ตอนที่แล้วตอนที่ 53 หินพลังอัศวินและผู้เผาผลาญลีวิส(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 55 จัดเต็มปิดร้านเที่ยว(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 54 นับสมบัติ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 54 นับสมบัติ

เคล้ง!

“อือ...หาว เกิด...อะไรขึ้นกัน!” ลูอิสที่นอนอยู่บนที่นอนโดยที่เท้าของเขากำลังก่ายหน้าผากของตัวเองอยู่รู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากที่มีเสียงของบางสิ่งตกลงพื้นและตามมาด้วยใครบางคนวิ่งไปทั่วทั้งร้านรุ่งอรุณ

ลูอิสลุกขึ้นมาขณะที่กำลังหลับตา เขาลืมตาปรือก็จะใช้มือบังดวงตา เพราะแสงที่รอดผ่านม่านหน้าต่างบาง ๆ เข้ามาทำเอาเขาแสบตา ลูอิสเช็ดคราบน้ำลายที่แก้มตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นบนที่นอนและเดินเพื่อจะไปล้างหน้า แต่เขาลืมไปว่าตัวเองนั้นเป็นเด็กทารกอยู่ เขาไม่ได้อยู่ในโลกเก่าแล้ว พอก้าวขาออกไปก็หล่นตุบลงไปที่ปลายเตียงทันที

“บ้าจริง! ลืมไปว่าขาสั้น หาว...” ลูอิสลุกขึ้นมา ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำปีนขึ้นไปที่ล้างหน้าและเช็ดหน้าตัวเอง

...

เวลา 12.00 น. หลังจากนอนเอาแรงแล้ว เพราะกลับมาก็เช้าแล้วทุกคนก็มารวมตัวกันที่ชั้นแรกของร้านรุ่งอรุณ

ลูอิส เจียน่า และอาร์มันโด้ทั้งสามนั่งอยู่ฝ่ายเดียวกัน ส่วนอีกฝั่งนั้นมีเบลล่าและพ่อบ้านเฟรดที่กำลังมองพวกเขาสลับกับกองสมบัติตรงกลาง

เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนหน้า หลังจากเบลล่าตื่นมาเธอจะมาเก็บกวาดร้านชั้นแรกทุกวัน แต่พอเจอเข้ากับห่อผ้าที่ทำจากเสื้อของอาร์มันโด้ หญิงสาวจึงคิดว่าอาร์มันโด้มาทอดทิ้งไว้และจะเอาไปซัก แต่พอเปิดออกก็ต้องตกใจที่เห็นเงินเบลและสร้อยและเครื่องประดับจำนวนมากเธอจึงตกใจทำของหล่น

ส่วนคนที่เห็นต่อมาคือพ่อบ้านเฟรด แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากนัก เพราะเขาคือพ่อบ้านของขุนนางมาก่อนจึงเคยเห็นสมบัติมามาก แต่ก็ยังมีสีหน้าแปลกใจเหมือนกัน

“จะบอกว่าของพวกนี้คือของที่ได้จากสุสานมัมมี่อย่างนั้นเหรอ” เบลล่าถามอาร์มันโด้ ขณะที่เธอก็หยิบจับของชิ้นนั้นทีชิ้นนี้ทีด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

“ใช่แล้ว...เมื่อคืนพวกเราสามคนไปเจอสุสานมัมมี่มา...” อาร์มันโด้เล่าเรื่องการต่อสู้กับมัมมี่ให้เบลล่าและพ่อบ้านเฟรดฟังด้วยความกระตือรือร้น

แต่พอฟังมาถึงเรื่องของหินพลังอัศวิน พ่อบ้านเฟรดถึงตกใจจริง ๆ แล้ว เขารู้คุณค่าของหินพลังอัศวินดี การที่มีกองกำลังระดับครึ่งดาวนับสิบนั้นถือว่ามีค่ามากกว่าทหารนับร้อยซะอีก

พวกเขาสิบคนร่วมมือกันจัดการมนุษย์ธรรมดาร้อยคนได้สบาย และขอแค่ประกาศออกไปว่าต้องการคนติดตามแลกกับการให้หินพลังอัศวิน ต้องมีคนแย่งกันสมัครแน่นอน

ในโลกนี้พลังคือทุกสิ่ง ถ้าแข็งแกร่งกว่าโอกาสรอดก็มากกว่าอยู่แล้ว แถมโอกาสในการได้หินพลังอัศวินนั้นยิ่งยากเขาไปอีก เพราะพวกมีอำนาจมักผูกขาดพวกมัน

“นายท่านลูอิส หินพลังอัศวินพวกนี้ท่านคิดจะทำยังไงกับพวกมัน” พ่อบ้านเฟรดถามเขา

ลูอิสมองไปที่พ่อบ้านเฟรดและยิ้มออกมา เขาพอจะเข้าใจความคิดของพ่อบ้านเฟรดอยู่เหมือนกัน จึงไม่ได้ตอบคำถามแต่เลือกจะขอความคิดเห็นแทน

“พ่อบ้านคิดว่าควรจะทำยังไงกับหินพลังอัศวินพวกนี้ดี”

“นายท่านลูอิสถ้าต้องการฟื้นตระกูลขึ้นมาใหม่หินพลังอัศวินพวกนี้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ท่านแอนเดรียวางแผนไว้ว่าการจะฟื้นฟูตระกูลแกริคนั้นจะต้องมีสองสิ่งหนึ่งคือทรัพย์สินและสองคือกำลังคน การรวบรวมทรัพย์สินสามารถเริ่มจากให้ตระกูลแกริคเป็นตระกูลการค้าไปก่อนก็ได้ แต่กำลังคนนั้นยังเป็นปัญหาแน่นอน เพราะจะหาคนเก่ง ๆ มาเข้ารวมนั้นยาก แต่พอมีหินพลังอัศวินพวกนี้ก็มากพอจะให้พวกนักล่าที่อยากได้หินพลังอัศวินต้องวิ่งเข้ามารับใช้ตระกูลแกริคแน่นอน ถึงตอนนั้นพอมีกำลังคนการจะทำให้ตระกูลแกริคยืนในเมืองเอลดิลได้อย่างมั่นคงและเราก็แค่รอให้เมืองขยายไปเรื่อย ๆ จนอาจจะรองรับอำนาจขุนนางเพิ่มได้อีกสักคน ท่านก็อาจจะเป็นบารอนอีกคนของเมืองเอลดิลได้” พ่อบ้านเฟรดอธิบาย

“อืม...ฉันพอเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เก็บมันไว้ก่อนแล้วกัน” ลูอิสเข้าใจแผนของแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรดแล้ว

ที่จริงแล้วเรื่องการฟื้นฟูตระกูลแกริคนั้นเขาไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ เพราะเขาก็ไม่ได้ยึดติดกับคำว่าขุนนางหรือตระกูลฉันต้องมีอำนาจอะไรแบบนี้ ถ้าไม่มีเรื่องกับมาลก้า ลูอิสคิดว่าการที่ตัวเองอยู่เงียบ ๆ และคอยบริหารร้านรุ่งอรุณ ออกไปล่าสมบัติจากพวกอันเดด แล้วก็เก็บพลังงานศรัทธาจากสถานพยาบาล ค่อยแข็งแกร่งไปเงียบ ๆ จะดีกว่า โดยไม่ต้องไปมีปัญหากับใคร

แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เขาเชื่อว่าทางมาลก้าก็คงไม่รอปล่อยเขาไปแน่นอน และลูอิสก็ไม่ปล่อยให้มาลก้าหลบอยู่ในคฤหาสน์เมสันไปตลอดแน่นอน ‘ขอแค่ไปถึงเลเวล 20 เท่านั้น ถึงตอนนั้นจะมีตระกูลขุนนางหายไปหนึ่งและให้ตระกูลแกริคไปแทนก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นไปได้ แผนนี้จะเร็วกว่าที่พ่อบ้านเฟรดบอกอย่างแน่นอน’

“แล้วของพวกนี้จะทำยังไงกันต่อดี” เบลล่าถาม “เพราะถ้าไม่รวมหินพลังอัศวินแล้ว พวกเครื่องประดับถ้าตีราคาของมันก็คงจะมีมูลค่าไม่น้อยเลยเช่นกัน”

“ที่จริงอีก 7 วันจะมีงานประมูลขึ้น ซึ่งในช่วงนี้พวกนักล่าจะเอาของที่หาได้ออกไปปล่อย ถ้าเราใช้ช่วงนี้ก็จะไม่เป็นที่สังเกตมานัก” พ่อบ้านเฟรดพูดออกมา

“ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยเอาไปปล่อยช่วงนั้นงานประมูลก็แล้วกัน แต่ว่าไหน ๆ ของพวกนี้ก็มีเยอะแล้ว ทุกคนเลือกไปคนละชิ้นแล้วกัน” ลูอิสเอาสร้อยคอของมัมมี่บอสออกมาจากกองสมบัติเป็นคนแรก สร้อยทองคำเส้นนี้คือสิ่งที่มัมมี่บอสใส่หลังจากลูอิสฆ่ามัมมี่บอส เขาก็เก็บสร้อยกลับมาด้วย

ไม่ใช่ว่าเขาหลงใหลในทองคำ แต่ว่าเขาสนใจผลเอฟเฟคพิเศษที่ระบบอ่านได้จากสร้อยเส้นนี้ต่างหาก

[สร้อยทองคำมัมมี่บอส ระดับต่ำ] สร้อยที่สร้างมาจากทองทำ ถูกสวมใส่โดยมัมมี่ระดับบอสพื้นที่

เพิ่มความทนทาน 5% เพิ่มพลังชีวิต 5%

‘การแสดงผลสร้อยนี้คล้ายกับไอเทมจากระบบ แม้จะเคยได้ยินว่าในโลกนี้มีพิเศษแบบนี้อยู่เหมือนกัน พอมาเห็นเองถึงจะเข้าใจ ไม่ใช่แค่ระบบที่มีไอเทมที่มีผลพิเศษ แต่โลกใบนี้ก็มีของที่คล้าย ๆ ในระบบเช่นกัน’ ลูอิสลองสวมใส่ดูทันที

‘อืมให้ผลเหมือนไอเทม ถ้าอย่างนั้นการเพิ่มความทนทาน 5% และการเพิ่มพลังชีวิต 5% ถ้าลองคำนวณจากค่าสถานะของฉันตอนนี้แล้วก็จะเท่ากับว่า ค่าความทนทานเพิ่มมา 1.7 จุด ส่วนพลังชีวิตเพิ่มมาเป็น 4.7 จุด ถึงจะไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลยละนะ’

หลังจากลูอิสตัดสินใจสวมใส่สร้อยแล้ว ทางด้านคนอื่น ๆ ก็เลือกของตัวเองเช่นกัน โดยเจียน่าเลือกต่างหูคู่หนึ่ง เบลล่านั้นเลือกสร้อย ส่วนอาร์มันโด้นั้นแน่นอนว่าเลือกแหวนที่มีทับทิมติดอยู่ จากนั้นก็มอบมันให้เบลล่า ส่วนพ่อบ้านเฟรดนั้นเขากลับเลือกเอาแหวนเงินไปวงเดียว

ซึ่งนับเป็นของที่มีราคาน้อยสุด การที่พ่อบ้านเฟรดเลือกแบบนี้เพราะต้องการรักษาน้ำใจการให้ของจากลูอิสเท่านั้น เพราะในฐานะพ่อบ้านเขารู้ว่าของตรงหน้าคือทรัพย์สินสำคัญในการฟื้นฟูตระกูลแกริค เขาจึงไม่เลือกจะเอาสมบัติราคาแพงไป แต่จะให้ปฏิเสธก็เป็นการหักหน้าลูอิสที่เอ่ยปากมอบของขวัญแล้ว ดังนั้นพ่อบ้านเฟรดจึงเลือกของไม่มีราคามาเท่านั้น

แน่นอนว่าลูอิสก็พอจะมองออกแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ทำให้เขาเริ่มมั่นใจว่าควรจะมอบสิ่งนั้นให้กับพ่อบ้านเฟรด ถึงอย่างนั้นลูอิสก็สงสัยอยู่เรื่องหนึ่งว่าทำไมค่าพลังงานศรัทธาของพ่อบ้านเฟรดถึงไม่ยอมขึ้นไป 100 สักที แต่ค้างอยู่ที่ 97 แบบนี้ เขาเดาว่าบางทีพ่อบ้านเฟรดยังมีเรื่องติดอยู่ในใจอยู่

‘คงต้องรอให้แต่เขาเล่าออกมาเอง’ ทารกน้อยลูอิสให้หางตามองพ่อบ้านเฟรดที่กำลังนับสมบัติอื่น ๆ อยู่

ในตอนนั้นเองเจียน่าก็หันมาพูดกับเขาว่า “ได้ของมากมายเลย แบบนี้ท่านลูอิสคิดจะไปล่าอันเดดแบบมัมมี่อีกหรือเปล่าคะ”

“ถ้ามีโอกาสคงไป แต่ฉันสนใจเรื่องของการประมูลมากกว่า แล้วก็อันเดดแบบมัมมี่ที่พวกเราเจอไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนบ้าง”

“บางทีพวกคนที่คอยประกาศภารกิจให้นักล่าอาจจะมีข้อมูลพวกนี้”

“อืม แต่จริง ๆ มันก็ยังมีที่หนึ่ง ที่ทะเลสาบนั้น” ลูอิสพูดและมองเจียน่าด้วย

เด็กสาวได้ยินก็แม้ริมฝีปากอย่างกังวลใจ เธอว่าลูอิสหมายถึงที่ไหน ทะเลสาบที่มีอันเดดนักรบโครงกระดูกอยู่ สถานที่เธอเสียพ่อไปและเจอกับลูอิส นายหญิงแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรดที่นั่นด้วย

“แต่ที่นั่นไกลมาก...” เจียน่าพูดเสียงเบา ๆ

“ไม่อยากจะไปแก้แค้นอย่างนั้นเหรอ” ลูอิสถามเด็กสาว

“ยากค่ะ...ฉันอยากแก้แค้น” เจียน่าตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่ในน้ำเสียงก็มีความกังวลอยู่

“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนั้น หลังจากจบการประมูลเราไปจัดการนักรบโครงกระดูกนั้นกัน” ลูอิสพูดตัดบทเจียน่าในทันที เขาพอจะเข้าใจเจียน่าได้ แม้จะแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ความกลัวก็คือความกลัว มันต่างออกไป ในตอนนั้นเธอต้องเห็นพ่อตายต่อหน้าต่อตา ส่วนตัวเองนั้นต้องวิ่งหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอด ไม่มีโอกาสแม้แต่โอกาสเอาศพของพ่อไปฝัง

ในตอนกลางคืนบ่อยครั้งลูอิสจะได้ยินเสียงเจียน่าละเมอด้วยความหวาดกลัวหรือไม่ก็ละเมอร้องไห้ออกมา ในทุกครั้งเธอมักจะพูดถึงพ่อเธอแล้วก็มีสีหน้าเศร้าสลดออกมา บางทีสิ่งนี้อาจจะเป็นแผลใจของเจียน่า

ลูอิสเลือกจะให้เธอได้มีโอกาสทำให้แผลใจนี้หายไป เขาเชื่อว่าเจียน่าจะเป็นลูกน้องที่มีค่าที่สุดของเขา ดังนั้นเขาต้องพาเธอไปสะสางเรื่องของพ่อให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม

หลังจากผ่านไปสักพักในที่สุดก็ได้ขอสรุปของสมบัติที่พวกเขาสามคนเอากลับมา

มีเครื่องประดับจำพวกสร้อย 10 เส้น แหวน 7 วง พวกอัญมณี เพชร ทับทิมรวม ๆ กันอีกจำนวนหนึ่ง ของส่วนนี้ตีราคาแล้วประมาณ 50,000 เบลและยังมีเงินเบลอีก 25,000 เบล ซึ่งสรุปแล้วพวกเขาได้เงินจากสมบัติของมัมมี่ถึง 75,000 เบลเลยทีเดียว

นี่ยังไม่รวมของที่ทุกคนเอาไปคนละชิ้น สร้อยทองคำมัมมี่บอส ระดับต่ำและหินพลังอัศวินด้วย ซึ่งมูลค่านี้มากกว่าที่นักล่าระดับครึ่งดาวหลายสิบคนจะรวบรวมมาได้ตลอดทั้งปีซะอีก แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะเข้าไปจัดการมัมมี่บอสและมัมมี่องครักษ์และเอาของพวกนี้ออกมาได้

อย่างน้อยต้องเป็นระดับผู้ครองพลังระดับ 1 ดาวสักสามคนถึงจะมีโอกาสในการเอาชนะมัมมี่บอสได้ ซึ่งในเมืองเอลดิลนั้นมีแค่ไวเคานต์คาริสที่มีกองกำลังระดับนี้เท่านั้นที่ทำได้

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะไม่มีนักล่าคนอื่น ๆ เข้าไปวุ่นวายกับพวกมัมมี่เหล่านี้ เพราะถ้าระดับนักล่าครึ่งดาวไปมีแต่จะไปตายที่สุสานและเป็นการเติมเต็มสมบัติให้มัมมี่ไปในตัวเท่านั้น

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด