ตอนที่แล้วบทที่ 8 พัฒนาเผ่า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 10 แผนพัฒนา

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 9 ความสุขเบ่งบาน


ในค่ำคืนของยุคนี้ไม่มีสิ่งบันเทิงหรือกิจกรรมใดๆ ตอนแรกหลัวจี๋คิดว่าพวกเขาจะจับกลุ่มร้องเพลงและเต้นรอบกองไฟ กลับกลายเป็นว่าเขาคิดมากไป ทุกคนต่างเหนื่อยมาทั้งวัน และอาหารก็มีน้อยนิดไม่พอกินเสียด้วยซ้ำ ใครจะไปมีพลังเหลือพอที่จะไปเต้นหรือร้้องเพลงกันได้เล่า?

คนในเผ่าหลังจากนั่งพักอยู่พักหนึ่งก็เดินเข้าไปนอนในเต็นท์ หลัวจี๋ถือโอกาสนี้เรียกผู้เฒ่ามาและถามเกี่ยวกับเรื่อง “ชื่อ” แน่นอนว่าเขาคิดจะให้ผู้เฒ่าเป็นคนจัดการเรื่องนี้แทน

หลัวจี๋จำนามสกุลเป็นร้อยกว่านามสกุลไม่ได้แน่ๆ แต่อย่างน้อยเขาก็คิดนามสกุลที่ดูธรรมดาๆมาได้หลายสิบนามสกุล และเมื่อเขาพูดนามสกุลเหล่านั้นออกไป เสียงจากระบบก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ต้องสงสัย

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' สำหรับการก่อตั้ง 'ระบบนามสกุล' ได้รับแต้มอารยธรรม 100 แต้ม และแต้มวัฒนธรรม 10 แต้ม

หลัวจี๋ไม่คิดว่าจะได้แต้มอารยธรรมเยอะเช่นนี้ และเขายังได้รับแต้มวัฒนธรรมอีก 10 แต้มด้วยเช่นกัน แต่พอคิดดูดีๆแล้ว เขาก็เข้าใจ เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว “นามสกุล” ก็เป็นสิ่งที่ถูกสืบทอดกันมาหลายพันปี หากเขาจำนามสกุลได้หลายร้อยนามสกุล เขาคงจะได้แต้มอารยธรรมและแต้มวัฒนธรรมมากกว่านี้

แต่ในตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่จำเป็นหรือเป็นไปไม่ได้ แค่นามสกุลไม่กี่นามสกุลก็ทำให้ผู้เฒ่าต้องท่องจำไปสักพักแล้ว หลัวจี๋จึงปล่อยให้เขาค่อยๆจำมันไป

หลังจากที่จัดการทุกอย่างที่ต้องทำแล้ว หลัวจี๋ก็ยืดเส้นยืดสายและมีเวลาจะเรียนรู้สิ่งอื่น เพราะหลังจากวันนี้เขามีแผนที่วางไว้ในหัวอีกมากมาย…

เขาหันหน้าไปทางหลัวหย่งที่กำลังลับขวานหินสองเล่มนั้นตามวิธีที่เขาแนะนำ เพียงหลัวจี๋คิด หน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมา

“จริงๆด้วย เราสามารถตรวจสอบหน้าต่างสถานะของพวกเขาได้!” มีประกายความดีใจปรากฏขึ้นมาในใจเขา นับเป็นสิ่งที่ดีที่สามารถตรวจสอบสถานะของคนในเผ่าเขาได้ เพราะจากหน้าต่างสถานะนี้ เขาจะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนๆนั้นเก่งอะไร

ชื่อ: หลัวหย่ง

เพศ: ชาย

อายุ: 26

สถานะ: เหนื่อย

สัญชาติ: หมิงจิ่ง

ความภักดี: 100 (ซื่อสัตย์ เชื่อฟังคำสั่งของคุณโดยไม่มีเงื่อนไขและจะไม่ลดลงไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ)

ความกล้าหาญ: ★★★☆

ความฉลาด: ★★

จิตวิญญาณ: ★★☆

ความอดทน: ★★★☆

สั่งการ: ★☆☆

พรสวรรค์: แข็งแกร่งโดยกำเนิด: เกิดมาพร้อมพลังมหาศาลเหนือคนธรรมดา ค่าพละกำลังเพิ่มขึ้น 100%

ทักษะ: ยิ่งสู้ยิ่งกล้าหาญ (ติดตัว): ระหว่างการต่อสู้ มีโอกาส 30% ที่จะเพิ่มแต้มความกล้าหาญ ขึ้นชั่วคราว 1 ดาว

ยุทธวิธี: ไม่มี

เมื่อรวมสิบแต้มจากผลของ “ผู้นำ” ร่วมไปกับการกระทำของเขาในวันนี้ หลัวจี๋คาดเอาไว้ว่าความภักดีของคนในเผ่าคงจะสูงมากเป็นแน่ แต่ความภักดี 100 แต้มของหลัวหยงนั้นทำให้เขาต้องตกใจ โดยเฉพาะเมื่อหลังจากค่าความภักดีเต็ม มันจะเปลี่ยนเป็น “ซื่อสัตย์” และค่านั้นจะไม่ลดลงไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นทำให้เขาเปลี่ยนจากความตกใจเป็นตกตะลึง!

เขารู้สึกว่าความสามารถ “ผู้นำ” ที่ช่วยเพิ่มความภักดี 10 แต้มให้ทุกคนนั้นส่งผลในทันที! หลัวจี๋มีความสุขมาจากใจจริงพร้อมกับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว และเขาคาดว่าหลัวหย่งไม่ใช่คนเดียวที่มีค่าความภักดีเต็ม

เพราะนอกจากหลัวหย่งแล้ว อีกคนที่ค่าความภักดีน่าจะเต็มก็คือหลัวจิน เหตุผลนั้้นง่ายมาก นั่นก็เพราะชื่อนั่นเอง! การให้ชื่อกับทั้งสองคนนั้นช่วยเพิ่มความภักดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้น หลัวจี๋ก็ไม่คิดจะให้ชื่อกับทุกคนในเผ่า เพราะหากเขาให้ชื่อพร่ำเพรื่อ ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่มีความหมาย ทั้งเผ่ามีแค่สองสามคนเท่านั้นที่เขาจะตั้งชื่อให้ ซึ่งเรียกว่าเป็นเกียรติยศสำหรับพวกเขาก็ได้ แต่หากทุกคนได้รับชื่อไป มันก็เหมือนเป็นแค่อะไรดาษๆดื่นๆ

เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะไปดูหน้าต่างสถานะของหลัวจิน เขาถูกค่าความภักดี 100 แต้มนั้นดึงดูดความสนใจไป และยังไม่ได้ดูค่าสถานะอื่นให้ละเอียด และยิ่งดูให้ละเอียดเท่าไหร่ เขาก็รู้สึกตกใจมากขึ้นเท่านัน้

แม้ว่ค่าสติปัญญาของหลัวหย่งจะมีเพียงสองดาว แต่ค่าความกล้าหาญและความอดทนนั้นมีถึงสามดาว! และยังมีขีดจำกัดถึงสี่ดาวอีกต่างหาก! นี่เป็นคนที่เหมาะกับการเป็น “หัวหอกนำทัพ” อย่างแท้จริง แม้ว่าจะไม่เหมาะเท่าไรนักกับการนำทัพเข้าต่อสู้ แต่หากเป็นเรื่องการนำทัพนั้น เขาแข็งแกร่งอย่างแน่นอน

หลัวจี๋ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วว่าจะมีแม่ทัพระดับห้าดาวในเผ่าของเขา และขีดจำกัดของค่าสถานะที่มีถึงสี่ทั้งสองค่าก็ทำให้เขาพึงพอใจมากแล้ว และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือทักษะ “ยิ่งสู้ยิ่งกล้าหาญ” ที่เหมาะสมแก่ชื่อของหลัวหย่งอย่างแท้้จริง เมื่อความกล้้าหาญได้เพิ่มไปถึงสี่ดาวและบวกกับผลของทักษะ “ยิ่งสู้ยิ่งกล้าหาญ” เขาก็จะปลดปล่อยพลังในระดับห้าดาวออกมาได้!

แน่นอนว่าในตอนนี้ยังเร็วไปที่จะพูดถึงเรื่องนั้น เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วในตอนนี้ค่าความกล้าหาญของเขาก็ยังมีเพียงสามดาวเท่านั้น ส่วนควมสาามาระของพรสวรรค์ “แข็งแกร่งโดยกำเนิด” นั้น ถูกจัดอยู่ในส่วนหนึ่งของค่าความกล้าหาญ เพราะความกล้้าหาญนันคือสิ่งที่แสดงถึงประสิทธิ์ภาพในการต่อสู้ ซึ่งประกอบไปด้วย พละกำลัง ความเร็ว ความอึด และความว่องไว

เขาพยายามข่มความตื่นเต้นภายในใจ หลัวจี๋ปิดหน้าต่างสถานะของหลัวหย่งและหันไปทางหลัวจินด้วยความคาดหวัง

ชื่อ: หลัวจิน

เพศ: ชาย

อายุ: 23

สถานะ: เหนื่อย

สัญชาติ: หมิงจิ่ง

ความภักดี: 100

ความกล้าหาญ: ★★

ความฉลาด: ★★☆☆

จิตวิญญาณ: ★★★☆

ความอดทน: ★★☆☆

สั่งการ: ★★☆

พรสวรรค์: สำรวจ : เมื่อออกสำรวจ มีโอกาส 30% ที่จะค้นพบสิ่งใหม่่

ทักษะ: สอดแนม (ติดตัว) : เมื่อออกปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการสอดแนม โอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้น 10%

กลยุทธ : ไม่มี

“เฮ้อ—-” เขาสูดลมหายใจเข้าลึก หน้าต่างสถานะของหลัวจินช่วยยืนยันการคาดเดาของหลัวจี๋ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องบอกเลยว่าคนๆนี้เหมาะกับการเป็นนักสำรวจ!

แม้ว่าความกล้าหาญที่มีขีดจำกัดแค่สองดาวนัน้จะน่าเสียดายไปหน่อย แต่ขีดจำกัดของสติปัญญา จิตวิญญาณ และความอดทนนั้นมีถึงสี่ดาว! หากไม่พูดถึงพรสวรรค์และทักษะแล้ว หลังจากที่หลัวจินเติบโตจนถึงที่สุด ค่าสถานะโดยรวมจะมีมากกว่าของหลัวหย่งเสียอีก! แน่นอนทั้งคู่นั้้นเก่งในคนละด้าน และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอาไปเทียบกัน

หลัวจี๋ที่ได้เจอกับต้นกล้าดีๆถึง 2 คน ก็ดูพึงพอใจ จากนั้นก็หันไปมองคนอื่นๆรอบๆกองไฟ และพบว่าไม่มีใครเลยที่มีค่าความภักดีต่ำกว่า 90 และยังมีคนที่มีค่าความภักดี 100 อีกหลายคนด้วย

แต่น่าเสียดายที่หลังจากนั้นก็ไม่มีค่าสถานะใดๆที่ดูเตะตาเลย อาจจะมีสองสามค่าสถานะที่มีขีดจำกัดอยู่ที่สามดาว ซึ่งก็ไม่ได้แค่ แต่ก็ไม่มีค่าพอจะเสียเวลาและพลังงานเพื่อเพิ่มมัน

แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ในตอนนี้มีหลายคนที่กลับเข้าไปในนอนในเต็นท์ เขาอยากจะตรวจสอบสถานะคนพวกนั้น แต่ว่าเงื่อนไขในการตรวจสอบคืออีกฝ่ายต้องอยู่ในระยะสายตาของเขา

หลัวจี๋ไม่ได้รีบร้อน อย่างน้อยก็ไม่ใช่คืนนี้ ถึงคนอื่นจะใช้การไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่พวกเขามีความสุขก็เพียงพอแล้ว เพราะหลัวจินและหลัวหยงนั้นต่างเป็นหัวกะทิ แค่นี้เขาก็พึงพอใจมากแล้วและไม่คิดจะหวังอะไรมากมาย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด