ตอนที่แล้วตอนที่ 92 ความกลัวตายของมาลก้าและสิ่งที่ลูอิสทิ้งไว้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 94 กองกำลังของขุนนางลงมือกวาดล้างซอมบี้(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 93 แผนการทั้งหมดของลูอิส(อ่านฟรี)


ตอนที่ 93 แผนการทั้งหมดของลูอิส

ร้านรุ่งอรุณ

ลูอิสกลับมาที่ร้านรุ่งอรุณพร้อมกับพ่อบ้านเฟรด ส่วนลิซนั้นลูอิสส่งมันออกไปนอกเมืองอยู่ก่อนแล้ว เพราะจะเอามาไว้ภายในเมืองก็ไม่ดีนัก ส่วนที่ว่าจะให้ไปอยู่ในท่อระบายน้ำแบบซอมบี้ของเฟรดก็คงไม่ได้

ตนที่มาถึงที่ร้านก็เป็นตีสองตีสามแล้ว ทุกคนกลับมารวมตัวกันอยู่ที่ร้านจนครบหมด อาร์มันโด้และเจียน่าทั้งสองกำลังรอลูอิสอยู่ภายในร้านด้วยความตื่นเต้น

“ท่านลูอิส” อาร์มันโด้เห็นลูอิสก็รีบลุกขึ้นและเดินไปหาอย่างกระตือรือร้น

ทางด้านเด็กสาวเจียน่าก็เช่นเดียวกัน

ลูอิสพยักหน้าใช้ทั้งสองที่สามารถกลับมาได้อย่าปลอดภัยและถามว่า “เรียบร้อยดีไหม”

“แน่นอน เราเก็บไว้ที่ห้องเก็บเหล้า” เจียน่ากล่าวพร้อมกับนำทางลูอิสไปที่นั่น ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่อยู่ภายในนั้นจะทำให้ทั้งสองตื่นเต้นสุด ๆ และอย่างให้ลูอิสไปดูด้วยตัวเองเร็ว ๆ

ภายในห้องเก็บเหล้ามีเหล็กอยู่สองใบ อาร์มันโด้เดินไปเปิดให้ลูอิสดูในทันที หีบใบแรกนั้นเต็มไปด้วยเงินสด มันคือเงินเบลที่เรียงกันอย่างแน่นเต็มหีบ ซึ่งจากจำนวนนั้นเจียน่าบอกว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 ล้านเบล

ส่วนอีกใบนั้นเป็นพวกเพชรและทองคำที่มีค่า ซึ่งมีนี่เป็นกล่องที่หนักมากที่สุด และมูลค่าของมันไม่น้อยกว่า 10 ล้านเบลเลย

ซึ่งเหตุผลว่าทำไมเงินอาร์มันโด้และเจียน่าถึงได้เอาของพวกนี้มานั้นก็ต้องย้อนกลับไปในตอนแรก แผนการของลูอิสส่วนสำคัญคือสามส่วน ได้แก่พ่อบ้านเฟรดที่จัดการกองกำลังและควบคุมทิศทางของซอมบี้ให้จัดการทหารของตระกูลเมสัน ส่วนลูอิสนั้นเขาจัดการบารอนเมสันและคนในคฤหสน์

และอาร์มันโด้กับเจียน่าทั้งสองจัดการพวกยามด้านในและนอก หรือใครที่พยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งส่วนนี้ลงมือช่วงแรก ๆ เท่านั้น พอทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทั้งสองก็ตรงไปที่คลังสมบัติของบารอนเมสันทันที ก่อนที่จะเอาของเท่าที่จะขนมาได้และถอยหนีออกมา

ลูอิสบอกให้พวกเขาขนมาบางส่วนเท่านั้น อย่าเอามาจนหมด เพราะจะเป็นที่สังเกตจนเกินไป แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้เหมือนกัน

“เยอะขนาดนี้เลย” ลูอิสอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับจำนวนของที่เจียน่าและอาร์มันโด้เอามา ก่อนหน้านั้นเขายังตกใจกับเงินนับแสนเบลในช่วงการประมูล แต่ตอนนี้เพียงปล้นคฤหาสน์ขุนนางก็ได้เงินมามากถึง 15 ล้านเบล

“คิดว่าบารอนเมสันจะมีเงินมากมายขนาดนี้ แต่ถ้ามีเงินมากขนาดนั้นทำไมตอนนั้นถึงไม่เอาเงินให้พวกลีวิสและมาลก้าไปประมูลหินผู้เยียวยามาให้ได้” ลูอิสถามออกไปอย่างสงสัย

พ่อบ้านเฟรดก็อธิบายให้เขาฟังว่า “เงินที่อยู่ในคลังสมบัติพวกนี้เป็นเงินที่ใช้หมุนเวียนในระบบอำนาจของบารอนเมสันและไม่สามารถดึงออกมาจ่ายได้ตามใจชอบ”

นั้นทำให้ลูอิสฉุกคิดขึ้นมาว่าเมืองเอลดิลนั้นปกครองโดยระบบขุนนาง และหลายอย่างต้องใช้เงินในการดูแลให้ทุกอย่างดำเนินไปต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างกำแพงเมืองป้องกันอันเดด การจ้างคน การออกภารกิจให้นักล่าหรือเลี้ยงดูกำลังทหาร ซึ่งทุกอย่างนั้นต้องใช้เงินและขุนนางต้องดูแลเขตของตัวเองด้วยตามผลประโยชน์ที่ได้รับ

‘ยิ่งมีอำนาจมากก็ยิ่งต้องรับผิดชอบเยอะ หลังจากเรื่องที่บารอนเมสันตายยกทั้งตระกูลกระจายออกไป เมืองเอลดิล โดยเฉพาะในเขตที่บารอนเมสันควบคุมอยู่คงจะวุ่นวายน่าดู’ ลูอิสพึมพำในใจ แต่เขาก็ไม่ก็ไม่เสียใจกับการสังหารบารอนเมสัน เพราะยังไงเขาก็เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว ถ้าเขาไม่ฆ่าบารอนเมสัน เขาก็จะเป็นฝ่ายโดนซะเอง

ส่วนเรื่องพื้นที่ดูแลของบารอนเมสัน ลูอิสคิดว่ายังไงขุนนางพวกนั้นก็ไม่มีทางปล่อยผลประโยชน์เหล่านี้ให้คนนอกเข้ามายุ่ง

อย่างมากก็ไม่กี่วันที่สถานการณ์จะวุ่นวาย ก่อนที่ขุนนางคนอื่น ๆ คงเข้ามาจัดการดูแลต่อ

เจียน่ากล่าวตอบคำถามก่อนหน้านั้นของลูอิสถึงเรื่องสมบัติที่ช่วยกันขนมากับอาร์มันโด้

“นี่เป็นแค่สมบัติเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น พวกเราขนมาไม่หมด โดยเฉพาะหีบทองคำและเครื่องเพชรนั้นมันหนักมากจึงเอามาได้แค่นี้ แต่ก็ยังมีของพวกนี้อยู่ด้วย” เจียน่าเดินไปหยิบของบางอน่างส่งให้ลูอิส

“บัตรเงินสด” ลูอิสพูดและมองดูบัตรเงินสดที่เจียน่าพึ่งสงมาให้ เขาก็พึ่งได้มาจากลีวิสใบหนึ่งเช่นกัน แต่ที่เจียน่าให้มานั้นมีบัตรเงินถึง 4 ใบ แต่น่าเสียดายที่ 2 ใน 4 นั้นเป็นแบบระบุชื่อ ทำให้ลูอิสไม่อาจจะเอาไปเปิดเอาเงินได้ เพราะถ้าทำแบบนั้นก็จะทำให้ทุกคนรู้ทันทีว่าลูอิสมีส่วนเกี่ยวข้องกับอันเดดที่คฤหาสน์ตระกูลเมสัน

ถึงอย่างนั้นเขาก็คาดหวังกับบัตรเงินสดแบบไม่ระบุชื่อมากขึ้นไปอีก เพราะมันต้องเป็นของที่มีมูลค่ามาก บารอนเมสันถึงไม่ต้องการให้เป็นบัตรแบบระบุชื่อ

ก่อนหน้านั้นเขายังหงุดหงิดที่หามาลก้าไม่เจอ แต่ว่าพอได้เห็นสมบัติลูอิสก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที ทุกคนก็เช่นกัน โดยเฉพาะพ่อบ้านเฟรดที่เผยรอยยิ้มออกมา สมบัติพวกนี้พอให้รื้อฟื้นตระกูลแกริคได้เลยทีเดียวแล้วจะไม่ให้พ่อบ้านเฟรดยินดีได้อย่างไร

“ท่านลูอิสเราควรกลับไปขนพวกมันอีกรอบไหม” อาร์มันโด้ถามออกมา

ลูอิสส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้อง ที่นั่นคงเต็มไปด้วยผู้ครองพลังและกองทัพของขุนนางคนอื่น ๆ แล้ว”

อาร์มันโด้ดูจะเสียดายเล็กน้อย แต่ก็ไม่นานเขาก็กลับมาเป็นปกติ ไม่ว่ายังไงของที่พวกเขาเอาออกมาจากคลังของตระกูลเมสันก็เทียบเท่ากับความมั่งคั่งของตระกูลขุนนางระดับบารอนที่สะสมมาหลายสิบถึงร้อยปีเลยทีเดียว

ดังนั้นต่อให้เสียดาย แต่ก็ไม่ได้ละโมบโลภมากไปกว่านี้ เพียงเงินแค่นี้ก็ทำให้พวกเขามีกินมีใช้ไปจนตายแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็จบแล้วใช่ไหมครับ” อาร์มันโด้ถาม

“ยัง มาลก้าหายตัวไป แต่ว่าคืนนี้เราน่าจะหาตัวมันไม่เจอแล้ว” ลูอิสพูดด้วยสีหน้าผิดหวัง

ทุกคนก็พากันเงียบขรึมที่ได้ยินว่ามาลก้าแอบหลบหนีไปได้ ลูอิสเงยหน้าและยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวว่า “แต่ว่าเรื่องของตระกูลเมสัน ในเมืองเอลดิลจะไม่มีตระกูลเมสันอีก ดังนั้นพวกเราไปหากินอะไรเพื่อฉลองกันเถอะ”

ถึงมาลก้าจะหนีไป แต่มันก็ช่วยไม่ได้ ยังมีเวลาอีกมาก พวกเขาสามารถตามล่ามาลก้าได้ แต่ตอนนี้หลังจากออกศึกหนักทุกคนก็ต้องร้องกันด้วยความหิว

“เบลล่าน่าจะเตรียมอาหารมื้อดึกให้พวกเราเสร็จแล้วไปกินกันเถอะ” อาร์มันโด้พูดด้วยความตื่นเต้นและรีบวิ่งดูเบลล่าที่กำลังยกอาหารมาให้ทุกคน ส่วนคนอื่น ๆ นั้นพวกเขาไปล้างหน้าและเช็ดเลือดตามตัวออก และค่อยตามมาทีหลัง

ในจังหวะนั้นอาร์มันโด้ก็เดินเข้ามากอดเบลล่าอย่างหวานชื่น ก่อนจะเอาตุ้มหูสีฟ้าคู่หนึ่งให้กับเธอ ตุ้มหูคู่นี้เป็นของที่อาร์มันโด้หยิบติดมือมาให้เบลล่าจากหนึ่งในสมบัติที่อยู่ในคลังของบารอนเมสัน มันไม่ได้โดดเด่นมากนัก ถูกวางกองไว้กับเครื่องประดับอื่น ๆ แต่พออาร์มันโด้เห็นเขาก็นึกถึงเบลล่าในทันทีและคิดว่าถ้าเธอได้ใส่จะต้องสวยมากแน่นอน บางครั้งสิ่งของจะแสดงคุณค่าของมันออกมาได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อมันอยู่ในมือของคนที่เหมาะสมกับมัน

“เอามาแบบนี้ท่านลูอิสไม่ว่าอะไรอย่างนั้นเหรอ” เบลล่าถามขึ้นมาเพราะกังวลว่าการที่อาร์มันโด้แอบเอามา ลูอิสจะว่าเอาได้

“ไม่หรอก ท่านลูอิสไม่สนใจเครื่องประดับเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่แล้ว อีกอย่างฉันเอามานอกเหนือจากของที่ต้องให้ท่านลูอิส เป็นไงสวยไหม” อาร์มันโด้พูดพร้อมกับยิ้มให้ภรรยาตัวเอง

“แต่ว่า...” เบลล่าลังเล

“ฉันไม่สนใจหรอก ในนี้มีนมอุ่น ๆ ไหม” ในตอนนั้นก็มีเสียงของลูอิสดังขึ้น ทำเอาทั้งสองสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเห็นว่าที่ด้านหลังมีเด็กน้อยอายุขวบกว่า ๆ ยืนอยู่ แน่นอนว่าลูอิสไม่ได้อายุขวบกว่า แต่เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นในโลกนี้ตั้งแต่เขาเกิดมา เขาเพียงแค่ตัวโตเร็วตามระดับพลังเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ลูอิสบอกว่าไม่สนใจเครื่องประดับที่อาร์มันโด้ให้เบลล่านั้นคือเรื่องจริง สำหรับเขาสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเด็กน้อยลูอิส คือ "พลังงานศรัทธา" หาใช่สิ่งของเหล่านี้ไม่และที่สำคัญอาร์มันโด้สมควรได้รับมันต่อให้เอาไปมากกว่านี้ก็ได้ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว

“เออ...มีค่ะรอสักครู่” เบลล่ารีบไปชงนมร้อน ๆ ให้ลูอิสแก้วหนึ่ง

ลูอิสเผยรอยยิ้มออกมาและรับนมร้อนแก้วอุ่นจากเบลล่า ลูอิสใช้สองมือประคองแก้วในมือและมองอย่างพอใจ ลูอิสสูดดมกลิ่นหอมของนมที่พึ่งชงใหม่ ๆ หลังจากดื่มนมอุ่น ๆ แบบนี้มานาน เขาก็รู้สึกชอบมันขึ้นมาบ้างแล้ว

เด็กน้อยลูอิสเดินออกมาอย่างต้วมเตี้ยมจากห้องครัว โดยไม่สนใจท่าทีหวานชื่นของทั้งสอง

“เรามาทำลูกให้เก่งแบบท่านลูอิสตอนนี้เป็นไง” อาร์มันโด้ขยับตัวเข้ามากระซิบหลังหูบอกเบลล่า ทำเอาเบลล่าหน้าแดง

เบลล่าก็หันมาทุบอาร์มันโด้ไปทีหนึ่ง ก่อนจะรับตุ้มหูมาเก็บไว้อย่างดีและไล่ให้อาร์มันโด้ยกอาหารออกไปด้านนอก

อาร์มันโด้เห็นเบลล่าเก็บตุ้มหูไปและแอบยิ้มเมื่อได้รับมัน เขาก็เผยรอยยิ้มโง่ ๆ ออกมา ก่อนที่จะรีบยกอาหารออกไป

หลังจากนั้นพวกเขาทุกคนประกอบไปด้วยลูอิส เจียน่า พ่อบ้านเฟรด อาร์มันโด้และเบลล่า ทั้ง 5 คนต่างกินมื้อดึกกันด้วยความยินดี ศัตรูก็โดนกำจัด แถมพวกเขายังได้สมบัติมามากมาย ใครบ้างจะไม่มีความสุข

...

ขณะเดียวกันทางด้านคฤหาสน์ตระกูลเมสันก็เป็นอย่างที่ลูอิสคิดไม่มีผิด พอทางการของเมืองเอลดิลทราบเรื่องว่ามีซอมบี้จำนวนมากกำลังอาละวาดอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเมสัน พวกเขาก็รีบรายงานไปทางไวเคานต์คาริสในทันที

ไวเคานต์คาริสที่โดนปลุกขึ้นมากลางดึกและทราบเรื่องก็เผยสีหน้าตื่นตกใจขึ้นมา เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีซอมบี้อยู่ภายในคฤหาสน์ขอบารอนเมสันได้ และก็เกิดความกลัว เพราะหมายความว่าทั้งเมืองเอลดิลไม่ปลอดภัยแล้ว โดยเฉพาะถ้าซอมบี้หลุดออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเมสัน

“นำกำลังทหารและผู้ครองพลังทั้งหมดไปที่คฤหาสน์ตระกูลเมสันอย่าปล่อยให้ซอมบี้ออกมานอกคฤหาสน์ได้และรอกำลังเสริมคนอื่น ๆ เพื่อเข้ากวาดล้างซอมบี้ แจ้งไปยังขุนนางคนอื่น ๆ ให้พวกเขาส่งผู้ครองพลังและกำลังทหารมาด้วย” บารอนเมสันสั่งการลงไป

เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาของใครคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของทุกคน เมืองเอลดิลกลับมีซอมบี้มาโผล่อยู่ใจกลางเมือง ไวเคานต์คาริสรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลแน่นอน

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด