ตอนที่แล้วอาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 30 ผู้ช่วยซีเกล
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปอาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 32 คนโลภ

อาณาจักร ฮาร์ดี้ 1945 ตอนที่ 31 สัญญาไม่เป็นธรรม


ตอนที่ 31 สัญญาไม่เป็นธรรม

ในห้องนอนของเมริซา

มีเสื้อผ้าที่ฉีกขาดอยู่ทั่วห้อง

ความสัมพันธ์ระหว่างฮาร์ดี้กับเมริซาตอนนี้นั้นแปลกมาก

คนรัก?

ไม่ใช่

การที่มีอะไรกันอาจจะไม่ใช่ความรักก็ได้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขามาบ้านเมริซาก็เพียงแค่จะเพลิดเพลินกับความรู้สึกนั้น ความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้

แฟนสาว?

แค่ก แค่ก แค่ก…

อย่าพูดคำนั้นออกมาเชียว…

สถานะตอนนี้น่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ ล่ะมั้ง?

สนิทจนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันได้

เช้าตรู่

เมื่อฮาร์ดี้ลุกขึ้นจากเตียง เมริซาที่สวมเสื้อชั้นในก็ช่วยเขาเก็บเสื้อผ้าที่กระจุยกระจายอยู่บนพื้น ฮาร์ดี้เก็บมันแล้วพูดกับเมริซาด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ฉันจะไปพบคุณซีเกลและเริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยในบริษัทภาพยนต์ของเขา ฉันน่าจะมีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวกับบทภาพยนต์มากมายในอนาคต แล้วฉันช่วยดูให้นะว่ามีบทบาทที่เหมาะสมกับเธอไหม”

เมริซาแสดงความประหลาดใจ

“จริงเหรอ มันเยี่ยมไปเลย” เธอกอดฮาร์ดี้และจูบเขาอย่างแรง

หลังจากฮาร์ดี้แต่งตัวเรียบร้อยเขาก็ออกไป เมริซาก็คิดเกี่ยวกับการแสดงภาพยนต์ในอนาคตด้วยความตื่นเต้น

แต่จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง ความตื่นเต้นของเธอก็หายไปกลายเป็นความโศกเศร้า

เธอคิดเกี่ยวกับอะไรบ้างอย่าง

เธอดึงสมุดบัญชีออกมาจากลิ้นชัก

มีตัวเลขเรียงกันอยู่บนนั้น

8,500 ดอลลาร์

เป็นเงินที่เธอเก็บออมไว้จากไนต์คลับ เธอหาเงินได้เยอะก็จริง แต่เธอก็ใช้เงินเยอะมากเช่นกัน โดยเฉพาะในชั้นเรียนการแสดงและการร้องเพลง บางทีชั้นเรียนก็ให้จ่ายเงินหลายสิบดอลลาร์

เธอใส่เสื้อเสื้อผ้าแล้วหยิบกระเป๋า

หยิบสมุดบัญชีใส่ไว้ในกระเป๋า

เมริซาออกไปข้างนอกและเรียกแท็กซี่ที่ผ่านมา เธอยกมือเรียกให้แท็กซี่จอด

“คุณผู้หญิงจะไปไหนหรือครับ?”

“ถนนอเวนิว 79” เมริซาบอกจุดหมาย

ที่ทางเข้าอาคารสองชั้นที่ทรุดโทรมมีป้ายชื่อ ‘บริษัทเอเจนซี่ เปอร์เซียนแคท’

เมริซายืนอยู่ที่หน้าประตูอย่างลังเล เธอรู้สึกไม่เต็มใจและกลัวเล็กน้อยเพราะในนั้นมีคนที่เธอเกลียด

แต่เธอต้องมาที่นี่เพื่ออนาคตของเธอ

เดินขึ้นไปบนชั้นสอง

เมรีซาสูดหายใจเข้าลึกๆ และเคาะประตูห้องทำงาน

“ก๊อกๆๆ”

“เข้ามา”

เมริซาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยและน่าขยะแขยงอีกครั้ง เธอกัดฟันและเปิดประตูเข้าไป

ในห้องมีชายวัยอายุสาบสิบที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ รูปร่างของเขาค่อนข้างผอมเล็กน้อย แต่เขามีดวงตาที่เฉียบแหลม

มีกองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะ และเห็นชายคนนี้กำลังทำการแยกข้อมูลอยู่

เมื่อเขามองขึ้นไปก็เห็นเมริซาเดินเข้ามา ตาของผู้ชายคนนี้ก็เป็นประกาย “ว้าวๆ ดูซิว่าใครมา เป็นเมริซาผู้น่ารักนี่เอง”

ชายคนนั้นปิดแฟ้มเอกสาร เขาลุกขึ้นเดินไปหาเมริซาและวนรอบตัวเธอ “เมริซาฉันบอกกับเธอเสมอว่าเธอนั้นสวยมาก ตราบใดที่เธอชื่อฟังฉัน ฉันแน่ใจว่าเธอจะได้เป็นดาราฮอลลีวูดแน่ๆ”

เขาพูดพร้อมกับลูบผมสีบลอนด์ของเธอ

เมริซาส่ายหัวด้วยความรำคาญ เธอดึงมือเขาออกจากผมอย่างน่ารังเกียจ เธอไม่อยากให้เขาจับผมของเธอเพราะมันน่าขยะแขยง

“คุณแซนเดอร์ ฉันมาเพื่อคุยเรื่องบางอย่างกับคุณ” เมริซาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ชายคนนั้นก้าวถอยหลังอย่างเฉยเมยไปที่โต๊ะแล้วก็เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด “มีอะไรจะพูดอย่างนั้นเหรอ?”

“ฉันต้องการรับสัญญานายหน้าของฉันคืน”

ชายคนนั้นยิ้มอย่างอ่อนโยนและโบกมืออย่างสง่างาม “ไม่มีปัญหา ฮ่าฮ่า ตราบเท่าที่เธอสามารถจ่ายค่าปรับได้ ฉันก็พร้อมคืนสัญญาให้คุณได้ตลอดเวลา”

เมริซาหยิบบัญชีเงินฝากออกจากกระเป๋าของเธอ เปิดมันและวางลงบนโต๊ะ “สัญญานายหน้าที่ฉันลงนามไว้ครั้งแรกทั้งหมด 10,000 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้ฉันมี 8,500 ดอลลาร์ ฉันจะรวบรวมอีก 1,500 ดอลลาร์มาให้คุณในโดยเร็วที่สุด”

เมริซาเธอนั้นมาที่ลอสแองเจลิสเพื่อไล่ตามความฝัน แต่ตอนนั้นเธอยังไร้เดียงสา เป็นเพียงแค่สาวบ้านนอกคนหนึ่ง แล้วชายคนนี้ชื่อ แบรด แซนเดอร์ ซึ่งเปิดบริษัท นายหน้าเล็กๆ แห่งหนึ่งเขาทำการมองหาชายหนุ่มและหญิงสาวใสซื่อที่หลอกง่ายที่สุด พวกเขาจะถูกหลอกด้วยความฝันและคำพูดสวยหรูของชายคนนี้

แบรด แซนเดอร์ไปเจอเมริซาโดยบังเอิญ ด้วยความสวยของเมริซา เขาจึงใช้ทักษะการหลอกล่อให้เธอยอมเซ็นสัญญานายหน้า

“ฉันจะส่งเธอไปลงเรียนการแสดงฝึกหัดก่อน”

“แล้วคุณสามารถเริ่มต้นด้วยการเป็นนางแบบ”

“ฉันรู้จักหัวหน้าบริษัทภาพยนตร์และผู้กำกับดังๆ รายใหญ่มากมาย ฉันสามารถแนะนำคุณให้กับพวกเขาได้”

“คุณจะมีชื่อเสียงและกลายเป็นดาราฮอลลีวูด”

“คุณจะทำเงินได้มากมาย”

“และเธอยังสามารถเข้าสังคมชนชั้นสูงได้”

เพียงพริบตาเดียว

เมริซาตกหลุมพรางและเซ็นสัญญานายหน้ากับเขา ระยะเวลาสัญญาทั้งหมด 10 ปี ส่วนแบ่งของทั้งสองแบ่งออกเป็น 1 ต่อ 9 เมริซาได้แค่ 10% และแซนเดอร์ได้ถึง 90%

เมริซาคัดค้านส่วนแบ่งแบบนี้ แต่ในขณะนั้นแซนเดอร์ ยิ้มและพูดกับเธอว่า คุณยังเป็นหน้าใหม่ในวงการ และยังไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วฉันยังต้องลงทุนกับคุณด้วย แต่เมื่อคุณโด่งดังและกลายเป็นดาราที่มีชื่อเสียงสัญญาเหล่านี้ย่อมเป็นโมฆะ และสัญญาใหม่ที่เหมาะสมกับตัวคุณจะถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

นั่นคือทั้งหมด

หลังจากที่เมริซาเซ็นสัญญา

สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรก เธอถูกส่งไปฝึกการแสดงเบื้องต้น แล้วเข้าเรียนในบริษัทนางแบบเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นเธอจึงได้รับงานการแสดง

งานโชว์ชุดชั้นใน

กลุ่มหญิงสาวในชุดชั้นในเดินบนเวทีพร้อมกับหน้าเวที ที่มีกลุ่มชายชราสายตาหื่นกามจ้องมองเธออย่างน่ากลัว ในวันถัดมาเมริซาถามเขาว่านี่มันบ้าอะไรกัน

แต่แซนเดอร์บอกเธอว่าที่นี่คือฮอลลีวูด มันเป็นที่ไม่เคยขาดสาวงามอยู่แล้ว ผู้หญิงทุกคนที่อยากจะประสบความสำเร็จจะต้องจ่ายบางสิ่งบางอย่าง

“จ่ายอะไร?”

แซนเดอร์ยิ้ม “ในกลุ่มคนพวกนั้นมีผู้กำกับฝีมือดีอยู่ เขาเห็นว่าคุณพอจะมีฝีมืออยู่ ฉันอยากให้เธอไปลองซ้อมบทที่โรงแรมในคืนนี้ ถ้าผ่านเธอก็จะได้รับบทที่นั้น”

เมื่อได้ยินแบบนั้นเมริซาก็ไปที่โรงแรมอย่างงุนงง เธอรอจนวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่เจอใคร

ต่อมาเธอได้ยินข่าวลือในหมู่หญิงสาวที่อยู่กับเธอ ผู้กำกับที่แซนเดอร์แนะนำให้รู้จัก พวกเขาไม่ใช่ผู้กำกับเลย มีผู้หญิงคนหนึ่งไปหาผู้กำกับแบบนี้มาหลายสิบคนและสุดท้ายเธอก็ยังไม่ได้แสดงภาพยนต์

เมริซาไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ว่าผู้หญิงเหล่านี้ถูกหลอกไปขายตัวโดยแซนเดอร์ และเขายังเก็บเงินจากผู้ชายเหล่านั้น

เมริซาโกรธมากและวิ่งไปที่ห้องทำงานของแซนเดอร์เพื่อถามเขา โดยบอกว่าถ้าเขาโกหกเธอ เธอจะออกไปจากที่นี่

ในเวลานั้น แซนเดอร์ถอดหน้าที่อ่อนโยนออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เจ้าเล่ห์ออกมา

“สัญญาของคุณอยู่ในมือฉัน หากเธอไม่เชื่อฟัง เธอก็จะไม่ได้รับงานใดๆ ที่เกี่ยวกับข้องกับการแสดงและการร้องเพลงในเวลาสิบปี และถ้าเธอขัดขืน จะถือว่าเป็นการผิดสัญญาและฉันจะส่งเธอขึ้นศาลแน่”

“สิบปี พอถึงตอนนั้นเธอคงอายุมากกว่า 30 ปี ฮ่าๆ คิดดูสิว่าผู้หญิงอายุ 30 ในฮอลลีวูดจะมีชื่อเสียงได้เหรอ”

“ทำตามที่ฉันสั่งดีกว่านะ แล้วฉันจะให้โอกาสเธอ ตราบใดที่เธอทำงานหนัก เธอก็จะมีวันที่ประสบความสำเร็จ หรือว่าเธอไม่อยากเป็นดาราแล้ว อย่างนั้นเธอจะกลับบ้านนอกก็ได้นะ ไปเจอกับผู้ชายหยาบคาย แต่งงาน เป็นแม่บ้าน เลี้ยงหมู มีลูก ลองคิดดูสิอีก 10 ปีข้างหน้าเธอก็คงจะกลายเป็นป้าแก่ๆ คนหนึ่ง ไม่คิดว่ามันน่ากลัวเหรอ”

“เชื่อฟังฉันซะ เธอยังมีโอกาสที่จะเป็นดาราใหญ่ ถ้าเธอไม่เชื่อฟังฉัน เธอก็จะไม่มีอะไรเลย!”

เมริซาเดินเซออกจากห้องทำงานของแซนเดอร์ด้วยความหวาดกลัว

เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากเข้าร่วมการแสดงโชว์ในวันต่อๆ ไป

หลังจากผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง

วันนั้นแซนเดอร์โทรหาเมริซาอีกครั้ง เขาบอกเธอว่ามีผู้กำกับอีกคนจะมาลองบทให้เธอ เมริซาฝืนใจและยอมไปตามที่อยู่ที่แซนเดอร์บอก เมื่อเธอเปิดประตู เธอเห็นชายอ้วนอายุหกสิบนั่งเปลือยกายอยู่ในห้อง

เธอตกใจมาก แล้ววิ่งหนีออกไปโดยทันที

เธอไม่กล้ากลับไปที่บริษัทนายหน้า จึงวิ่งไปที่บ้านเพื่อนของเธอที่ลอสแองเจลิส เพื่อนของเมริซามีรูปร่างหน้าตาธรรมดาๆ จึงเลือกทำงานที่ร้านอาหาร

เมริซาอาศัยอยู่กับเธอหลายวัน หลังจากนั้นเธอก็ไม่อยากสร้างความลำบากให้เพื่อนอีกต่อไป เธอจึงไปสมัครงานเป็นพนักงานเสริฟ์ในไนต์คลับ เนื่องจากเธอสวยและมีทักษะร้องเพลง ผู้จัดการไนต์คลับเลยถามเธอว่าอยากเป็นนักร้องในไนต์คลับไหม แน่นอนเธอจะทำเงินได้มากกว่าพนักงานเสริฟ์ เมริซาจึงตกลงทำงานนี้

แต่เธอไม่เคยลืมความฝันของตัวเอง

เธอพยายามเก็บเงินเพื่อที่จะได้เรียนการแสดงและร้องเพลง

เธอยังเข้าไปหาแซนเดอร์และต้องการให้เขาคืนสัญญาให้เธอ แซนเดอร์ปฏิเสธในทันที เขาบอกกับเธอว่าถ้าอยากได้สัญญาคืนจะต้องจ่ายค่าปรับมาก่อน ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มีวันได้มันไป

เธอจำสัญญาที่ทำครั้งแรกได้มันเป็นเป็นจำนวน 10,000 ดอลลาร์

ในช่วงเวลาที่ไนต์คลับ เธอจึงทำงานอย่างหนักและประหยัดเงินเท่าที่จะทำได้ นอกจากการเรียนการแสดงและร้องเพลงแล้ว เธอยังลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้ได้มากที่สุดอีกด้วย เธอพยายามทั้งหมดนี้เพียงเพราะแค่อยากได้สัญญาคืน

เพื่อที่เธอจะได้มีอิสรภาพอีกครั้ง

 

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด