ตอนที่แล้วตอนที่ 57 ปั่นราคาประมูล(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 59 รายการประมูล 112 ที่น่าสะพรึงกลัว(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 58 โดนหลักพันเอาคืนหลักหมื่น(อ่านฟรี)


ตอนที่ 58 โดนหลักพันเอาคืนหลักหมื่น

ขณะที่มาลก้าและทุกคนในห้องโถงประมูลชั้นสามกำลังตื่นเต้นกับหินผู้ครองพลังอยู่นั้น เด็กน้อยลูอิสก็หรี่ตามองมาลก้าและแสยะยิ้มไปด้วย ‘แบบนี้นี่เอง แกหวังที่จะใช้หินผู้ครองพลังในการพัฒนาพลังสินะ’

ลูอิสเข้าใจเจตนาของมาลก้าไม่ยาก จากแววตาที่อยากได้หินผู้ครองพลัง พอรวมกับเรื่องที่ว่ามาลก้าคือผู้เผาผลาญระดับหนึ่งดาว และหินผู้ครองพลังคือสายพลังผู้เผาผลาญด้วยเช่นเดียวกับตัวของมาลก้า

ดังนั้นมาลก้าจึงคิดจะดูดซับพลังจากหินผู้เผาผลาญเพื่อยกระดับตัวเอง

ถ้าอยู่ระดับหนึ่งดาวต้องการพัฒนาเป็นระดับสองดาวก็ต้องมีหินพลังระดับสองดาว แต่ว่าในระดับเดียวกันของหินพลังนั้นก็ยังมีแบ่งที่เรียกว่าส่วนย่อยของพลังอยู่ ซึ่งมีอยู่ 10 ส่วนย่อยของพลัง เริ่มจาก 0-9 ส่วนย่อยและมากกว่า 9 ก็คือหินพลังที่ไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

เช่นคนที่ดูดซับพลังจากหินผู้ครองพลังระดับ 1 ดาว ส่วน 0 พลังหรือ 1.0 ดาวจะมีพลังน้อยกว่า ระดับ 1 ดาว ส่วนย่อย 5 หรือก็คือ 1.5 ดาว ถ้าเอาตามที่ระบบของลูอิสวัดนั้นก็คือ เกรด 1.5 ดาวนั้นเอง

‘ในตอนที่สู้กับเจ้านั้นอย่างมากก็มีพลังไม่เกินระดับ เกรด 1.1-1.2 ดาว ถ้าอย่างนั้นหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญชิ้นนี้คงมีระดับสูงกว่านั้น แต่ไม่ใช่ระดับสองดาวแน่นอน’ ลูอิสมั่นใจในเรื่องนี้เพราะถ้าเป็นระดับ 2 ดาว อย่าว่าแต่จะเห็น บางทีไวเคานต์คาริสคงส่งคนมาเอามันไปก่อนแล้ว โดยไม่สนใจว่าบารอนคนอื่น ๆ จะว่ายังไง

เพราะเท่าที่ลูอิสรู้มาในตอนนี้ผู้พิทักษ์รีดิน ซึ่งเป็นระดับ 2 ดาวคือผู้ครองพลังภายใต้ไว้เคานต์คาริสที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองแล้ว

“ใช่แล้วทุกท่าน สิ่งนี้คือหินผู้ครองพลัง ผู้เผาผลาญระดับ 2 ดาว และมันยังมีส่วนย่อยพลังที่อยู่ภายในถึงระดับ 8 ด้วย”

ทันทีที่พิธีกรบอกระดับของหินพลังผู้เผาผลาญก้อนนี้ก็มีเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง

“พระเจ้านี่มันของระดับชั้นยอดไม่ใช่หรือไม่ไง”

“ถ้าฉันได้มันมาและเปลี่ยนจากอัศวินเป็นผู้ครองพลังละก็...”

“บ้าจริง แบบนี้พวกขุนนางไม่มาแย้งไปอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่หรอก ถ้าถูกมาประมูลแล้วแสดงว่าพวกขุนนางก็ต้องรู้อยู่ก่อนแล้ว เขาคงไม่สนใจมันมากกว่า”

ผู้คนต่างพากันถกเถียงกันทันที แต่พิธีกรก็บอกให้ทุกคนเงียบเพื่อที่การประมูลจะดำเนินไปได้ต่อไป

“ทุก ๆ ท่านราคาเริ่มต้นของหินผู้ครองพลังนั้นเริ่มที่ 20,000 เบล”

“30,000 เบล”

“33,000 เบล”

“40,000 เบล”

“42,000 เบล”

“43,000 เบล”

เสียงตะโกนเสนอราคาดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งราคาสูงก็ยิ่งมีคนตะโกนน้อยลง แต่ว่ากลับเป็นการตะโกนที่ถี่มากขึ้น ซึ่งแต่ละการเสนอราคาประมูลแต่ละครั้งนั้นมากกว่า 500 เบลเสมอ แม้แต่ชั้นสองเองก็เริ่มมีคนประมูลแข่งแล้วเช่นกัน

“ฉันมาลก้าบุตรชายของบารอนเมสันต้องการหินพลังผู้เผาผลาญก้อนนี้ขอเสนอ 48,000 เบล” มาลก้าเสนอราคาออกไปบ้างโดยไม่ลืมจะเอ่ยชื่อของตนเอง ทำให้ผู้คนด้านล่างต่างส่งสายตาไม่พอใจ เพราะการประกาศตัวแบบนี้มันเท่ากับการใช้อิทธิพลข่มขู่กันโดยตรง

แต่ต่อให้คนอื่นจะมองยังไงมาลก้าก็ไม่สนใจ ตระกูลของเขาคือหนึ่งในผู้ปกครองเมืองนี้ ใครจะทำอะไรเขาได้

“โอ้...มีเด็กน้อยที่นี่ด้วย ถ้าอย่างนั้น 49,000 เบล” อยู่ ๆ ก็มีเสียงพูดดังขึ้นมาและเสนอราคาแข่งกับมาลก้า

มาลก้าที่ได้ยินก็หันไปมองด้วยสายเย็นชากับคำพูดจี้ใจดำของอีกฝ่าย แต่พอเห็นมาลก้าก็กัดฟันแน่นด้วยทันที “ผู้ครองพลังออสก้า คนของไวเคานต์คาริส”

“50,000 เบล” มาลก้าเสนอไปด้วยเสียงเยือกเย็น

“52,000 เบล” ออสก้าเสนอราคาอีกครั้งด้วยท่าทางสบาย ๆ พร้อมกับหันไปยิ้มให้มาลก้าและชายข้าง ๆ

“นายคิดจะทำอะไร” รีดินขมวดคิ้วถาม

“ก็แค่ทำให้ราคามันสมกับที่ควรจะเป็น” ออสก้าตอบก่อนจะพูดต่อ “แต่ว่าถ้าได้มาก็ดีไม่ใช่หรือไง ยังไงซะนั้นก็คือหินผู้ครองพลังเลยนะ ไวเคานต์คาริสคงไม่ว่าอะไรหรอก”

“ลืมหรือไง ไวเคานต์คาริสเคยบอกว่าหินผู้ครองพลังก้อนนี้จะไม่เข้าไปยุ่งและจะให้คนของบารอนเมสันประมูลไปเอง” รีดินพูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย กับการที่ออสก้ามักจะทำเป็นเล่นในทุกเรื่อง

“ก็แค่ข้อตกลงของพวกขุนนาง ยังไงซะถ้าฉันขอประมูลในฐานะคนนอกก็ได้ไม่ใช่หรือไง” ออสก้าตอบ

“ท่านไวเคานต์คาริสยอมเรื่องนี้แลกกับการไม่ให้บารอนเมสันลงมือกับหญิงคนหนึ่งก็แค่นั้น อย่าไปวุ่นวายกับพวกข้อตกลงขุนนาง เราทำงานของเราไป” รีดินจ้องไปที่ออสก้าตาไม่กะพริบ

“เห้อ หมดสนุกกันพอดี ก็ได้ถ้าเด็กนั้นเพิ่มราคาอีกฉันจะไม่ประมูลต่อก็ได้” ออสก้าส่ายหัวอย่างเซ็ง ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มได้ เพราะอย่างที่บอกออสก้าก็แค่ประมูลเล่น ๆ เท่านั้น

“บัดซบ ไหนท่านพ่อบอกคนของไวเคานต์คาริสจะไม่ประมูลแข่งไง” มาลก้ากัดฟันสบท ก่อนจะเสนอราคาเพิ่ม “53,000 เบล”

“55,000 เบล”

แต่แล้วอยู่ ๆ หลังจากมาลก้าเสนอราคาไปก็มีเสียงผู้หญิงเสนอราคาแข่งกับมาลก้าขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเบลล่านั้นเอง

หลายคนต่างก็หันไปจ้องมองเบลล่าเป็นสายตาเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่คนของขุนนางต่าง ๆ และออสก้าด้วยเช่นกัน

“ฮ่า ๆ เห็นไหม นี่สิถึงจะสนุก” ออสก้าหัวเราะลั่น

ขณะที่รีดินหรี่ตามองหญิงสาวคนนั้น ที่จริงด้วยความสามารถในขอบเขตการสังเกตของผู้พิทักษ์เขาเห็นหญิงสาวคนนั้นและพวกที่อยู่ที่ร้านรุ่งอรุณสักพักแล้ว ตอนนี้รีดินกลับสนใจพวกเขามากขึ้นอีกครั้ง

มาลก้าที่โดนเสนอราคาแข่งอีกครั้งก็หันไปจ้องทางหญิงสาวคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา ‘พวกมันจะปั่นราคาคืน’ ไม่ต้องคิดมาลก้าก็รู้ว่าเขากำลังโดนเล่นงานคือ

‘หึ แต่ทำแบบนั้นก็ต้องดูว่าพวกแกมีเงินหรือเปล่า’ มาลก้ามองอย่างดูถูก “56,000 เบล”

“58,000 เบล” เบลล่าพูดสวนกลับไปทันที

“บัดซบ 60,000 เบล” มาลก้าเสนอต่อไป

“61,000 เบล”

“64,000 เบล” เบลล่ายังเสนอราคาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ ราวกับว่าเงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งเธอร่วงแม้แต่น้อย แต่ในความจริงนั้นใจเธอแทบจะเต้นจนหลุดออกมาจากอก นิ้วเท้าจิกพื้นรองเท้าเกร็งสุด ๆ ไปเลย

‘ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย เงินตั้ง 64,000 เบล นี่มันเท่ากับบ้านดี ๆ ในเมืองเอลดิน 8 หลังเลยนะ แต่ว่าท่านลูอิสก็น่ากลัวเกินไป แค่จะเอาคืนถึงกลับกล้าเสี่ยงเงินมากขนาดนี้ แต่ว่านะหินผู้ครองพลังชิ้นนั้นก็คุ้มค่าจริง ๆ ถ้าสามารถใช้เงินแลกมาได้ แต่ว่ายังไงฉันก็ยังเสียดายเงินอยู่’ สมองเบลล่ากำลังตีกัน ในตอนแรกที่ลูอิสบอกให้เธอปั่นราคาคืนชายคนนั้นทำให้เธอตกใจมากแล้ว แต่นี่บอกงบมาสูงถึง 80,000 เบล มันทำเอาเธอขนลุกเลยทีเดียว

ส่วนอาร์มันโด้ในตอนนี้ได้แต่กลืนน้ำลายพยายามนั่งนิ่ง ๆ ไม่รบกวนเบลล่า

“65,000 เบล” มาลก้ากัดฟันแทบแตก เพราะในตอนนี้เขาเห็นเด็กนรกคนนั้นกำลังมองตนอย่างเยาะเย้ย

“67,000 เบล” เบลล่าเสียไปอีกด้วยเสียงนิ่ง ๆ

“บัดซบ ฉันให้ 70,000 เบลเพื่อหินผู้ครองพลัง” มาลก้าลุกขึ้นและตะโกน

“71,000 เบล” เบลล่ายังเสนอต่อ

มาลก้าโกรธจนเส้นเลือดปูด ลีวิสที่นั่งข้าง ๆ เองก็ถึงกับขมวดคิ้วแล้ว เพราะรู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้ราคาเพิ่มไม่หยุดแน่นอน

“มาลก้าพวกมันคิดจะปั่นราคา ถ้าเป็นแบบที่บอกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือขุนนางที่นี่ตายมาก็ไม่น่าจะมีเงินมากขนาดนี้” ลีวิสกล่าว

“อาจารย์หมายความว่าพวกนี้ไม่มีเงินประมูล แต่แค่จะประมูลเล่น ๆ เท่านั้น ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน” มาลก้าหันไปบอกกับพิธีกรในทันที “เธอกำลังโกหก เธอไม่มีทางที่จะมีเงินมากขนาดนั้น ฉันขอให้ผู้จัดงานประมูลตรวจสอบและลงโทษตามกฎด้วยกับคนที่ต้องการมาปั่นราคาประมูล”

พิธีกรได้ฟังก็พยักตกลง เพราะถ้าเป็นแบบที่มาลก้าพูดจริง ๆ พวกเขาก็เจอปัญหาใหญ่แล้ว ชายสองไปคนเดินไปหาเบลล่าในทันที เพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้

“ท่านลูอิส” เบลล่าหันมามองลูอิส

“ไม่ต้องห่วงลองหันไปข้าง ๆ สิ” ลูอิสให้เบลล่าหันไปมอง

เบลล่าหันไปมอง แต่ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แต่อาร์มันโด้และเจียน่าก็หันไปมองด้วย พวกเขาก็เห็นว่าข้าง ๆ นั้นพ่อบ้านเฟรดกำลังนั่งอยู่พร้อมกับถือกระเป๋าหนังอยู่ด้วย

หลังจากที่จัดการปล่อยสมบัติที่ได้จากสุสานมัมมี่ไปแล้ว พ่อบ้านเฟรดก็ขึ้นมานั่งได้สักพักแล้วเพียงแต่ทุกคนจดจ่ออยู่กับการประมูลก็เลยไม่ทันสังเกต

“ในกระเป๋านี้มีเงินที่ขายสมบัติพวกนั้นออกไปและเงินสดรวมแล้ว 79,000 เบล” พ่อบ้านเฟรดบอกกับทุกคน ซึ่งมันมากกว่าที่คาดการไว้ 4,000 เบลด้วย

พอเบลล่าได้ยิน หญิงสาวก็ถอนหายใจโล่งอก คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของทางประมูล ซึ่งหนึ่งในนั้นลูอิสสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ครองพลังระดับ 1 ดาวด้วย ผู้ครองพลังระดับ 1 ดาวให้ชายอีกคนไปตรวจสอบเบลล่าเปิดกระเป๋าให้ดูเงินที่มี พอเห็นเงินพวกนั้นคนตรวจสอบก็กลับไปบอกกับพิธีกรในทันที

“เราตรวจสอบแล้วว่าพวกเขามีเงินสามารถจ่ายได้ ดังนั้นการประมูลจะเริ่มต่อไป” พิธีกรกลับมาจริง ๆ อีกครั้ง

“บ้าจริงมันมีเงินขนาดนั้นได้ยังไงกัน” มาลก้าพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจ เงินมากขนาดนี้พวกเขาที่พึ่งอพยพมาไม่น่าจะมีมากขนาดนี้ได้ “ไม่ฉันจะประมูลต่อไป”

“72,000 เบล” มาลก้าเสนอราคาขึ้นไปอีก นี่เรียกจะเป็นราคาระดับสูงมากแล้วสำหรับหินผู้ครองพลังระดับ 1 ดาวแล้ว

“ท่านลูอิสเรายังประมูลต่อไปอีกไหม” เบลล่าหันมาส่งซิก

“จัดหนัก ๆ แล้วก็ถอย” ลูอิสกระซิบบอกพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น

“ได้ค่ะ” เบลล่ายิ้มมุมปากก่อนจะเสนอราคาไปอีกครั้ง “79,000 เบล”

เสียงฮือฮาดังไปทั้งโถงประมูลทันที

มาลก้ากำมือจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ในตอนนั้นลีวิสที่หน้าตึง ๆ แล้วเหมือนกันก็พูดขึ้นมาว่า “เสนอไป 80,000 เบล”

“แต่ว่า...” มาลก้ามองเงินของตัวเองอย่างลังเล

“อาจารย์จะช่วยออกเอง” ลีวิสตอบพร้อมกับยกเครื่องดื่มมาจิบเบา ๆ

มาลก้าพยักหน้าและเสนอราคาต่อในทันที

“80,000 เบล”

“คุณผู้หญิงจะเสนอราคาอีกหรือไม่ครับ” พิธีกรหันไปมองเบลล่า แต่เห็นจากท่าทีของหญิงสาวที่ไม่สนใจ พิธีกรก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคงไม่เสนอราคาต่อแล้ว สุดท้ายพิธีกรก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย ก่อนจะทำหน้าที่ต่อ

“ถ้าอย่างนั้นราคาที่ 80,000 เบลครั้งที่ 1”

“ราคาที่ 80,000 เบลครั้งที่ 2”

“ราคาที่ 80,000 เบลครั้งที่ 3 ขาย”

“ยินดีกับท่านมาลก้าด้วย หินผู้ครองพลัง ผู้เผาผลาญก้อนนี้เป็นของคุณแล้ว” พิธีกรกล่าวแสดงความยินดี ขณะที่หญิงสาวบนเวทีก็เอาหินผู้ครองพลังผู้เผาผลาญลงไป และนำสินค้ารายการอื่นขึ้นมาเพื่อประมูลต่อ

มาลก้าที่หลังจากชนะการประมูลเขากลับไม่ได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย ‘บัดซบ แกทำให้ฉันต้องจ่ายเพิ่มนับหมื่นเบล’

ลูอิสในตอนนี้กำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาสามารถเอาคืนมาลก้าได้ ซึ่งเขาโดนมาลก้าปั่นราคาไปหลักพัน แต่ลูอิสทำให้มาลก้าต้องจ่ายคืนไปหลักหมื่น ‘นี่แค่ดอกเบี้ยกับสิ่งที่แกทำไว้ ต่อไปครั้งหน้าคือชีวิตของแก’

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด