน พอตายศพก็เหม็นเหมือนกันหมดแหละวะ”

“ตายแล้วเป็นไปตามข่าวลือ คนตายล้างแค้นพวกมัน ดูสิพวกมันกลายเป็นซอมบี้ไปแล้วจากสภาพศพที่เน่าเร็วแบบนี้ต้องเปลี่ยนเป็นซอมบี้แล้วไม่ผิดอย่างแน่นอน”

“แกรอดไป พวกเราไปดูศพไอ้ชั่วบารอนเมสันกัน” กลุ่มชายผู้อพยพเลิกสนใจมาลก้าและวิ่งไปดูศพของบารอนเมสันในทันที

มาลก้าที่ตัวสั่นอย่างหวาดกลัวเพราะอีกาอยู่ จึงไม่สนใจคำพูดของชายคนนั้นเขารีบเอาผ้ามาคลุมใบหน้าจนมิดชิดก่อนจะรีบออกไปจากตรงนี้ในทันที

หลังมาลก้าจากไปศพของบารอนเมสันและศพทั้งหมดในคฤหาสน์ก็ถูกขนมาตามทาง ทุกคนต่างมุงดูกัน และรถขนศพของบารอนเมสันที่อยู่ในสภาพเน่าออกมา ผู้อพยพที่มารวมตัวกันต่างก็ใช้ก้อนหินปาไปที่ศพบารอนเมสันและศพอื่น ๆ ด้วย เพื่อระบายความโกรธแค้น

อีกามาจำนวนมากก็บินวนอยู่เหนือรถขนศพที่มีศพมากกว่า 600 ร่าง พวกมันได้กินเน่าของศพซอมบี้จำนวนมากนี้และบินตามกลิ่นมา

แต่ก็มีอีกาตัวหนึ่งบินตามมาทีหลังมันไม่สนใจศพ แต่กวาดมองผู้คน ก่อนจะไม่พบอะไรและบินจากไปอย่างรวดเร็ว

มาลก้าที่จากมาได้แต่ข่มอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง แม้แต่ศพพ่อของเขาก็ไม่อาจจะอยู่ดูได้ อีกทั้งบารอนเมสันพ่อของเขาเป็นถึงขุนนางมาก่อน ถ้าตายก็ควรจะได้รับการพรางตัวที่ดีกว่านี้ แต่ดูเหมือนทางนั้นจะตั้งใจเอาศพออกมาแบบนี้ ทำให้มาก้ายิ่งโกรธแค้นเข้าไปอีก แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ มาลก้ากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างระวังและพยายามไม่ทำตัวให้เป็นที่น่าสังเกตุ เพราะเขาไม่รู้เลยว่าอีกาตัวไหนบ้างที่เป็นของลูอิส แต่เขาเลือกจะเชื่อว่ามันคือทั้งหมด

“ฉันเคยได้ยินว่าปีศาจที่แข็งแกร่งในตำนานมีความสามารถในการควบคุมสัตว์ เด็กปีศาจนั้นต้องกำลังใช้อีกาเหล่านี้ตามล่าฉันอยู่แน่เลย พ่อบ้านอาร์ทรยศฉันและพ่อแล้ว มันต้องเล่าความลับทุกอย่างออกไปแล้วแน่นอน ขุนนางพวกนั้นคงทำลายชื่อเสียงของตระกูลเมสันและคิดกำจัดอำนาจของตระกูลเมสันทิ้งเพื่อเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว ตอนนี้ฉันกลับไปไม่ได้แล้ว ถ้าขืนโผล่หน้าไป นั้นเท่ากับส่งตัวเองไปตาย ไวเคานต์คาริสและบารอนเลนนี่คงต้องฆ่าฉันแบบลับ ๆ โดยที่ไม่ให้ใครรู้แน่นอน”

เพราะถ้าเขายังไม่ตายเท่ากับผลประโยชน์ที่ยึดไปก็ต้องคืนให้เขา ตามการสืบทอด ดังนั้นขุนนางพวกนั้นต้องการให้เขาตายหรือไม่ก็หายซะจะดีที่สุด

และแม้เรื่องคนตายกลับมาแก้แค้นจะไม่จริงทั้งหมด แต่แล้วยังไง เพราะมันก็มีความจริงบางส่วนอยู่ดี ความจริงที่ว่ามาลก้าและบารอนเมสันใส่ความร้ายคนที่สถานพยาบาล เพื่อน้ำตาเทพ

แม้พวกผู้อพยพที่ตายจะไม่สำคัญต่อไวเคานต์คาริสหรือบารอนคนไหนก็ตาม แต่เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายตระกูลเมสันแล้ว

เขาไม่มีทางเลือกเขาจะต้องออกไปเมืองเอลดิลก่อน

มาลก้าหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา เขาพยายามปะปนไปกับผู้คนและมุ่งหน้าไปที่ทางออกของเมือง

“พ่อของฉันมีบัตรเงินของประตูทองอยู่ เมืองข้างเคียง ออกไปจากที่เมืองเอลดิลก่อน แล้วค่อยตรงไปที่นั่นเพื่อเอาเงินและเดินทางไปที่เมืองหลวง ตระกูลของท่านแม่อยู่ที่นั่น แต่ว่าออกไปจากเมืองต้องโดนตรวจสอบ มีทางเดียวฉันต้องออกไปพร้อมกับพวกนักล่าและต้องอ้อมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เด็กปีศาจนั้นตามได้”

แม้ก่อนจะขึ้นรถนักล่าจะโดนตรวจสอบ แต่มาลก้าพอมีวิธีหลบเลี่ยง ขอแค่ขึ้นรถบรรทุกได้ พอไปถึงประตูเมืองก็ไม่มีการตรวจสอบอะไรอีกแล้วก็ออกไปนอกเมืองกับรถได้ทันที

...

เวลานี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่ แต่สถานที่ซึ่งมีเหล่านักล่ามารวมกันหลักพันคน พวกเขากำลังซื้อตั๋วขึ้นรถบรรทุกทหารเพื่อออกไป

มาลก้ากำลังต่อคิวจ่ายเงินอยู่ เจ้าหน้าที่ยืนมือมาขอบัตรยืนยันตัวตนกับมาลก้าด้วยท่าทางรังเกียจ เพราะตัวมาลก้านั้นเหม็นและสภาพก็ราวกับขอทานมาก แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ช่วยมาลก้าในการพรางตัว ไม่มีใครจำเขาได้สักคน

“เอาบัตรประจำตัวมา” เจ้าหน้าที่พูดซ้ำ มาลก้ายื่นมือไป แต่ไม่ใช่บัตรมันกลับเป็นแหวนทองคำวงหนึ่งที่ตกใส่มือของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่คนนั้นหรี่ตาลง ก่อนจะดึงมือกลับเก็บแหวนไปและยื่นตัวให้มาลก้า

มาลก้าถอนหายใจอย่างโล่งอก เรื่องติดสินบนแบบนี้เขาได้ยินมาจากพวกนักเลงในสมัยที่ไปคลุกตัวอยู่กับพวกนักเลงใต้ดิน ที่จริงแล้วแค่เงินไม่กี่ร้อยเบลก็พอจะผ่านไปแล้ว แต่มาลก้าที่ในตอนนี้มีเงินอยู่ไม่มากนักและก่อนหน้าไม่กี่นาทีเขาไปซื้ออาหารแห้งจากข้างทางติดตัวมาเพื่อใช้ในการเดินทางจนหมด

ทำให้มาลก้าต้องใช้แหวนทองของตนเองจ่ายไปแทน

มาลก้าไม่ได้เสียดายแหวนวงนั้น แต่เขากำลังคับแค้นใจและอับอายที่ตัวเองผู้เป็นถึงลูกชายของบารอนที่ต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ มันทั้งอ่าอับอายและแค้นใจ

“เมืองเอลดิลทุกคนควรตายไปให้หมดซะ” มาลก้าสบถด่าอยู่ในใจก่อนจะขึ้นรถบรรทุกทหารและออกจากเมืองเอลดิลไป

...

หลังจากรถบรรทุกออกไปได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่คนนั้นก็เอาแหวนวงนั้นแอบไปขายอย่างลับ ๆ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของนักล่าจากกองกำลังนักล่านิ้วเงินคนหนึ่ง หลังจากแหวนถูกขายออกไป

นักล่าคนนั้นก็รีบซื้อไปซื้อแหวนและหายไป

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด