ตอนที่แล้วบทที่ 12 หมาป่ากระโจนเข้าฝูงแกะ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 14 ประกาศชัยชนะ

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 13 ร่ายรำกับหมาป่า


เขี้ยวอันแหลมคม เล็ดลอดออกมาพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่น่าขยะแขยง ลอยคละคลุ้งปะปนอยู่ในอากาศ พร้อมกับการหายใจหนักๆที่ปล่อยออกมาจากปากที่แสนความดุร้าย เห็นได้ชัดเลยว่าความตายที่กำลังคลืบคลานมาเข้ามาตรงมาที่เขาอย่างช้าๆ

มันคือหมาป่า! หนึ่งในนักล่าที่น่ากลัวที่สุดในยุคสมัยนี้ พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่กันเป็นฝูง แต่พวกมันนั้นเป็นสัตว์ที่ฉลาดแกมโกง กลุ่มหมาป่าที่นำโดยตัวจ่าฝูงเป็นเพียงกองทัพนักสำรวจที่เดินทางเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ พวกมันจะเลือกเหยื่ออย่างพิถีพิถันแล้วโจมตีอย่างแยบยลตามแผนที่วางไว้! กลวิธีจากทุกการกระทำและการโจมตีของพวกนั้นเฉียบขาดและโหดเหี้ยม เพียงแค่คิดถึงเรื่องของพวกมันนั่นก็เพียงพอที่จะเขย่าขวัญผู้มากมายให้เกรงกลัวได้ แต่โชคร้ายที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้เช่นกัน นั่นก็คือมนุษย์!

"ย้ากกกกกกกกกกก!!" เสียงคำรามถูกเปล่งออกไปอย่างดุดัน หลัวจี๋ระงับความไม่สบายใจและความกลัวในใจ อีกทั้งประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ทำให้เขาค่อยๆ เรียนรู้วิธีการต่อสู้มากขึ้น ทำให้ตัวเขานั้นเป็นคนฉลาดเฉลียว คอยฉวยโอกาสตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยความเข้าใจที่เฉียบแหลมและความสารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ! และตอนนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงสิ่งที่ได้สั่งสมมาทั้งหมดแล้ว!

ดูหมาป่าผู้หิวโหยที่พุ่งเข้าหาผู้นำเผ่า หลัวจี๋ขยับร่างในทันที หอกหินในมือแทงเข้าที่เอวของหมาป่าผู้หิวโหย หอกหินแทงทะลุเอวหมาป่าอย่างง่ายดาย ราวกับเอาเหล็กแทงลงในเต้าหู้ยังไงอย่างงั้น นี่คงเป็นคำที่ใช้อธิบายสภาพหมาป่าในตอนนี้ได้ดีที่สุด

เมื่อหอกหินแทงทะลุเข้าไปในเนื้อของหมาป่า ตัวเขาไม่รู้สึกถึงแรงต้านจากร่างที่ถูกแทงทะลุมากนัก เมื่อมองไปยังเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่บนพื้น และเสียงคร่ำครวญที่ดังก้องในหู หลัวจี๋รู้ได้ในทันทีว่าเขานั้นทำสำเร็จ! เขาประสบความสำเร็จในการฉวยโอกาสเข้าโจมตีใส่ฝูงหมาป่าผู้หิวโหยได้สำเร็จ! ขณะนี้ความตื่นเต้นที่สะท้านจิตวิญญาทำให้หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในโลกเดิมของเขา!

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? นี่ฉันกลายเป็นนักรบคนเถื่อนในชั่วพริบตางั้นหรอ" ในเวลานั้น ความคิดเหล่านี้ก็ทยอยผุดขึ้นมาในสมอง หลัวจี๋ที่อาการค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกสบายใจมากขึ้นด้วยเขาไม่ต้องคิดถึงเรื่องเมื่อครู่นี้เลย หลังจากการเข้าประทะประสบความสำเร็จ เขาสามารถตัดสินใจต่อสู้โดยใช้เพียงสัญชาตญาณโดยสมบูรณ์ ทั้งการใช้แขนจับหอกหินแล้วดึงออกมาแล้วพุ่งโจมตีอย่างรุนแรง ในเวลานั้น ทั้งหมดที่ฉันจำได้คือเมื่อได้ยินเสียงร้องของหมาป่าที่หิวโหย ความรู้สึกปวดศรีษะอย่างรุนแรงอีกทั้งหูก็ได้ยินแต่เสียงซ่าๆ ร่างกายรู้สึกเสียวซ่านและร้อนผ่าว จากนั้นเขาก็กระชากหอกออกจากร่างอันไร้วิญญาณของหมาป่า

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ที่ได้รับทักษะ 'การแสวงหาจุดอ่อน'

ไม่มีเวลาที่สนใจคำเตือนจากระบบ กลิ่นเหม็นสาปจากเลือดหมาป่าที่กระจายไปทั่วหลัวจี๋และก่อนที่เขาจะฟื้นคืนสติมาอย่างสมบูรณ์ทันใดนั้นหมาป่าก็ส่งเสียงหอนเข้ากระทบกับหูของเขา พร้อมกับการกระตุกของเปลือกตาขวาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ!

หางตาขวาของหลัวจี๋กระตุกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ทันใดนั้นปากเปื้อนเลือดก็สบตากับตัวเขาเข้าอย่างจัง! ในขณะนั้นสิ่งที่เขาสัมผัสได้ก็คือความโหดเหี้ยมและไหวพริบจากหมาป่าผู้หิวโหยอย่างชัดเจน เขาได้รับรู้ถึงข้อบกพร่องเขาเมื่อครู่นี้ พวกมันนั้นกระโจนใส่เขาโดยไม่รีรอ โดยตั้งใจจะขย้ำคอของเขาเพียงเท่านั้น และแรงกดดันอันแรงกล้าก็พุ่งเข้าใส่หน้าเขาโดยตรงอีกครั้ง จนเกือบจะทำให้เขาสูญเสียความสามารถในการคิดตัดสินใจไปช่ัวขณะหนึ่ง

สมองว่างเปล่า เสียงหอบหายใจหนักๆทำให้หูอื้อ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากจนสายเกินกว่าที่เขาจะโต้ตอบได้ทัน ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ เสียงคำรามที่ดุร้ายดังก้องอยู่ในหูเขาราวกับเสียงฟ้าร้อง!

"รีบหนีออกไปเร็ว!!"

ยังไม่ทันสิ้นเสียงพูด ขวานหินที่สร้างแรงดันลมมหาศาลจากการเหวี่ยงเพียงครั้งเดียว ขวานฟาดผ่านสายตาของหลัวจี๋ในทันทีทันใด และไม่ต้องสงสัยเลยว่าในเผ่าของเขานั้นไม่มีใครที่สามารถควงขวานหินด้วยพลังขนาดนี้ได้ยกเว้นหลัวหย่งเพียงคนเดียวเท่านั้น

ด้วยพลังมหาศาล หลัวหย่งฟาดฟันเหมือนดั่งฟ้าร้อง ทันทีที่ใบมีดของขวานหินก็กระทบเข้ากับหัวของหมาป่าผู้หิวโหยซึ่งอยู่ห่างจากหลัวจี๋ไม่ถึง 5 เซนติเมตร สามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน อากาศกำลังถูกฉ๊กกระชาก และหูก็ได้ยินเสียงที่เหมือน 'เสียงระเบิดดังก้อง' จากนั้นในชั่วพริบตาต่อมา ก็ได้ยินเพียงเสียง 'ปัง' และหัวหมาป่าทั้งหมดก็ระเบิดปลิวไปในทันที!

แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่รู้กันมานานแล้วว่าหลัวหย่งนั้นเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ แต่ภาพเมื่อครู่ก็ยังคงสร้างความประหลาดใจแก่หลัวจี๋อยู่ดี จากนั้น เหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาก็รีบเปิดหน้าต่างสถานะของหลัวหย่งขึ้นมา และมองไปยังหลัวหย่งที่ค่าควาามกล้าหาญได้ทะยานสู่ระดับสี่ดาวไปแล้วเรียบร้อย!

หลัวจี๋ที่เพิ่งหนีจากความตายมาได้ไม่มีเวลายินดีปรีดา เขาไม่มีเวลาจะมาสนใจหัวหน้าคนเถื่อนที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ ในตอนนั้นเองก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เขาเหลือบมองไปยังหลัวหย่งด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า "เมื่อกี้ต่อสู้ได้ไม่ค่อยถนัดมือเลยใช่ไหม"

หลัวหย่งที่ได้ยินก็มีสีหน้าที่ตกใจ จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ใช่!"

เมื่อได้ยินคำตอบที่ตรงไปตรงมานี้ หลัวจี๋ก็ยิ้มเยาะ หลัวหย่งเป็นประเภทที่พุ่งเข้าไปต่อสู้ตะลุมบอนในสนามรบได้ดี และการเอาแต่ป้องกันอย่างเดียวนั้นไม่เหมาะกับเขา ซึ่งสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนจากสีหน้าและท่าทางหงุดหงิดบนใบหน้าเขา

"งั้นก็รีบไปต่อกันเถอะ!"

"อย่าพึ่งก่อน"

“อะไรหรือครับ?”

“เจ้าเห็นหมาป่าที่พองหางตัวนั้นไหม?” หลัวจี๋ชี้ไปยังหมาป่าตัวหนึ่ง "นั่นคงเป็นจ่าฝูงของหมาป่ากลุ่มนี้ เป็นผู้ที่สั่งให้ฝูงหมาป่าเข้าต่อสู้ ถ้าฆ่ามันได้พวกเราก็จะชนะ! นั่นพอเป็นไปได้ไหม?"

"ได้อยู่แล้ว! "หลัวหย่งให้คำตอบนี้โดยไม่ต้องคิด แต่ก็มีร่องรอยของความลังเลเล็กน้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา "แต่ว่าแล้วความปลอดภัยของท่านล่ะ..."

ในสถานการณ์แบบนี้ หลัวหย่งเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดี 100 แต้ม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ความปลอดภัยของหลัวจี๋จะถูกวางไว้ก่อนสิ่งอื่นใด แทนที่จะเห็นแก่ความปลอกภัยของตัวเองในขณะนั้นก่อนเป็นอันดับแรก

"วางใจได้ ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซะหน่อย! อีกอย่าง..." หลัวจี๋ยิ้มแล้วชูมือขึ้น "นักรบของฉัน ตอบฉันมา!" “ฝูงหมาป่ากระจอกๆพวกนี้สามารถทําร้ายฉันได้หรือไม่?!”

เมื่อคําถามนี้ถูกกล่าวออกมา นักรบคนเถื่อนที่คอยคุ้มกันหลัวจี๋อยู่รอบๆ ก็พากันเลือดเดือดพล่านและคํารามออกมาอย่าพร้อมเพรียงกันว่า "ไม่มีทาง!"

"สาบานด้วยเลือดและวิญญาณ พวกข้าจะปกป้องท่านผู้นำจนกว่าจะหาไม่!"

"ถ้าอยากจะโจมตีท่านผู้นำ ก็ต้องข้ามศพของข้าไปก่อน!!"

"ฆ่ามัน ฆ่าพวกมันให้หมด!!"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! พูดได้ดีนี่ ดูซะนี่คือนักรบของเผ่าเรา!” ในขณะนี้หลัวหย่งรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าวิญญาณที่กระหายสงครามในอกของเขากําลังลุกไหม้อยู่ อีกทั้งการเต้นของหัวใจก็สั่นสะท้านราวกับกลองสงครามที่บรรเลงตีอย่างดุเดือด ไม่มีเรื่องไร้สาระใดจะมาหยุดหลัวหย่งได้อีกแล้ว จากนั้นเขาก็เหวี่ยงขวานคู่ใจในมือทั้งสอง แล้ววิ่งกระโจนออกไปยังสนามรบ!

"หลีกไป ออกไป หลีกทางออกไปซะ!!!" ณ เวลานี้ หลัวหย่งที่หันมาเน้นการโจมตีก็เหมือนเสือคลั่งที่กระโจนลงมาจากภูเขา ไม่มีใครที่สามารถหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไป! ความโกรธอย่างต่อเนื่องกระตุ้นหมาป่าที่หิวโหยรอบตัวพวกเขา ทําให้พวกมันปล่อยเสียงคํารามต่ําๆเข้าขู่

เขานั้นตกเป็นเป้าหมายของพวกมันในทันที แต่ทันใดนั้นร่างของหมาป่าก็ถูดชีกฉีกกระฉากออกโดยไม่ทันได้ต่อต้าน สัญชาตญาณของพวกมันก็ส่งเสียงเตือนอย่างบ้าคลั่งในทันทีถึงวิกฤตที่กำลังคลืบคลานเข้ามา ในเวลานี้มนุษย์ที่วิ่งกระโจนไปที่มันในเวลานี้แผ่จิตสังหารที่อันตรายเหมือนสัตว์ร้าย! ในอีกสองอึดใจต่อมาจ่าฝูงหมาป่าที่สัมผัสได้ถึงอันตรายได้สั่งให้ฝูงทำการล่าถอยในทันทีทันใด

ถึงจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว แต่มันสายไปแล้ว! เพราะสัตว์ร้ายที่ชื่อหลัวหย่งได้มาอยู่ต่อหน้าพวกมันแล้ว!

"บะ… บรู้ว—"

สัญชาตญาณนักล่าของหมาป่าจ่าฝูงทำให้มันอ้าปากที่โชกเลือดออกมา และแยกเขี้ยวอันดุร้ายเข้าใส่หลัวหย่งในทันที จิตสังหารและความโกรธแค้นดังกล่าวนั้นมุ่งตรงไปยังหลัวหย่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาตื่นตระหนกได้แม้แต่น้อย อีกทั้งเขายังหัวเราะร่าออกมา "เข้ามา!" เข้ามาตายกันให้หมด!!"

ไม่มีการถอยหลังกลับอีกแล้ว เขามั่นใจตัวเขาสามารถโจมตีได้เร็วกว่าจ่าฝูงของหมาป่า! การโจมตีที่รุนแรงและบ้าคลั่งของทั้งสองถูกปล่อยออกมาแทบจะพร้อมกัน ขวานหินทั้งสองเล่มถูกกวัดแกว่งออกไปก่อนที่คมเขี้ยวที่เต็มไปด้วยเลือดจะถึงตัวเขา จากนั้นแรงระเบิดที่รุนแรงได้บดขยี้ร่างของหมาป่าจ่าฝูงแล้วดับชีวิตของมันในทันทีทันใด!

"ย๊ากกกกกกกก!!!" ในเวลานี้ เท้าของเขาเหยียบลงบนศพของจ่าฝูงหมาป่า ตัวหลัวหย่งที่ชุ่มไปด้วยเลือดยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ จากนั้นก็ส่งเสียงคำรามประกาศชัยชนะของตัวเขาออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด