ตอนที่แล้วตอนที่ 58 โดนหลักพันเอาคืนหลักหมื่น(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 60 การปะทะกันของผู้ครองพลัง(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 59 รายการประมูล 112 ที่น่าสะพรึงกลัว(อ่านฟรี)


ตอนที่ 59 รายการประมูล 112 ที่น่าสะพรึงกลัว

แม้การประมูลในสินค้ารายการที่ 109 จะเป็นไปอย่างดุเดือดของสงครามของสองผู้ประมูลอย่างมาลก้าและเบลล่า แต่ทุกอย่างก็ถูกลืมไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสินค้ารายการใหม่ขึ้นไปยังเวที

สินค้ารายการที่ 110 คือกริชโปร่งแสงเล่มหนึ่งที่ราวกับว่าสร้างมาจากเหล็กชั้นดี เพียงแค่สัมผัสก็บาดได้ แถมมันยังตัดเฉือนโลหะเข้าอีกด้วย ทำให้ราคาของกริซเล่มนี้สูงมากและมีหลายคนอยากจะได้ไปครองแต่สุดท้ายแล้ว คนที่ประมูลไปได้เป็นผู้เคลื่อนไหวออสก้า

หลังจากนั้นสินค้ารายการที่ 111 ก็ถูกนำออกมาประมูลต่อในทันที สินค้ารายการนี้เป็น กล้องมองกลางคืน อินฟราเรด วัตถุจากยุคล่มสลายที่ถูกนักล่าคนหนึ่งค้นพบมันกับโครงกระดูกทหาร ซึ่งทางผู้จัดประมูลก็บอกว่าตัวกล้องนั้นได้รับการซ่อมแซมแล้ว และก็รับประกันการใช้งานได้ 1 ปีเต็ม แน่นอนว่าการประมูลนั้นก็เป็นไปอย่างคึกคัก สุดท้ายคนที่ได้ไปเป็นที่ไม่มีใครรู้จักคนหนึ่งได้ไป

จนในที่สุดเวลาก็มาถึง 23.20 รายการประมูลสุดท้ายก็เผยออกมา และนับเป็นรายการสินค้าที่ 112 ที่ผู้ครองพลังในโถงประมูลชั้นสามนั้นกำลังเฝ้ารอกันอยู่

“สินค้ารายการที่ 112 ที่ทุกท่านเฝ้ารอได้ถึงเวลาแล้ว และสินค้ารายการนี้ก็คือ หินผู้ครองพลังผู้เยียวยา ระดับ 1.9 ดาว” พิธีกรกล่าวจบ ผ้าคลุมก็เปิดออกเผยให้เห็นหินผลึกสีเขียวที่วางอยู่ มีขนาดประมาณหัวนิ้วโป้งมือเท่านั้น แต่พอหินผู้ครองพลังผู้เยียวยาเผยออกมาผู้ร่วมประมูลก็พากันฮือฮาซะยิ่งกว่าหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญในรอบก่อนหน้านั้นซะอีก

ซึ่งเหตุผลที่คนส่วนใหญ่สนใจมากกว่าหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง นั้นก็เพราะว่าหินผู้เครองพลังผู้เยียวยานั้นมีความหมายมากกว่าคำว่าแข็งแกร่ง

ผู้ครองพลังผู้เยียวยานั้นมีความสามารถในการรักษาที่เหนือกว่าวิทยาการแพทย์มากนัก ขอแค่ยังไม่ตายได้ถ้าได้รับการช่วยเหลือจากผู้เยียวยาคนผู้นั้นก็สามารถรอดได้ และในยุคหลังวันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยอันเดด ใครบ้างที่จะรับประกันได้ว่าตัวเองจะไม่บาดเจ็บ

ดังนั้นกองกำลังที่มีผู้เยียวยาเป็นของตัวเองจะเป็นกองกำลังที่ได้เปรียบเป็นอย่างมาก ขณะที่กองกำลังซึ่งไม่มีผู้เยียวยาจึงทำให้ได้เพียงใช้การรักษาปกติ หรือไม่ก็ยอมจ่ายในราคาที่เสียเปรียบเพื่อขอให้ผู้เยียวยามารักษา

ตัวอย่างเช่นกองกำลังของไวเคานต์คาริส ที่มีผู้เยียวยาเพียงหนึ่งเดียวภายในเมืองเอลดิล ทำให้ไวเคานต์คาริสควบคุมและกดดันขุนนางบารอนคนอื่น ๆ ได้

และนอกจากความสำคัญด้านนี้แล้ว สิ่งที่มากกว่านั้นคือ หินผู้ครองพลังกับมีจำนวนน้อยมากกว่าสายอาชีพอื่นมาก

‘ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้ว แต่ดูท่าเงินเบลที่มีคงเข้าไปร่วมประมูลกับพวกเขาไม่ได้และฉันก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย’ ลูอิสตัดสินใจในทันทีว่าจะไม่เข้าไปยุ่งในการประมูลด้วย

เงินเบลของเขาคงไม่มากพอ จากการที่ราคาของหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญที่ประมูลแข่งกับมาลก้านั้นยังราคาตั้ง 80,000 แล้ว แม้จะเป็นเพราะลูอิสให้เบลล่าไปปั่นราคา แต่ว่าเขากลับคิดว่าเป็นเพราะผู้ครองพลังคนอื่น ๆ ไม่สนใจเข้าร่วมประมูลมากกว่า ไม่อย่างนั้นราคาอาจจะมากกว่านี้ด้วย และนี่อาจจะเป็นสามารถที่ทำให้มาลก้าไม่พอใจ เพราะเขาคงเตรียมเงินมาไว้ประมูลหินผู้เยียวยาเช่นกัน

‘คนอย่างบารอนเมสันไม่น่าจะพลาดเรื่องนี้แน่นอน แต่การที่มาลก้าเสียเงินมากกว่าปกติ 20,000 เบลในการซื้อหินผู้เผาผลาญก้อนนั้นไปคงจะสร้างปัญหาให้ไม่มากก็น้อย’ ลูอิสคิดในใจพร้อมกับยิ้มมุมปาก

เหตุผลข้อต่อมาที่เขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่งด้วย นั้นก็เพราะว่าหินผู้เยียวยาสำหรับลูอิสแล้วไม่ได้น่าดึงดูดใจขนาดนั้น อาจจะเรียกว่าไม่มีประโยชน์สำหรับเขาเลยก็ได้

ลูอิสมีโพชั่นชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งเทียบเท่ากับมีพลังแห่งการรักษาสุดยอดอยู่ในมือ ขอแค่พลังชีวิตยังไม่หมดลงก็สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโพชั่นอื่น ๆ อีกมากในระบบ ดังนั้นเขายิ่งไม่อยากจะมีเรื่องกับผู้ครองพลังของบารอนทั้งหลายในเมือง เพื่อเพียงหินผู้เยียวยา ขณะที่สามารถได้พลังรักษาแบบนี้เพียงแค่ 150 พลังงานศรัทธาเท่านั้น

แถมที่สำคัญตัวเขาเป็นพาราดิน สามารถให้ทักษะคำอธิษฐานที่ให้ให้ผลการรักษาได้ไม่ต่างจากโพชั่นชีวิตอีกด้วย ถ้าจะพูดให้ถูกเขาคือผู้เยียวยากึ่งหนึ่งอยู่แล้ว

“ราคาประมูลสำหรับหินผู้เยียวยา เริ่มที่ 40,000 เบล”

เมื่อพิธีกรบอกราคาประมูลเริ่มต้น แต่ว่าการแย่งชิงเสนอราคากลับไม่ได้เกิดขึ้น เพราะในศึกนี้ทุกคนรู้ว่ามันคือการประมูลแข่งกันของพวกผู้ครองพลังบนชั้นลอย

“50,000 เบล” คนที่เปิดประมูลคนแรกไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นมาลก้านั้นเอง

“60,000 เบล” คนที่ประมูลต่อมาคือหนึ่งในผู้ครองพลังบนชั้นลอย

ลูอิสเงี่ยหูฟังก็มีผู้คนพากันซุบซิบและพูดถึงเจ้าของที่เสนอราคาที่สองนี้คือ ผู้เผาผลาญเฟซี คนของบารอนริชแมน หนึ่งในบารอนที่ควบคุมด้านอาหารและน้ำของเมือง แถมยังสนิทกับไวเคานต์คาริส

“ทำไมต้องเสนอราคาเล่น ๆ กันด้วยในเมื่อพวกเราก็รู้ราคากันอยู่แล้วว่ามันอยู่ในระดับไหน” ในตอนนั้นเสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา ทุกคนต่างก็หันไปมองในทันที

“ผู้แข็งแกร่งเมลดา คนของบารอนมิเกล” หนึ่งในคนในถูกประมูลพูดชื่อของหญิงสาวออกมา

ลูอิสหรี่ตามองหญิงสาวที่แต่งหน้าจัดผู้นั้นทันที เธอเป็นหญิงสาวร่างท้วมและทั้งตัวก็เต็มไปด้วยเครื่องประดับจากทองคำมากมาย เธอยังเป็นผู้ครองพลังสายผู้แข็งแกร่งระดับ 1 ดาว

‘บารอนมิเกลผู้ที่ดูแลด้านเหมืองและแร่ของเมืองเอลดิล’ ลูอิสนึกชื่อของบารอนคนนี้ออกในทันที อาจจะเพราะเขาเคยได้ยินคนพูดถึงชื่อนี้บ่อย ๆ เนื่องจากการสร้างกำแพงนั้นต้องอาศัยโลหะจากบารอนคนนี้และดูเหมือนเขาจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่ำรวยสุด ๆ คนหนึ่ง

“80,000 เบล” เมลดาเสนอราคาประมูลออกไปในทันทีด้วยท่าทางเหนือกว่า การเพิ่มราคาทีเดียวสองหมื่นและไม่รู้สึกอะไรก็ทำให้คนอื่น ๆ นั้นพากันรู้สึกอิจฉากับความร่ำรวยของหญิงสาว

“90,000 เบล” ผู้ครองพลังปริสนาที่สวมเสื้อคลุมที่นั่งอยู่ในชั้นสองเสนอราคาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ทุกคนต่างหันไปมองเขา แต่ว่าก็ไม่มีใครรู้ตัวจริงของอีกฝ่าย ถึงอย่างนั้นผู้ครองพลังของเมืองเอลดิลคนอื่น ๆ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าคนผู้นี้คือ ผู้ครองพลังอิสระ

“100,000 เบล” เมลดายังคงเสนอราคาออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

“110,000 เบล” ผู้เผาผลาญเฟซีเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า

“125,000 เบล” ในที่สุดรีดินก็เอ่ยปากพูดออกมาเป็นครั้งแรก ซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้ครองพลังคนอื่น ๆ ทันที เพราะรีดินคือ ผู้พิทักษ์ระดับ 2 ดาว ต่างจากคนอื่น ๆ ที่พวกเขานั้นเป็นเพียงระดับ 1 ดาวเท่านั้น

“อาจารย์?” มาลก้าพูดออกมาด้วยท่าทางราวกับไฟรนก้น ตอนนี้ราคากำลังดีดตัวสูงขึ้นเรื่อย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน

“อืม อาจารย์จัดการเอง” ลีวิสวางแก้วในมือลง ก่อนจะเสนอราคาในทันที “140,000 เบล”

ทุกคนต่างหันไปมองคนที่เข้ามาร่วมประมูลคนใหม่ ซึ่งหลายคนเห็นลีวิสก็ขมวดคิ้วชนกันทันที ทางด้านฝั่งรีดินหรี่ตามองลีวิสด้วยใบหน้านิ่งเฉย ส่วนลีวิสนั้นก็ยิ้มตอบอย่างไม่เกรงกลัว

“150,000 เบล” แต่ยังไม่ทันที่พิธีกรจะกล่าวราคาซ้ำ เมลดาก็เสนอราคาสูงขึ้นอีกครั้งโดยไม่สนใจแม้แต่จะหันไปมอง

“160,000 เบล” ลีวิสพูดด้วยท่าทางจริงจังและจ้องมองไปที่หญิงสาวร่างท้วมเหมือนเป็นการเตือน แต่เมลดาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

“หึ อย่าลืมที่นี่คืองานประมูลเราสู้กันด้วยเงิน 170,000 เบล” เมลดาเสนอราคา

‘บ้าจริง แบบนี้ไม่ดีแน่’ เฟซีคิดในใจ ก่อนจะเสนอราคาต่อไปอีกครั้ง “180,000 เบล ฉันเฟซีต้องการหินผู้เยียวยาก้อนนี้”

“หุบปากไปซะเฟซี ถ้าเอาเงินมาไม่พอก็ไม่ต้องสู้ 200,000 เบล” เมลดามองอย่างดูถูกไปที่เฟซี

ขณะที่การประมูลดำเนินต่อไปนั้นทางด้านฝั่งผู้ครองพลังของไวเคานต์ก็เริ่มพูดคุยกัน

“รีดินไวเคานต์คาริสให้งบมาเท่าไหร่” มาลก้าหันมาถามด้วยสีหน้าเหม่อลอย เขากลัวว่าเงินจะไม่พอ

“ไม่พอ” รีดินตอบไปตามตรงด้วยใบหน้านิ่งเฉย ราวกับว่าแม้จะประมูลไม่ได้ก็ไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านอะไร

“บ้าจริง ให้มาที่นี่ทั้งที่แต่ดันให้เงินมาไม่พอนี่นะ” ออสก้าบ่นในทันที แต่ก็พอเข้าใจ แม้ไวเคานต์คาริจะมีอำนาจมากที่สุดในเมือง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเอาเงินออกให้ใช้ได้อย่างไม่จำกัด

“จับตาดูสองคนนั้นไว้ แล้วก็ผู้หญิงคนนั้นด้วย” รีดินบอกกับออสก้าและไลกิ้น

“หืม...มีเยอะขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ” ออสก้าพูดด้วยสายตาที่เป็นประกาย

ทั้งสามคนแม้จะมาเข้าร่วมงานประมูล แต่ว่าพวกเขามีเป้าหมายอื่น คนที่ทั้งสามกำลังจับตามองอยู่นี้คือผู้ครองพลังอิสระที่แอบเข้ามาในเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็กำลังประมูลแข่งกับทางเมลดาอยู่

หลังจากประมูลกันอย่างดุเดือดผ่านไป 20 นาทีในที่สุดก็เหลือเพียงสองคนที่ยังสู้กันอยู่ คือเมลดาและเฟซี ส่วนลีวิสนั้นกัดฟันยอมแพ้ไปแล้ว เพราะเงินที่มีนั้นไม่เพียงพอ

คนในเสื้อคลุมปริศนาเองก็หยุดเสนอราคาไปตั้งแต่ที่ราคาพุ่งไปถึง 300,000 เบลแล้วเช่นกัน

เฟซีที่ในตอนนี้มีสีหน้าไม่สู้ดีหนัก เพราะเขากำลังโดนกดดันด้วยท่าทางของฝ่ายตรงข้าม ในตอนนี้ราคาล่าสุดอยู่ที่ 360,000 เบล ซึ่งมันเกินกว่าราคาทั่วไปมากแล้ว แถมท่าทางในการประมูลของฝั่งนั้นราวกับจะบอกว่ามีเงินไม่อั้น

แต่ขณะที่เฟซีกำลังจะอ้าปากพูดคำต่อไป อยู่ ๆ เมลด้าก็ตะโกนดักในทันที

“400,000 เบล!”

“บัดซบ!” เฟซีสบถออกมาในทันที จนแทบยกลูกไฟออกมาจากตัวใส่เมลดาด้วยซ้ำ แต่เขาก็สะกดอารมณ์ตัวเองไว้ ก่อนจะไม่สนใจสู้ต่ออีก

เมลดาที่เห็นแบบนั้นก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันให้เฟซี แต่ขณะเดียวกันหญิงสาวก็แอบถอนหายใจเพราะราคา 400,000 เบลนั้นแทบจะเป็นราคาสุดท้ายแล้วเช่นกัน

‘ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กนั้นมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้เยียวยาบารอนริชแมนคงไม่ยอมจ่ายขนาดนี้แน่’

สุดท้ายราคาประมูลของหินผู้ครองพลังผู้เยียวยาก็ถูกขายไปในราคา 400,000 เบล ซึ่งมากกว่าหินผู้เผาผลาญ 4 เท่าตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ส่วนลูอิส เจียน่า อาร์มันโด้ เบลล่าและพ่อบ้านเฟรดทั้งสามได้แต่นั่งมองผู้ครองพลังเหล่านั้นประมูลกันโดยสีหน้าเหม่อลอยและสะพรึงกลัว ในตอนที่ลูอิสได้สมบัติมาจากสุสานมัมมี่ด้วยมูลค่าเกือบแสนเบลพวกเขาก็คิดว่ามันมากแล้ว

แต่กลับกลายเป็นว่านี่คือเงินแค่ 1 ใน 4 ของมูลค่าหินผู้เยียวยาเท่านั้น

“ดูเหมือนฉันจะประเมินหินนี่ต่ำไปหน่อย” ลูอิสพึมพำออกมา

“ท่านลูอิสเราไปปล้นสุสานมัมมี่อีกสัก 3-4 ที่กันเถอะ” เจียน่าหันมาพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าจริงจัง

...

หลังจากการประมูลจบลงทุกคนก็แยกกันในทันที ส่วนคนที่ประมูลของได้พวกเขาก็ไปชำระเงินกับทางผู้จัดงานประมูล ซึ่งในช่วงที่ชำระเงินนั้นมาลก้าก็หันมามองลูอิสด้วยสายตาเยือกเย็นก่อนจะออกไป ลูอิสทำตัวเป็นเด็กทั่ว ๆ ไปในระหว่างรอรับเอาปืนยุคล่มสลายที่ประมูลได้มากับทางผู้จัดงาน ซึ่งในขั้นตอนนี้ทำให้ลูอิสทราบว่า งานประมูลที่จัดขึ้นจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นการจัดขึ้นมาของไวเคานต์คาริสหรือบารอนคนอื่น ๆ แต่เหมือนจะเป็นกลุ่มการเงินที่ชื่อว่าประตูทองคำ ซึ่งพวกเขานั้นได้ใช้วิธีการร่วมมือกับทางเมืองเอลดิลโดยตรง

นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไวเคานต์คาริสและบารอนคนอื่น ๆ ถึงต้องส่งคนมาประมูลแทนที่จะรวบรวมและเก็บมันไปแบ่งกันเอง เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นคนรวบรวมสินค้าเหล่านี้ตั้งแต่แรก

แต่ว่าขุมอำนาจอย่างประตูทองคำที่สามารถทำให้ไวเคานต์คาริสและบารอนคนอื่น ๆ ยอมร่วมมือได้นั้นทำให้ลูอิสสนใจพวกเขามากและจดจำชื่อไว้ในทันที

หลังจากทำเรื่องจ่ายเงินจนเสร็จพวกเขาก็ออกมาด้านนอกก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว สถานที่โดยรอบมีผู้คนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะผู้คนนั้นคุ้นเคยพฤติกรรมที่ว่า ถ้าดวงตะวันตก พวกเขาต้องหาที่หลบจากพวกอันเดด แม้จะอยู่ในเมืองแต่หลายคนก็เคยชินกับการทำแบบนั้นแล้ว ทำให้ในตอนกลางคืนโดยรอบไม่ค่อยคึกคักเหมือนกับตอนกลางวันสักเท่าไหร่

“เรารีบกลับกันเถอะ” ลูอิสเหมือนจะมีลางสังหรณ์แปลก ๆ ว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นและเขาก็ไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งสักเท่าไหร่

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด