ตอนที่แล้วตอนที่ 78 ตัวละครรอง “ดรูอิด”(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 80 กองกำลังนักล่านิ้วเงิน

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 79 อาร์มันโด้โชว์พลัง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 79 อาร์มันโด้โชว์พลัง

สถานพยาบาลภายในพื้นที่ชุมชนผู้อพยพตกอยู่ในความมืดมิดท่ามกลางยามราตรี โดยมีแสงของจากหลอดไฟที่เปิดขึ้นในจุดสำคัญเท่านั้น ไม่มีผู้อพยพหรือประชาชนเมืองเอลดิลอยู่รอบ ๆ เนื่องจากโดนทหารของบารอนเมสันจัดการไล่ผู้คนออกไปจนหมดสิ้น

ทำให้สถานที่นี้เงียบมาก มีเพียงเสียงพูดคุยและเดินไปมาของทหารที่เฝ้าอยู่ในกะกลางคืนเท่านั้น

ในตอนนั้นก็มีอีกาดำตัวหนึ่งบินมาเกาะที่เสาร์ไฟ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบบริเวณเพื่อสังเกตการณ์

“มีทหารเหลือประมาณ 100 กว่าคน ส่วนอื่น ๆ น่าจะกลับไปกันหมดแล้ว” ภายในหัวของอีกามีเสียงของลูอิสดังขึ้น ตอนนี้เขาได้เชื่อมต่อกับอีกาดำแล้ว

“ลงไปดูตรงที่เก็บศพหน่อย”

อีกาดำกลางปีกบนลงไปที่สถานพยาบาลในทันที สถานพยาบาลในตอนนี้ใหญ่กว่าเดิมในครั้งแรกที่ลูอิสเข้ามาครั้งแรกเกือบ ๆ เท่าตัว เพราะการช่วยเหลือของลูอิส แต่ในตอนนี้ที่นี่กลับเต็มไปด้วยศพของคนตายที่ถูกกองเรียงกันเป็นทางยาว ดูเหมือนพวกเขากำลังจะเตรียมขนยายศพออกไป เพราะในตอนนี้ก็ผ่านมา 24 ชั่วโมงแล้วตั้งแต่คนที่นี่โดนฆ่าตาย

ทหารเหล่านี้ไม่เสียเวลามาห่อศพแม้แต่น้อย พวกเขาเพียงเอาศพมากองรวมกันไว้มุมหนึ่งเท่านั้น

อีกาดำเดินเหยียบไปตามศพและจ้องมองด้วยแต่ละศพไปเรื่อย ๆ

จนกระทั่งอีกาดำไปหยุดอยู่ที่ศพชายแก่คนหนึ่งที่สภาพทั้งตัวนั้นเขียวคล้ำราวกับว่าถูกซ้อมอย่างหนักก่อนที่จะตาย ที่ตัวยังใส่เสื้อกาวน์สีขาวตัวเก่าที่ใช้ประจำ ซึ่งในตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยรอยเลือดติดอยู่จำนวนมาก

“หมอเทรย์เวอร์...” เสียงลูอิสพึมพำอยู่ในหัวของอีกาดำ ดวงตาของหมอเทรย์เวอร์นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นมัวเหมือนกับดวงตาของศพทั่ว ๆ ไป ลูอิสที่มองผ่านอีกาดำจ้องมองไปที่ดวงตานั้นไม่ขยับไปไหน

ผ่านไปสักพักอีกาดำก็ไล่ดูทีละศพจนกระทั่งมันหยุดนิ่งมองอย่างสงสัยขึ้นมา

“ไม่ถูกต้อง เฟดี้ไม่ได้อยู่ที่นี่” ลูอิสนึกถึงหลานสาวของหมอเทรย์เวอร์ ซึ่งเธอคือพยาบาลสาวเฟดี้ที่เคยช่วยพวกเขาแบกอาร์มันโด้ไปรักษาด้านหลังของสถานพยาบาล

อีกาดำรีบไล่ดูทีละศพอีกครั้ง โดยเฉพาะศพของพยาบาลในสถานพยาบาล แต่ก็ไม่มีศพไหนที่เป็นพยาบาลสาวเฟดี้

“ไปซะ อีกาเวรนี่ทำตกใจหมด นึกว่าศพพวกนี้ลุกขึ้นมา”

ตอนนั้นเองก็มีทหารยามคนหนึ่งถือดาบเข้ามาไล่ฟันอีกกาดำด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ทำให้ลูอิสสั่งให้อีกาดำบินออกมาเกาะอยู่นอกสถานพยาบาล ส่วนทหารคนนั้นก็ถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นอีกาดำบินหนีไป

“เฮ้ยเกิดอะไรขึ้นวะ หรือศพพวกนี้เปลี่ยนเป็นอันเดด” เพื่อนทหารที่เฝ้าอยู่ด้านเข้ามาดู

“ตอนแรกก็คิดงั้น แต่ดูเหมือนจะเป็นแค่อีกาที่มากินเนื้อคนตาย”

“หึ งั้นก็ปล่อยให้มันกินสิ ศพผู้อพยพพวกนี้สมควรโดนกินแล้ว ถุย”

“ช่างมันเถอะ ในนี้มีแต่ศพวังเวงเป็นบ้าเลย ไปนั่งกับไอ้พวกบ้านั่นดีกว่า”

“อืมก็จริงหวังว่าจะมีคำสั่งลงมาให้เอาศพพวกนี้ไปทิ้งเร็ว ๆ ฉันไม่อยากจะมาคอยเฝ้าศพพวกนี้สักเท่าไหร่ น่าขนลุกเป็นบ้าเลย”

ทหารทั้งสองคนมองอย่างเหยียดหยามไปที่ศพเหล่านั้น ก่อนจะพากันเดินออกไปรวมกับทหารคนอื่น ๆ และนั่งพูดคุยกัน โดยไม่สนใจศพคนตายเหล่านั้นแม้แต่น้อย

กลับมาที่ร้านรุ่งอรุณ ลูอิสที่นั่งอยู่ภายในห้องดวงตาค่อย ๆ กลับเป็นตาปกติ ตอนนี้เขาใช้พลังงานในการเชื่อมต่อไปมาก จึงต้องตัดการมองผ่านดวงตาของอีกาไปก่อน

แต่เขาก็สั่งให้อีกาบินวนหาแถว ๆ นั้นเพื่อหาพยาบาลสาวเฟดี้ที่ตอนนี้หายตัวไป และดูเหมือนคนอื่น ๆ ก็จะยังไม่รู้ว่าเธอรอดมาจากสถานพยาบาล

“หมอเทรย์เวอร์ตายไปแล้ว หวังว่าเธอก็จะยังไม่ตายเช่นกัน” ลูอิสพึมพำออกมาเบา ๆ เขาไม่แน่ใจว่าเฟดี้ตายไปหรือยัง เพราะถ้ายังเธอน่าจะมาที่ร้านรุ่งอรุณแล้วถ้ารอดออกมาจากสถานพยาบาล แต่ผ่านมาเกือบ 24 ชั่วโมง เธอก็ไม่โผล่ออกมาแม้แต่น้อย

เขาทำอะไรไม่ได้มากจึงให้อีกาบินวนหาเธอไปก่อนในคืนนี้และเช้าค่อยให้อาร์มันโด้ช่วยตามหาอีกแรง หลังจากรวมกำลังคนได้

...

วันต่อมาอาร์มันโด้ไปที่รวมตัวกันของนักล่าในเขตพื้นที่ชุมชนผู้อพยพ สถานที่นี่เป็นลานกว้างมีบาร์เหล้าอยู่ ตรงกลางล้อมด้วยรั้วไม้และมีทรายเทที่พื้นเพื่อให้เป็นสนามต่อสู้ ที่นี่มีกลุ่มของนักล่ามาแลกเปลี่ยนสิ่งของ เจรจา พูดคุยหาคนเข้าทีม และที่สำคัญยังท้าประลองและการพนันกัน ซึ่งที่นี่มีแต่นักล่าที่มาจากเขตผู้อพยพเท่านั้นที่จะเข้ามาได้

อาร์มันโด้เดินเข้ามาก็ถูกนักล่าที่มีพลังระดับครึ่งดาวหลายสิบคนจับตามองในทันที นักล่าระดับครึ่งดาวที่นี่มักจะมีตำแหน่งหัวหน้าทีมนักล่าหรือไม่ก็รองหัวหน้านักล่าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นกำลังหลักในการต่อสู้กับอันเดดในพื้นที่พวกเขาออกล่า

และในทีมยังมีนักล่าที่เป็นคนธรรมดาอยู่ด้วย คนพวกนี้เป็นคนที่คอยตามเก็บของและแบกของต่าง ๆ ถือเป็นลูกน้องชั้นรองลงมา แน่นอนว่าในบางส่วนก็มีความสามารถพอจะฆ่าซอมบี้อยู่เช่นกัน

ซึ่งโครงสร้างแบบนี้มีให้เห็นได้ทั่วไปในทีมนักล่าต่าง ๆ

“หืม ฉันก็นึกว่าใคร อาร์มันโด้นี่เอง ได้ข่าวว่าหลายเดือนก่อนนายบาดเจ็บและหายหน้าหายตาไปเลย ว่ายังไงอาการบาดเจ็บหายดีแล้วอย่างนั้นเหรอ มาเข้าทีมล่ากับฉันเป็นยังไง” หญิงสาวเซ็กซี่ที่ท่อนบนสวมเกราะหนังผสมแผ่นเหล็ก ท่อนล่างใส่กางเกงขาสั่น มีแส้สีดำเส้นหนึ่งม้วนเก็บข้างเอวและมีมีดสั้นอยู่อีกข้าง ที่เท้าสวมรองเท้าหัวเหล็กเดินเข้ามาหาอาร์มันโด้

เธอคือ คามิลลา เค ระดับครึ่งดาว หัวหน้ากลุ่มนักล่าตระกูลเค ซึ่งเธอสืบทอดตำแหน่งมาจากพ่อของเธอ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนักล่าที่ทำเงินได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ในนักล่าที่มาจากผู้อพยพของชุมชนผู้อพยพ ในกลุ่มของเธอมีนักล่าระดับครึ่งดาวอีก 3 คนอยู่ด้วยและนักล่าคนธรรมดาอีก 20 คน

“ไม่ดีกว่า” อาร์มันโด้รักษาระยะห่างเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่าคามิลลาเป็นหญิงสาวชอบหวานเสน่ห์ อาร์มันโด้ไม่กล้าเข้าใกล้เธอมากเกินไปกลัวเบลล่าจะจับได้

อาร์มันโด้พูดต่อ “แต่ว่าฉันมีข้อเสนอ เธอมาเข้ารวมกองกำลังนักของฉันดีกว่า”

พอทุกคนได้ยินว่ากองกำลังนักล่าก็พากันขมวดคิ้วในทันที กองกำลังนักล่านั้นต่างจากกลุ่มนักล่า กลุ่มนักล่าเพียงแค่รวมตัวกันขึ้นมาและไม่ได้ใหญ่เท่ากับกลุ่มนักล่า

โดยกลุ่มนักล่าต้องมีคนมากกว่า 100 ขึ้นไปและมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่นักล่าระดับครึ่งดาวจะตั้งกองกำลังนักล่าได้ เพราะมันต้องมีเงินสนับสนุนจำนวนมาก ซึ่งในเมืองเอลดิลมีกองกำลังนักล่าแค่ 5 กลุ่มเท่านั้น และกองกำลังนี้ตอนนี้อยู่ในฐานะพลเมืองเอลดิล แม้แต่ทางเมืองก็ยังให้ภารกิจสำคัญแก่พวกเขาเป็นการส่วนตัว

ดังนั้นพอทุกคนได้ยินว่าอาร์มันโด้คิดจะตั้งกองกำลังนักล่าจึงมองมาที่เขาด้วยความตลกหรือไม่ก็ดูถูกซะเป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะเริ่มมีคนหลุดขำและหัวเราะเยาะอาร์มันโด้ ราวกับเขาเพียงแค่เล่นมุกตลกเท่านั้น

คามิลลาเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ เธอยิ้มออกมา ก่อนจะหัวเราะไม่หยุด “ฮ่า ๆ อาร์มันโด้ นายเล่นมุกอย่างนั้นเหรอ ฉันขำเป็นข้าเลย”

“ไอ้บ้านี่มันคงเล่นมุกจีบคามิลลาแน่ ๆ”

“แต่ก็ถือว่าได้ผลนะ ดูเธอหัวเราะสิ ฉันควรเอาไปเล่นมั้งดีกว่า เฮ้ใครอยากเข้าร่วมกองกำลังนักล่ากล้ามโตของฉันบ้าง รับแต่สาว ๆ นะ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย แกจะต้องเป็นผู้ครองพลังก่อนสิถึงจะสามารถเป็นผู้นำกองกำลังนักล่าได้ ฮ่า ๆ”

นักล่าคนอื่น ๆ พากันหัวเราะจนท้องแข็ง

อาร์มันโด้นั้นมุมปากกระตุก เพราะเขาพูดเรื่องจริง แต่กลายเป็นโดนทุกคนมองเป็นเรื่องตลกซะได้

‘เฮ้อ...สงสัยจะไม่ง่ายซะแล้ว’ เขาถอนหายใจ

ในตอนนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา “ฮ่า ๆ อาร์มันโด้ได้ข่าวทีมแกโดนฆ่าตายหมด แต่แกนี่หนังเหนียวจริง ๆ รอดตายมาได้ แต่ดูเหมือนสมองของแกจะโดนซอมบี้กินไปแล้ว ถึงได้พ่นเรื่องไร้สาระแบบนี้ออกมา กล้าตั้งกองกำลังด้วยความแข็งแกร่งของแกนี่นะ” นักล่าชายร่างสูงหน้าตาค่อนข้างธรรมดา แต่ท่าทางหลงตัวเองคนหนึ่งเดินเข้ามา

ทั้งตัวของเขาแต่งตัวด้วยชุดที่ดูใหม่ ใบหน้ายิ้มแย้ม แต่แฝงความไม่เป็นมิตรไว้กับอาร์มันโด้พอควร

“ฉันยังไม่ตายหรอก รอแกมาแก้มือที่โดนฉันกระทืบไปครั้งก่อนอยู่” อาร์มันโด้จิกกัดคืน

เขารู้จักชายปากไม่ดีคนนี้ ชายคนนี้ชื่อ ไอแวน เป็นหนึ่งในคนที่รู้จักกับอาร์มันโด้มานานที่สุดในเมืองนี้ ทั้งสองเคยอยู่ทีมล่าเดียวกันและชอบแข่งขันกัน จนกระทั่งก็แยกกันไปอยู่ทีมล่าอื่น ๆ แต่พออาร์มันโด้เจอหน้ากับไอแวนก็มักจะโดนไอแวนท้าทายตลอด

และพวกเขาก็ผลัดกันแพ้ชนะ แต่ส่วนใหญ่อาร์มันโด้จะชนะซะมากกว่าเนื่องจากกำลังที่มากกว่า ในวันนี้พอไอแวนเห็นอาร์มันโด้ก็ไม่รอช้าเข้ามาพูดจาเหน็บแนมทันที

“หึ แกพึ่งหายอย่าซ่าให้มากนัก เอาแบบนี้เป็นยังไงมาสู้กัน ถ้าแกแพ้จะต้องมาเป็นลูกน้องฉัน 5 ปี แต่ถ้าแกชนะฉันจะยอมเข้ารวมกองกำลังที่แกตั้งขึ้นมาเป็นยังไง หรือว่าแกไม่กล้ากัน” ไอแวนพูดด้วยรอยยิ้มดูถูก เขามั่นใจว่าล้มอาร์มันโด้ลงได้แน่

อาร์มันโด้ไม่ค่อยใส่ใจที่จะสู้กับไอแวนอีกตั้งแต่เขามีพลังของคนเถื่อน 1.3 ดาว ด้วยระดับของเขา การเอาชนะระดับครึ่งดาวนั้นง่ายพอ ๆ กับการฆ่าซอมบี้ตัวหนึ่ง แต่พอได้ยินว่าไอแวนจะเข้ารวมด้วยอาร์มันโด้ก็สนใจขึ้นมาทันที

แม้ดูเหมือนไอแวนจะมีนิสัยแบบนี้ แต่กลุ่มที่เขาก่อตั้งขึ้นมานั้นก็ไม่อาจจะดูถูกได้ กลุ่มนักล่าเขี้ยวเหล็กของไอแวนแข็งแกร่งพอ ๆ กับกลุ่มนักล่าตระกูลเคของคามิลลาเลยและจะแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย เพราะกลุ่มนักล่าของไอแวนนั้นมีระดับครึ่งดาวมากกว่ากลุ่มของคามิลลาอยู่ 1 คน

“สู้กับแก เอาสิ แต่อย่าลืมที่แกรับปากไปก็แล้วกัน”

หลังจากนั้นไม่ถึงหนึ่งนาที

ก็มีเสียงดังโครมเกิดขึ้น ขณะที่ทุกคนอ้าปากค้างมองไปทางสนามประลองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง อาร์มันโด้จัดการไอแวนลงไปกองกับพื้นในสภาพฟกช้ำไปทั้งตัว ขณะที่อาร์มันโด้นั้นเหงื่อยังไม่ออกสักเม็ดหนึ่ง

“เป็นไปได้ยังไง ฉันเป็นระดับสูงในหมู่ระดับครึ่งดาว” ไอแวนพ่นทรายปนเลือดออกมาจากปาก เขาแพ้สภาพหมดรูปและที่สำคัญยังไม่สามารถโจมตีใส่อาร์มันโด้ได้แม้แต่ครั้งเดียว

“ว่ายังไง หรือแกจะใช้นักล่าครึ่งดาวในกลุ่มที่เหลือมาช่วยสู้ด้วย” อาร์มันโด้พูดอย่างท้าทาย

“ไอ้เวรนี่ แกพูดเองนะ” นักล่าหนึ่งในคนที่อยู่ในกลุ่มของไอแวนตะโกนออกมาก่อนจะวิ่งเข้าหาอาร์มันโด้ คนอื่น ๆ ในกลุ่มไอแวนก็เช่นกัน

แต่หลังจากนั้นผ่านไปไม่ถึงครึ่งนาที ซึ่งไว้กว่าของไอแวนซะเอง นักล่าระดับครึ่งดาวเหล่านั้นก็ไปกองรวมกับไอแวนที่พื้น ซึ่งทำเอานักล่าคนอื่น ๆ ที่มองดูการต่อสู้อยู่สูดหายใจเขาเย็นเยียบ

“อาร์มันโด้ล้มกลุ่มครึ่งดาวของไอแวนด้วยมือเปล่า”

“พละกำลังอะไรกัน เขาจับแขนชายคนนั้นและเหวี่ยงไปมาราวกับท่อนไม้ฟาดใส่ครึ่งดาวคนอื่น ๆ อย่างสบาย ๆ เลย แข็งแกร่งมาก ๆ”

“เขาเป็นระดับครึ่งดาวจริง ๆ เหรอ”

พอมีคนถามคำถามนี้ทุกคนก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่านี่ยังเป็นพลังของระดับครึ่งดาวจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ

นักล่าทั้งหมดนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งก็กลืนน้ำลายดัง เอื้อก! ด้วยความกลัวที่ตัวเองพึ่งหัวเราะอาร์มันโด้ไปเมื่อสักครู่นี้

“อาร์มันโด้ นายเป็นผู้ครองพลังอย่างนั้นเหรอ” คามิลลาถาม ขณะที่มองไปที่อาร์มันโด้ตาไม่กะพริบ

“จะพูดแบบนั้นก็ได้” อาร์มันโด้ตอบแบบยิ้ม ๆ

“ฉันจะเข้าร่วมกองกำลังนักล่าของนาย” คามิลลาพูดออกมาในทันที ทำเอานักล่าคนอื่น ๆ ในที่นี้เผยสีหน้าตกใจกันทันที เพราะต่อให้อาร์มันโด้จะเป็นระดับ 1 ดาว แต่คามิลลาก็ไม่เห็นต้องเข้าร่วมกับอาร์มันโด้เลย

“คามิลลาทำแบบนี้มัน...” ชายหนึ่งในนักล่าครึ่งดาวในกลุ่มของนักล่าตระกูลเคพูดขึ้นมาเหมือนจะไม่เห็นด้วย แต่ก็โดนคามิลลาตัดบทไปในทันที

“ฉันตัดสินใจแล้ว ใครไม่พอใจก็ออกไปได้เลย” คามิลลากล่าวอย่างเด็ดขาด ทั้งกลุ่มมองไปกันไปมาก่อนที่จะไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ไอแวนเองที่ได้ยินว่าอาร์มันโด้เป็นผู้ครองพลังก็มีสีหน้าหงุดหงิดและไม่ยอมรับขึ้นมาในทันที แต่ความจริงก็คือความจริงเขาไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงมันได้

“ว่ายังไงไอแวนนายจะทำตามสัญญาไหม” อาร์มันโด้ถามขึ้นมาและมองไปที่ไอแวน

ไอแวนสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำสัญญาที่ไปท้าสู้เมื่อครู่

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด