ตอนที่แล้วCD บทที่ 24 เปียโน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปCD บทที่ 26 อานุภาพทำลายล้าง

CD บทที่ 25 คุณอยู่ที่ไหน?


ตามข้อมูลที่จ้าวหยู่ดักฟังได้จากคูปิงและทีม B พบว่า ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนจุดสนใจในการสอบสวนไปยังคดีที่สอง เธอส่งคนในทีมไปสำรวจที่บ้านหลังเก่าของหยวนหลีลี่เพื่อฟื้นฟูคดีนั้นขึ้นมาใหม่

ดูเหมือนว่าคูปิงยังไม่มีความคิดใหม่ ๆ ที่จะสามารถไขคดีนี้ได้เลย

จ้าวหยู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ‘หึหึ! ความผิดพลาดของพวกแกคือมาประเมินความสามารถของฉันคนนี้ต่ำไป! คราวนี้ฉันจะโชว์ให้พวกแกได้เห็นเองกับตาเอง!’ เขาคิดกับตัวเอง

เขากำลังจดจ่ออยู่กับการจดข้อมูลใหม่ที่ได้รับมาลงบนสมุดบันทึกของเขาและรีบเข้าสู่โหมดความคิดตัวเองอย่างรวดเร็ว

จนถึงตอนนี้เขามั่นใจว่าคดีมือที่หายไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเปียโนด้วยแน่ ๆ แต่มันเชื่อมต่อกันได้อย่างไรเขาเองก็ยังหาคำตอบข้อนั้นไม่ได้เหมือนกัน

ตั้งแต่ที่จ้าวหยู่รู้ว่าเหยื่อ ทั้งสามมีความเกี่ยวข้องกันด้วยเปียโนแถมยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยกันทั้งหมดอีก เขาคิดว่าตัวคนร้ายเองก็น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนเช่นกัน ลักษณะของเหยื่ออาจเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเปียโนเป็นพิเศษ

ตามข้อมูลที่ได้รับมาจากหลี่เบ่ยหนี เหยื่อทั้งสามคนมาจากโรงเรียนสอนเปียโนที่แตกต่างกันและถึงแม้ว่าทุกคนจะมีระดับเปียโนอยู่ที่ระดับสิบเหมือนกัน แต่ช่วงเวลาที่ใช้ทดสอบนั้นก็ยังต่างกันอีกด้วย

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนเหมือนกัน แต่พวกเขาต่างไม่รู้จักกันมาก่อน

แต่ถ้าเหยื่อแต่ละรายรู้จักกับคนร้ายเป็นการส่วนตัวล่ะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวหยู่จึงโทรหาหลี่เบ่ยหนีให้ไปช่วยตรวจสอบข้อมูลใหม่อีกครั้งเขาขอให้เธอช่วยตรวจสอบเรื่องประวัติการเรียนเปียโนของเหยื่อทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว เขาต้องการรู้ว่าพวกเธอได้มีการศึกษาเรื่องเปียโนในช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่?

ไม่แปลกที่หลี่เบ่ยหนีจะไม่ชอบใจกับคำสั่งให้ไปจัดการในเรื่องนี้ เธอจะต้องวุ่นวายในการโทรถามข้อมูลกับโรงเรียนสอนเปียโนทุกแห่ง และตัวเหยื่อเองก็เป็นนักเรียนเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว บางโรงเรียนก็ปิดตัวลงไป จึงเป็นการยากที่จะค้นหาข้อมูล

“ได้โปรดช่วยฉันด้วย ขอร้องล่ะ!”

ตอนนี้หลี่เบ่ยหนีเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างเขา จ้าวหยู่จึงสลัดความศักดิ์ศรีที่มีอยู่ออกไปเพื่อขอร้องเธอ

“ข้อมูลนี้จะเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก ๆ แบบมากที่สุดที่จะช่วยฉันไขคดีนี้ได้ ฉันสัญญาเลยว่าเสร็จคดีเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันจะตอบแทนเธออย่างแน่นอน!”

“ก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละค่ะ!” หลี่เบ่ยหนียิ้มอย่างพอใจ “ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด คุณจ้าวหยู่ก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับฉันด้วยนะคะ”

“มีอีกเรื่องหนึ่ง” จ้าวหยู่กล่าวเตือนเธอ “เธอจะต้องทำมันอย่างเงียบ ๆ อย่าให้ใครได้รู้เรื่องนี้เป็นอันขาด โดยเฉพาะคูปิงและทีม B เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” หลี่เบ่ยหนีวางสายลงทันทีและรีบไปทำหน้าที่ของเธอต่อ

จ้าวหยู่ถูมือตัวเองไปมาอย่างใจร้อน เขาไม่สามารถอดทนรอได้แต่ถึงเขาจะทนต่อไปไม่ได้และต้องการข้อมูลมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้

เขายังมีธุระสำคัญที่ต้องไปจัดการให้เสร็จเสียก่อน ดังนั้นเขาจึงรีบกลับเข้าล็อบบี้ไปอีกครั้ง

การตอบคำถามกำลังเกิดขึ้น คุณครูประจำชั้นกำลังตอบคำถามที่ผู้ปกครองสงสัยอย่างระมัดระวังและผู้ปกครองเองก็กำลังฟังอย่างตั้งใจ เลยมีไม่กี่คนที่สังเกตเห็นว่าจ้าวหยู่กลับมานั่งภายในห้องนี้อีกครั้ง

จ้าวหยู่ไม่ได้สนใจเรื่องการประชุมพวกนี้แต่อย่างใด ในหัวเขากำลังคิดวนเวียนไปมาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคดีและเปียโน ดูเหมือนว่าหลักฐานทุก ๆ อย่างและความเป็นไปได้ทั้งหมดกำลังหมุนไปมาอยู่ภายในหัวเขาและในท้ายที่สุด เขาก็เชื่อมต่อตัวเองเข้ากับระบบปาฏิหาริย์นั่น

เป็นไปได้ไหมว่าการต้องมารับบทเป็นพ่อให้กับเสี่ยวเฉินและต้องมานั่งอยู่ในอาคารเรียนดนตรีแบบนี้และได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่นเปียโนของผู้ปกครองคนนั้นคือการผจญภัยในวันนี้?

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถจดจำคำทำนายตอนเปิดระบบได้

อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับการผจญภัยในวันนี้กัน?

เขาค่อย ๆ เริ่มจำเรื่องราวที่ผ่านมา ตั้งแต่เดินเข้ามาในล็อบบี้ เห็นคุณแม่ของชานชานกำลังเล่นเปียโน หลังจากที่เธอเล่นเสร็จแล้ว เธอได้พูดอะไรเพิ่มเติมอีกรึงเปล่า?

คุณแม่ของชานชานบอกว่าเธอไม่ได้เล่นเปียโนมานานมากแล้ว ถ้าคนที่ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนจะไม่มีทางรู้เลยว่าเธอเล่นเปียโนเป็น มันคล้ายกับเกาเทียนกับหลัวเหลาเหม่ยนา ถึงแม้จะไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้แต่พวกเธอก็ที่มีทักษะด้านเปียโนถึงระดับสิบหรือว่า…คนร้ายอาจจะรู้จักพวกเธอมานานแล้วหลายปี ไม่เช่นนั้นคนร้ายจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอเล่นเปียโนได้?

‘คนร้ายอาจจะเป็นศัตรูของพวกเธอมาอย่างยาวนานแล้วก็ได้แต่เดี๋ยวก่อนนะ’

ทันใดนั้น จู่ ๆ จ้าวหยู่ก็รู้สึกจับจุดสำคัญได้บางอย่างเหยื่อ ทั้งสามรายไม่เคยเรียนเปียโนที่เดียวกันหรือรู้จักกันมาก่อนก็จริงแต่มีอยู่ที่ ๆ หนึ่ง ที่ทั้งสามสามารถเจอกันได้!

“จริงสิ!” จ้าวหยู่จำคำพูดของคุณแม่ของชานชานได้ว่า

‘ฉันยังคงจำเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนได้อยู่เลยนะคะ ตอนที่ฉันแข่งขันเปียโนและเกือบจะได้รับคัดเลือกไปยังโรงเรียนดนตรีที่เมืองหลวง’

 

“ใช่แล้ว!” ทันใดนั้นร่างกายจ้าวหยู่ก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างคนร้าย เหยื่อและเปียโนก็คือการ

แข่งขันนี่เอง!!”

ทั้งสามต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโนที่มาจากเมืองเดียวกันและอายุก็ใกล้ ๆ เคียงกัน พวกเขาอาจจะเคยได้เข้าร่วมการแข่งขันเปียโนที่งานเดียวกันมาก่อนแน่นอน!

“ใช่แล้ว มันต้องใช่เรื่องนี้แน่ ๆ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้อีก” จ้าวหยู่ตัดสินว่าคนร้ายในคดีนี้ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วยเช่นกัน! คนร้ายอาจจะเล่นได้ไม่ดีพอจนทำให้ตกรอบไป ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก เลยก่อคดีที่โหดร้ายแบบนี้ขึ้นเพื่อแก้แค้น!!

“หึ ลองคิดสภาพว่าไม่มีมือดูสิ จะเล่นเปียโนต่อไปได้อย่างไรกัน!” จ้าวหยู่ลองนึกภาพคนร้ายว่ากำลังพูดแบบนี้

เขารู้สึกมั่นใจในความคิดของเขามากขึ้นยิ่งไปอีกและเริ่มตื่นเต้นไปกับมัน

ถ้าคนร้ายและเหยื่อต่างมีอายุที่เท่า ๆ กันล่ะก็ ในเวลานั้น ทุกคนต่างอยู่ในวัยเด็ก คนร้ายเองก็เด็กเกินว่าจะมีแรงมาแก้แค้นอะไร

หลักจากเรื่องราวผ่านไปสิบกว่าปี ในที่สุดคนร้ายก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถมากพอเลยเริ่มลงมือก่อคดีมือที่หายไป!

“ให้ตายสิ คนร้ายเสียใจแค่เพราะแพ้เปียโนเนี่ยนะ มันจะคุ้มค่าไหมเนี่ยกับสิ่งที่ทำลงไป”

จ้าวหยู่ยังคงคิดความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ แล้วตอนนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ส่งเสียงดังขึ้น

เขาตั้งตารอคอยสายนี้มานาน เลยรีบหยิบมันออกมารับสายก่อนที่โทรศัพท์จะได้ส่งเสียงดังไปมากกว่านี้

“รุ่นพี่คะ รุ่นพี่!!” เสียงที่ฟังดูตื่นเต้นของหลี่เบ่ยหนีพูดออกมาจนจ้าวหยู่สามารถสัมผัสมันได้

“ฉัน..ฉันเจอมันแล้วค่ะ! เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว ทั้งสามคนเข้าร่วมการแข่งขันเปียโนประจำปีที่สิบที่โรงเรียนฉินชานและการแข่งขันเปียโนครั้งนั้น พวกเธอทั้งสามคนมีชื่อติดอยู่ในผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยค่ะ!”

“มันต้องอย่างนี้สิ!” จ้าวหยู่ตบต้นขาตัวเองอย่างดังและเกือบกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้นแต่เสียงของเขาดังจนเกินไป จนผู้ปกครองหันมาให้ความสนใจที่เขาอีกรอบ

“บอกฉันมาทีว่าในการแข่งขันครั้งนั้น ยังมีใครที่เข้าร่วมอีก” จ้าวหยู่ยังคงไม่สนใจใครตามเดิมและยังส่งเสียงดังต่อไป

“การแข่งขันครั้งนั้นมันจัดขึ้นเมื่อนานมากแล้วแต่ฉันกำลังตรวจสอบมันอยู่ ที่แน่ ๆ ก็คือ การแข่งขันครั้งนั้นถูกจัดขึ้นที่โรงเรียนฉินชานค่ะ”

เมื่อได้ยินหลี่เบ่ยหนีบอกว่าการแข่งขันครั้งนั้นจัดขึ้นที่โรงเรียนฉินชาน ตัวเขาราวกับถูกฟ้าผ่าลงมาทั้งตัว ตัวเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

“มันบังเอิญอีกแล้ว เป็นไปได้ยังไงกัน...? แม่งโครตสุดยอดเลยว่ะ!!”

คำหยาบที่จ้าวหยู่เผลอพูดออกมาทำให้ผู้ปกครองต่างพากันตกใจ

“อาจไม่ใช่ความบังเอิญก็ได้นะคะ” หลี่เบ่ยหนีกล่าวอย่างตื่นเต้นโดยไม่รู้เรื่องรู้ราว “รุ่นพี่ เรื่องการประกวดนี้ก็ผ่านมานานพอสมควร ฉันเองก็คงบอกข้อมูลทุกอย่างผ่านทางโทรศัพท์นี้ไม่ได้หมด ฉันคิดว่าคุณควรจะไปที่โรงเรียนฉินชานเพื่อตรวจสอบข้อมูลพวกนี้ดูเองนะคะ

ว่าแต่ตอนนี้รุ่นพี่อยู่ที่ไหนคะ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด