ตอนที่แล้วบทที่ 6 หลัวจี๋เก่งขึ้น
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 8 พัฒนาเผ่า

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 7 ตั้งถิ่นฐาน


หลัวจี๋และคนอื่นๆกลับมาพร้อมกับเหยื่อและวัตถุดิบสำหรับก่อสร้าง พวกเขาฟังเสียงร้องเชียร์ของเหล่าเด็กๆและหญิงสาวในเผ่า ขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกคนโล่งใจ นั่นก็เพราะกวางที่หลัวหย่งแบกมานั้นจะหมายความว่าในคืนนี้พวกเขาไม่ต้องทนหิวกัน

หลัวจี๋ที่กลับมายังทะเลสาาบหมิงจิ่งก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ อย่างเช่น เขาต้องออกไปดูว่าการทุบน้ำแข็งที่ทะเลสาบเป็นอย่างไรบ้าง อวนจับปลาพร้อมหรือยัง? และควรทำอาวุธหินเช่นหอกหินและขวานหินเพิ่มให้เพียงพอสำหรับนักรบในเผ่า

และแน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลังจากการต่อสู้นี้ นักรบของเผ่าเขานั้นอย่างน้อยก็บาดเจ็บ และต้องจัดการกับแผล! หากเกิดอาการติดเชื้อหรืออักเสบขึ้นมาอาจถึงตายได้เลย!

ใจของหลัวจี๋แน่นขึ้นเมื่อคิดเช่นนั้น เขารู้ว่าในยุคสมัยที่กำลังอยู่นี้นั้น ความรู้ในด้านการแพทย์นั้นล้าหลังมากจนเรียกได้ว่าไม่มีเลยด้วยซ้ำก็อาจจะว่าได้!

เขาไม่สามารถใจเย็นต่อไปได้ ในช่วงแรกของการพัฒนาชนเผ่านี้ ไม่เพียงแค่นักรบทั้งสี่ที่มีพละกำลังในการต่อสู้ที่สูง แต่คนในเผ่าธรรมดาเองก็มีความสำคัญและเป็นกองกำลังได้สำหรับเขาด้วยเช่นกัน เขาจะสูญเสียใครไปไม่ได้

เขาพบนักรบที่บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว และก็พบว่าผู้เฒ่ากำลังจะถูสมุนไพรที่เคี้ยวลงบนที่บาดแผล

เมื่อหลิวจี๋เห็นดังนั้นก็โล่งใจขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นเช่นนี้ อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีความรู้พื้นฐานในการจัดการกับบาดแผล และเหมือนว่าจะมีสมุนไพรบางอย่างเพื่อการนั้น ส่วนการเคี้ยวสมุนไพรนั้น เพระน้ำลายมีความสามารถในการฆ่าเชื้อ(TL:อันที่จริงในน้ำลายมนุษย์ไม่มีนะครับ) แม้ว่าจะดูน่าขยะแขยงนิดหน่อย แต่ในช่วงตอนนี้มันไม่ใช่ประเด็น!

“หยุดๆๆๆๆเลย!” หลัวจี๋เรียกให้หยุดในทันที ก่อนจะรีบรุดเข้าไปหาผู้เฒ่า ก่อนจะถามอย่างจริงจัง “แผลนั่นทำความสะอาดรึยัง?”

"ทำความสะอาด?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งผู้เฒ่าและนักรบที่ได้รับบาดเจ็บก็ทำหน้าเอ๋อออกมาพร้อมกัน

เมื่อเห็นดังนั้น หลัวจี๋ก็เอามือกุมขมับในทันที “เอาล่ะ ฟังนะ หลังจากบาดเจ็บมา พวกเจ้าต้องล้างทำความสะอาดบาดแผลก่อน ไม่อย่างนั้นอาจมีโอกาสติดเชื้อและอักเสบได้!”

“ท่านผู้นำ ติดเชื้อและอักเสบหมายความว่าอย่างไรหรือครับ?” ในฐานะผู้เดียวในเผ่าที่พอจะรู้เรื่องการแพทย์อยู่บ้าง ผู้เฒ่ากล่าวออกมา

เมื่อเห็นดังนั้น หลัวจี๋ก็พูดด้วยสีหน้าจริงงจัง “เดี๋ยวพวกเจ้าก็จะรู้เอง”

ล้อกันเล่นรึเปล่า? แน่นอนว่าติดเชื้อกับอักเสบมันเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่ปัญหาคือถ้าผู้เฒ่าถามเขาต่อล่ะว่าแบคทีเรียคืออะไร? ใครมันจะไปอธิบายได้ล่ะ! และหัวข้อนี้ยิ่งพูดถึงก็มีแต่จะเพิ่มปัญหา เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วพัฒนาการในตอนนี้ก็ยังล้าหลังมาก!

แต่โชคดีที่เจาะรูในทะเลสาบหมิงจิ่งได้แล้ว เขาจึงรีบเรียกให้ใครสักคนเอาน้ำสะอาดมา หลังจากใช้น้ำทะเลสาบเพื่อทำความสะอาดหลายรอบแล้ว เขาก็ขอให้ผู้เฒ่าแปะสมุนไพรลงไป หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จ เสียงจากระบบก็ดังขึ้น

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการพัฒนาทางการแพทย์ ได้รับแต้มอารยธรรม100 แต้มและแต้มการแพทย์ 10 แต้ม

หลัวจี๋เริ่มเคยชินกับเสียงจากระบบที่ดังขึ้นมาเป็นครั้งคราวบ้างแล้ว แต่เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ นั่นก็เพราะเขารู้ดีว่าในช่วงแรกของการพัฒนา ไม่มีสิ่งใดเลยในเผ่านี้ และด้วยความรู้พื้นฐานของคนในยุคปัจจุบัน เขาสามารถทำให้เกิดอะไรเช่นนี้ได้ตลอด แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือ มันช่วยได้มากแค่ไหนกัน นั่นคือคำถาม

“สรุปแล้ว ทำตามวิธีนี้เสีย” ยังมีคนเจ็บอีกเยอะ หลัวจี๋ที่มีเรื่องต้องให้กังวลอีกเยอะ ไม่มีเวลาจะมาจัดการกับแผลของพวกเขาทีละคนหรอก ดังนั้นเขาจึงปล่อยที่เหลือเอาไว้ให้ผู้เฒ่า

และจากนั้นเขาก็วิ่งแจ้นไปดูความคืบหน้าของอวนจับปลา หลังจากที่ตรวจสอบดูแล้ว เขาก็เผยสีหน้าที่ดูพึงพอใจออกมา “ไม่เลวๆ”

แม้ว่ารูบนอวนนั้นจะใหญ่ไปหน่อย แต่มันก็ไม่สำคัญ เพราะเขาต้องการจะจับแต่ปลาใหญ่ ตอนนั้นเองเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอย่างที่คาดไว้

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ที่สร้าง “อวนจับปลาพื้นฐาน” สำเร็จ ได้รับแต้มอารยธรรม 30 แต้ม และแต้มการผลิต 3 แต้ม

“จะว่าไปแล้ว นอกจากแต้มอารยธรรมแล้ว เหมือนว่าเราจะได้แต้มอื่นๆมาอีกเยอะเหมือนกันนะ?” แน่นอนว่าเขาก็อยากจะตรวจสอบดูอยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้ไม่มีเวลา มีสิ่งอื่นอีกมากมายที่เขาต้องทำ และเรื่องแต้มนี้จะปล่อยไปก่อนก็ได้

หลังจากเตรียมแหจับปลาเรียบร้อยและไปหาเด็กๆเพื่อเอาเหยื่อที่ขุดขึ้นมาได้ ก็มีคนเดินตามหลัวจี๋ไปยังรูน้ำแข็งด้วยความสนใจ ส่วนคนที่ทำงานอยู่นั้นก็หันมามองบ้างเป็นครั้งคราว แน่นอนว่าทุกคนดูสนใจกับสิ่งที่ผู้นำกำลังจะทำ

“พวกเจ้ามีใครที่คิดว่ามีความอดทนมากที่สุดบ้าง? แบบที่ว่าอยู่นิ่งๆที่เดียวได้นานๆ”

ทุกคนมองหน้ากันไปมา และในท้ายที่สุดก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งยกมือขึ้นมา “ท่านผู้นำ ข้าคิดว่าข้าทำได้”

“งั้นก็ลองดูละกัน” ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไร ความคิดของหลิวเจี๋ยนั้นเรียบง่าย ในเมื่อเขาบอกว่าทำได้ก็ให้ลองดูก่อน เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้วพวกเขาก็ล่ากวางมาได้แล้ว ดังนั้นถึงจะจับปลาไม่ได้ก็ไม่ต้องหิว

“ไม่ต้องกังวลไป มันไม่ยากเท่าไหร่หรอก ที่สำคัญคือความอดทน” อย่างที่หลัวจี๋กล่าว “มันไม่ยากเลย สิ่งที่ต้องทำมีแค่จับอวนไว้ข้างหนึ่งแล้วโยนลงไป นั่งลงข้างๆรูน้ำแข็ง แล้วก็โยนเหยื่อลงน้ำไปบ้างเป็นครั้งคราว เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรติดอยู่ในอวนก็แค่ยกอวนขึ้นมา จุดสำคัญก็คือต้องไม่ไปไหนกว่าจะมีปลาเข้ามาที่อวน”

หลังจากสั่งการเสร็จ หลิวจี๋ก็ไปทำสิ่งต่อไป ก่อนจะไป เขาก็ทิ้งคนไว้ที่นี่อีกคนหนึ่งเพื่อที่จะได้เป็นเพื่อคุยคลายความเบื่อ และเพื่อความปลอดภัย เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว การนั่งอยู่ข้างๆหลุมนี้ก็ค่อนข้างจะอันตราย หากมีอะไรเกิดขึ้น คนที่อยู่ข้างๆก็จะได้ช่วยได้

เมื่อเดินกลับไปถึงฝั่งของทะเลสาบหมิงจิ่ง เหล่าผู้หญิงในเผ่าก็ตั้งเต็นท์ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว หากพูดตามตรง มันก็เป็นแค่ปักกิ่งไม้แล้วใช้หนังสัตว์ทำเป็นผ้าใบ และเมื่อตั้งเต็นท์หลังสุดท้ายเรียบร้อย คำเตือนจากระบบก็ดังขึ้นมา

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ในก่อตั้งค่ายชนเผ่าแรกได้สำเร็จ ได้รับแต้มอารยธรรม100 แต้ม และแต้มอุตสาหกรรม 5 แต้ม

คำเตือนจากระบบ: ต้องการตั้งชื่อค่ายชนเผ่าใหม่นี้ว่าอย่างไร?

“เอ้อ!” เมื่อได้ยินดังนั้น อาการ ‘ตั้งชื่อไม่เก่ง’ ก็กลับมากระแทกใส่หน้าเขาอีกครั้ง หลังจากระงับอาการปวดท้องลงอีกครั้ง หลัวจี๋ก็เบนความสนใจไปยังหน้าต่างสถานะของค่ายชนเผ่า….

ชื่อ: ไม่มี

ระดับ: ชนเผ่าขนาดเล็ก

ประชากร: 34 (ชนเผ่าของคุณขาดแคลนประชากร)

ความน่าอยู่: 1 (จากทะเลสาบหมิงจิ่ง)

ป้อมปราการ: ไม่มี (เผ่าของคุณเปราะบาง)

ผลพิเศษ: ได้รับโบนัส 'การประมง' 20 %(จากทะเลสาบหมิงจิ่ง), ความเร็วในการพัฒนาอารยธรรมเพิ่มขึ้น 20 % (จากความสามารถ 'ผู้ปกครอง')

เมื่อมองดูหน้าต่างสถานะของค่ายชนเผ่านี้ การตัดสินใจแรกของหลัวจี๋นั้นถูกที่เขาไม่ทิ้งที่ตั้งแห่งนี้ไป ได้รับผลพิเศษสองอย่าง ยกเว้นผลพิเศษที่ได้จากเขา โบนัสการประมงและความน่าอยู่นั้นเป็นเพราะสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันนี้ ไม่เช่นนั้นในพื้นที่ที่มีแต่น้ำแข็งและหิมะเช่นนี้ ไม่ว่าจะไปทางไหน ความน่าอยู่ก็น่าจะร่วงลงติดลบ

หลัวจี๋ไม่คิดว่าเขาจะโชคดีจนเจอสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติได้อีก จากประสบการณ์และการคาดเดาของเขานั้น นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าค่าความน่าอยู่จะร่วงลงติดลบ นั่นหมายความว่าคนของเขาไม่พอใจกับที่นี่ พูดง่ายๆคือไม่ชอบที่จะอยู่ที่นี่ และอาจจะนำไปสู่ความภักดีที่ลดลงจนอาจเกิดการกบฏ

“ตัดสินใจได้แล้ว!” เมื่อคิดได้ หลัวจี๋ก็ทุบฝ่ามือ “ชื่อว่า ‘หมิงจิ่ง’ ก็แล้วกัน ถึงเผ่าหมิงจิ่งจะฟังดูไม่ค่อยลื่นหูเท่าไรนัก แต่หากพัฒนาไปสักพักจนกลายเป็นเมืองหมิ่งจิ่งหรือจังหวัดหมิงจิ่งมันก็จะดูรื่นหู เพราะงั้นก็ตัดสินใจเอาตามนั้น!”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด