ตอนที่แล้วตอนที่ 55 จัดเต็มปิดร้านเที่ยว(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 57 ปั่นราคาประมูล(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 56 ห้องประมูลชั้นสาม(อ่านฟรี)


ตอนที่ 56 ห้องประมูลชั้นสาม

วันประมูลจะจัดขึ้น 3 วันติดกัน แต่การประมูลสำคัญจะมีแค่วันแรกเท่านั้น

สถานที่ประมูลนั้นไม่ได้จัดที่กลางเมืองเอลดิล แต่กลับเป็นพื้นที่ทางเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ ใจกลางพื้นที่มีอาคารสูง 5 ชั้นแต่ละชั้นกว้างเกือบ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว มันเป็นอาคารที่ถูกสร้างมาก่อนจะมีเมืองเอลดิล

มีบันทึกว่าอาคารนี้เคยเป็นที่หลบภัยมาก่อน แต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่จัดงานต่าง ๆ ของเมืองไป รอบนอกอาคารยังล้อมรอบไปด้วยต้นไม้และแผงร้านต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งนักล่าที่เป็นชาวเมืองเอลดิลหรือแม้แต่นักล่าที่มาจากผู้อพยพก็พากันมาวางของขาย

วันประมูลแบบนี้ทางเมืองจะยกเลิกข้อผูกมัดเรื่องการตั้งร้านที่ว่า ผู้อพยพไม่สามารถทำได้ออกไป

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่นักล่าจากผู้อพยพมักจะเก็บของไว้รอขายในวันนี้ทีเดียว ทำให้มีของมากมายถูกตั้งวางขายภายในวันประมูลแบบนี้ แน่นอนว่ามีทั้งสินค้าที่ดีและไม่ดีปนกันไป

พื้นที่ทางทิศเหนือนี้อยู่ในเขตอำนาจของบารอนเลนนี่ หนึ่งใน 4 บารอนของเมืองเอลดิล หนึ่งในผู้ควบคุมการค้า การนำเข้าและขนส่งต่าง ๆ ทั้งในและนอกเมืองเช่นเดียวกับบารอนเมสัน

ซึ่งทั้งบารอนเมสันและบารอนเลนนี่มักจะไม่ค่อยกินเส้นกันสักเท่าไหร่ เนื่องจากผลประโยชน์ทางอำนาจที่มักจะทับซ้อนกันเสมอ ซึ่งเวลามีปัญหากันไวเคานต์คาริสจะยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่หลายครั้งบารอนเมสันมักจะเสียเปรียบเสมอ นั้นยิ่งทำให้บารอนเมสันไม่ชอบหน้าไวเคานต์คาริส แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้

ความสัมพันธ์ของขุมอำนาจขุนนางในเมืองนั้นเป็นที่รู้กันดีของชาวเมือง แค่ถามออกไปก็มีคนเล่าให้ฟังหมด

ลูอิสกำลังฟังพ่อบ้านเฟรดเล่าถึงข้อมูลสถานที่ประมูลและเดินไปด้วย อาร์มันโด้ก็เสริมขึ้นเป็นบางครั้ง เพราะยังไงเขาก็อยู่ที่เมืองเอลดิลมานานจึงมีข้อมูลต่าง ๆ ของเมืองพอสมควร จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงพื้นที่ทางเหนือแล้ว

ในตอนแรกเขาคิดว่าพวกตนจะต่างตัวเด่นกันไปหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยเฉพาะชาวเมืองเอลดิลที่มีเงินเพียงพอพวกเขาสามรถให้ชุดที่ดูดีได้ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าดี ๆ เพราะในนี้ยังมีพวกผู้อพยพที่เข้ามาที่นี่ด้วย

พวกเขาส่วนใหญ่ใส่เสื้อผ้าเก่า ๆ หรือไม่บางคนก็มีรอยเย็บปะก็มี ซึ่งพอมีผู้อพยพโผล่มาก็มักจะโดนชายเมืองมองด้วยสายตาเหยียด ๆ เล็กน้อย แต่พอผ่านไปสักพักก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ เพราะทุกคนนั้นก็หันมาทำเรื่องของตัวเองทั้งนั้น

ด้านหน้าของลูอิสเป็นทางเดินดินชั่วคราว สองฝั่งมีต้นไม้ขึ้นสลับกับแผงร้านค้ายาวนับร้อยเมตร

“ผู้คนน่าจะมาไม่ต่ำกว่าหมื่นคนแน่นอน” อาร์มันโด้พูดออกมาและกวาดตามองไปรอบ ๆ ส่วนเบลล่านั้นก็เกาะแขนของอาร์มันโด้ไม่ปล่อยเช่นกัน

“ท่านลูอิสให้ฉันอุ้มไปไหม” เจียน่าก้มตัวลงมาหาเขา ลูอิสมองไปก็เห็นแต่เพียงขาคนอื่น ๆ สุดท้ายเขาก็ตกลงให้เจียน่าอุ้มไป ถึงลูอิสจะโตขึ้นและตัวหนักขึ้นมาก แต่ว่าเจียน่าก็อุ้มเขาได้อย่างสบายราวกับตัวของลูอิสนั้นเบามาก ซึ่งนี่เป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของเธอ

พวกเขาเดินมาเรื่อย ๆ สองข้างทางที่ลูอิสสังเกตดูส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกอาหารกระป๋องที่ถูกเจอโดยพวกนักล่า ยังมีสร้อยของประดับและของยุคเก่าที่น่าจะใช้งานไม่ได้แล้วจำพวกซากเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งถูกขายไปในฐานะของที่ระลึกของสะสมอะไรพวกนี้

แม้พวกคนในยุคนี้จะพากันหนีตายจากซอมบี้ แต่พอผ่านไปนานหลายปีเข้าพวกเขาก็เริ่มปรับตัวอยู่ร่วมกับอันเดด และยังเริ่มการฟื้นฟูอารยธรรมของมนุษย์ขึ้นมา จึงไม่แปลกที่จะมีคนสนใจพวกของใช้ในยุคเก่า

เมื่อเดินมาจนกระทั่งมาถึงอาคารกลางที่จัดการประมูลของที่นี่พวกเขาก็เจอกับด่านตรวจของพวกทหารยาม โดยมีผู้คนต่อแถวกันมากกว่า 100 คนกำลังจ่ายค่าเข้าด้านในให้พวกเขา

‘ชั้นแรกคนละ 20 เบล ชั้น 2 คนละ 50 เบล ชั้น 3 คนละ 150 เบล’ ลูอิสอ่านป้ายที่ติดราคาเข้าไปในงานประมูล ซึ่งแต่ละชั้นนั่นก็จะมีของที่เอาออกมาประมูลต่างกันไป ‘มีการประมูลแค่สามชั้นเท่านั้น ส่วนชั้น 4 ละ 5 ไม่ได้บอกไว้ทำสินะ คงเป็นที่เก็บของไม่ก็สถานที่ทำงานของคนจัดการประมูล’

‘อืมคงเป็นเรื่องปกติสินะ ไม่อย่างนั้นถ้าปล่อยให้คนนับหมื่น ๆ เข้าไปในงานประมูลคงวุ่นวายน่าดู แถมยังแยกระหว่างคนมีเงินกับคนไม่มีเงินได้ดีอีกด้วย’

ลูอิสสังเกตดูส่วนใหญ่คนที่ต่อแถวเป็นมีพวกนักล่าที่มีพลังระดับครึ่งดาวเป็นหลัก แต่ก็ยังมีชาวเมืองทั่วไปอยู่พอสมควร พวกเขาส่วนใหญ่เลือกจะเข้าไปที่ชั้นแรกหรือไม่ก็ชั้นสอง

“ท่านลูอิส ข้าถ้าอย่างนั้นข้าขอไปจัดการเรื่องของก่อน” พ่อบ้านเฟรดกล่าวออกมา ของที่ว่าก็คือสมบัติที่ลูอิสเอามาจากสุสานมัมมี่และตกลงกันไว้ว่าจะเอามาขายในวันนี้ ซึ่งพ่อบ้านเฟรดได้ขนมันมาร่วงหน้าแล้ว พ่อบ้านเฟรดต้องไปจัดการพวกมันเปลี่ยนเป็นเงินเบล

ลูอิสพยักหน้าอนุญาตก่อนจะพูดว่า “หลังจากเสร็จแล้วก็อย่าลืมขึ้นไปที่ชั้นสามละ”

“ขอรับ” พ่อบ้านเฟรดตอบรับ ก่อนจะแยกตัวออกไป

ส่วนที่เหลือทั้งสี่คน พวกเขาก็จ่ายเงินค่าเข้าและขึ้นไปที่การประมูลชั้นสาม หลังจากเดินเข้ามาด้านในห้องประมูลก็มีเห็นว่ามีคนมากกว่า 300 คนรวมตัวกันอยู่ในห้อง ที่นั่งในชั้น 3 นี้แบ่งออกเป็นชั้นปกติและชั้นลอย ซึ่งชั้นลอยนั้นถูกจับจองไปหมดแล้ว

“ท่านลูอิสบนชั้นลอยมีคนที่มีระดับพลังสูง ๆ อยู่ด้วย” เจียน่ากระซิบกับเขา

“อืมน่าจะเป็นผู้ครองพลัง” ลูอิสเลือกจะทำเป็นไม่สนใจพวกเขา ยังไงซะมันก็ไม่แปลกที่งานประมูลใหญ่ ๆ จะมีผู้ครองพลังเข้าร่วมด้วย ลูอิสและพวกเดินไปนั่งยังที่วางตรงด้านหลังมุมขวา ซึ่งด้านหน้าพวกเขาเป็นเวทีประมูลที่มีผู้บรรยายทางด้านขวามือและตรงกลางเป็นที่ไว้โชว์สินค้า

‘หืม...มีคนกำลังจ้องมองฉัน’ ลูอิสสัมผัสถึงสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารคู่นั้นได้อย่างชัดเจน

...

‘มัน...เป็นมันไม่ผิดแน่’ มาลก้าที่นั่งอยู่บนชั้นลอยมองเด็กน้อยคนหนึ่งที่อยู่ด้านล่าง มือทั้งสองกำแน่นด้วยความโกรธแค้น เขายังคงเจ็บที่หน้าอกอยู่ แม้บาดแผลจะหายดีแล้วก็ตาม

“เกิดอะไรขึ้น” ลีวิสที่จิบเครื่องดื่มและกำลังหยิบผลไม้มากินก็สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของมาลก้า

“มันคือเด็กที่มีพลังของผู้ครองพลังที่ผมเล่าให้ฟัง” มาลก้าชี้ให้อาจารย์ของตนเองดู

“โอ้ เด็กนั้นอย่างนั้นเหรอ เอ๊ะ...จ้องมาทางนี้หรือแค่บังเอิญ แต่ดูแล้วก็เหมือนเด็กทั่วไปจริง ๆ” ลีวิสจับไปที่คางตัวเองและครุ่นคิดด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ท่านอาจารย์มันไม่ใช่เด็กธรรมดาแน่นอน ท่านอย่าไปหลงกลมันเด็ดขาด” มาลก้าพูดด้วยความร้อนใจ

“ใจเย็น ๆ ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าดูเหมือนเด็กทั่วไปแล้วจะเป็นเด็กทั่วไป” ลีวิสหรี่ตามอง

“ท่านอาจารย์หมายความว่ายัง?”

“การทำตัวเป็นปกติเด็กปกติกับเป็นเด็กปกตินั้นมันต่างกัน เป็นเด็กนั้นหรอกได้แต่พวกคนทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ไม่มีทางหลอกสายตาฉันได้หรอก” ลีวิสเผยรอยยิ้มออกมา

“ถ้าอย่างนั้น...” มาลก้าถามด้วยสายตาเป็นประกาย

“ไม่ ยังก่อน อย่าลืมเป้าหมายในการประมูลครั้งนี้ นอกจากนั้นผู้ครองพลังอิสระคนอื่น ๆ ด้วยแล้วยังมีคนของขุนนางอื่น ๆ อีก โดยเฉพาะเจ้านั่น ตอนนี้จึงยังไม่ใช่เวลาลงมือที่ดี ไว้จัดการเรื่องของชิ้นนั้นเสร็จค่อยทำตามที่คุยกันไว้” ลีวิสพูดแต่ไม่ได้หันไป ซึ่งคนที่เขาพูดถึงนั้นก็คือผู้พิทักษ์รีดินที่มาพร้อมกับอีกสองผู้ครองพลัง

“ผมเข้าใจแล้วท่านอาจารย์” มาลก้าตอบ ชายหนุ่มรู้ว่าแม้จะไม่มีบารอนหรือไวเคานต์มา แต่ทุกคนก็ส่งตัวแทนของตนเองมา อีกทั้งในตอนนี้ยังมีผู้ครองพลังอิสระแฝงตัวอยู่หลายคน ไม่มีใครต้องการให้เกิดความวุ่นวายแน่นอน

...

“นั้นนะเหรอผู้ครองพลังที่ทำงานกับบารอนเมสัน ฉันควรไปทักทายเขาสักหน่อยไหม” ออสก้าที่นั่งข้าง ๆ รีดินถามด้วยท่าทางจริงบ้างเล่นบ้าง

รีดินขมวดคิ้วกับท่าทางของออสก้า ก่อนจะพูดเตือนว่า “อย่าได้ดูถูกผู้เผาผลาญเด็ดขาด ถ้านายไปหาเรื่องเขา นายได้ตายแน่นอน”

“เอาน่า...ฉันไม่ได้โง่ไปมีเรื่องกับผู้เผาผลาญที่ได้ชื่อว่าเป็นสายที่มีพลังโจมตีร้ายกาจที่สุดหรอก แต่ว่าก็แค่สนใจเหมือนกัน ไม่คิดว่าบารอนเมสันจะดึงดูดผู้ครองพลังระดับ 2 ดาวไว้ได้ แบบนี้ตำแหน่งนายจะสั่นคลอนหรือเปล่า ถ้าไวเคานต์คาริสสนใจยื่นข้อเสนอให้ชายคนนั้นมาทำงานด้วย” ออสก้ากล่าวพร้อมกับยิ้มไปด้วย

“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องนี้ไว้ให้ไวเคานต์คาริสตัดสินใจเอง เราทำหน้าที่ของตนเองก็พอ อย่าให้ใครก่อปัญหาในการประมูลได้ โดยเฉพาะพวกผู้ครองพลังอิสระ”

“แล้วหลังจากจบการประมูลละ จะลงมือไหม” ออสก้าถาม

“นั้นก็เป็นงาน ยังไงก็ต้องทำ” รีดินตอบด้วยใบหน้าตายด้าน

“ฮี่ ๆ แบบนี้สิถึงจะสนุก” แววตาของออสก้าเป็นประกายที่หลังจากนี้จะมีเรื่องสนุกให้ทำ แต่พอหันไปมองชายอีกคนก็ถามขึ้นมา “เฮ้ ไลกิ้น นายไม่สนใจพูดกับพวกเราบ้างหรือไง”

“เชิญตามสบาย ฉันมีหน้าที่รักษาพวกนายเท่านั้น ตอนนี้อย่าพึ่งมารบกวนฉัน” ไลกิ้นมองไปที่ชั้นล่าง สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กสาวผมดำที่แต่งตัวด้วยชุดสีน้ำเงินด้วยท่าทางหลงใหล

“นายชอบเด็กสาวนั้นเหรอ ให้ฉันไปจีบให้เอาไหม” ออสก้ายิ้มมุมปาก

ไลกิ้นหันมามองด้วยแววตาเย็นชาโดยไม่ได้พูดอะไร

“เออ..นายยังโกรธที่ฉันแย่งสาวคนก่อนอย่างนั้นเหรอ ตามใจแล้วกัน ฉันจะไม่ยุ่งกับเด็กคนนั้นก็ได้” ออสก้าพูดด้วยรอยยิ้มเจือน ๆ แต่เขาก็รู้สึกสนใจเด็กสาวน่ารักคนนั้นแล้วเหมือนกัน

ไลกิ้นได้ยินก็ไม่สนใจออสก้าและหันมามองเด็กสาวคนนั้นต่อ

...

‘เป็นมันจริง ๆ ด้วย แต่ใครกันที่อยู่ข้าง ๆ หรือว่าเป็นผู้ครองพลังคนของบารอนเมสัน’ ลูอิสหรี่ตามองมาลก้าและหันไปสนใจคนที่อยู่ข้าง ๆ เขารับรู้ได้ทันทีว่าชายคนนั้นต้องแข็งแกร่งแน่นอน

‘ไว้เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เอง ตอนนี้ที่นี่มีแต่ผู้ครองพลังเต็มไปหมด ถ้าเคลื่อนไหวอะไรก็คงไม่เข้าท่า’ เด็กน้อยลูอิสดึงสายตากลับ

“ท่านลูอิสงานประมูลเริ่มขึ้นแล้วค่ะ” เจียน่าเรียกเขา

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด