ตอนที่แล้วตอนที่ 94 กองกำลังของขุนนางลงมือกวาดล้างซอมบี้(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 96 หนีออกนอกเมืองเอลดิล(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 95 การตัดสินใจของเหล่าขุนนาง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 95 การตัดสินใจของเหล่าขุนนาง

หนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาที่แสงแรกจากดวงอาทิตย์จะสาดส่องไปทั่วเมือง ภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารส่วนกลางเมืองเอลดิล กำลังมีเหล่ากลุ่มคนผู้ควบคุมอำนาจทั้งหมดของเมืองนั่งประชุมกันอยู่

ไวเคานต์คาริสที่นั่งอยู่หัวมุมในฐานะขุนนางชั้นไวเคานต์ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในเมือง เขากำลังจ้องไปที่บารอนอีก 3 คนที่ตอนนี้ต่างก็พากันพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“เรื่องนี้เราจะต้องสืบให้ได้ว่าใครกันที่เป็นคนลงมือกับขุนนางกันแน่” บารอนริชแมนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดัน

“ใครจะอยู่เบื้องหลังได้ ในเมื่อสิ่งที่ลงมือคือซอมบี้ บางทีอาจจะเป็นเพราะพระเจ้ากำลังลงโทษต่อความชั่วที่บารอนเมสันทำไว้ก็ได้” บารอนเลนนี่พูดขึ้นมาด้วยท่าทีที่ไม่ทุกร้อนแต่อย่างไร ที่จริงแล้วเขาสะใจเสียด้วยซ้ำต่อการตายของบารอนเมสัน

หลังจากกองกำลังของขุนนางเข้าไปกวาดล้างซอมบี้ในคฤหาสน์จนหมดเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พวกเขาก็พบกับบารอนเมสันที่กลายสภาพเป็นซอมบี้ไปแล้ว แถมยังพบร่องรอยการต่อสู้ที่ทั้งพื้นที่ถูกเผาไหม และยังพบจุดที่ศพจำนวนมากโดนเผาด้วย

ทุกคนต่างก็พุ่งเป้าไปที่ผู้เผาผลาญในตระกูลเมสันว่าอาจจะเป็นคนก่อเหตุขึ้นมา ซึ่งผู้เผาผลาญในตระกูลเมสันนั้นมีอยู่สองคนคือ ผู้เผาผลาญลีวิสและผู้เผาผลาญมาลก้า

พวกเขาก็ไม่เจอกับศพทั้งสอง แต่มาลก้าคือบุตรชายของบารอนเมสัน ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยมากที่จะเป็นเขา ทุกคนจึงหันไปสนใจลีวิสแทน แต่ว่าลีวิสก็ไม่น่าจะกล้าลงมือทำแบบนี้ เพราะเขาก็ได้รับการดูแลจากบารอนเมสันเป็นอย่างดี มันไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย

ทุกคนจึงยังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไง ทุกคนลงความเห็นกัน ลีวิสน่าจะสังหารบารอนเมสันและมาลก้าไปแล้ว

และการตายกับการล่มสลายของตระกูลเมสัน ทำให้พวกเขาขุนนางทั้งหมดต้องมาประชุมด่วนกันแบบนี้เพื่อหาทางรับมือความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการตายของบารอนเมสัน

“หึ บารอนเลนนี่ ท่านคงจะดีใจมากสินะที่บารอนเมสันตายไป หรือว่าท่านจะรู้เรื่องบางอย่าง” บารอนริชแมนกล่าวอย่างมีความนัย

“บารอนริชแมนกล่าวอะไรระวังปากหน่อย” บารอนเลนนี่แสดงความไม่พอใจในทันที ทุกคนเข้าใจความหมายโดยนัยที่บารอนริชแมนพูด เขากำลังบอกว่าบารอนเลนนี่อาจจะมีส่วนในการตายของบารอนเมสัน ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก

ในยุคนี้ขุนนางไม่ควรจะฆ่ากันเอง โดยเฉพาะการใช้อันเดดทำลายมนุษย์ด้วยกันแบบนี้ ซึ่งถือว่าคนเหล่านั้นทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์

บารอนเลนนี่จึงโมโหมากเพราะบารอนริชแมนกำลังดูถูกศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของเขาอยู่

แน่นอนว่าบารอนริชแมนรู้ว่าบารอนเลนนี่ก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการตายของบารอนเมสัน แต่เขาก็แค่ไม่ชอบหน้าบารอนเลนนี่เท่านั้นจึงพูดออกไปแบบนั้น

“พวกท่านมาที่นี่เพื่อทะเลาะกันอย่างนั้นเหรอ” ในตอนนั้นบารอนมิเกลก็พูดขึ้นมา ก่อนจะเลิกสนใจและหันไปถามไวเคานต์คาริส “ท่านไวเคานต์จะจัดการเรื่องราวทั้งหมดนี้ยังไง”

ทุกคนรู้ว่าบารอนมิเกลนั้นสนิทกับไวเคานต์คาริสที่สุด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะหันไปถาม

แน่นอนว่าบารอนริชแมนและบารอนเลนนี่ก็รอคำตอบอยู่ด้วยเช่นกัน

“ทุกท่านตอนนี้สถานการณ์นั้นอันตรายมาก การปรากฏตัวของอันเดดภายในเมืองและเรายังไม่อาจจะหาที่มาที่ไปของได้อย่างชัดเจนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เรื่องนี้อาจจะเป็นภัยซ่อนเร้นของเมืองเอลดิล แต่เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่สุด เรื่องที่เร่งด่วนที่สุดคือการจัดการความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นหลังจากบารอนเมสันตายไป” ไวเคานต์คาริสพูดออกมาและหยุดรอให้ทุกคนคิดตาม

ทุกคนในที่นี้เข้าใจว่าไวเคานต์กำลังสื่อถึงอะไร พื้นที่ภายใต้อำนาจของบารอนเมสันกำลังไร้เจ้าของ แล้วใครจะได้ไปครอง

และนี่ก็เป็นเป้าหมายของทุกคน เพียงแต่พวกเขาไม่พูดออกมาตรง ๆ กันก็เท่านั้น

“ในเมื่อคนตายก็ตายไปแล้ว พวกเราต้องดูแลเมืองนี้ต่อไปแทนบารอนเมสัน” บารอนเลนนี่พูดขึ้นมาด้วยท่าทางชอบธรรม

คนอื่น ๆ นิ่งเงียบ แต่จากการกระทำนี้ก็ชัดเจนว่าพวกเขาไม่ยอมพลาดผลประโยชน์ในพื้นที่ของบารอนเมสันแน่นอน

“การจะทำแบบนั้นได้ เราต้องได้ข้อสรุปก่อน แต่ว่าตอนนี้เรายังหาศพของมาลก้า บุตรชายของบารอนเมสันไม่เจอ หรือแม้แต่ผู้เผาผลาญลีวิสที่ต้องสงสัยคนนั้นก็ด้วย แบบนี้เราจะจัดการยังไงถ้ามาลก้ากลับมาสืบทอดตำแหน่งของบารอนเมสัน” บารอนริชแมนพูดขึ้นมา

ไวเคานต์คาริสส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “อำนาจของตระกูลเมสันหมดถูกทำลายสมบูรณ์จากเมืองเอลดิลแล้ว แต่ยังไงถ้ามาลก้ามีชีวิตรอดอยู่จริง ๆ เขามาก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำอยู่ดี”

ทั้งสามมองไปที่ไวเคานต์คาริสอย่างไม่เข้าใจ

ไวเคานต์คาริสยกมือขึ้นก็มีคนนำตัวชายคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ห้องประชุม

“ชายคนนี้เป็นใคร”

ทุกคนในที่นี้ต่างมองอย่างสงสัย พวกเขาพยายามนึกหน้าก็คิดว่าไม่น่าจะใช่คนมีอำนาจหรือคนที่ตนเองรู้จัก ไวเคานต์คาริสไม่รอให้ทุกคนคาดเดาไปมากกว่านี้ เขาพูดพวกคนทั้ง 3 ในทันที

“ชายคนนี้คือพ่อบ้านอาร์ของตระกูลเมสันที่รอดมาได้จากเหตุการณ์นี้เพราะออกไปจัดการธุระให้กับบารอนเมสัน” ไวเคานต์คาริสพูดกับบารอน ก่อนจะหันไปมองพ่อบ้านอาร์และกล่าวว่า “บอกความจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมา ถ้ากล้าโกหกคงรู้ว่าจะเจอกับอะไร”

ไวเคานต์คาริสจ้องไปอย่างดุดัน ทำเอาพ่อบ้านอาร์ของตระกูลเมสันสั่นกลัว รีบพยักหน้ารัว ๆ ว่าจะยอมเล่าทุกอย่างตามตรง ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องตามที่ตนเองเข้าใจออกมาจนหมดเปลือก

“เรียน...เรียนนายท่านไวเคานต์คาริส เรื่องราวมันเริ่มมาจากสิ่งเหล่านี้...”

“บารอนเมสันและลูกชายใส่ความสถานพยาบาลว่าเป็นพวกลัทธิบูชาปีศาจ จากนั้นก็สังหารทุกคนในนั้นตายไปกว่า 90 ศพ ซึ่งแท้จริงแล้วท่านบารอนเมสันต้องการสูตรยารักษาที่วิเศษ ชื่อว่า ‘น้ำตาเทพ’ และนั้นก็ทำให้คนตายเกิดความแค้นใจ จนฟื้นกลับมาเป็นซอมบี้และตามมาฆ่าทุกคนจนหมดทั้งคฤหาสน์”

“เป็นอย่างนี้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ” ทุกคนต่างพึมพำออกมาอย่างเงียบ ๆ

ก่อนที่ในตอนนั้นบารอนริชแมนจะถามขึ้นมา “เมื่อกี้พูดถึงน้ำตาเทพใช่ไหม มันคือยาวิเศษสินะตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”

“มัน...มันถูกเก็บไว้ในห้องด้านหนึ่งของคฤหาสน์ แต่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่นั่นหรือไม่” พ่อบ้านอาร์กล่าวพร้อมกับหันไปมองทางไวเคานต์คาริส

ทุกคนต่างก็เหมือนจะพึ่งคิดอะไรขึ้นได้บางทียาพวกนั้นอาจจะตกอยู่ในมือของไวเคานต์คาริสแล้ว แต่ดูเหมือนไวเคานต์คาริสจะรู้ทันความคิดพวกเขาจึงพูดขึ้นมาว่า “เรายังหาสิ่งที่เรียกว่าน้ำตาเทพไม่เจอ บางทีบารอนเมสันอาจจะเอามันไปไว้ที่อื่นอีกทีหลังจากได้มาแล้วก็ได้”

ไวเคานต์คาริสให้นำตัวของพ่อบ้านอาร์ออกไปก่อน

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องที่เกิดซอมบี้ขึ้นมาก็อ้างได้ว่า บารอนเมสันและบุตรชายนั้นกระทำเรื่องชั่วช้า จนทำให้คนตายคับแค้นใจและกลายเป็นซอมบี้และมาแก้แค้นเขา ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้เมืองเอลดิลตกอยู่ในอันตราย โชคดีที่พวกเราค้นพบเรื่องนี้จึงทำการล้อมและฆ่าซอมบี้ทั้งหมดได้ทัน ส่วนผู้คนในคฤหาสน์บารอนเมสันนั้นไม่มีใครรอดออกมาแม้แต่คนเดียว และจากการตายของบารอนเมสัน พวกเราจึงต้องเขามาดูแลพื้นที่ของบารอนเมสันชั่วคราวก่อน ทุกคนมีความเห็นว่ายังไงบ้าง” ไวเคานต์คาริสหันไปถามทุกคน

ทุกคนเห็นด้วย แต่ตอนนั้นบารอนมิเกลก็ถามขึ้นมา

“ท่านไวเคานต์ แค่ข่าวนี้คนจะเชื่อมากแค่ไหน”

“เรื่องนี้ชาวเมืองต้องเชื่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะที่เขตผู้อพยพ ทุกคนอาจจะยังไม่รู้ช่วงนี้เมื่อไม่กี่วันก่อนมีข่าวลือออกมาว่าคนตายจะไปแก้แค้นบารอนเมสัน ซึ่งผลมาจากการที่บารอนเมสันฆ่าคนที่สถานพยาบาล”

“มีเรื่องนี้ด้วยอย่างนั้นเหรอ”

“มันมีแน่นอน แต่ว่าบารอนเมสันสั่งให้คนของตัวเองปิดข่าวไว้ ทำให้ข่าวลือเล็ดลอดออกมาจากชุมชนผู้อพยพไม่มากนัก แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้ ข่าวลือนี้จะยิ่งกระจายกันออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไฟป่าแน่นอน”

ทุกคนต่างก็ก้มหน้าครุ่นคิด เรื่องนี้มองยังไงก็ไม่ธรรมดา แม้หลายสิ่งจะมีช่องโหว่ แต่พวกเขาหาช่องพวกนั้นไม่เจอ และต่อให้หาคนที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ซอมบี้ที่คฤหาสน์บารอนเมสันจริง ๆ ด้วยหรือเปล่า

แต่ว่าพวกเขาก็ไม่มีเวลาไปลงแรงเรื่องนี้มากนัก เพราะทุกคนนั้นให้ความสนใจถึงพื้นที่ของบารอนเมสัน ทำให้สุดท้ายพวกเขาทั้ง 4 คนใช้เวลาพูดคุยกันเพื่อต่อรองพื้นที่ซึ่งจะได้หลังจากนี้อีกสักพัก

หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปก็เป็นเวลารุ่งเช้าพอดี

...

เช้าวันต่อมา มาลก้าที่ได้สติขึ้นมา ก็รู้สึกอยากจะอ้วกเป็นอย่างมาก เพราะตัวเขานั้นเหม็นมาจากขยะที่ทับถมตัวเองอยู่ มาลก้าแง้มฝาถังขยะมองดูไปรอบ ๆ เขาไม่เห็นว่ามีใครหรืออีกาอยู่รอบตัวก็รีบปืนออกมาจากถังขยะ ก่อนจะแอบไปขโมยผ้าสีน้ำตาล ๆ เก่า ๆ พื้นหนึ่งของชาวเมืองแถวนั้นที่ตากทิ้งไว้มาคุมตัวเองจนมิดชิด

มาลก้าที่มีผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาเดินออกมาและตรงไปที่คฤหาสน์บารอนเมสันด้วยความระวัง แต่พอเขามาถึงก็ต้องตกใจที่กำลังเห็นว่ามีรถบรรทุกกำลังขนศพจำนวนมากออกมาจากคฤหาสน์ของตนเอง

“เกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมถึงมีศพอยู่ได้” มาลก้าพึมพำออกมาอย่างเลื่อนลอย

ในตอนนั้นก็มีชาวเมืองที่ได้ยินมาลก้าพูดก็กล่าวออกมาว่า “เฮ้ นายไปมุดหัวอยู่ตรงไหนมา ไม่รู้หรือไงว่าบารอนเมสันนั้นทำเรื่องชั่วทำให้โดนพระเจ้าลงโทษ พวกเขาโดนซอมบี้ฆ่าตายไปทั้งคฤหาสน์หมดแล้ว ทั้งบารอนเมสันและบุตรชายกับคนในครอบครัวตายเรียบเลยแหละ”

“แกพูดว่าอะไรนะ”

“ไม่เชื่อก็ไปดูประกาศตรงนั้นเองเลยแล้วกัน” ชายคนนั้นชีไปยังกำแพงที่มีประกาศติดไว้จำนวนมาก

มาลก้ารีบไปดูประกาศ ก่อนจะต้องสบถด่าออกมาด้วยความโมโห

“ไอ้ชั่วพ่อบ้านอาร์ พ่อฉันดูแลแกดีขนาดนี้แต่แกกล้าทำแบบนี้”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด