ตอนที่แล้วCD บทที่ 27 ข้ามลำดับบัญชาการ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปCD บทที่ 29 กุญแจผี

CD บทที่ 28 เหยื่อรายต่อไป


“จากรายชื่อทั้งหมด ตอนนี้มีเหยื่อถูกตัดมือออกไปแล้วสามคน” หลี่เบ่ยหนีไล่สายตาตามรายชื่อที่เธอหามา ในขณะที่เธอกำลังปอกเปลือกกุ้ง “คนร้ายอาจจะเป็นหนึ่งในเจ็ดคนที่เหลือก็ได้หรือเปล่าคะ?”

“ก็อาจเป็นไปได้” จ้าวหยู่ครุ่นคิดอยู่ขณะหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ “แต่สามอันดับแรกไม่ได้ถูกตัดมือทิ้งไปด้วย ทั้ง ๆ ที่พวกเขาทำผลงานได้ดีกว่าตัวเหยื่อทั้งสามอีกนะ จะมีประโยชน์อะไรที่ต้องไปตัดมือคนแพ้กัน?”

“ก็จริงค่ะ” หลี่เบ่ยหนีรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเป็นอย่างมาก เธอชี้ไปที่รายชื่อข้างหน้านี้อีกครั้ง “ถ้าเราดูตามจากรายชื่อเหยื่อแล้ว เกาเทียนอันดับหก หยวนหลีลี่อันดับห้า หลัวเหม่ยนาอันดับสี่ คนร้ายก่อเหตุโดยไล่ชื่อเหยื่อขึ้นไป ดังนั้นคนร้ายจะต้องมีอันดับต่ำกว่าที่หก ฉันคิดว่าคนที่อยู่ในอันดับที่เจ็ดถึงสิบน่าสงสัยมากที่สุดเลยค่ะ!”

“ใช่แล้ว!” จ้าวหยู่พยักหน้าตาม “เริ่มจากอันดับที่หกไปจนถึงอันดับที่สี่ ส่วนตัวฉันคิดว่าคนที่อยู่อันดับที่เจ็ดนี่น่าสงสัยที่สุด! มีแนวโน้มว่าคนร้ายอาจจะเป็นคน ๆ นี้ก็ได้!”

“เอ๊ะ ไม่ใช่ค่ะ!” อยู่ๆ หลี่เบ่ยหนีค้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ฉันได้ตรวจสอบข้อมูลของบุคคลในรายชื่อนี้ทั้งหมดแล้ว คนที่อยู่อันดับที่เจ็ดเขาคือ เชียงเล่ย เขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อนแล้วค่ะ ไม่มีทางจะเป็นเขาไปได้”

“อา…ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใครล่ะ” จ้าวหยู่ประหลาดใจเล็กน้อย “งั้นเราก็เหลือผู้ต้องสงสัยแค่สามคนเท่านั้นน่ะสิ?”

“สองคนค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีพูดขึ้นอย่างมั่นใจ “อันดับที่เก้าเป็นเนื้องอกที่กระดูกค่ะ ทำให้ไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้มาสองสามปีแล้ว ทีนี้ก็จะเหลือแค่อันดับแปดกับอันดับสิบเท่านั้นที่เป็นไปได้ แต่อันดับที่แปดเองก็อาศัยอยู่ที่ต่างเมืองมาหลายปี ไม่ได้อยู่ในเมืองฉินชาน มีแค่อันดับสิบเท่านั้นค่ะที่เป็นไปได้มากที่สุด!”

“นี่เธอพูดจริงพูดเล่นเนี่ย?” จ้าวหยู่รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันอาจจะกลับไปวนลูปแบบเดิมอีกครั้งก็ได้ ที่สุดท้ายเขาก็มาถึงทางตันของการสืบสวนคดีนี้อีกครั้ง

“อย่าเพิ่งหมดหวังสิคะ!” หลี่เบ่ยหนีปลอบโยน “อันดับแปดที่อาศัยอยู่ที่ต่างเมืองฉันกำลังตรวจสอบเรื่องที่อยู่ที่แน่นอนให้ค่ะ ตอนนี้เรามาตรวจสอบอันดับที่สิบกันก่อนดีกว่า ใครจะรู้ เธออาจจะเป็นคนร้ายก็ได้”

จ้าวหยู่ตรวจสอบรายชื่อที่สิบอย่างระมัดระวัง มันเป็นชื่อของผู้หญิงคนหนึ่ง เขารู้สึกกระวนกระวายใจและอยู่ในสภาพปั่นป่วนไม่เบาหรือว่าคนร้ายในคดีมือที่หายไปจะเป็นผู้หญิงจริง ๆ

“รุ่นพี่คะ นอกจากการตามหาตัวผู้ต้องสงสัยแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้เด็ดขาดเลยนะคะ” หลี่เบ่ยหนีกล่าวเตือนเขา “พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ 26 แล้ว ถ้าคนร้ายยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ เราต้องเตรียมการบางอย่างเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วยนะคะ”

“โอ้ ใช่ เข้าใจแล้ว!” จ้าวหยู่ชี้ไปที่รายชื่ออีกครั้ง “ถ้างั้นเหยื่อคนต่อไปอาจจะเป็นอันดับที่สามก็ได้ จริงไหม?”

“ก็ไม่ใช่อีกค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีส่ายหัวปฏิเสธอีกครั้ง “อันดับที่สามคือ เชาลูลู่ เธอได้ย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียกับครอบครัวของเธอแล้วค่ะ ฉันคิดว่าคนร้ายคงไม่ลงทุนเดินทางไปถึงต่างประเทศเพื่อทำการตัดมือคนที่ชนะตัวเองแบบนั้นหรอกนะคะ นอกจากนี้ ผู้ชนะอันดับที่หนึ่งเอง ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการดนตรีของวิทยาลัยในตัวเมืองซึ่งห่างออกไปเล็กน้อย จากความน่าจะเป็น ฉันคิดว่าอันดับที่สองอาจจะเป็นเหยื่อรายต่อไปค่ะ”

“หลี่ฉินฮัว?” จ้าวหยู่ไล่สายตาตาม “ชื่อเชยชะมัด อันดับสองเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเนี่ย?”

“เป็นผู้หญิงค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีตอบ “ตอนนี้เธอเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ที่วิทยาลัยศิลปะ I Can Fly ในเมืองฉินชาน ถ้าฉันเป็นคนร้าย ฉันก็จะเลือกเหยื่อรายต่อไปเป็นเธอคนนี้แน่นอนค่ะ!”

“ถ้าเป็นอย่างนี้ หน้าที่ของเราสำคัญมาก” จ้าวหยู่ถอนหายใจ “นอกจากเราจะต้องหาตัวคนร้ายให้ได้แล้ว เรายังต้องปกป้องเหยื่อรายต่อไปให้ได้ด้วย เราต้องเร่งมือกันหน่อยแล้วล่ะ!”

“ใช่แล้วค่ะ!” หลี่เบ่ยหนีทานอาหารเสร็จแล้ว เธอรีบดื่มน้ำผลไม้แล้วพูดว่า “แต่เราต้องกลับไปสถานีตำรวจก่อนนะคะ เรายังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ที่แน่นอนของคนเหล่านี้ทั้งหมดเลยและฉันเองก็อยากตรวจสอบข้อมูลผู้จัดงาน ผู้ตัดสินในครั้งนั้นด้วย เผื่อเราจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากพวกเขาบ้าง”

“เก็บงานได้ละเอียดดีจริง ๆ ฉันชอบคนแบบเธอที่สุดเลย!” จ้าวหยู่รีบกินและจ่ายเงินค่าอาหาร ก่อนจะรีบกลับไปที่สถานีตำรวจพร้อมกับหลี่เบ่ยหนีในทันที

เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าไปยังสถานีตำรวจ พวกเขาทั้งสองเห็นหลิวชางฮูกำลังยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ดที่จ้าวหยู่เคยใช้คิดวิเคราะห์เกี่ยวกับคดีก่อนหน้านี้ เหมือนกับว่าเขากำลังมองหาสิ่งที่น่าสนใจบนนั้นอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี ภายในห้องทำงานจึงไม่มีคนอยู่มากเท่าไหร่นัก

“เฮ้! เป็นอย่างไรบ้างคุณตำรวจคนเก่ง” หลิวชางฮูดูไม่ได้ตื่นตระหนกกับการมาถึงของจ้าวหยู่กับหลี่เบ่ยหนีเท่าไหร่ หนำซ้ำยังถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเสียอีก “ทำไมพวกคุณถึงไม่พักเที่ยงกันสักหน่อยล่ะ?”

“สวัสดีค่ะ ท่านรองหัวหน้า!” หลี่เบ่ยหนีทักทายอย่างสุภาพ

จ้าวหยู่กอดออกและเดินตรงไปยังหน้าหลิวชางฮูพร้อมส่งเสียงไล่ “ชิ่ว ๆ ไปซะ!”

“นี่แก!!” หลิวชางฮูจ้องเขม็งไปที่เขา ก่อนจะกลับไปมองที่ไวท์บอร์ดอีกครั้งพร้อมหัวเราะเยาะออกมา

“เอาเถอะ จ้าวหยู่ ดูเหมือนว่าแกคงอยากเอาชนะการพนักครั้งนี้จนตัวสั่น ฉันล่ะสงสัยว่าแกจะสามารถแก้ไขคดีนี้ได้เร็ว ๆ นี้หรือไม่? หึ! แล้วฉันจะคอยดู ฉันจะเตรียมเงิน 1,800 หยวนมาจ่ายให้แกด้วยเลย ดีไหม?” เขาเยาะเย้ยจ้าวหยู่อย่างสนุกสนาน

“แกควรจะรู้นะว่าศักยภาพของทีม B เป็นเช่นไร ทั้งจำนวนคนที่มากกว่าและทำงานกันอย่างข้ามวันข้ามคืนแต่พวกเขาก็ยังไม่ได้หลักฐานใด ๆ มาเป็นชิ้นเป็นอันเลย แล้วคนอย่างแกเนี่ยนะจะสามารถไขคดีนี้ได้ก่อน? ฝันไปเหอะ! แกอย่าโชว์โง่ไปหน่อยเลยจ้าวหยู่ แกยอมรับความพ่ายแพ้นี้ซะดี ๆ แล้วขอโทษฉันจะดีกว่า แล้วฉันจะเมตตาแกโดยการไม่ส่งรายงานพฤติกรรมของแกไปสำนักงานใหญ่ แต่ถ้าแกไม่ทำก็อย่าคิดว่าแกจะสามารถลอยหน้าลอยตาไปมาในสถานีตำรวจได้อีก!”

“แล้วก็เธอ เบ่ยหนี!” หลังพูดข่มขู่จ้าวหยู่เสร็จ หลิวชางฮูก็หันกลับไปพูดกับหลี่เบ่ยหนี “ฟังฉันนะ เธออย่าพาตัวเองไปอยู่กับคนแบบนี้เลย เธอเป็นคนทำงานได้โดดเด่นมาก อย่ามาหลงผิดอยู่กับคนพาลแบบนี้จะดีกว่า!”

หลี่เบ่ยหนีก้มหน้าลงมองพื้น เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธกับคำกล่าวนี้

“ไปเถอะ เบ่ยหนี!” จ้าวหยู่สะกิดไปที่ไหล่ของเธอเบา ๆ “ช่วยไปทำกาแฟมาให้ฉันสักแก้วจะได้ไหม? ขอแก้วที่ใหญ่ ๆ หน่อยนะ”

“จ้าวหยู่!!” หลิวชางหูเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังกับการขอกาแฟนี้เป็นอย่างดี “อย่าบอกนะว่าแกจะโยนถ้วยกาแฟนั้นใส่ฉันอีกรึไง!” เขาชี้ไปที่ใบหน้าของจ้าวหยู่อย่างเหลืออด

“ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ ครั้งก่อนที่แกไม่โดนลงโทษอะไรเพราะฉันยังเมตตาแกอยู่! แต่ครั้งนี้ถ้าแกยังกล้าทำแบบนั้นอีกครั้งล่ะก็ แกจะถูกไล่ออกทันที! เข้าใจไหม!!”

สิ่งที่หลิวชางฮูกล่าวนั้นเป็นความจริง ในตามกฎหมายแล้ว การโจมตีหรือข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีโทษทางกฎหมายสูงสุดคือจำคุกสามปี

แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกันแต่การเลิกจ้างงานก็สามารถทำได้ไม่มีข้อยกเว้นในกรณีนี้

ครั้งก่อน จ้าวหยู่ได้กระทำการอันเกินกว่าเหตุด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด นอกจากนี้ เขายังกล่าวประกาศอีกว่าเขาจะลาออกจากการเป็นตำรวจในตอนแรกด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว แล้วเขาจะไม่กลับไปอยู่ในสภาพแบบนั้นอีก!

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังในการแก้ปัญหาหรือแสดงกิริยานธพาลออกมา จ้าวหยู่ก็มีวิธีจัดการในแบบของเขาเอง

ทันทีที่หลิวชางฮูเดินจากออกไปจนถึงประตูทางเข้า จ้าวหยู่ก็หันกลับไปตะโกนใส่ไล่หลังเขาไป

“เห้ย!!!” เสียงตะโกนราวกับเสียงฟ้าร้องทำให้หลิวชางฮูตกใจกลัวไม่น้อย เขาเดินสะดุดทันทีที่ได้ยินเสียง

ยังไม่พอ จ้าวหยู่ได้ทุบไปเอกสารขนาดใหญ่ด้วยท่าทีน่ากลัว ทำให้หลิวชางฮูหวาดกลัวจ้าวหยู่อยู่ไม่น้อยเมื่อได้เห็นสีหน้าที่จริงจังของเขา

“กะแก!” หลิวชางฮูชี้ไปที่จ้าวหยู่แต่ก็ไม่สามารถสรรหาคำพูดใดออกมาได้

“ฮ่าฮ่าฮ่า” จ้าวหยู่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา หลังจากที่เห็นท่าทีของหลิวชางฮู เขาพูดกลับไปว่า “การทำให้ตกใจคงไม่ใช่อาญากรรมใช่มั้ยครับ ถ้าใช่แล้วคุณจะทำอะไรผมล่ะครับ?”

หลี่เบ่ยหนีอดไม่ได้ที่จะเอือมระอากับท่าทีของจ้าวหยู่แต่เมื่อเธอเห็นท่าทางตลกของหลิวชางฮูแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแต่หลังจากที่เธอเห็นสายตาทีหลิวชางฮูมองมา ทำให้เธอกลั้นขำเอาไว้พร้อมตัวที่สั่นเทา

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด