ตอนที่แล้วบทที่ 5 นักรบคนแรก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 7 ตั้งถิ่นฐาน

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 6 หลัวจี๋เก่งขึ้น


คนเถื่อนรุดเข้าไป คนเถื่อนของเผ่าศัตรูก็ไม่สามารถหยุดเขาได้แม้แต่น้อย เมื่อเผชิญหน้ากับขวาญหินที่รุนแรงมากกว่า พ่วงด้วยพละกำลังอันมหาศาล ท่อนไม้โง่ๆเล็กๆแค่ไม่กี่อันจะไปทนได้อย่างไร? คำว่าหมาป่าในฝูงแกะเรียกได้ว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลยด้วยซ้ำ!

กลับกันหลัวจี๋ได้แต่ถือหอกหินในมือแน่นและโบกไปมา แต่ว่าหลัวจี๋ที่ไม่ได้ฆ่าใครเลยนั้นก็็ไม่ได้รู้สึกอายอะไรนัก นั่นก็เพราะเขาไม่ได้คาดหวังมากนักอยู่แล้วกับความสามารถในการต่อสู้ของเขา นักศึกษามหาลัยในยุคที่สงบสุขจะไปทำอะไรแบบนั้นได้อย่างไรกัน?

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับการต่อสู้ และเริ่มใช้วิธีการต่อสู้ให้ฉลาดขึ้น เขาเบนสายตาไปยังคนเถื่อนที่สู้กับนักรบของเผ่าเขา เมื่อสบโอกาส หลัวจี๋ก็สูดหายใจเข้าลึกและแทงหอกเข้าไป!

ตอนนั้นเอง เขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้อง พร้อมกับสัมผัสอันแปลกประหลาดของหอกหินที่ทะลวงเข้าไปในก้อนเนื้อจะเข้ามา ทำให้ตัวของเขาชาในทันที แต่เขาไม่ปล่อยหอกไป แต่กลับเพิ่มแรงขึ้นไปอีก! ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “นี่คือศัตรูๆๆๆ!”

หลัวจี๋ที่ตัดสินใจลงมือก็นับว่าโจมตีโดน นี่เป็นวิธีการต่อสู้ให้ฉลาดของเขา จะบอกว่าขี้โกงหรือน่ารังเกียจก็ได้ แต่เขาสนใจไหม? ไม่เลย!

ในขณะเดียวกัน เขาก็พบว่าคนในเผ่าของเขาไม่มีใครสนใจแม้แต่น้อย กลับกัน พวกเขาร้องตะโกนยินดี และกำลังใจก็เพิ่มพูน

สำหรับคนในยุคนี้มีแค่คำว่า “กฎแห่งป่า” เท่านั้น ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด! ไม่มีคำว่าอัปยศหรือขี้โกงใดๆ มีแต่ว่าคุณจะอยู่รอดหรือเปล่าก็เท่านั้น!

ภายใต้การบัญชาของหลัวจี๋ นักรบของเผ่าเขาเรียกได้ว่ามีกำลังใจที่สูง และยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเท่านั้น! เหล่าคนเถื่อนที่สู้กับชนเผ่าของเขาได้แต่ถอยหนีไปอย่างเดียว และสถานการณ์ก็กลับตาลปัตรในชั่วเวลาเพียงชั่วครู่ อาวุธสองชิ้นที่มีอำนาจเหนือกว่าศัตรูนั้นส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อการต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว มันก็เป็นถึงเส้นแบ่งระหว่างยุคหินและยุคโบราณ แต่ในขณะเดียวกัน หลัวจี๋ก็รู้อยู่แก่ใจว่าผลของความสามารถ “ผู้นำ” ของเขาที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้อีก 20% ก็ส่งผลมากเช่นเดียวกัน

“หนี! หนีเร็ว!” นักรบสองคนถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง และที่เหลือก็บาดเจ็บ คนเถื่อนเผ่าศัตรูหมดแรงใจในการต่อสู้ พวกเขาวิ่งหนีเร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก นั่นทำให้หลัวจี๋เป็นผู้ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งแรกนี้

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ในชัยชนะครั้งแรก ได้รับแต้มอารยธรรม 100 แต้ม และแต้มการทหาร 5 แต้ม

เขาไม่มีเวลาจะมาสนใจคำเตือนจากระบบ เมื่อเห็นว่ากำลังใจนั้นพุ่งพล่าน และนักรบจากชนเผ่าของเขากู่ร้องดัง พร้อมที่จะไล่ตามศัตรูไป หลัวจี๋ก็รีบหยุดในทันที “พอได้แล้ว อย่าตามไป!”

นักรบที่ได้ยินคำสั่งจากผู้นำก็หยุดฝีเท้าลง แต่ในแววตาเปี่ยมไปด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าไม่เข้าใจทำไมผู้นำจึงปล่อยโอกาสในการสังหารศัตรูไปเช่นนี้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสงสัยของคนของเขา หลัวจี๋ที่หัวเย็นลงแล้วก็กล่าวออกมาช้าๆ “ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตั้งถิ่นฐาน จากนั้นก็จัดการกับปัญหาอาหาร จะไปเสียแรงเพื่อไล่ตามพวกคนเถื่อนพวกนั้นไม่คุ้มค่า พักผ่อนเถอะ”

เมื่อพูดจบ แววตาสงสัยของเหล่านักรบก็เปลี่ยนเป็นความเคารพต่อหลัวจี๋ ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มั่นใจว่า หลัวจี๋ ผู้นำของเขาจะสามารถพาเผ่าพันธุ์นี้ให้ก้าวต่อไปได้!

สถานการณ์ค่อยๆกลับมาาอยู่ในการควบคุมของเขา และในตอนนี้อันตรายจากคนเถื่อนก็หายไปชั่วคราว หลัวจี๋สามารถบอกได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ “แต่เราจะก็ปล่อยมันไปเฉยๆไม่ได้…”

เมื่อพูดจบ หลัวจี๋ก็โบกมือให้กับคนสอดแนมของเขา “มานี่ๆ ฉันมีอะไรจะให้นายทำ มันค่อนข้างจะอันตรายเลย กล้าหรือเปล่า?”

คนสอดแนมผู้นี้เคารพหลัวจี๋มาก และนอกจากนี้ พวกเขาพึ่งจะชนะการต่อสู้มา และขวัญกำลังใจนั้นสูงลิ่ว เขาจะไม่กล้าได้อย่างไร? เขาตบอกและกล่าว “สั่งมาได้เลยครับท่านผู้นำ!”

เมื่อได้เห็นดังนั้น หลัวจี๋ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็วางหอกหินลงบนมือของคนสอดแนม “คนเถื่อนพวกนั้นทิ้งรอยเท้าไว้บนหิมะตอนหนีไป ฉันอยากให้นายตามไปเงียบๆ หาตำแหน่งที่อยู่ของพวกมัน จากนั้นก็กลับมารายงานฉัน”

“ท่านผู้นำไม่ต้องเป็นห่วง! ข้าสัญญาว่าจะทำสำเร็จ!”

เมื่อเห็นท่าทีที่ตื่นเต้นของอีกฝ่าย หัวจี๋ก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง แม้ว่าเด็กคนนี้จะมีพรสวรรค์ในการเป็นหน่วยสอดแนม แต่เขาก็ไม่เคยได้รับการฝึกสอนใดๆอยู่ดี เขาเป็นต้นกล้าที่ดี และหากเกิดอะไรขึ้นมา มันจะต้องเป็นความเสียหายที่ใหญ่มากแน่ๆ

แต่การยืนยันที่ตั้งของศัตรูเองก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงได้แค่กล่าวแนะนำอีกไม่กี่คำ “ระวังตัวด้วย ความปลอดภัยของนายคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่าปะทะกับศัตรู แล้วก็ถอยกลับมาให้ไวถ้าถูกเจอตัว หรือรู้สึกว่ากำลังจะถูกเจอตัว เข้าใจไหม?”

"รับทราบ!"

"เอาล่ะ ไปได้"

เมื่อส่งคนสอดแนมไป หลัวจี๋ก็พานักรบคนอื่นของเผ่าเขาแบกวัตถุดิบสำหรับการสร้างถิ่นฐานเดินกลับไป

ระหว่างทางกลับ เขาก็พูดคุยกับนักรบอันดับหนึ่งของเผ่าเขา หลังจากการพูดคุย เขาก็พบว่าคนของเขานั้นไม่มีแม้กระทั่งชื่อจริง ส่วนมากจะเป็นชื่อเล่น

“ทำไมนักรบอันดับหนึ่งของเผ่าถึงไม่มีชื่อดีๆกันนะ?” ขณะที่หลัวจี๋คิด เขาก็นึกขึ้นได้ “ให้ฉันตั้งชื่อ-นามสกุลให้นายดีไหมล่ะ?”

เกี่ยวกับนามสกุลนั้น พวกเขาไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อผู้นำของเขาได้กล่าวออกมาแล้ว และด้วยความภักดีของเขาในตอนนี้ จะไปปฏิเสธได้อย่างไร

“เอาเป็นว่า….หลัวหย่ง! หลัวหย่งล่ะเป็นไง?!” เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว สิ่งที่หลัวจี๋ประทับใจในตัวเขาคือความกล้าหาญ! ดังนั้นตอนที่เขาตั้งชื่อ สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวคือคำว่า “หย่ง(กล้าหาญ)” แม้ว่าชื่อนี้จะค่อนข้างจะโหลในยุคปัจจุบัน แต่มันก็เหมาะกับนักรบคนแรกนี้

“หลัวหย่ง? ขอบคุณท่านผู้นำ!” สำหรับสิ่งที่เรียกว่าชื่อนี้ ดูเหมือนว่าหลัวหย่งจะชอบมันมาก ยิ่งไปกว่านั้น หลัวหย่งและหลัวจี๋นั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก! การที่ได้มีชื่อคล้ายกับผู้นำนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้คนในชนเผ่าเขาภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด!

ในขณะเดียวกัน เสียงจากระบบก็ดังขึ้น…

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' ได้สร้างแนวคิด 'ชื่อ' รับแต้มอารยธรรม 50 แต้ม และแต้มวัฒนธรรม 10 แต้ม

เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากระบบ หลัวจี๋ก็กลับมาได้สติ และพบว่าเหล่านักรบคนอื่นๆของเผ่าเขามองมาทางเขาด้วยความคาดหวัง ตอนนี้เขากำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะหลัวจี๋นั้นตั้งชื่อไม่ค่อยเก่ง แม้ว่าชื่อก่อนหน้านี้จะดูดีหน่อย แต่มันก็ยังธรรมดาอยู่ดี หากให้เขาตั้งชื่อกับคนจำนวนมากเช่นนี้จริงๆจังๆ ที่รวมทั้งหมดแล้ว 34 คน คงจะทำให้เขาเหนื่อยตายได้

แต่โชคยังดีที่เขาหัวไวพอ และหลังจากมีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัว เขาก็กล่าวออกมาในทันที “มีแค่คนที่ทำได้ดีที่สุดในเผ่าหรือมีความสามารถโดดเด่นเท่านั้นถึงจะได้รับชื่อจากฉันเป็นการส่วนตัว เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าอยากได้ชื่อก็ขยันเข้าล่ะ!”

คำกล่าวของหลัวจี๋นั้นดูน่าเชื่อถือ แม้ว่ามันจะเป็นแค่ข้ออ้างที่เขาเอามาแก้ตัวเรื่อง ‘ไม่เก่งตั้งชื่อ’ ของเขา แต่ที่เขาไม่รู้คือข้อแก้ตัวของเขานี้จะกลายมาเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของอารยธรรมเขานับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และการที่ได้รับชื่อจากเขาโดยตรงนั้นคือหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอารยธรรมนี้

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด