ตอนที่แล้วบทที่ 4 ค่ายโลหิตเยือกเย็น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6 ยอมแพ้หรือตาย

บทที่ 5 กลืนกินจิตวิญญาณการต่อสู้


บทที่ 5 กลืนกินจิตวิญญาณการต่อสู้

จากนั้น เรื่องราวทั้งหมดก็ได้คลี่คลายลงไป เย่ไห่ได้จัดระเบียบอำนาจของผู้อาวุโสใหญ่เย่เฉิน และตัดสินใจให้เย่สวี่เข้าร่วมค่ายโลหิตเยือกเย็น ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา

หลังจากทักทายบิดาเรียบร้อย เย่สวี่ก็กลับไปที่ลานบ้านของเขา จากจุดเริ่มต้น เขารู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนในจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา

เย่สวี่นั่งบนเตียงและหมกมุ่นอยู่กับความคิดของเขา และรับรู้ถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ เย่สวี่ตกใจและค้นพบลูกปัดสามสีที่แตกต่างกันในจุดตันเถียนบนหน้าท้องของเขา

นอกจากนี้ เขายังรู้สึกได้ชัดเจนว่าจิตวิญญาณการต่อสู้ของเขานั้น สนใจลูกปัดสามเม็ดเหนือตันเถียนมาก ราวกับว่ามันต้องการจะกินลูกปัดพวกนั้นจริงๆ

“ลูกปัดพวกนี้คืออะไร” เย่สวี่ถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยได้ยินว่าใครสร้างลูกปัดได้ตรงจุดตันเถียนหน้าท้องของตนเอง

ทันใดนั้น แมงป่องพิษโผล่ออกมาจากลูกปัดสีดำเม็ดหนึ่ง มันยกหางพิษขึ้นและตั้งใจจะพุ่งเข้าใส่จิตสำนึกของเย่สวี่

ในเวลานี้ จิตวิญญาณการต่อสู้กลืนกินระดับเทพเจ้าก็คำรามใส่มัน หลังจากนั้นแมงป่องพิษหวาดกลัวมากจนคลานกลับเข้าไปในลูกปัดสีดำ

ดวงตาของเย่สวี่เป็นประกาย“นี่อาจเป็นจิตวิญญาณการต่อสู้ของ เย่ชิง, เย่หลินและ เย่จื่อเฉิงหรือไม่?”

สุดท้ายแล้วความคิดของเขานั้น น่าจะถูกต้อง ด้วยจำนวนและรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความเหมาะสมมากสำหรับจิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขา

“อยากกินหรือ?” เมื่อมองไปที่จิตวิญญาณการต่อสู้กลืนกินระดับเทพเจ้าที่กำลังกระดิกหาง ราวกับสุนัข เย่สวี่พบว่ามันตลกมาก

“เช่นนั้นก็กินเถิด” เมื่อครั้งที่เขาอยู่ในถ้ำก่อนหน้านี้ จิตวิญญาณการต่อสู้กลืนกินระดับเทพเจ้าได้ดูดซับสารสีดำจากศพของหมาป่า และสามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขา ส่งผลให้เขาเลื่อนระดับ กลายเป็นขั้นแรกการกลั่นพลังปราณ

แล้วในครั้งนี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขา จะนำความประหลาดใจที่น่ายินดีอะไรมาให้เขาในครั้งนี้อีก? เย่สวี่อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ

จิตวิญญาณการต่อสู้กลืนกินระดับเทพเจ้าพุ่งลงไปยังจิตวิญญาณการต่อสู้ทั้งสาม พวกเขาแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว ก่อนที่พวกมันจะถูกกลืนกินลงไป

ทันใดนั้นร่างกายของ เย่สวี่ก็ร้อนจัดราวกับว่าเขาอยู่ใน ลาวาร้อน ๆ เขาอดกลั้นต่อความร้อนและใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มีเพียงดวงตาของเขาเท่านั้นที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

หลังจากนั้นเป็นเวลานาน จิตวิญญาณการต่อสู้กลืนกินระดับเทพเจ้า เปลี่ยนเป็นสีม่วงดำ และรัศมีปีศาจก็เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของมัน ตะขอพิษของมันถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟสีม่วง

“มันพัฒนาแล้ว!” เย่สวี่มีความสุขมาก ในฐานะที่เป็นเจ้าของจิตวิญญาณนี้ เขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นและร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน!

นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกบางอย่าง  เย่สวี่ตั้งสมาธิและพยายามสงบใจลงและดูดซับพลังงานทางจิตวิญญาณเพื่อฝึกฝน หลังจากนั้นเป็นเวลานาน เย่สวี่เปิดตาของเขาและพ่นลมหายใจออกมา

“ข้ามาถึงจุดสูงสุดของระดับที่ 2 ขั้นกลั่นพลังปราณแล้ว!” เขาไม่ได้คาดหวังว่าหลังจากดูดซับจิตวิญญาณการต่อสู้ทั้งสามแล้ว เขาจะสามารถเลื่อนระดับได้

"แม้ว่าการฆ่าและยึดเอาจิตวิญญาณการต่อสู้มาครอง จะสามารถช่วยให้ข้าปรับปรุง ระดับการฝึกฝนของข้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้าทำมันตามอำเภอใจไม่ได้ " เย่สวี่ตัดสินใจแล้ว

ทั้งเย่ชิงและสหายอีกสองคนของเขาได้ทำให้เย่สวี่ขุ่นเคืองอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ เย่สวี่ตั้งใจทำลายจิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม หากจะให้เขาฆ่าเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งจิตวิญญาณการต่อสู้ของผู้อื่น มันออกจะเป็นการละเมิดปณิธานของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น หากเขายังคงฝึกฝนโดยอาศัยการปล้นชิงจิตวิญญาณการต่อสู้ รากฐานการฝึกฝนของเขาจะสั่นคลอน และวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นคนเสียสติ

ทันใดนั้น เย่สวี่ได้ยินเสียงอิเล็กทรอนิกส์ผุดขึ้นมาในจิตใจ

“ภารกิจได้รับการปลดปล่อย เจ้าของร่างโปรดทำภารกิจล่าสมบัติให้สำเร็จภายในสามวัน ภารกิจนี้มีไว้สำหรับผู้ฝึกตนระดับปกติ”

แผนที่แสดงจุดสีแดงของสมบัติ ปรากฏให้เห็นถึง อาคารหรูหราที่มีน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของตระกูลเย่

"ไม่แปลกใจเลย ที่มันเป็นระดับปกติ เรื่องนี้ไม่ยากจริงๆ" เย่สวี่ตั้งมั่นที่จะหาขุดหาสมบัติอย่างจริงจัง เนื่องจากเขาจึงสามารถเอาชนะเย่ชิง และอีกสองคนเพราะระบบนี่เอง

อย่างไรก็ตาม คราวนี้ ระบบไม่ได้มอบเครื่องมือใดๆ ให้แก่เขาเลย

"ระบบ ข้าจะสร้างเครื่องมือได้อย่างไร"? เย่สวี่ร้องถาม

“เจ้าของร่าง เพียงแค่รวบรวมวัสดุและใช้เครื่องจักรของระบบ ในการสร้างเครื่องมือที่ต้องการ”

เมื่อเย่สวี่ใช้จิตสำนึกตรวจดูภายใน  เขามองเห็นเครื่องจักรทรงกระบอกขนาดใหญ่ ภายในเครื่องจักรมีสามตัวเลือก: พลั่วไม้ พลั่วเหล็ก และค้อนไม้ จำนวนทั้งหมดเป็นศูนย์

[ วัสดุที่จำเป็นในการทำพลั่วไม้ : ไม้เหล็ก x 3, หญ้าดาราพิภพ x 6, แกนวิญญาณอสรพิษสีแดง สัตว์อสูรเถื่อนระดับ1 x 1 ]

[ วัสดุที่จำเป็นในการทำพลั่วเหล็ก: ไม้เหล็ก x3, หญ้าดาราพิภพx6, แกนวิญญาณเต่าทมิฟ สัตว์อสูรเถื่อนระดับ 1  x1]

[วัสดุที่จำเป็นในการทำค้อนไม้: ไม้เหล้ก x3 หญ้าดาราพิภพ x6 แกนวิญญาณนกเพลิง สัตว์อสูรเถื่อนระดับ 1x1]

ตำแหน่งขุดสมบัติที่แตกต่างกัน ย่อมต้องใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน ดังนั้นเย่สวี่จำเป็นต้องสร้างเครื่องมือก่อน และในบรรดาเครื่องมือทั้งสามนี้ พลั่วไม้เหมาะสมที่สุด

“ตระกูลของข้ามีหญ้าดาราพิภพมากมาย ที่เหลือเพียงแค่หาแกนวิญญาณเต่าทมิฟ และ ไม้เหล็ก ของพวกนี้น่าจะหาได้ไม่ง่ายนัก”

ไม้เหล็กเป็นของตระกูลสวี่ และตระกูลสวี่กับตระกูลเย่ เพิ่งต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเหมืองที่พึ่งค้นพบมาไม่นานนี้ แน่นอนว่าร้านค้าของตระกูลสวี่ไม่เต็มใจที่จะขายไม้เหล็กให้กับเขาอย่างแน่นอน

ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถซื้อไม้เหล็กได้ตลาดมืดที่มีราคาแพงหูฉี่ได้เท่านั้น สำหรับแกนวิญญาณของเต่าทมิฬ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแกนวิญญาณสัตว์อสรูเถื่อนระดับหนึ่ง แต่ก็ค่อนข้างหายาก เขาควรจะต้องหาเจ้าสิ่งนี้ก่อนเป็นอันดับแรก

เย่สวี่ไปที่คลังสินค้าเพื่อรับหญ้าดาราพิภพทั้งหมดหกชิ้น และเขาได้เบิกเงินจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญทองออกจากบัญชี แม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลเย่ แต่เขาสามารถเบิกเงินได้เพียงเหรียญทองจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญ

ในแต่ละครั้ง หลังจากนั้นเย่สวี่มุ่งหน้าไปยังถนนสายหนึ่ง มันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของเมืองหยุนจง ครึ่งหนึ่งของร้านค้าบนถนนเป็นกิจการของสี่ตระกูลใหญ่

เย่สวี่เดินตรงเข้าไปในร้านค้าสองสามแห่งที่ขายแกนวิญญาณ และไม่มีร้านใดที่ขายแกนวิญญาณเต่าทมิฟเลยสักร้าน มีร้านหนึ่งที่เย่สวี่พบว่ามีแกนวิญญาณที่เขาต้องการ แต่มันมีราคาสูงถึง 80 เหรียญทอง

หากเขาซื้อแกนวิญญาณด้วยราคา 80 เหรียญทอง เขาก็จะไม่มีเงินพอที่จะซื้อไม้เหล็ก ดังนั้นเย่สวี่จึงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

จากนั้นเย่สวี่เดินลึกเข้าไปในถนน และพบว่าผู้คนเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ แสงไฟค่อย ๆ สลัวลงตามระยะทางที่เขาสาวเท้าเข้ามา เย่สวี่เดินผ่านกำแพงสีดำและมาถึงตลาดมืดในเมืองหยุนจงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

พ่อค้าหาบเร่ โจร และแม้แต่อาชญากรทุกประเภทต่างก็แฝงตัวอยู่ในตลาดมืด ทันใดนั้น ก็มีการประกาศดึงดูดความสนใจของเย่สวี่ ทำให้เขาต้องหันไปฟังเสียงประกาศนี้

“เพียงแค่จ่ายเพียง 70 เหรียญทอง ในเวทีการต่อสู้และท้าทาย นักสู้ที่ได้ชัยชนะ จะได้รับรางวัล!”

“แต่เจ้าต้องรับผิดชอบชีวิตและความตายของตนเอง!” ใบหน้าของเย่สวี่มีร่องรอยของความสนใจ "หากเอาชนะอู่เสี่ยวเทียน ซึ่งอยู่ที่ระดับที่สองของขั้นกลั่นพลังปราณได้ ข้าจะได้รับแกนวิญญาณระดับแรกได้"

“ไม่มีทางที่ข้าจะได้แกนวิญญาณและไม้เหล็กด้วยวิธีการปกติ ทำไมข้าไม่ลองใช้ข้อเสนอนี้ ในสนามประลองนี้ล่ะ” เย่สวี่เดินไปที่มุมมืดและสวมหมวกคลุมสีดำ

ท้ายที่สุดแล้ว ตัวตนของเขานั้นพิเศษ ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นเกินไปนัก

เย่สวี่มาที่โต๊ะรับรอง เพื่อลงทะเบียนและจ่ายค่าสมัครเข้าแข่งขัน จากนั้นชายชราที่โต๊ะรับรองถามว่า "เจ้าต้องการท้าทายใคร"

“อู่เสี่ยวเทียน” เย่สวี่พูดอย่างสั้น ๆ และไม่ตอบคำถามมากเกินไป

“อู่เสี่ยวเทียน!” ชายชราเบิกตากว้างและเลียริมฝีปากของเขา “พ่อหนุ่ม ข้าแนะนำว่าอย่าทำแบบนี้เลย”

"ไม่." ข้าได้ยินมาว่าสามารถแลกเปลี่ยนของรางวัลเป็นแกนวิญญาณได้ใช่หรือไม่” เย่สวี่มีความมั่นใจในตัวเองอย่างสมบูรณ์

“ใช่....  เอาล่ะ นี่คือป้ายรายชื่อของเจ้า เมื่อถึงเวลา เจ้าก็ขึ้นเวทีได้” ชายชราได้เห็นคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่โน้มน้าวอีกต่อไป

จากนั้นเย่สวี่เดินไปยังพื้นที่นั่งรอการต่อสู้อย่างเงียบ ๆ จากนั้น จู่ๆ มีคนวิ่งเข้ามา เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า “ข้าเพิ่งได้ยินว่ามีผู้มาใหม่ที่ต้องการท้าทายอู่เสี่ยวเทียน!”

"หรือว่าชายคนนี้ จะเบื่อชีวิตขนาดนั้น?"

“วิธีการของอู่เสี่ยวเทียนนั้นโหดเหี้ยม จนถึงตอนนี้ มีคนมากกว่ายี่สิบคนที่ท้าทายเขานั้น ต่างก็สิ้นใจหรือได้รับบาดเจ็บ! เจ้ามือใหม่คนนี้ เกรงว่าจะหลงระเริงว่าจะสามารถเอาชนะอู่เสี่ยวเทียนได้?”

เย่สวี่อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟังกลุ่มคนที่กำลังสนทนาข้าง ๆ เขา คนที่พวกเขากำลังพูดถึงคือ เขานั่นเอง ภายในใจของเย่สวี่กำลังประเมินว่า อู่เสี่ยวเทียนนั้นน่ากลัวเพียงใด

สิ่งนี้จุดประกายจิตวิญญาณการต่อสู้ในหัวใจของเย่สวี่และมันทำให้เขาก็รู้สึกตื่นเต้น

“หมายเลข 3027 ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ ผู้ท้าชิงอู่เสี่ยวเทียนโปรดก้าวออกมา” เย่สวี่ตอบรับ จากนั้นหันหลังกลับและเดินตรงไปที่เวทีการประลอง

แสงไฟสว่างไสวขึ้นและผู้คนนับไม่ถ้วนนั่งในที่นั่งผู้ชมคำรามอย่างบ้าคลั่ง

“อู่เสี่ยวเทียนต้องชนะแน่! เขาอยู่ยงคงกระพัน!”

“อู่เสี่ยวเทียนจะฉีกร่างเขาออกเป็นสองท่อน!”

ณ ใจกลางสนามรบ อู่เสี่ยวเทียนกำลังเพลิดเพลินกับเสียงเชียร์ของผู้ชม เขายกมือขึ้นและคว่ำมือลง ส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบลง

จากนั้นเขายิ้มอย่างยั่วยุและอ้าปากขึ้นว่า “เจ้าคือผู้ท้าชิงคนนั้นใช่ไหม”

"ใช่." เย่สวี่กล่าวอย่างแผ่วเบา อู่เสี่ยวเทียนมองไปที่เย่สวี่ด้วย ท่าทางพินิจพิเคราะห์ เขามองเห็นว่าเย่สวี่สวมเสื้อคลุมธรรมดา และดาบที่เอวของเขา สภาพผุพัง เพียงแค่ประเมินจากสายตาก็รู้ว่า

คู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่คนร่ำรวยและมีอำนาจ เขาเป็นเพียงคนโง่ที่หลอกตัวเองว่า จะสามารถเอาชนะเขาและได้รับแกนวิญญาณไป

ชีวิตของผู้อ่อนแอ ล้วนไม่คู่ควรจะเอ่ยถึง อู่เสี่ยวเทียนมั่นใจว่า คืนนี้เย่สวี่จะต้องตายลงที่นี่

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด