ตอนที่แล้วเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 178
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 180

เกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 179


ตอนที่ 179

หลินซวนยืนขึ้นและหันไปมองยังทิศที่ปราณกระบี่พุ่งเข้ามา

“เหตุใดจึงมีทารกอยู่ที่นี่กัน?” มันคือรุ่นเยาว์คนหนึ่งที่มีอายุราวยี่สิบปีใส่ชุดเกราะสีแดง ทว่ารูปร่างของมันกลับคล้ายหญิงสาวทั้งที่มันคือบุรุษผู้หนึ่ง ลักษณะของมันทำให้ผู้คนนึกถึงอสรพิษร้าย

มันมองมายังหลินซวนด้วยความแปลกใจและส่ายหน้าไปมาก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

“เจ้าเป็นแค่ทารก ทว่าสามารถค้นพบสวนสมุนไพรได้เช่นนี้ ช่างโชคดีเสียจริง”

“สิ่งที่เจ้าค้นพบเป็นของเจ้า แต่ก่อนที่เจ้าจะได้รับมันไป เจ้าต้องมากับข้าเสียก่อน หอเทพอัคคีของข้ามีบางสิ่งที่ต้องตกลงกับเจ้า”

ด้านหลังของชายผู้นั้นปรากฏร่างเงาขึ้นจำนวนหนึ่ง พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นคนของหอเทพอัคคี สีหน้าของพวกมันเย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหาร

“มีเรื่องอันใด?” หลินซวนลุกขึ้น

“ข้าบอกให้เจ้ามากับพวกเรา มิเข้าใจหรือ? เจ้ามิได้ยินคำบัญชาจากหอเทพอัคคีหรือไร? พวกเรากำลังสั่งการเจ้า!” ชายหนุ่มเกราะแดงผู้นั้นไร้ซึ่งความอดทนใดๆ น้ำเสียงของมันมุ่งร้ายและจองหองยิ่งนัก มันมิได้ใส่ใจในตัวเด็กน้อยเช่นหลินซวนมากมายเท่าใด

หลินซวนหรี่ตาลงและเพ่งมองชายที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ

ร่างของคนจากหอเทพอัคคีกระตุกในทันที มันรู้สึกว่ากำลังพบเจออันตรายใหญ่หลวง เส้นขนทั่วร่างตั้งชันและหนาวเหน็บถึงกระดูก

อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายอันตรายนี้หายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มันหลงเหลือความหวาดหวั่นเพียงเล็กน้อย มันจึงมองไปรอบด้านโดยคิดในใจว่าอาจเป็นอสูรร้ายกาจสักตัวหรือไม่ก็มีศัตรูแฝงกายอยู่

หลินซวนกวาดสายตามองไปยังเหล่ารุ่นเยาว์จากหอเทพอัคคีทั้งหมด ก่อนจะก้มหน้าลงขุดสมุนไพรอีกครั้ง

“ข้าไม่สนใจหรอกว่าพวกเจ้าต้องการสิ่งใด ให้ข้าได้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์เหล่านี้เสียก่อน”

ชายในเกราะแดงผู้นั้นนิ่งค้างไป ก่อนที่มุมปากของมันจะยกยิ้มอย่างร้ายกาจ ใบหน้าปรากฏความดุร้าย พลางยื่นมือออกมาและร่ายอักขระมนตรา เปลวไฟขนาดใหญ่จุดขึ้นกลางอากาศ ฝ่ามือของมันคล้ายกับเมฆดำทะมึน ก่อนที่พลังปราณนั้นจะพุ่งเข้ามาโดยหวังสังหารหลินซวนเสีย!

นี่ทำให้หลินซวนประหลาดใจไม่น้อย ทว่ารอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นบนดวงหน้าของเขา แม้ความเป็นจริงรอยยิ้มทั้งจะเต็มไปด้วยความต้องการฆ่าก็ตามที

คนจากหอเทพอัคคีช่างคุกคามผู้อื่นยิ่งนัก อาศัยเพียงประโยคเดียวพวกมันกลับตัดสินใจปลิดชีพผู้อื่นเสียแล้ว

มันคิดว่าตนเองไร้เทียมทานหรือ? มันก็เป็นเพียงลูกนกลูกกาในระดับเดียวกับพวกราชวงศ์อมตะเท่านั้น!

เสียงดังสนั่นบังเกิดขึ้น ทันใดนั้นเปลวเพลิงก็ลุกท่วมฟ้า ราวกับต้องการจะปกคลุมใต้หล้าทั้งหมด

ชายหนุ่มผู้นั้นแค่นเสียงออกมาคำหนึ่งก่อนจะเก็บมือของตนกลับมา มันสะบัดแขนเสื้อเล็กน้อยและกล่าวขึ้น

“มันรนหาที่ตาย พวกเจ้า ไปจัดการสมุนไพรเหล่านั้นเสีย แล้วพวกเราค่อยไปจับตัว.... เอ๋?”

ก่อนที่ชายในเกราะสีแดงจะได้เอ่ยจนจบประโยค ดวงตาของมันก็หดเล็กลง

นี่เป็นเพราะมันค้นพบว่าภายในของเปลวเพลิงนั้น ร่างเล็กที่ควรจะกลายเป็นเพียงศพไหม้เกรียมกลับยังคงมีชีวิตอยู่

“คงจะเสียมารยาทแล้วหากข้าไม่ตอบแทนของขวัญที่ได้รับ สำหรับการโจมตีเมื่อครู่ ข้าจะมอบดัชนีนี้ให้เจ้ากลับไป”

เสียงระเบิดดังขึ้นจากร่างของเด็กน้อยตามมาด้วยประกายแสงเจิดจ้า

ดัชนีหนึ่งซึ่งหนักแน่นเยี่ยงขุนเขาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและมุ่งเป้าลงมายังที่แห่งนี้ ทำให้อากาศโดยรอบแตกปะทุและส่งเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีปีศาจกำลังกรีดร้อง

จากนั้น สวนสมุนไพรแห่งนี้ที่ราวกับสวรรค์บนดินก็แปรเปลี่ยนไป เสียงหวนไห้คร่ำครวญสะท้อนก้องไปทั่วทุกพื้นที่ ไม่นานหลังจากนั้น เสียงทั้งหมดก็พลันเงียบลง และบริเวณโดนรอบก็ตกลงสู่ความเงียบงัน

ร่างของทารกผู้หนึ่งเดินออกมาจากสวนแห่งนั้น เขาปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าเล็กน้อยและมุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ซึ่งมีคนจากหอเทพอัคคีกำลังรวมตัวกันอยู่

“พวกเจ้าต้องการให้ข้าเข้าไปยังเทือกเขา? ยอดเยี่ยม ข้าเองก็ต้องการรู้เช่นกันว่าจุดประสงค์ของพวกเจ้าคือสิ่งใด”

หลินซวนเดินไปตามเส้นทาง ในระหว่างนั้น รุ่นเยาว์จำนวนมากก็ปรากฏขึ้น พวกเขาทั้งหมดล้วนถูก “เชิญ” ให้มายังหุบเขาแห่งนี้โดยคนของหอเทพอัคคีทั้งสิ้น

“หืม? คนที่ประจำอยู่ที่แห่งนี้ไปไหนกันหมด?” มีหน่วยลาดตระเวนของหอเทพอัคคีคนหนึ่งผ่านมาบริเวณนี้ พร้อมด้วยความสงสัยว่ารุ่นเยาว์เกราะแดงผู้นั้นหายไปที่ใดกัน

“เขาคงออกไปตามหาคนไกลเกินไป ส่งคนไปตามกลับมาเสีย ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผู้อื่น” อัจฉริยะคนหนึ่งที่คล้ายว่าจะเป็นผู้นำของพวกมันตอบกลับมา มันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนมองไปยังหลินซวน และปรากฏสีหน้าดูไม่ได้อยู่บ้าง

“ความแข็งแกร่งของพวกเราที่เฝ้าอยู่หน้าแดนลึกลับบัดนี้ช่างต่ำเตี้ยนัก กระทั่งปล่อยให้คนไร้ที่มาเช่นนี้หลุดเข้ามาได้? เปลี่ยนหน่วยป้องกันใหม่เสีย”

หลินซวนหรี่ตามองไปยังคนจากหอเทพอัคคี

“พวกเจ้า ไม่มีเหตุใดให้ต้องรอ ที่เหตุนี้ถูกปิดกั้นไว้ด้วยค่ายกล พวกเราไปจากบริเวณนี้ได้แล้ว ถึงเวลาไปรวมตัวกับคนที่อยู่ด้านในเพื่อช่วยเหลือพวกเขา” รุ่นเยาว์ผมแดงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างองอาจ

เหล่าคนที่เหลือต่างปรากฏร่องรอยอัปลักษณ์บนใบหน้าขึ้นมาอย่างช่วยมิได้

นี่เป็นเพราะพวกมันได้พบเห็นเหตุการณ์ที่ปักษาวิญญาณชาดถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสมาด้วยตาตนเอง

ต้องรู้ก่อนว่าคนเหล่านั้นคือยอดอัจฉริยะแห่งนิกายหอเทพอัคคี ทว่าพวกมันกลับกลายเป็นเช่นนั้น แล้วเหล่าคนที่ถูกส่งมาเฝ้าภายนอกเช่นพวกมันที่เหลือซึ่งอ่อนแอกว่าคนด้านในจะไปกระทำสิ่งใดได้?

ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น บนหลังของมันมีปีกอัคคีงอกออกมา และปราณโลหิตในร่างนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง ร่างของมันราวกับเป็นดวงอาทิตย์ขนาดย่อม กลิ่นอายทรงพลังและน่าเกรงขามกำจายออกมา

ผู้คนโดยรอบปรากฏความตื่นตะลึงอยู่บนในหน้า เป็นเพราะว่าชายคนนั้นมีระดับการบ่มเพาะถึงแดนปราณสร้างรากฐาน!

“พวกท่าน โปรดตามมาทางนี้” ชายหนุ่มปีกเพลิงก้มศีรษะลงเล็กน้อยพลางเอ่ยออกมา

รุ่นเยาว์จากกองกำลังอื่นย่อมไม่อาจต่อต้านได้ พวกเขาทำได้เพียงติดตามเข้าไปในหุบเขานั้น

เทือกเขาช่างกว้างใหญ่และงดงาม หากมองจากที่ไกลออกไป มันช่างดูราวกับเป็นมังกรครามที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนดิน และหากมองในระยะใกล้ จะสัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณที่หลั่งไหลไปทั่ว ทำให้ที่แห่งนี้คล้ายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน

บุปผาพืชพันธุ์เหมือนดั่งถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยกเนื้อดี และแฝงไว้ด้วยปราณวิญญาณเข้มข้นยิ่งกว่าพื้นที่ภายนอกนัก ไม่ว่าจะเป็นใบหญ้าหรือต้นไม้เล็กน้อยใดๆ ก็สามารถถูกขายได้ในราคานับร้อยหินวิญญาณหากนำออกไปจากแดนลึกลับนี้

พืชทั้งหลายสามารถจะเติบโตเช่นนี้ได้ต้องอาศัยปราณวิญญาณที่มากล้นและเปี่ยมด้วยพลัง มิเช่นนั้นพวกมันจะกลายเป็นเพียงเศษวัชพืชสามัญเท่านั้น ฉากที่พบเห็นทำให้เหล่าคนทั้งหลายมั่นใจอย่างยิ่งว่าด้านในของหุบเขาย่อมต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นคนที่ถูก “เชิญ” มาโดยมิได้ยินยอมแต่อย่างใด แม้จะกราดเกรี้ยวสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่มีกำลังมากพอจะต่อต้านได้ นี่เป็นเพราะหอเทพอัคคีนั้นมีผู้บ่มเพาะแดนสร้างรากฐานคอยหนุนหลังพวกมัน

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นตระหนกมากที่สุดย่อมเป็นระหว่างเส้นทาง ยอดฝีมือแดนสร้างรากถึงอีกราวสามถึงสี่คนปรากฏตัวขึ้นและเดินทางไปพร้อมกัน

ต้องรู้ก่อนว่ามีเพียงคนที่อายุต่ำกว่าห้าสิบปีเท่านั้นจึงจะสามารถเข้ามายังแดนลึกลับแห่งนี้ได้ และด้วยผู้ฝึกตนระดับแดนสร้างรากฐานจำนวนมากมายเช่นนี้ของหอเทพอัคคี ย่อมสามารถบ่งบอกได้ว่าพวกมันแข็งแกร่งเพียงใด.. อีกทั้งอัจฉริยะที่ทรงพลังที่สุดของพวกมันก็ได้เข้าไปยังส่วนลึกของแดนลึกลับจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงระดับรองๆ ลงมาเท่านั้นที่ยังอยู่ในบริเวณนี้

0 0 โหวต
Article Rating
1 Comment
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด