ตอนที่แล้วบทที่ 11 ตัดสินใจครั้งใหญ่
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 13 ร่ายรำกับหมาป่า

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 12 หมาป่ากระโจนเข้าฝูงแกะ


“ท่านผู้นำ ข้างหน้าครับ” เมื่อวานนี้ตอนที่หลัวจินไล่ตามรอยเท้าของพวกคนเถื่อนพวกนั้นไป เขาได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้กับต้นไม้ระหว่างทางด้วยหอกหิน ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถไล่ตามรอยหเหล่านี้ไปได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาไม่รีบร้อนจะลงมือ และซ่อนตัวอยู่ในป่าก่อนเพื่อสังเกตการณ์ เมื่อสำรวจดูเผ่าของอีกฝ่าย การตอบสนองของหลัวจินคือ “ไอ้เผ่าบ้านี่มันเลือกที่อยู่ยังไงของมันเนี่ย? ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร มีแต่ทุ่งหิมะ ถ้าล่าเหยื่อไม่ได้ก็เตรียมโดนลมเหนือฆ่าได้เลย”

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งอีกฝ่ายย่ำแย่มากเท่าไหร่ มันก็ดีต่อเขามากเท่านั้น ในสภาพที่ย่ำแย่แบบนี้ กำลังใจของคนในเผ่าของอีกฝ่ายนั้นต้องลดลงติดลบอย่างแน่นอน นั่นทำให้หากฆ่านักรบคนเถื่อนเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูสักสองสามคน คนที่เหลือก็คงจะยอมจำนนอย่างเชื่อฟัง

เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลัวจี๋ก็มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาก เขามีคนเพียงไม่กี่คน ไม่จำเป็นต้องมีกลยุทธ์หรือกลวิธีใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้เปรียบในด้านอาวุธอีก ไม่มีสิ่งใดจำเป็นต้องกลัว หลัวจี๋โบกหอกหินในมือพรอมกับตะโกน “พี่น้อง! ฆ่ามัน!!”

สิ้นเสียงคำรามของหลัวจี๋ เหล่านักรบในเผ่าที่นำโดยหลัวหย่งก็กระโจนเข้าไปราวกับหมาป่าขย้ำเหยื่อ เขาไปสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไป!

เหล่าคนเถื่อนที่ถูกโจมตีต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเกิดความวุ่นวาาย เหล่าคนเถื่อนที่ถือกระบองไม้ต่างรีบรุดออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพวกมันเห็นขวานหินในมือของหลัวหย่ง สีหน้าของพวกมันก็เปลี่ยนไปเป็นความกลัวในทันที เห็นได้ชัดว่าพวกมันฝังใจกับอาวุธเหล่านี้มาก

อีกฝ่ายร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง แต่ระยะทางนั้นไกลเกินไป หลัวจี๋ไม่ได้ยินว่าพวกมันตะโกนอะไรออกมา และเขาที่รู้ตำแหน่งของตัวเองก็ไม่คิดจะพุ่งเข้าไปอย่างรีบร้อน แค่มีหลัวหย่งนำทัพก็เพียงพอแล้ว และการทำหน้าที่สั่งการอย่างเดียวมันจะไปสนุกอะไร?

เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วการต่อสู้ในครั้งนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับเขาได้ เพราะมีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเพียงพอ เผ่าเล็กๆเช่นนี้ที่ไม่มีทรัพยากรณ์และการพัฒนาใดๆก็ช่วยเพิ่มประชากรและประสบการณ์ให้เขาได้เป็นอย่างดี

หลัวหย่งที่ในมือถือขวานหินสองอันได้แสดงให้เห็นถึงควาามดุร้ายของพลัง ราวกับหมาป่าที่กระโจนเข้าไปในฝูงแกะ เขาพุ่งเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ขวานหินทั้งสองก็ถูกฟาดลงอย่างรุนแรงจนทำให้ศัตรูที่เสนอหน้าเข้ามาต้องลงไปนอนกองกับพื้นและช่วยเพิ่มกำลังใจให้คนอื่นๆอย่างมหาศาล!

กลับกัน นักรบคนเถื่อนนั้นรู้สึกหวาดกลัวต่อความดุร้ายของหลัวหย่งเป็นอย่างมาก หลัวหย่งต่อสู้อย่างหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ และศัตรูเองก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าผลของการต่อสู้นั้นเห็นได้ชัดแล้ว ขณะที่หลัวจี๋กำลังคิดว่าจะโน้มน้าวให้อีกฝ่ายยอมจำนนอยู่นั้นเอง เสียงหมาป่าหอนก็ทำให้ใจของทุกคนต้องสั่นสะท้าน!

"บรู้วววววววว—"

“บ้าเอ้ย! มันโดนกลิ่นเลือดดึงดูดมาอย่างนั้นเหรอ?!” หมาป่าที่หิวโหยฝูงใหญ่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางเผ่านี้

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ หลัวจี๋อยากจะสบถออกมาดังๆ แต่ในขณะเดียวกันเขาเองก็ไม่รู้ว่านี่เป็นภาพลวงตาหรือไม่ เพราะหมาป่าเหล่านี้นั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่เขาจำได้ถึงสองสามเท่า

ในฤดูหนาวเช่นนี้ หมาป่าที่ออกมาล่าพวกเขานั้นเปรียบได้ราวกับฝันร้าย โดยเฉพาะในตอนที่พวกมันหิวโหยจนตาเป็นสีแดง ไม่ว่าจะเป็นเผ่าใดเมื่อได้เผชิญหน้ากับหมาป่าที่หิวโหยเช่นนี้ก็ต้องล่าถอยและยอมแพ้ไป

แต่คำถามคือ จะหนีรอดไปได้หรือ? ไม่มีทางหนีพ้นแน่! สองขาจะวิ่งหนีสี่ขาทันได้้อย่างไรกัน? โดยเฉพาะในทุ่งหิมะเช่นนี้ที่ทำให้การเดินเท้าลำบาก

ในตอนนี้ กระทั่งหลัวหย่งที่ไม่มีผู้ใดหยุดได้ก็ยังรู้สึกอึดอัดขึ้นมาในใจ สีหน้าของเขาดูหม่นลง ส่วนคนอื่นๆนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยด้วยซ้ำ พวกเขาต่างแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา

ในตอนนี้ อารมณ์ของหลัวจี๋เรียกได้ว่าไม่ดี แต่เขาเองก็รู้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้นั้น ความตื่นตระหนกนั้นมีแต่จะทำให้เขาตายไวขึ้น และในเมื่อพวกเขาหนีไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสู้!

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ใจของหลัวจี๋ก็เย็นเยียบลง เขาไม่เชื่อ ว่ามนุษย์ที่มีอาวุธอยู่ในมือจะถูกสัตว์ป่าฝูงเดียวจัดการได้! หมาป่าพวกนี้หิวโหย เขาเองก็หิวโหย มาดูกันว่าใครจะได้กินใครกันแน่!

เขารีบรุดลงจากที่สูงเพื่อเพื่อไปหาหลัวหย่งและคนอื่นๆ การมาถึงของเขาทำให้เหล่านักรบของเผ่าหมิงจิ่งรู้สึกอุ่นใจที่มีที่พึ่ง “ท่านผู้นำ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี?”

หลัวจี๋ที่สัมผัสได้ถึงสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังก็ยกมือขึ้นและจ้องมองไปยังคนเถื่อนเผ่าศัตรู “นี่! ถ้าพวกเราสู้กันต่อ พวกเราจะได้กลายเป็นอาหารหมาพวกนั้นแน่ๆ เอาเป็นว่ามาช่วยกันสู้กับมันเป็นยังไงล่ะ?”

คนเถื่อนเผ่าศัตรูไม่ใช่คนโง่ พวกเขาต่างรู้ถึงความจริงในข้อนี้ ใครอยากจะถูกหมาป่ากินกันเล่า? เมื่อพวกเขาพบว่ามีหมาป่ากำลังมา พวกเขาก็หยุดมือลงไปแล้ว และในตอนนี้ที่หลัวจี๋พูดออกมา ผู้นำของทั้งสองเผ่าก็ได้ตกลงกัน “ได้! พวกเราจะร่วมมือกันชั่วคราว!”

หลัวจี๋ที่ได้ยินคำตอบก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และก่อนที่จะพูดต่อ เขาก็เปิดใช้งานทักษะ “เพิ่มกำลังใจ” ก่อนหน้านี้เขาคิดจะเก็บทักษะนี้ได้เผื่อฉุกเฉิน แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น “ทุกคนฟัง! พวกเรามีหอกหิน! และพวกเราก็มีขวานหิน! พวกมันเป็นแค่สัตว์ป่าไร้ความคิด ไม่มีอะไรต้องไปกลัว!! ฆ่าพวกมันให้หมด! คืนนี้เราจะได้กินเนื้อหมาป่ากัน!!”

เพราะการเปิดใช้งานทักษะของหลัวจี๋ กำลังใจของทุกๆคนก็เริ่มจะเพิ่มขึ้นมาหลังจากที่เห็นหมาป่า เหล่านักรบตะโกนตอบรับต่อเสียงของหลัวจี๋ “ฆ่ามัน!!!” “เนื้อหมาป่า!! เนื้อหมาป่า!!”

เมื่อเห็นนักรบของเผ่าหมิงจิ่งที่คำรามว่าจะฆ่าหมาป่าและกินเนื้อพวกมัน ผู้นำของเผ่าคนเถื่อนก็ดูตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขาและคนของเขาต่างหวาดกลัวในกำลังใจที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลันของพวกเขา

หลัวจี๋ไม่สนใจผู้นำคนเถื่อน หมาป่านั้นพุ่งเข้ามาาอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาจะมาอ้อยอิ่ง “ทุกคนรวมตัวกันไว้ ระวังหลังให้กันด้วย!! หอกหินของพวกเรายาวพอ เพราะฉะนั้นแล้วพวกเราสามารถโจมตีได้จากระยะไกลได้! หมาป่าพวกนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราหรอก!!”

ทันทีที่นักรบเผ่าหมิงจิ่งได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็ทำตามในทันที พวกเขาจับกลุ่มเข้ามาล้อมรอบตัวหลัวจี๋ กลับกัน ผู้นำของเผ่าคนเถื่อนนั้นตอบสนองอย่างเชื่องช้า กระทั่งนักรบของเขาเองก็ยังวุ่นวาย กว่าจะได้สติ หมาป่าก็พุ่งกระโจนเข้าใส่เขาแล้ว!!

เมื่อได้เห็นดังนั้น ใจของผู้นำเผ่าคนเถื่อนก็สั่นสะท้าน ความหวาดกลัวทำให้เขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ความสิ้นหวังและหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา “มันจบแล้ว…. มันจบแล้ว…”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด