ตอนที่แล้วบทที่ 13 ร่ายรำกับหมาป่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 15 ทักษะใหม่ที่ไม่คาดคิด

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 14 ประกาศชัยชนะ


เสียงคำรามประกาศชัยชนะดังก้องไปทั่วสนามรบ และเพราะจ่าฝูงหมาป่าได้ตายลงไป ทำให้หมาป่าที่สูญเสียจ่าฝูงไปนั้นต่างหวาดกลัว ก่อนจะรีบหนีหายไปในทันที

"ชนะ! พวกเราชนะแล้ว!!" ในตอนนั้นเอง เหล่านักรบที่ปกป้องหลัวจี๋ก็ส่งเสียงร้องตะโกนออกมาด้วยความยินดี ปลดปล่อยความรู้สึกข้างในออกมาหลังจากผ่านพ้นจากความตายและไล่หมาป่าไปได้

สีหน้าของคนเถื่อนเผ่าศัตรูนั้นดูซีดเผือด พวกเขามองไปที่หลัวหย่งที่ยังมีชีวิตอยู่ราวกับมองดูสัตว์ประหลาด

พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ความรู้สึกของหัวหน้าเผ่าคนเถื่อนนั้นดูซับซ้อนมากเสียยิ่งกว่าอีก

แต่ว่าแม้จะเป็นตัวเอกในการต่อสู้ครั้งนี้ หลัวหย่งก็ไม่ได้หลงระเริงไปกับชัยชนะของเขามากเท่าไรนัก หลังจากร้องคำรามออกมาเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกข้างใน เขาก็เดินไปแบกศพหมาป่าและรีบไปอยู่ข้างหลัวจี๋ในทันใด

เมื่อมองดูนักรบอันดับหนึ่งของเขาแล้ว มุมปากของหลัวจี๋ก็เผยอขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แน่นอนว่าเขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเขาก็โบกมือ นักรบที่กำลังร้องตะโกนเสียงดังก็เข้าใจได้ในทันทีว่าหลัวจี๋หมายถึงสิ่งใดและหยุดเสียงลง พวกเขารู้ ว่าการต่อสู้นี้ยังไม่จบ

เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังตน ใจของหัวหน้าเผ่าคนเถื่อนก็สั่นสะท้าน เหงื่อไหลซึมไปทั่วฝ่ามือและใบหน้า หลังจากรอดพ้นจากความตายมาได้ พวกเขาก็เกือบลืมไปเลยว่าทั้งสองเผ่ายังคงเป็นศัตรูกันอยู่!

ผู้นำเผ่าคนเถื่อนกำกระบองไม้ในมือไว้แน่นและถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อมองดูนักรบของอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า ใจของเขาก็อดสั่นระรัวไม่ได้ เขาจะสู้ได้อย่างไรกัน? หลัวหย่งที่แข็งแกร่งราวกับเป็นปีศาจร้าย กระทั่งผู้นำที่ดูร่างกายดูไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไรนักก็ยังยากจะต่อกร เพราะเมื่อครู่นี้นั้น หลัวจี๋ได้แทงหอกเข้าไปที่ท้่องของหมาป่าและกระชากเครื่องในของมันออกมา ภาพนั้นยังคงติดตาของเขาอยู่เลย

ราวกับรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร หลัวจี๋โบกมือ “เห็นแก่ที่พวกเจ้าร่วมมือกันต่อสู้กับหมาป่าเมื่อครู่นี้ ฉันจะให้ตัวเลือกสองอย่าง…”

ขณะที่พูด หลัวจี๋ก็ยื่นมือไปจับไหล่ของหลัวหย่ง “นี่คือนักรบอันดับหนึ่งของเผ่าเรา ฉันจะให้โอกาสให้พวกเจ้าท้าประลองตัวต่อตัว ถ้าเอาชนะหลัวหย่งในการต่อสู้ตัวต่อตัวได้ ฉันจะปล่อยพวกเจ้าไป”

เมื่อได้ยินตัวเลือกอย่างแรก ผู้นำเผ่าคนเถื่อนก็คิ้วกระตุกในทันที ไม่ต้องพูดถึงตัวต่อตัวเลยด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นสองรุมหนึ่งหรือสามรุมหนึ่ง เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชายคนนี้ลงด้วยซ้ำ “เอาชนะให้ได้กับผีสิ!”

เมื่อได้ยินเงื่อนไขของตัวเลือกแรก นักรบหลายสิบคนได้แต่สบถออกมา เพราะพละกำลังที่หลัวหย่งแสดงให้เห็นออกมานั้นช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดคิดว่าจะเอาชนะสัตว์ประหลาดตนนี้ได้แม้แต่น้อย

เมื่อเห็นดังนั้น หลัวจี๋ก็ลอบยิ้มเยาะในใจ จากนั้นก็กล่าวตัวเลือกที่สองออกมาอย่างช้าๆ “ตัวเลือกที่สองคือ ทิ้งอาวุธในมือและยอมจำนนซะ!”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นจุดประสงค์ของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ใครจะยอมปล่อยเนื้อก้้อนโตตรงหน้าไปได้ล่ะ? ตัวเลือกข้อที่แล้วนั้นเขาพูดออกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเลือกอื่น และเขาไม่คิดว่าจะมีใครจะเป็นคู่ต่อสู้ให้หลัวหย่งได้เลยสักนิด

เมื่อได้ยินตัวเลือกที่สองที่หลัวจี๋กล่าวออกมา เหล่าคนเถื่อนก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าไรนัก ในยุคสมัยนี้ ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ เผ่าที่แข็งแกร่งยึดครองเผ่าที่อ่อนแอกว่า กระทั่งที่ว่าเมื่อได้ยินตัวเลือกที่สองนี้ หลายคนก็ถึงกับลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกด้วยซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าทั้งคู่จะมีความแค้นฝังหุ่น พวกเขาก็ไม่รังเกียจที่จะเข้าร่วมกับเผ่าที่แข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว

“ฟู่ว—-” ผู้นำเผ่าคนเถื่อนถอนหายใจออกมาพร้อมกับปล่อยอาวุธในมือลงอย่างเงียบงัน กระบองไม้หนักร่วงลงสู่พื้นหิมะ แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกด้วยเช่นกัน

หลังจากที่ผู้นำเผ่าคนเถื่อนได้เลือกแล้วจากการกระทำของเขา คนเถื่อนคนอื่นๆด้านหลังก็ทิ้งอาวุธลงต่อๆกัน ยอมจำนนต่อหลัวจี๋

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' เอาชนะเผ่าคนเถื่อนเผ่าแรกได้สำเร็จ ได้รับแต้มอารยธรรม 300 แต้ม และแต้มการทหาร 5 แต้ม

คำเตือนจากระบบ: ต้องการเก็บเผ่าคนเถื่อนในที่แห่งนี้ไว้หรือไม่?

ในเรื่องนี้ หลัวจี๋เลือกได้ในทันทีว่าจะเก็บเผ่านี้ไว้หรือไม่ ที่นี่ไม่มีทั้งน้ำ อาหาร มองยังไงก็มีแต่หิมะ มีเพียงป่าไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักที่เรียกได้ว่าเป็นแหล่งไม้ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีกเลย เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่ย่ำแย่อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เหตุผลที่เขามาสู้กับเผ่านี้อย่างเร่งร้อนก็เพื่อจะเพิ่มจำนวนประชากรและแรงงานในเผ่าไม่ใช่อย่างนั้นรึ? เขาไม่มีคนงานเกินพอจะมาดูแลรักษาที่ตั้งที่สองหรอก และยังเร็วไปที่จะสร้างเผ่าสาขาอีกด้วย

เขาให้หลัวจินไปพาคนที่เหลือมาเพื่อนับจำนวนคนที่เหลือในเผ่า ก่อนหน้านี้ทั้งเด็กและผู้หญิงของเผ่านี้หลบซ่อนอยู่ในเต็นท์ตลอดเวลาและไม่ได้โผล่ออกมา โชคดีที่พวกเขาไม่เป็นอันตรายอะไรกัน หลังจากนับจำนวนคนที่เหลือรวมไปถึงนักรบแล้ว ก็พบว่ามีคนทั้งหมด 47 คน ซึ่งมากกว่าคนของเผ่าหมิงจิ่ง

ด้วยท่าทางของผู้ชนะ พวกเขาแบกศพหมาป่าพวกนี้ไปพร้อมกับที่กลุ่มคนจะออกเดินทางไปยังเผ่าหมิงจิ่งด้วยท่าทีที่น่าเกรงขาม ระหว่างทางกลับ หลัวจี๋ที่ไม่ได้ต้องทำอะไรและอยู่ว่างๆก็เปิดหน้าต่างสถานะของคนทั้ง 47 คนนี้ขึ้นมาดูทีละคน นั่นก็เพื่อจะยืนยันค่าความภักดีของคนเหล่านี้ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก หากมีใครที่มีค่าความภักดีต่ำมากๆ เขาต้องคอยดูอย่างใกล้ชิด เผ่าของเขาพึ่งจะเริ่มพัฒนา จะปล่อยให้มีอุบัติเหตุอะไรมากไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ด้วยโบนัสความภักดี 10 แต้มจากทักษะ “ผู้นำ” มันจึงดูไม่ได้แย่เท่าไรนัก เพราะว่าจากทั้ง 47 คนนั้น ค่าความภักดีของทุกคนนั้นอยู่สูงกว่า 75 แต้มทั้งหมด และมีหลายสิบคนที่มีถึง 80 แต้มเลยด้วยซ้ำ

สิ่งที่ทำให้เขาต้องประหลาดใจมากที่สุดคือค่าความภักดีของผู้นำเผ่าคนเถื่อนนั้นเยอะที่สุดเลยด้วยซ้ำ สูงถึง 87 แต้ม แต่พอมาคิดดูดีๆแล้ว นั่นก็คงเพราะหลัวจี๋ช่วยชีวิตเขาไว้จากหมาป่าล่ะมั้ง?

แต่ในขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเศร้าใจอยู่หน่อย เพราะในหมู่ 47 คนนั้น ไม่มีใครที่มีค่าสถานะที่จะเติบโตได้ถึง 4 ดาวเลยสักคน นั่นทำให้หลัวจี๋อดคิดไม่ได้ว่าโชคของเขาหมดไปตั้งแต่สองวันแรกแล้วอย่างนั้นหรือ

แต่ว่ามันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เขาไม่คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นาน เพราะแทนที่จะคิดเรื่องนี้ สู้เอาไปคิดเกี่ยวกับอนาคตของเผ่าเสียยังจะดีกว่า เผ่าของเขาพึ่งจะพัฒนา ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการกล่าวเกินไปเท่าไรนักที่จะบอกว่ายังมีเรื่องอีกมากที่เขาจะต้องไปกังวล!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด