ตอนที่แล้วตอนที่ 83 การเคลื่อนไหวก่อนพายุใกล้เข้ามา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 85 คืนชีพศพ “ซอมบี้”(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 84 ที่นี่คือร้านรุ่งอรุณ ไม่ใช่คฤหาสน์บารอนเมสัน(อ่านฟรี)


ตอนที่ 84 ที่นี่คือร้านรุ่งอรุณ ไม่ใช่คฤหาสน์บารอนเมสัน

ทุกอย่างนั้นเป็นอย่างที่มาลก้าคิดไว้ทุกอย่าง ด้วยความคุ้นเคยต่อพื้นที่ในเขตชุมชนผู้อพยพ มาลก้าสั่งการนักเลงใต้ดินที่เลี้ยงดูไว้จำนวนมาก กระจายตัวกันไปจับตามองคนที่น่าสงสัยและปล่อยข่าวลือแปลก ๆ ใช้เวลาไม่นานมาลก้าก็จับตัวคนต้องสงสัยมาได้มากกว่า 5 คน

ทั้ง 5 คนนั้นมองไปที่นักเลงที่ด้วยความกลัว ก่อนจะถูกมาลก้าสอบสวนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องของทั้ง 5 คนนั้นดังราวกับโดนจับเชือดเนื้อเฉือนกระดูกไม่มีผิด แต่สุดท้ายแล้วมาลก้าก็ได้ข้อมูลจากหนึ่งใน 5 คนมาจริง ๆ ส่วน 4 คนที่เหลือนั้นก็แค่คนดวงซวยที่โดนจับมา ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้รอดออกไปสักคนเดียว

มาลก้ายิงลูกไฟออกไปเผาร่างทั้ง 5 คนจนกลายเป็นเถ้าถ่านท่ามกลางสายตาที่สั่นกลัวของพวกนักเลง

“ให้รางวัลพวกมันไป ส่วนที่เหลือตามฉันมา”

มาลก้าหันไปพูดกับลูกน้องระดับครึ่งดาว ซึ่งเป็นทหารของตระกูลที่ติดตามมาด้วย 3 คน ส่วนที่ได้รางวัลนั้นคือพวกนักเลงที่ช่วยงานมาลก้าในการจับตัวคนมาสอบสวน หลังลูกน้องระดับครึ่งดาวโยนเงินเบลให้นักเลงตามคำสั่งของมาลก้า

มาลก้าและพวกตรงไปยังสถานที่เป้าหมายที่ได้มาจากการเค้นข้อมูลเมื่อครู่ในทันที

...

“หึ พวกมันมามุดหัวกันอยู่ที่นี่อย่างนั้นเหรอ เข้าไปจับตัวพวกมัน” มาลก้าโบกมือให้ลูกน้องเปิดประตูเข้าไป

“ใครคือผู้นำกองกำลังนิ้วเงิน ออกมาหาท่านมาลก้าซะ” ลูกน้องตวาดลั่นร้าน ทำเอาคนในร้านทั้งหมดหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน

“ไอ้บ้านั้นมันหลานตัวไหนมา”

“ไม่รู้สิ แต่ตลกเป็นบ้าเลย ฮ่า ๆ มันคิดจะให้หัวหน้าไปพบมัน”

“เฮ้ย...ไอ้ลูกหมามาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยไป!”

นักล่าที่ตอนนี้ยังดื่มกินกันอาหารเย็นกันอยู่ต่างพากันหัวเราะออกมา แม้ร้านรุ่งอรุณไม่ได้ขายอาหารแต่พวกเขาซื้อมาจากข้างนอกกัน เพื่อกินคู่กับลมหายใจมังกรและแสงตะวัน

“หืมพวกชั้นต่ำ” ลูกสมุนคนนั้นพุ่งเข้าหาคนของไอแวนที่พูดล้อเลียนตน แต่ก่อนจะได้ลงมือโจมตี ลูกน้องคนนั้นก็โดนฝั่งไอแวนสามคนรุมกระทืบไปก่อนในทันที

ปัง!

ลูกสมุนคนนั้นกระเด็นมานอนหมอบแทบเท้าของมาลก้า มาลก้าหรี่ตามองด้วยความเย็นชา

“กล้าโจมตีคนของขุนนางอย่างนั้นเหรอ” มาลก้าพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“คนของขุนนาง มีธุระอะไรที่นี่” อาร์มันโด้เดินออกมาเผชิญหน้ากับมาลก้าอย่างไม่เกรงกลัว

“นี่คือท่านมาลก้า บุตรชายของบารอนเมสัน...” ลูกสมุนระดับครึ่งดาวคนหนึ่งกำลังจะประกาศชื่อความเป็นมาของมาลก้า แต่ก็โดนมาลก้ายกมือห้ามไว้

“แกคือมันคนของไอ้เด็กนรกนั้น มันอยู่ไหน” มาลก้าระเบิดพลังออกมาทำให้รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยคลื่นความร้อนกระแทกออกมาอย่างรุนแรง นักล่าที่เป็นคนธรรมดาภายในร้านถอยห่างออกมาด้วยความหวาดกลัว

ส่วนนักล่าระดับครึ่งดาวก็ตั้งท่าอย่างระแวง บรรยากาศในร้านนั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด การต่อสู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

“หืม” มาลก้าจ้องด้วยความแปลกใจไปที่อาร์มันโด้ ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิมราวกับไม่สะทกสะท้านกับการระเบิดพลังของมาลก้า

อาร์มันโด้ยืนดูด้วยใบหน้าตายด้านไม่ขยับไปไหน แต่นอกจากอาร์มันโด้มาลก้าก็เหลือบไปมองทางด้านหลังของตัวเอง ห่างไปไม่ไกลตรงประตูทางเข้ามีเด็กสาวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจจากไหนยืนจ้องมาที่มาลก้าด้วยสายตาเฉียบแหลม

‘ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คนติดตามสองคนนี้ของไอ้เด็กนั้นทำไมถึงมีพลังแข็งแกร่งขึ้นเร็วแบบนี้ หรือว่ามันได้หินผู้ครองพลังมาด้วย เป็นไปได้ยังไง’

มาลก้าไม่กล้าลงมือ แต่จะให้ถอยก็ทำไม่ได้ เขาที่เป็นถึงบุตรชายของบารอนเมสัน ขุนนางผู้คุมเขตนี้จะยอมให้ผู้อพยพฉีกหน้าไม่ได้

“พวกแกเป็นแค่สวะผู้อพยพชั้นต่ำ กล้าแข็งข้อกับขุนนางผู้ดูแลเขตนี้อย่างนั้นเหรอ อย่าลืมว่าที่อยู่ในเขตชุมชนผู้อพยพเป็นเขตของตระกูลเมสันที่สร้างขึ้นมา พวกแกก็แค่คนที่มาขออยู่อาศัย ดังนั้นไปเอาไอ้เด็กเวรนั้นออกมารับโทษซะข้อหาสมรู้ร่วมคิดใส่ร้ายขุนนางของเมืองเอลดิล ใครขวางการลงโทษจากขุนนางตาย!” มาลก้าตวาดลั่นไปทั้งร้าน

แต่แทนที่อาร์มันโด้จะถอย เขากลับขวางตามเดิม

นอกจากนั้นคำพูดของมาลก้ากลับทำให้นักล่าในร้านรุ่งอรุณทุกคนต่างก็ไม่พอใจอย่างมาก การที่มาลก้าด่าว่าพวกเขาชั้นต่ำต่อหน้านั้นมันคือการหยามเกียรติกันซึ่งหน้า

เพราะนักล่าไม่ว่าจะเป็นชาวเมืองหรือผู้อพยพพวกเขายังได้รับสิทธิ์ภายในเมืองเอลดิลที่สูงกว่าประชาชนทั่วไปอยู่ดี พอโดนมาลก้าดูถูกแบบนี้ทำให้ทุกคนไม่พอใจ

นักล่าทุกคนในที่นี้เป็นผู้อพยพทั้งนั้น เท่ากับทุกคนโดนมาลก้าเหมารวมหมด

ทุกคนมองหน้ากัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนจ้องไปที่มาลก้าด้วยความโกรธแค้น ต่อให้มาลก้าจะเป็นผู้ครองพลัง 1 ดาว แต่พวกเขามีคนมากกว่ามาก แถมฝั่งพวกเขายังมีผู้ครองพลังสองคนคืออาร์มันโด้และเจียน่า ดังนั้นจึงใจกล้าที่จะสู้กับมาลก้าและพวก

“กล้าสร้างข่าวลือใส่ร้ายขุนนาง ตอนนี้กล้ารวมกองกำลังต่อต้านขุนนางอีกอย่างนั้นเหรอ” มากล้าสร้างบอลไฟขึ้นมาในมือทั้งสอง ทำให้นักล่าหลายคนลังเลขึ้นมาเล็กน้อย

“มีหลักฐานหรือยังไงว่าพวกเราทำ” คามิลลา นักล่าระดับสูงในกลุ่มนิ้วเงินกล่าวขึ้นมา พอเป็นแบบนั้นนักล่าคนอื่น ๆ ก็เริ่มสนับสนุนคำพูดเธอ

“ใช่ ถึงจะเป็นขุนนาง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานก็ทำโทษพวกเราไม่ได้”

“อีกอย่างพวกเราคือนักล่า ยังมีกฎหมายของเมืองเอลดิลคุ้มกันอยู่ เราจะไปฟ้องท่านไวเคานต์คาริสเพื่อขอคำอธิบายว่าบุตรชายบารอนเมสันคิดจะฆ่านักล่าที่ไม่ได้ทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ ทั้งที่พวกเราเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับอันเดด”

“พวกแกต้องการหลักฐานอย่างนั้นเหรอ คนของแกที่ฉันจับได้สารภาพออกมาหมดแล้ว และคำพูดของฉันนี่แหละคือหลักฐาน” มาลก้าพูดขึ้นมาอย่างดูถูก ก่อนจะกล่าวต่อ “อีกอย่างพวกแกก็แค่พวกผู้อพยพไร้ค่า คิดจะขอคำอธิบายจากไวเคานต์คาริสอย่างนั้นเหรอ ที่นี่คือเขตของบารอนเมสัน ของตระกูลเมสัน ทุกอย่างอยู่ในเขตของพ่อของฉันพวกแกคือสมบัติของพ่อฉัน ดังนั้นฉันไม่จำเป็นต้องให้คำตอบอะไรแกพวกแก” มาลก้าเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าเผาทุกคนในที่นี้แล้วเบาะแสสูตรน้ำตาเทพจะหายไปเขาคงไม่ต้องมาพูดมากกับผู้อพยพเหล่านี้แน่

แต่มาลก้าเริ่มหมดความอดทน และคิดจะฆ่าคนสักครึ่งหนึ่งเพื่อสั่งสอนนักล่าพวกนี้ แต่ในตอนนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา

“ที่นี่คือร้านรุ่งอรุณ ไม่ใช่คฤหาสน์บารอนเมสัน” ในตอนนั้นก็มีเสียงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นมาจากชั้นสอง ทำเอาทุกคนได้ยินก็พากันขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ลูอิสและตระกูลเมสันนั้นเป็นศัตรูที่ต้องตายไปข้างหนึ่งและอีกไม่นานจะไม่มีตระกูลเมสันในเมืองอีก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะไว้หน้ามาลก้าแม้แต่น้อย

แต่จะให้ลูอิสลงมือฆ่ามาลก้าอย่างเปิดเผยก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้าเขาทำแบบนั้นก็เท่ากับประกาศสงครามกับบารอนเมสัน ลูอิสไม่ได้สนใจบารอนเมสันมากนัก แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำแบบนั้นได้อย่างโจ่งแจ้ง เพราะถ้าทำแบบนั้น ขุนนางในเมืองคนอื่น ๆ จะไม่นิ่งเฉยให้ใครมาท้าทายอำนาจขุนนางในเมืองเอลดิลแน่นอน

คนที่จะจัดการกับขุนนางได้คือขุนนาง แต่ถ้ามีภัยคุกคามจากคนนอกไวเคานต์และขุนนางในเมืองจะจับมือกันทันทีเพื่อตอบโต้ลูอิส ซึ่งเขายังไม่พร้อมเป็นศัตรูกับคนทั้งเมืองอย่างเปิดเผย

‘เสียงลึกลับนี่ หรือจะเป็นผู้ครองพลังลึกลับคนอื่นอีก บ้าจริงนั้นเท่ากับพวกมันมีกันถึง 4 คนแล้ว’ มาลก้าตื่นตกใจเล็กน้อย ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงหนาวสั่นเมื่อได้ยินเสียงนี้ เพราะไม่รู้ว่าเสียงนี้คือเสียงของใคร ซึ่งเขาไม่คิดว่านี่จะเป็นเสียงของลูอิส เนื่องจากลูอิสยังเด็กเกินไปและเขาก็ไม่เคยได้ยินลูอิสพูดมาก่อนจึงคิดว่าลูอิสน่าจะแค่เด็กที่บังเอิญครอบครองพลังผู้ครองพลังเท่านั้นและคงไม่สามารถพูดชัดถ้อยชัดคำแบบนี้แน่นอน

“หวังว่าพวกแกทุกตัวที่กล้าว่าร้ายขุนนางจะจำใส่หัวไว้ว่าเมืองนี้คือของขุนนางที่พวกแกว่าร้ายอยู่เป็นผู้สร้างขึ้นมา ใครกล้าใส่ความขุนนางจะตัดสินโทษตายทุกคน พวกเรา...กลับ!” มาลก้าพูดจบก็ดึงพลังไฟของตัวเองกลับจนหมดและเดินออกจากร้านไปในทันที

ลูกสมุนระดับครึ่งดาวสามคนมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านายน้อยมาลก้าจะยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้ สองคนรีบพยุงอีกคนที่บาดเจ็บตามมาลก้าออกไปจากร้านทันที

ขณะที่ออกมานอกร้านมาลก้าก็หันไปมองด้วยความอาฆาต

“หลังจากที่หลอมรวมพลังจากหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญ 1.8 ดาวจนหมด ถึงตอนนั้นผู้ครองพลังขั้นต่ำกว่า 1 ดาวส่วนใหญ่จะสู้ฉันไม่ได้ และด้วยกำลังสนับสนุนของอาจารย์ ต่อให้พวกแกมีผู้ครองพลังระดับ 1 ดาวหลายคนก็ต้องตายทั้งหมด ถึงตอนนั้นหินผู้ครองพลังที่ออกมาจากตัวพวกแกจะเป็นของตระกูลเมสัน”

...

ลูอิสเดินลงมาจากชั้นสองท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองไปที่เด็กน้อยอย่างเขา โดยด้านหลังนั้นมีพ่อบ้านเฟรดตามลงมาด้วย และเสียงเมื่อครู่นี้ก็ไม่ใช่ของลูอิส แต่เป็นพ่อบ้านเฟรดที่ทำเอาหลายคนมองก็พากันตัวสั่นด้วยความกลัว มันเกิดมาจากความกลัวตามสัญชาตญาณไม่ใช่จากระดับพลัง คลายกับเวลาพวกเขาเจออันเดดระดับสูงไม่มีผิด

“วันนี้ร้านปิดแล้ว กลับไปกันให้หมด” พ่อบ้านเฟรดกล่าวขึ้นมา ทำเอาหลาย ๆ คนอดสงสัยไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังกลับออกไปจากร้านรุ่งอรุณตามคำพูดของพ่อบ้านเฟรด

หลังนักล่าคนอื่น ๆ กลับไปหมดในร้านก็เหลือเพียงพวกลูอิสเท่านั้น

“ท่านลูอิสดูเหมือนฝั่งของบารอนเมสันจะรู้เรื่องนี้จนหมดแล้ว พวกเราจะเอายังไงต่อกันดี” อาร์มันโด้ถามด้วยท่าทางจริงจัง

“เราจะลงมือกันคืนนี้” ลูอิสตอบเพียงประโยคสั้น ๆ

เจียน่า อาร์มันโด้ พ่อบ้านเฟรดได้ยินก็สายตาเป็นประกาย ในใจเต้นด้วยความตื่นเต้นและกังวลไปพร้อม ๆ กัน พวกกำลังสร้างผลกระทบที่ทำให้ทั้งเมืองต้องสั่นคลอนในคืนนี้

...

มาลก้าตรงกลับมาที่คฤหาสน์บารอนเมสันในทันที ก่อนจะพบกับบารอนเมสันและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับทางบารอนเมสันฟัง

“พวกมันกล้าอย่างนั้นเหรอ! ตระกูลแกริค ดูสิว่าถ้าไวเคานต์คาริสรู้เรื่องที่พวกมันกล้าตั้งกองกำลังต่อต้านขุนนาง ไวเคานต์คาริสจะปกป้องพวกมันอยู่ไหม” บารอนเมสันพูดด้วยความโกรธ แต่ก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสในการลดทอนอำนาจของไวเคานต์คาริสด้วย จากการที่เขาเคยปกป้องคนที่ใส่ร้ายขุนนาง

“ท่านพ่อ เรายังไม่ควรบอกเรื่องนี้กับไวเคานต์คาริส” มาลก้าพูดขึ้นมา

บารอนเมสันมองอย่างขอคำตอบ

“ถ้าไวเคานต์คาริสเข้ามายุ่ง หลังจากกวาดล้างพวกผู้ครองพลังของตระกูลแกริค หินผู้ครองพลังที่ได้จากร่างคนเหล่านั้นจะถูกแบ่งออกไปแน่นอน ดังนั้นเราควรจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ผมจะไปหาอาจารย์ให้มาช่วยฆ่าพวกมัน แบบนี้จะง่ายขึ้นมาก ส่วนท่านก็รวบรวมกำลังคนมาให้หมดก่อนถึงรุ่งเช้า เราทำแบบที่สถานพยาบาลปิดล้อมร้านนั้นและฆ่าทุกคน” มาลก้าอธิบายแผนของตัวเองและมองไปที่ผู้เป็นพ่ออย่างคาดหวังว่าจะตอบรับแผนของตัวเอง

บารอนเมสันเงียบไปสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นตบบ่าของมาลก้าและยิ้มออกมา “มาลก้า แกไม่ทำให้พ่อผิดหวังจริง ๆ ถ้าเราทำสำเร็จ อำนาจของตระกูลเมสันของเราจะเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัวอย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นแกจะเป็นผู้สืบทอดยศขุนนางของฉันอย่างเป็นทางการ”

“ผมจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง” มาลก้าทุบอกตัวเองอย่างมั่นใจและยิ้มออกมาด้วยความยินดี ก่อนจะรีบขอตัวออกมาเพื่อไปตามผู้เผาผลาญลีวิสระดับ 2 ดาวผู้เป็นอาจารย์ของตัวเอง

ขณะที่บารอนเมสันก็ยิ้มมุมปากเช่นกันและหันไปพูดกับพ่อบ้าน “ไปตามบรูโนมา บอกให้เขาพากองกำลังมารวมกันที่คฤหาสน์แบบลับ ๆ ระวังคนของไวเคานต์คาริสด้วย”

“ขอรับนายท่าน” พ่อบ้านอาร์ตอบรับ

...

ตึกดึกที่คฤหาสน์บารอนเมสัน กองกำลังทหารภายใต้อำนาจของตระกูลเมสันก็มารวมตัวกันอย่างเงียบ ๆ ซึ่งกว่าครึ่งนั้นเป็นทหารที่เคยฆ่าคนที่สถานพยาบาลและพวกเขาทั้งหมดไม่รู้เลยว่าในคืนนี้ความตายจะมาเยือนพวกเขา

“ได้เวลาคนตายทวงคืนความเป็นธรรมแล้ว” เสียงแผ่วเบาดังมาจากในพื้นที่ของคฤหาสน์บารอนเมสัน

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด