ตอนที่แล้วตอนที่ 93 แผนการทั้งหมดของลูอิส(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 95 การตัดสินใจของเหล่าขุนนาง(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 94 กองกำลังของขุนนางลงมือกวาดล้างซอมบี้(อ่านฟรี)


ตอนที่ 94 กองกำลังของขุนนางลงมือกวาดล้างซอมบี้

หลังคำสั่งด่วนของไวเคานต์คาริสออกไป กำลังทหารส่วนกลางของเมืองก็มารวมตัวกันที่คฤหาสน์บารอนเมสัน ล้อมรอบปิดพื้นที่ทั้งหมดทุกทิศทาง นอกจากการมาของทหารแล้วยังมีชาวเมืองเอลดิลที่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคฤหาสน์บารอนเมสันกันแน่ ต่างก็ออกมารวมตัวและพูดคุยกัน

หลายคนพยายามเข้าไปสอบถามทหารด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าตัวเองไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องของขุนนางก็พากันกลับเข้าไปในบ้านเช่นกัน

คนที่เดินเข้าไปถามต่างก็ถูกไล่กลับมา แต่ถึงพวกเขาจะกันคนได้ แต่ไม่อาจจะกั้นเสียงร้องคำรามยามค่ำคืนได้ ทำให้มีหลายคนได้ยินเสียงคำรามของซอมบี้ดังมาจากด้านในคฤหาสน์บารอนเมสัน

หลังจากนั้นก็มีคนพูดคุยกันว่าด้านในคฤหาสน์บารอนเมสันนั้นโดนซอมบี้จู่โจมและด้านในเต็มไปด้วยซอมบี้

เมื่อมีข่าวเหล่านี้กระจายออกไปผู้คนต่างก็ไม่หลับนอน แต่กลับลุกขึ้นมาพูดคุยกัน ก่อนจะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของข่าวลือที่ดังมาก ๆ ในหมู่คนจากชุมชนผู้อพยพ ทำให้หลายคนคิดว่านี่ต้องเป็นการกลับมาแก้แค้นของคนตายตามที่ข่าวลือบอกไว้ ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นจริงแล้ว ทำให้ข่าวลือต่าง ๆ ผุดขึ้นมาผสมโรงมากมาย

แต่ว่ายิ่งเป็นแบบนั้นก็ยิ่งทำให้ประชาชนเมืองเอลดิลรู้สึกหวาดกลัวกับการที่มีซอมบี้อยู่ภายในเมืองแบบนี้

ในตอนนั้นก่อนที่สถานการณ์จะวุ่นวายไปมากกว่านี้ ผู้พิทักษ์รีดินก็ปรากฏตัวขึ้นมา การปรากฏตัวของผู้พิทักษ์รีดินทำให้ความกังวลใจของชาวเมืองลดลงได้มาก เนื่องจากพวกเขาเชื่อมั่นในพลังของชายคนนี้มาก

ผู้พิทักษ์รีดินเดินนำ ผู้เคลื่อนไหวออสก้า ผู้เยียวยาไลกิ้นและผู้ครองพลังหน้าใหม่อีกสองคนที่พึ่งได้รับพลังมาคือ ผู้เผาผลาญเบลซกับผู้เคลื่อนไหวเอลเวีย

ผู้เผาผลาญเบลซ คือชายหนุ่มอายุ 20 ปี ผมสีดำ นัยน์ตาเขียว ผิวขาว สูงกลาง ๆ และนิสัยนิสัยห้าวหาญและมั่นใจมากต่อพลังที่พึ่งได้รับมากจนอยากจะพิสูจน์ตัวเองเป็นอย่างมาก

ผู้เคลื่อนไหวเอลเวียเป็นหญิงสาวอายุ 20 ปีเช่นเดียวกับเบลซ เป็นหญิงสาวผมดำเงายาวเป็นคลื่นเข้ากับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลและมีสีผิวขาว สูงกลาง ๆ เพียงแค่ไหล่ของรีดินเท่านั้น

ทั้งสองนั้นมาจากกองกำลังเดียวกันที่ไวเคานต์คาริสเลือกมาจากผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในแต่ละสายอาชีพเพื่อเข้ารับพลังของผู้ครองพลัง โดยเนื้อแท้แล้วทั้งสองนั้นเป็นคนของไวเคานต์คาริสโดยตรง ต่างจากรีดิน ออสก้าและไลกิ้นที่ทำสัญญาเข้าร่วม

แน่นอนว่าไวเคานต์คาริสก็ไม่ได้เอาเปรียบทั้งสอง โดยพวกเขาทั้งสองต้องทำงานรับใช้ไวเคานต์คาริส 20 ปี ซึ่งทั้งสองก็ยินดีมาก เนื่องจากโอกาสในการเป็นผู้ครองพลังนั้นหายากมากและถ้าพวกเธอปฏิเสธคนอื่น ๆ คงแย่งกันในทันที

“ท่านผู้พิทักษ์รีดิน” หัวหน้ากองกำลังทหารส่วนกลางของเมืองเดินเข้ามาทักทายรีดิน

“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง” รีดินถามหัวหน้าทหารคนนั้นและกวาดสายตามองไปรอบ ๆ

“ทหารจากทางเมืองตรงมาที่นี่ก่อนแล้วและปิดล้อมพื้นที่ไว้รอทหารของพวกท่าน แต่ว่ากำลังคนของเราไม่พอปิดพื้นที่ทั้งหมด หวังว่ากำลังทหารหลักของท่านไวเคานต์จะมาช่วยเสริม ส่วนคนที่รอดอยู่ด้านในคฤหาสน์ตระกูลเมสันในตอนนี้ยังไม่มีรายงานมา คาดว่าน่าจะไม่มีใครรอด ผู้พิทักษ์รีดินพวกเราควรจะกำจัดซอมบี้ด้านในโดยด่วนเพราะอีกไม่นานพวกมันคงจะออกมารวมกันที่กำแพงประตูหน้าและพยายามฝ่าออกมาแน่นอน” หัวหน้าทหารรายงานและยังแนะนำเสริมไปด้วย

อำนาจในเมืองแบ่งออกตามการพื้นที่ของแต่ละขุนนางก็จริง ๆ แต่ยังไงเมืองเอลดิลก็ยังมีกองกำลังส่วนกลางอยู่ ซึ่งกองกำลังส่วนนี้มาจากอำนาจของขุนนางรวมกัน เพื่อดูแลในภาพรวม คอยตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ที่ไม่ใหญ่มากนัก ส่วนเรื่องเฉพาะทางก็จะส่งไปให้ขุนนางของแต่ละคนที่มีอำนาจในเรื่องนั้นอีกที

และในตอนนี้เรื่องของซอมบี้ในคฤหาสน์บารอนเมสันถือว่าเป็นเรื่องโคตรใหญ่เลย พวกเขาอย่างมากก็ทำได้เพียงควบคุมพื้นที่รอบ ๆ และรอกองกำลังหลักจากกองกำลังของขุนนางมาจัดการอีกที

“กองกำลังขุนนางคนอื่น ๆ อยู่ทางไหน”

“ทางด้านนั้นขอรับ” หัวหน้าทหารชี้ไปทางหนึ่ง

รีดินกำลังเดินไป แต่ก็หันมาพูดกับหัวหน้าทหารนายนั้นก่อน

“มีคำสั่งของท่านไวเคานต์คาริส ประกาศกฎอาญาการศึกออกไป ให้ประชาชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องทุกคนออกไปจากบริเวณคฤหาสน์ตระกูลบารอนเมสัน ให้ทุกคนกลับเข้าบ้านไปและห้ามออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะเช้า ใครที่ขัดขืนสามารถลงมือได้ทันที ใครที่กล้าทำร้ายทหารสามารถสังหารได้ทันที” รีดินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

หัวหน้าทหารรับคำสั่งด้วยท่าทีจริงจัง ก่อนจะแบ่งทหารออกไป 200 นายไปทำการประกาศเรื่องนี้ ผู้คนพอได้ยินคำสั่งก็พากันกลับเข้าไปในบ้านอย่างว่าง่าย ไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวาย เพราะรู้ว่าทหารเหล่านั้นเอาจริง

แต่นี่ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าปัญญาที่เกิดขึ้นตอนนี้นั้นร้ายแรงแค่ไหน เพราะมันเกี่ยวข้องกับขุนนางโดยตรง ซึ่งพวกเขาก็รู้ว่าตอนนี้บารอนเมสันเป็นยังไงบ้าง ถ้าเกิดว่าบารอนเมสันเป็นอะไรขึ้นมา พื้นที่มากกว่า 1 ใน 5 ของเมืองเอลดิลได้วุ่นวายแน่นอน

รีดินและผู้ครองพลังฝั่งตนเดินตรงไปยังพื้นที่ซึ่งผู้ครองพลังของขุนนางคนอื่น ๆ รวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว

นอกจากไวเคานต์คาริส ขุนนางชั้นบารอนในเมืองก็มีด้วยกันอีก 4 คน ประกอบไปด้วยบารอนมิเกล บารอนริชแมน บารอนเลนนี่ บารอนเมสัน

และกองกำลังของขุนนางชั้นบารอนก็มาถึงกันหมดแล้ว ส่วนของบารอนเมสันไม่มีใครพูดถึง เพราะพวกเขาอาจจะตายกันไปหมดแล้ว

ฝ่ายของบารอนมิเกลนั้นมีผู้ครองพลังสองคนคือ ผู้แข็งแกร่งเมลดา มิเกลและผู้เยียวยาคนใหม่ ลูกสาวของบารอนมิเกล ผู้เยียวยาดาเนีย มิเกล กับกำลังทหารอัศวินมาด้วย 50 นายและทหารธรรมดา 150 นาย

ฝ่ายของบารอนริชแมนก็ส่งผู้เผาผลาญเฟซีมาพร้อมกับกำลังทหารอัศวินมาด้วย 50 นายและทหารธรรมดา 100 นาย

ส่วนฝ่ายสุดท้ายคือบารอนเลนนี่ก็ได้ส่งผู้เผาผลาญที่ชื่อแบรนเดอร์ ซึ่งเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยออกมาให้ใครเห็นมากนัก แม้แต่ผู้ครองพลังของขุนนางคนอื่น ๆ ก็เห็นหน้าชายคนนี้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นและยังส่งกำลังทหารอัศวินมาด้วย 50 นายและทหารธรรมดา 100 นาย

ทุกคนมองไปทางผู้พิทักษ์รีดิน ที่ในตอนนี้เดินเข้ามา เพียงแค่ผู้ครองพลังด้านหลังของรีดินก็เท่ากับผู้ครองพลังของขุนนางทั้งหมดรวมกันแล้ว แถมยังมีกำลังทหารอัศวินมาด้วย 100 นายและทหารธรรมดา 300 นาย แสดงให้เห็นว่าอำนาจของไวเคานต์คาริสนั้นมากขนาดไหน

การปรากฏตัวของกองกำลังเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจของขุนนางแต่ละคนแบบอ้อม ๆ ด้วย

เมื่อทุกคนมารวมกันแล้ว พวกเขาก็แอบสำรวจผู้ครองพลังหน้าใหม่สามคนในที่นี้อย่างเงียบ ๆ เพื่อประเมินพลังของแต่ละคน

“ในเมื่อมากันหมดแล้วก็มาเริ่มกันเถอะ” รีดินไม่อ้อมค้อมเขาตรงเข้าเรื่องในทันที

การที่ผู้ครองพลังมารวมกันแบบนี้ทำให้ต้องมีคนออกคำสั่งคนหนึ่งและรีดินก็เหมาะสมสุด เขาเป็นผู้ครองพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้และยังเป็นคนของไวเคานต์ด้วย

ทุกคนพยักหน้าตกลง

ก่อนที่รีดินจะแบ่งหน้าที่ของแต่ละคน โดยเริ่มจากแนวหลังก่อน จะมีผู้ครองพลังสองคนที่ทำหน้าที่สนับสนุน ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ในทันทีว่าสองคนนั้นคือใคร

“ผู้เยียวยาไลกิ้นและผู้เยียวยาดาเนียจะอยู่แนวหลัง คอยช่วยทหารที่บาดเจ็บ”

ไลกิ้นพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจมากนัก

ส่วนผู้เยียวยาดาเนียนั้นตอบตกลงด้วยความหนักแน่น นี่ถือเป็นงานแรกของเธอและหญิงสาวก็ตื่นเต้นมากกับการได้ช่วยเหลือคนอื่น ๆ เพราะเมื่อก่อนร่างกายของเธอไม่แข็งแรงและคนอื่น ๆ มักจะเป็นฝ่ายช่วยเธอแทน

“ต่อไป ผู้เคลื่อนไหวออสก้าและผู้เคลื่อนไหวเอลเวียทำการควบคุมฝูงซอมบี้จากด้านข้างและเคลื่อนที่จัดการพวกซอมบี้แตกแถวต้อนให้พวกมันมารวมกันด้านหน้าประตูหลักของคฤหาสน์”

ออสก้าตอบรับและไม่ได้ขัดข้องอะไร

แต่ทางด้านของเอลเวียนั้นแอบเสียดายเล็กน้อยในใจที่ไม่ได้สู้พร้อมกับรีดิน เนื่องจากเธอเป็นแฟนคลับผู้พิทักษ์รีดินและพอได้เป็นผู้ครองพลังก็หวังจะได้สู้ไปพร้อมกับรีดิน แต่ดูเหมือนรีดินจะไม่ใส่ใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย เขายังคงพูดต่อไป

“และคนที่เหลือเราจะสู้กับซอมบี้เพื่อเริ่มการเก็บกวาดตรง ๆ กำลังทหารคนธรรมไปช่วยทหารส่วนกลางคุมพื้นที่ ส่วนพวกอัศวินที่เหลือเตรียมตั้งแนวรบกับซอมบี้”

พอทุกคนได้รับคำสั่งก็เริ่มเคลื่อนไหวในทันที

กองกำลังทหารธรรมดาไปช่วยทหารส่วนกลางของเมืองควบคุมพื้นที่และกองกำลังทหารอัศวินก็เตรียมพร้อมเช่นกัน โดยบางส่วนตามสองผู้เคลื่อนไหวไปและส่วนที่เหลือเตรียมปะทะที่ด้านหน้าประตูหลักของคฤหาสน์

กองกำลังทหารอัศวินที่เข้าไปในคฤหาสน์ครั้งนี้นั้นสวมเกาะหนักกันทุกคน ซึ่งปิดส่วนต่าง ๆ ทั้งแขนขาและตัว เพื่อป้องกันการโจมตีจากซอมบี้ โดยเฉพาะถ้าโดนกัดพวกเขาโอกาสรอดเป็นศูนย์ในทันที

และที่มากกว่านั้นคือ ในมือของพวกเขามีโล่เหล็กขนาดใหญ่เท่าบานประตูอยู่คนละชิ้น ซึ่งต้องใช้กำลังของระดับครึ่งดาวจึงจะยกและใช้งานมันได้ คนธรรมดายากจะใช้ได้คล่องแคล่ว โล่เหล็กจะถูกใช้เป็นแนวป้องกันในการปะทะกับซอมบี้

ในตอนนั้นพอประตูเปิดเข้าผู้พิทักษ์รีดินและผู้แข็งแกร่งเมลดาก็วิ่งเข้าไปด้านในจัดการซอมบี้ที่อยู่หน้าประตูก่อนในทันที เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ทหารอัศวินด้านหลัง

“บุกเข้าไปสร้างแนวปะทะกับซอมบี้ ทหารธรรมดาจับอาวุธและตามมาด้านหลัง”

หลังจากเห็นว่าผู้พิทักษ์รีดินและผู้แข็งแกร่งเมลดาจัดการซอมบี้ด้านหน้าประตูจนหมด ทหารต่างพากันบุกเข้าไปและตั้งแนวปะทะสู้กับซอมบี้ในทันที

ซึ่งซอมบี้ที่มารวมกันมีมากก่า 200 ตัวและยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งจากการประมาณของพวกเขาตามขนาดของกองกำลังบารอนเมสันนั้น ในคฤหาสน์นี้มีซอมบี้ไม่ต่ำกว่า 500-600 ตัว

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด