ตอนที่แล้วบทที่ 9 ความสุขเบ่งบาน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 11 ตัดสินใจครั้งใหญ่

นิยาย ทิวาหมื่นอารยะ : Rise of Civilization

บทที่ 10 แผนพัฒนา


หลังจากยืดเส้นยืดสาย หลัวจี๋ก็หันไปดูหน้าต่างสถานะของเขา อันที่จริงแล้ว หน้าต่างสถานะของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่นัก แต่ในวันนี้ เพราะการที่ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เขาจึงได้รับแต้มอารยธรรม 1000 แต้ม และพร้อมด้วยการพัฒนาการของเผ่าเขาที่ได้ให้แต้มอารยธรรมมาพอสมควร และในตอนนี้ เขามีแต้มทั้งหมด 1370 แต้มแล้ว!

“จะว่าไปแล้ว เหมือนจำได้ว่าเราเคยมีทักษะที่ชื่อว่าเพิ่มขวัญกำลังใจอะไรนั่นอยู่นี่นา…” หลัวจี๋คิดในใจขณะมองดูหน้าต่าง “อ๊ะ อยู่นี่เอง”

เพิ่มขวัญกำลังใจ (ใช้งานอยู่) : หลังจากเปิดใช้งาน เพิ่มขวัญกำลังใจโดยรวมขึ้น 10(5x2)% ด้วยคำพูดและการกระทำที่เรียบง่าย! (ทักษะนี้อยู่ในหมวดหมู่“ผู้นำ”)

คำอธิบายทักษะนั้นเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แต่ว่าปัญหาคือมันไม่บอกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจอย่างชัดเจน และตอนนี้ก็กลางคืนอยู่ จึงไม่ใช่เวลาที่จะมาทดลอง เขาจึงปล่อยมันไว้ก่อนและไปตรวจสอบแต้มจำนวนมากที่ได้มาก่อนหน้านี้

มีอีกห้าแถบตัวเลือกอยู่ด้านบนสุดของหน้าต่างสถานะที่เขียนไว้ว่า “การทหาร” “วัฒนธรรม” “อุตสาหกรรม” “การผลิต” และ “การแพทย์”

เขากดเข้าไปที่ “การทหาร” ก่อนที่ด้านบนสุดของหน้าต่างจะแสดงให้เห็นถึงแต้มการทหารที่เขามีอยู่ซึ่งก็คือ 11 แต้ม และภายในหน้าต่างข้างล่างแต้มนั้นก็ดูคล้ายกับสายสกิล(skill tree) แถวข้างบนสุดนั้นมีไอคอนอยู่สองอัน หลัวจี๋กดเข้าไปดูทีละอันเพื่ออ่านข้อมูลว่าทั้งสองอันนั้นคืออะไร…

ลับอาวุธ (เลเวล 0): อัตราความสำเร็จในการลับอาวุธเพิ่มขึ้น 10% และคุณภาพของอาวุธเพิ่มขึ้น 20%

พิชิตคนเถื่อน(บาบาเรี่ยน) (เลเวล 0): เมื่อต่อสู้กับคนเถื่อนในระดับอารยธรรมดึกดำบรรพ์ เพิ่มพลังในการต่อสู้ของฝ่ายตนขึ้น 15%

หลิวจี๋กดไปที่ไอคอนของ “ลับอาวุธ” ทันใดนั้นเอง เสียงจากระบบก็ดังขึ้น

คำเตือนจากระบบ: ต้องการใช้แต้มการทหาร 10 แต้ม และแต้มอารยธรรม 100 แต้มในการเพิ่มระดับของ “ลับอาวุธ” ขึ้นเป็นเลเวล 1 หรือไม่?

เมื่อได้ยินดังนั้น หลัวจี๋ก็เข้าใจได้ในทันที “อย่างนี้นี่เอง แต้มอารยธรรมคือแต้มหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนของเกมนี้ ส่วนพวกแต้มการทหารหรือแต้มวัฒนธรรมคือสกิลพ้อยต์(แต้มสกิล)! ถ้าอยากจะเพิ่มสกิลของส่วนใดส่วนหนึ่งขึ้น ก็ต้องหาสกิลพ้อยต์ของสายนั้นๆตามการพัฒนาต่างๆของอารยธรรม!”

หลัวจี๋ที่ตอนนี้ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบก็ได้ตอบปฏิเสธการเพิ่มระดับในทันที ตอนนี้เขามีแต้มการทหารเพียง 11 แต้ม และการเพิ่มระดับนั้นจะต้องใช้ 10 แต้ม หรือก็คือ หลังจากเพิ่มระดับ “ลับอาวุธ” ไปเรียบร้อยแล้ว เขาจะไม่สามารถเพิ่มระดับพัฒนาการอย่างอื่นในสายนี้ได้ไปอีกพักหนึ่ง

หากคาดเดาดูจากสิ่งที่เขียนในหน้าต่างข้อมูลเพียงอย่างเดียว การลับอาวุธนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาวุธได้ และหากมันมีอัตราการสำเร็จเขียนเอาไว้ นั่นก็หมายความว่ามันอาจมีโอกาสล้มเหลวได้ และการลับอาวุธนั้นต้องใช้เวลา แต่หลังจากที่คุณภาพของอาวุธเพิ่มขึ้นแล้ว ความแข็งแกร่งของมันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังทนทานกว่าอีกด้วย

่เมื่อมาดู “พิชิตคนเถื่อน” ผลของมันนั้นค่อนข้างจะตรงไปตรงมา หลังจากเพิ่มระดับ คาดว่ามันน่าจะทำงานในทันที และช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้ขึ้นอย่างง่ายดาย แต่ข้อเสียหลักคือเมื่ออารยธรรมได้พัฒนาไปเรื่อยๆ ศัตรูหลักจะไม่ใช่คนเถื่อนยุคดึกดำบรรพ์อีกต่อไป และสกิลนี้ก็จะเปล่าประโยชน์ และแต้มสกิลที่ใช้ไปก็ไม่สามารถเอาคืนมาได้อย่างแน่นอน

แต่ละอย่างก็มีข้อดีของมันเอง และในขณะเดียวกันมันก็มีวิธีการใช้งานที่ต่างกันออกไป แต่ในตอนนี้หลัวจี๋กำลังต้องการที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมขึ้นอย่างมาก และในขณะเดียวกันการเพิ่มประชากรในเผ่าเองก็เป็นสิ่งสำคัญ การเลือก “ลับอาวุธ” นั้นค่อนข้างจะช้าเกินความต้องการของเขา และเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงตัดสินใจได้เรียบร้อย

คำเตือนจากระบบ: ต้องการใช้แต้มการทหาร 10 แต้ม และแต้มอารยธรรม 100 แต้มเพื่อเพิ่มระดับ “พิชิตคนเถื่อน” ไปเป็นเลเวล 1 หรือไม่?

“ใช่” เขาคิดในใจ ก่อนที่ไอคอนของสกิล “พิชิตคนเถื่อน” จะสว่างขึ้นมา และมีตัวเลขเขียนบอกเลเวลไว้ว่า 1

หลังจากนั้น หลัวจี๋ก็ไม่ได้ทำอะไรกับหน้านี้ต่อ และเปลี่ยนไปที่หน้า “วัฒนธรรม” อย่างรวดเร็ว หากเขาจำไม่ผิด เขาได้รับแต้มอารยธรรมมาเป็นจำนวนมากเลย

ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้เขามีแต้มวัฒนธรรมอยู่ถึง 22 แต้ม แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหัวเสียคือมันมีสกิลพัฒนาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้นในแถบแรกนี้ และมันก็ดูไม่มีประโยชน์ในตอนนี้เสียด้วย…

ระบบนามสกุล (เลเวล 0): ประชากรแต่ละคนที่มีชื่อและนามสกุลมีโอกาส 3% ที่จะเพิ่มแต้มวัฒนธรรมขึ้น 1 แต้มในแต่ละวัน

บ้าเอ้ย สกิลนี้มันเป็นสกิลที่ช่วยเพิ่มแต้มในตัวเอง ถึง 3% จะดูน้อยไปหน่อย แต่ถ้าหากเผ่าเรามีประชากรมากกว่านี้ มันคงเห็นผลได้ชัดแน่ๆ

แต่คำถามคือ เขาจะใช้แต้มวัฒนธรรมไปเพื่อให้คนในเผ่าเขาช่วยเพิ่มแต้มทุกๆวันไปทำไม? ช่างมันเถอะ ไหนๆก็มีแต้มถึง 22 แต้ม และตอนนี้ก็ไม่ได้จะเอาไปใช้กับอะไร สุดท้ายแล้วเขาก็กดเพิ่ม “ระบบนามสกุล” เป็นเลเวล 1 และที่เหลืออีก 12 แต้มก็เก็บเอาไว้ การเพิ่มให้เป็นเลเวล 2 นั้นใช้แต้มวัฒนธรรม 50 แต้ม และแต้มอารยธรรม 500 แต้ม คาดว่าคงอีกนานกว่าจะได้เพิ่ม

ส่วนสกิลพัฒนาของอุตสาหกรรมและการผลิตนั้นทำอะไรกับมันไม่ได้เพราะไม่มีแต้มมากพอ แต้มอุตสาหกรรมของเขามีเพียงสองแต้มเท่านั้น ส่วนแต้มการผลิตนั้นมีสามแต้ม แต่มันต้องใช้สิบแต้มในการเพิ่มเลเวล….

เขารู้สึกมวนท้องขึ้นมานิดหน่อย แต่เขาก็พบกับอะไรใหม่ๆอย่างเช่นไอคอน “ประมง” ที่ปรากฏขึ้นมานั้นมีค่าความคืบหน้าเขียนเอาไว้อยู่ นั่นทำให้หลัวจี๋อดนึกถึงเสียงเตือนจากระบบเมื่อก่อนหน้านี้ไม่ได้ ตอนที่เขาจับ “ปลาคาร์พ” ตัวแรกได้ เหมือนว่าเสียงจากระบบจะบอกเขาว่า ความคืบหน้าในการประมง +1 เหมือนว่าถ้าค้นพบปลาชนิดใหม่ๆหรือตกปลาไปเรื่อยๆ สกิลพัฒนาการพวกนี้ก็จะสามารถเพิ่มระดับขึ้นมาเองได้

นั่นทำให้หลัวจี๋อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ อย่างน้อยก็มีมากกว่าหนึ่งวิธีในการเพิ่มระดับ และตัวเลือกสุดท้ายคือการแพทย์ที่เขามีอยู่สิบแต้ม ในขณะเดียวกัน ก็มีไอคอนสองอย่างปรากฏขึ้นมา ได้แก่…

ดูแลรักษา (เลเวล 0) : ทำความสะอาดแผล ลดโอกาสติดเชื้อหรืออักเสบลง 10%

ทำแผล (เลเวล0) : ทำแผลแบบง่ายๆ ความเร็วในการรักษาตัวของบาดแผลเพิ่มขึ้น 10%

ดีเลย ชัดเจนมาก หลัวจี๋ไม่จำเป็นต้องคิดเลยสักนิด เขาเลือกดูแลรักษาอย่างมั่นใจ เขาไม่กลัวว่าจะฟื้นตัวช้า แต่เขากลัวว่าแผลนั้นจะติดเชื้อหรืออักเสบ เพราะสุดท้ายแล้ว ในยุคสมัยนี้ หากเกิดอะไรเช่นนั้นขึ้น มีโอกาสสูงมากที่คนๆนั้นจะถึงตาย!

หลังจากเลือกสกิลพัฒนาการต่างๆได้เรียบร้อยแล้ว หลัวจี๋ก็อดหาวออกมาไม่ได้ ความง่วงเริ่มเข้ามาเยือน ก็ในเมื่อวันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน หลังจากที่บอกลาคนเฝ้ายามดึก เขาก็เดินเข้าไปในเต็นท์ของเขา

เมื่อไม่มีแสงไฟจากภายนอก ด้านในเต็นท์จึงมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรแม้แต่อย่างเดียว หลัวจี๋ที่ง่วงสุดขีดก็แผ่หนังสัตว์ลงบนพื้นและหลับไป

ในตอนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้นเอง เสียงจากระบบก็ดังขึ้นมาในหัวเขา…

คำเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 'หลัวจี๋' การพัฒนาอารยธรรมสิ้นสุดลงชั่วคราว คุณต้องการจะออกจากระบบหรือไม่? หากคุณยืนยันที่จะออกจากระบบ คุณต้องใช้แต้มอารยธรรม 100 แต้มระหว่างช่วงการป้องกันมือใหม่ และ 500 แต้มอารยธรรมในสถานการณ์ปกติ

หลัวจี๋ที่ได้ยินดังนั้นก็สะลึมสะลือขึ้นมาเล็กน้อย ความเย้ายวนใจที่จะได้กลับไปยังโลกยุคปัจจุบันทำให้เขารู้สึกคล้อยตามอยู่บ้าง แต่เขายังมีสติดีอยู่ และนึกถึงคำเตือนของเกาซู่เมื่อก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเพื่อล็อกอินหรือล็อกเอาท์เขาก็ต้องใช้แต้มอารยธรรมทั้งนั้น

ช่วงคุ้มครองมือใหม่ต้องใช้ 100 แต้ม ไปกลับคือ 200 ส่วนในช่วงปกติคือไปกลับ 1000 แต้ม!? จะหน้าเลือดเกินไปไหม? ยังดีที่วันนี้เขาพบกับสิ่งมหัศจรรย์และได้รับแต้มอารยธรรมมา 1000 แต้ม ไม่เช่นนั้นแล้ว ดูจากความสามารถในการได้รับแต้มอารยธรรมของมือใหม่ธรรมดาๆ หลังจากที่เพิ่มสกิลพัฒนาการได้ไม่กี่สกิล พวกเขาก็คงจะกลับไปสู่ช่วงปกติพอดี! และในตอนนี้ หลัวจี๋ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเกาซู่จึงบอกว่ามือใหม่ไม่ค่อยจะมีแต้มอารยธรรมกัน และเขาก็โชคดีมากด้วย

เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็พูดย้ำซ้ำๆอยู่ในใจ “จะกลับไม่ได้ๆๆๆๆๆๆ”....

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด