ตอนที่แล้วตอนที่ 52 เสี่ยงตายสังหารมัมมี่บอส(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 54 นับสมบัติ(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 53 หินพลังอัศวินและผู้เผาผลาญลีวิส(อ่านฟรี)


ตอนที่ 53 หินพลังอัศวินและผู้เผาผลาญลีวิส

“หินพลังอัศวิน” ลูอิสพูดออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันออกมาดู แม้จะรู้เรื่องของหินที่มอบความสามารถให้พวกนักล่าได้มีพลังระดับครึ่งดาวแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมัน

“ท่านลูอิสลองดูกล่องเล็ก ๆ อันอื่นอีกไหม” อาร์มันโด้เร่งให้ลูอิสเปิดกล่องใบอื่นดูอย่างลุ้น ๆ

“อืม ช่วยกันเปิดดูมันแล้วกัน”

หลังจากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันเปิดดูกล่องใบเล็ก ๆ ที่อยู่ในกล่องใหญ่อีก 9 ใบ ซึ่งทั้งเก้าใบก็มีหินพลังอัศวินเหมือนกับกล่องแรกทั้งหมด โดยแต่ละกล่องจะมีหินพลังอัศวิน 1 ชิ้น

“มีหินพลังมากถึง 10 ก้อน นี่มันบ้ามาก ๆ” อาร์มันโด้พึมพำออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“พ่อเคยเล่าว่าหินแต่ละก้อนนั้นแพงมาก” เจียน่าหยิบหินขึ้นมามองอย่างสนใจ แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะได้มัน เพราะในตอนนี้พลังที่เธอมีนั้นน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าหินพวกนี้ซะอีกและที่เธอดูก็แค่อยากรู้ว่ามันทำเงินได้เท่าไหร่กัน

“แพงมาก หินพวกนี้มีราคาขั้นต่ำก็มากกว่า 10,000 เบลแล้ว ยิ่งถ้ามีเยอะแบบนี้แล้วเอาไปขายรับรองได้เลยว่าราคาของมันจะกระโดดไปมากกว่านี้อีก แต่ว่าที่น่าเหลือเชื่อมากกว่านั้นคือ ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่แล้วฮอร์เก้เป็นใครกันแน่” อาร์มันโด้เหลือบไปมองศพของฮอร์เก้

ตอนนี้พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าฮอร์เก้จะเป็นพ่อค้าแบบที่คิดแล้วหรือเปล่า

“เขาเป็นคนของบารอนเมสัน” ลูอิสหยิบกล่องใบเล็กขึ้นมา “สังเกตดูดี ๆ ที่ตัวกล่องมันมีสัญลักษณ์ของตระกูลเมสันอยู่”

เจียน่าและอาร์มันโด้รีบหยิบกล่องใบเล็กมาสำรวจดูดี ๆ

“จริงด้วย มือกำใบดาบ และด้ามจับกับปลายดาบมีสายลงไปเป็นตาชั่ง” เด็กกล่าวออกมา

“นี่มันสัญลักษณ์ของตระกูลเมสันจริง ๆ ด้วย” อาร์มันโด้ยืนยันอีกเสียง ก่อนจะกล่าวต่อ “ไม่สิควรจะเป็นแบบนั้น การที่มีหินพลังอัศวินได้มากแบบนี้ก็มีแต่ตระกูลขุนนางเท่านั้นที่มีกำลังพอจะรวบรวมพวกมัน”

“ดูเหมือนของพวกนี้จะเป็นของตระกูลเมสัน บางทีอาจจะซื้อมาจากเมืองอื่น ๆ แล้วบารอนเมสันคงส่งคนพวกนี้ไปเอามันมาที่เมืองเอลดิลละมั้ง ส่วนฮอร์เก้คงเป็นคนของตระกูลเมสัน ถ้าอย่างนั้นก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเลือกจะไม่บอกพวกเราและอ้างว่ามาช่วยคนเท่านั้น เพราะถ้ามีคนรู้ว่าสิ่งที่เขาตามหานั้นเป็นหินพลังอัศวินคงโดนฆ่าตายแน่นอน” ทารกน้อยลูอิสวางหินพลังอัศวินกลับไปในกล่อง

“ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไงกับพวกมัน ผมแนะนำว่าเราไม่ควรจะคืนพวกมัน” อาร์มันโด้แนะนำ

“แน่นอนในเมื่อมันอยู่ในมือฉันแล้วก็ไม่มีทางที่พวกนั้นจะได้มันไปแน่นอน” ลูอิสพูดแบบยิ้ม ๆ เขากำลังนึกภาพที่คนพวกนั้นรู้ว่าของหินพลังอัศวินของพวกมันหายไป สีหน้าพวกนั้นคงทั้งโกรธและไม่รู้จะไปหาที่ไหนแน่นอน

“ท่านลูอิสเหมือนชั้นใต้ดินนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน” เจียน่ามองไปรอบ ๆ ตอนนี้เหมือนทั้งชั้นใต้ดินกำลังใกล้ถล่มลงมาแล้ว

“อืม เลิกขุดแล้วก็กลับกันเถอะ” ลูอิสเก็บกล่องที่มีหินพลังอัศวินเข้าไปในช่องเก็บของผู้เล่น ส่วนอาร์มันโด้และเจียน่าก็ช่วยกันหอบเขาสมบัติที่ขุดขึ้นมาได้เก็บลงไปผ้าที่ทำมาจากเสื้อของอาร์มันโด้มันตัวใหญ่พอที่จะห่อทุกอย่างและแบกกลับได้ ลูอิสไม่ได้เก็บพวกมันเข้าช่องเก็บของผู้เล่นเพราะช่องเก็บของเขาไม่พอ

เจียน่าสลายการอัญเชิญของหมีกริซลี่และอีกาดำ จากนั้นลูอิสพาเจียน่าและอาร์มันโด้วาร์ปออกมาจากชั้นใต้ดิน ทันทีที่พวกเขาทั้งสามออกมาจากตึกได้ ตึกทั้งหลังที่เก่าทรุดโทรมมาหลายร้อยปี ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะฐานรากชั้นใต้ดินเสียหายหนัก จนมันไม่อาจจะทานรับน้ำหนักไว้อีกก็เริ่มถล่มลงมา

ลูอิส เจียน่าและอาร์มันโด้ยืนห่างมากเกือบ 200 เมตรกำลังมองตึกที่ถล่มลง หลังจากตึกถล่มลงไปกลบฝังทุกอย่างก็เผยให้เห็นแสงตะวันของเช้าวันใหม่โผล่ขึ้นมาหลังตึกถล่มลงไปแล้ว

“เช้าแล้ว” เจียน่าก้มหน้าบอกกับเขา

“อืม” ลูอิสพยักหน้าตอบ ก่อนจะรีบวาร์ปพาทุกคนกลับก่อนที่แสงของวันใหม่จะสาดส่องไปถึงเมืองเอลดิล

...

ภายใต้ดินชั้นที่ถล่มลงมา

ซากศพของฮอร์เก้ที่แห้งตายและกระดูกทั้งร่างโดนบิดหักก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับศพ มือเท้าของศพฮอร์เก้เริ่มมีเล็บงอกยาว ปากเต็มไปด้วยฟันแหลมคม ผิวกลายเป็นสีเทาแห้ง ก่อนที่ศพของฮอร์เก้จะลืมตาขึ้นมาภายใต้ซากทับถมของตึก

จากนั้นก็ศพที่พึ่งฟื้นก็คลานออกจากซากตึกที่ทับถมไปที่ซากมัมมี่องครักษ์ที่ตายไปแล้ว มือที่ขยับอย่างแปลก ๆ เพราะกระดูกทั้งตัวหักไปแล้วคว้าไปที่แขนขององครักษ์มัมมี่ จากนั้นก็ลากเข้ามาหาตัวเอง ก่อนจะเปิดปากฉีกกว้างและยัดเอาแขนทั้งแขนที่มีเศษผ้าพันแผลขององครักษ์มัมมี่เข้าไป

แต่เหมือนว่ายิ่งกินก็ยิ่งหิวโหย ลิ้นยาว ๆ ของมันตวัดไปมา ก่อนจะเริ่มเขมือบศพของมัมมี่องครักษ์นั้นต่อ

...

ภายในห้องรับแขกที่ของคฤหาสน์ตระกูลเมสัน

“ท่านลีวิสท่านเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้อีก ถ้าอย่างนั้นเรื่องในจดหมายที่ท่านบอกว่าเป็นผู้เผาผลาญสองดาวแล้ว มันจริงใช่หรือไม่” บารอนเมสันพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“แน่นอน ตอนนี้เป็นระดับ 2 ดาวแล้วจริง ส่วนที่กลับมาเร็วนั้น เพราะอีกไม่นานก็จะมีการประมูลประจำเมืองเอลดิลแล้วก็เลยกลับมาไว้หน่อย” ลีวิสพูดท่าทีสบาย ๆ

ท่าทีของลีวิสนั้นเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก เพราะเมื่อก่อนเขาต้องเกรงใจบารอนเมสันอยู่บ้าง ๆ แต่ในตอนนี้เขากลับแสงออกมาว่าตนเองนั้นมีสถานะสูงกว่าบารอนเมสันเล็กน้อย แม้บารอนเมสันจะสังเกตเห็น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ว่าตนเองนั้นต้องพึ่งพาลีวิสแล้ว

“อืม จริงสินี่คือขวัญแสดงความยินดีในการเป็นผู้เผาผลาญระดับสองดาว” บารอนเมสันกล่าวพ่อบ้านอาร์เดินเข้ามาพร้อมกับวางกล่องเครื่องประดับเบื้องหน้าของทั้งสองคนและเปิดฝาออก เผยให้เห็นสร้อยเส้นหนึ่ง

“สร้อยเส้นนี้เห็นว่ามีนักล่ามาขายมันในเมืองเอลดิล คงจะเป็นของที่เจอในซากเมืองพวกนั้น เป็นสร้อยที่สวยมาก แถมยังมีความสามารถแปลก ๆ ในการปลดปล่อยความเย็นออกมาด้วย พอรู้เรื่องเข้าฉันก็ให้คนไปซื้อพวกมันมาทันที ท่านลีวิสลองดูได้เลยว่าชอบมันหรือเปล่า” บารอนเมสันอธิบายให้ลีวิสฟัง

“โอ้ ดูเหมือนของขวัญของท่านเมสันจะน่าสนใจจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี” ลีวิสมองไปที่สร้อยด้วยความสนใจ แม้จะเคยได้ยินว่าในโลกนี้มีพวกวัตถุโบราณที่มีพลังแปลก ๆ มากมาย แต่นี่คือครั้งแรกที่ลีวิสได้เห็น ดังนั้นเขาจึงยินดีมากที่จะได้ครอบครองมัน

“ท่านบารอนมอบของขวัญให้ แม้จะเป็นของขวัญแสดงความยินดี แต่ยังไงก็ต้องตอบแทนน้ำใจ ถ้ามีเรื่องอะไรที่สามารถให้ช่วยก็สามารถบอกได้เลย”

“แน่นอน” บารอนเมสันเหมือนรอคำพูดนี้ของลีวิสอยู่ ในเมื่อลีวิสที่เป็นระดับ 2 ดาวยินดีช่วยเหลือทำให้ขุมอำนาจของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าไวเคานต์คาริสเลย ‘หลังจากนี้แกจะกดหัวฉันไม่ได้อีก’ บารอนเมสันยิ้มเยาะในใจ

ทั้งสองพูดคุยกันต่อด้วยอีกสักพัก จนกระทั่งในที่สุดลีวิสก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “ที่นี่มีสถานที่ฝึกฝนเงียบ ๆ หรือไม่”

“สถานที่ฝึกแต่ท่านลีวิสต้องการมันไปทำไม” บารอนเมสันถามอย่างสงสัย

“ถึงจะเลื่อนเป็นระดับ 2 ดาวแล้ว แต่การดูดซับในหินพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นยังไม่หมด ดังนั้นจึงต้องมีที่เงียบ ๆ ในการดูดซับพลังงานหน่อย”

“อืม ถ้าอย่างนั้นจะให้คนเตรียมโรงฝึกไว้และจะไม่มีใครไปรบกวนท่านลีวิสแน่นอน” บารอนเมสันกล่าว และหันไปกำชับให้พ่อบ้านอาร์คอยจัดการเรื่องนี้ให้กับลีวิส

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณท่านบารอนมาก” ลีวิสตอบกลับ

“จริงสิได้ข่าวว่ามาลก้าบาดเจ็บอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่ แต่เรื่องนี้คงไม่ต้องรบกวนท่านลีวิส เพราะยังไงคนที่ทำก็ต้องได้รับโทษของมัน”

“อย่างนั้นเหรอ แต่ยังไงก็คงต้องไปหามาลก้าสักหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้พ่อบ้านอาร์พาท่านไปหามาลก้าก็แล้วกัน เขาคงจะดีใจที่เจอท่าน” บารอนเมสันให้พ่อบ้านอาร์พาลีวิสไปหามาลก้า

หลังจากลีวิสออกไป สีหน้าที่ยิ้มแย้มของบารอนเมสันก็หายไปกลับมามีท่าทีจริงจังเหมือนเช่นเคย

...

“ท่านอาจารย์” มาลก้าที่เห็นว่าลีวิสมาหาตนก็รีบลุกทำความเคารพทันที

“เป็นยังไงบ้าง ได้ยินว่าโดนทำร้ายมา” ลีวิสเดินเข้ามาหาและถามมาลก้าด้วยความเป็นห่วง

“บาดแผลไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ว่าผมยังไม่ได้จัดการพวกมัน ถ้าท่านอาจารย์มาแล้วช่วยผมจัดการพวกมันได้หรือเปล่า รับรองว่าเรื่องนี้ท่านอาจารย์จะไม่ลงมือเสียเที่ยวอย่างแน่นอน” มาลก้าพูดด้วยสีหน้ากระตือรือร้น

หลังจากนั้นก็เล่าเรื่องเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับลีวิสฟัง รวมถึงเรื่องของเด็กทารกที่โจมตีตนเองด้วย

“เด็กทารกที่มีพลังของผู้ครองพลัง เรื่องนี้น่าสนใจจริง ๆ” ลีวิสพูดออกมาด้วยท่าทางสนใจ

“ผมรู้แล้วว่าอาจารย์จะต้องสนใจ”

“แล้วท่านบารอนเมสันว่ายังไง” ลีวิสถามด้วยท่าทางสบาย

“พ่อบอกว่าไร้สาระ แต่ว่าผมยืนยันได้ว่านี่คือเรื่องจริงแน่นอน บาดแผลที่เกิดขึ้นก็มาจากเจ้าเด็กนรกนั้น” มาลก้าพูดด้วยเสียงหนักแน่น เพื่อยืนยันคำพูดของตัวเอง

ลีวิสหรี่ตามอง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “อืม ฉันสัญญาว่าจะไปจะลองไปจัดการให้ แต่ว่าไว้หลังจากผ่านเรื่องการประมูลที่จะจัดขึ้นในอีก 7 วันนี้ก่อน”

“ขอบคุณท่านอาจารย์มาก” มาลก้าพูดด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนจะถามอย่างสงสัยต่อว่า “การประมูลหรือว่าจะมีอะไรดี ๆ อยู่ด้วย”

“แน่นอน อาจจะเป็นโอกาสในการพัฒนาพลังของนายด้วย”

“พัฒนาพลัง...หรือว่า” มาลก้าพูดออกมาลีวิสก็พยักหน้า ทำให้มาลก้าตื่นเต้นขึ้นมาในทันทีก่อนจะพูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นผมจะรอหลังการประมูลค่อยจัดการพวกมัน”

...

Witterry : ขออนุญาตติดเหรียญครับ โดยจะติดเหรียญเฉพาะตอนที่ลงทุกวันเสาร์และอาทิตย์เป็นหลักครับ ส่วนตอนที่ลงวันธรรมดาอ่านฟรีครับ

ขอบคุณนักอ่านที่กดซื้อตอนทุกท่าน เพราะทุกเหรียญที่ซื้อช่วยให้ไรท์เตอร์มีเงินซื้ออาหารแมวและข้าวสารไว้กินครับ

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด