ตอนที่แล้วตอนที่ 46 สุสานมัมมี่(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 48 ห้องสมบัติในชั้นใต้ดิน(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 47 สู้กับมัมมี่(อ่านฟรี)


ตอนที่ 47 สู้กับมัมมี่

“ด้านหน้ามีอยู่ตัวหนึ่ง” เจียน่าวางลูอิสลง ก่อนจะเข้าสู้โหมดเตรียมตัวสู้ ในตอนนี้เธอสามารถใช้ทักษะ มนุษย์หมาป่าได้ดีกว่าเดิมมาก เพราะค่าสถานะของเธอเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมและยังมีทักษะที่เสริมให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก

เธอพุ่งตรงเข้าไปจัดการ อาร์มันโด้ก็เข้าไปช่วย เมื่อสองคนผสานกันโจมตีมัมมี่ก็ยากจะต้านพวกเขาได้

ฮอร์เก้เป็นคนรับหน้าที่ถือไฟสปอตไลต์เดินตามหลังทุกคน ด้านข้างมีลูอิสเดินตามอย่างต้วมเตี้ยมตามมาด้วย ฮอร์เก้เหลือบมองดูเด็กน้อยแปลก ๆ คนนี้ แม้จะบอกว่าเด็กบางคนพออายุขวบกว่า ๆ ก็เดินได้แล้ว แต่ทารกข้าง ๆ เขากลับแปลกกว่านั้น

‘เด็กนี่เหมือนจะรู้เรื่องกว่าเด็กทั่วไปอีก’ ฮอร์เก้ได้แต่มองแล้วก็คิดอย่างสงสัย ก่อนจะหันไปกวาดสายตาไปรอบตัวอย่างระวัง เพราะยังคงระแวงว่าจะมีมัมมี่โผล่มาจู่โจมใส่กะทันหัน แต่ฮอร์เก้ก็ต้องยอมรับว่านักล่าสองคนนี้เก่งมาก พวกเขาช่วยกันจัดการมัมมี่ได้อย่างรวดเร็ว เพียงการโจมตีไม่กี่ครั้ง มัมมี่ก็โดนเก็บแล้ว

ส่วนเจียน่าและอาร์มันโด้นั้นแบ่งกันรับมือกับมัมมี่ที่โผล่ออกมา ทุกคนผ่านชั้นแรกโดยจัดการมัมมี่มาสามตัวและเดินขึ้นมาทางบันไดของอาคารที่ดูเก่ามาก ๆ

‘คงเป็นบันไดหนีไฟสินะ ทำให้แต่ละขึ้นดูสูงกว่าปกติ’ ลูอิสเงยหน้ามองดูบันไดที่ยาวไปสุดสายตา โดยมีเจียน่าและอาร์มันโด้นำไปก่อนแล้ว

‘บ้าจริงเด็กสาวนั้นปล่อยให้ทารกนี้เดินแบบนี้ แล้วเขาจะขึ้นไปด้านบนได้ยังไง’ ฮอร์เก้บ่นในใจอย่างหงุดหงิด

ฮอร์เก้ที่ถือไฟส่องอยู่ท้ายสุดหันไปมองทารกน้อยและคิดจะอุ้มเขาขึ้นไปชั้นบน เพราะถ้ารอให้ทารกน้อยขึ้นไปคงช้ามาก แต่ก่อนฮอร์เก้จะได้เข้าไปอุ้ม ทารกน้อยลูอิสก็กระโดดสองขาขึ้นไปทีละขั้นอย่างรวดเร็ว ทำเอาฮอร์เก้นิ่งค้างไป

ลูอิสขึ้นไปขั้นบนสุดแล้วก็หันมามองฮอร์เก้ราวกับจะถามว่าทำไมไม่รีบขึ้นมาอีก

“เออ...” ฮอร์เก้พูดไม่ออก ก่อนจะรีบตามไป

เมื่อมาถึงชั้นสองที่นี่มีไฟฉายกระบอกหนึ่งตกอยู่และมีมัมมี่สี่ตัวกำลังรุมล้อมบางอย่างอยู่ เมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก มัมมี่ทั้งสี่ก็ลุกขึ้นมาก่อนจะหันไปมองพวกเขาทั้งหมด

ฮอร์เก้ที่ส่องไฟสปอตไลต์ให้ทุกคนถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความกลัว ขานั้นสั่นไปมาจนถอยหลังไปหลายก้าว แต่พอหันไปมองบันไดด้านหลังมืด ๆ ก็เลิกจะถอยหนี เพราะถ้าไปตอนนี้มันอันตรายเกินไป สู้อยู่กับคนพวกนี้ดีกว่า

“พวกมันมีกันสี่ตัว...จะทำยังไงดี” ฮอร์เก้พูดปากสั่น

“แค่จัดการเหมือนที่ผ่านมา” เจียน่าพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับว่ามัมมี่พวกนี้ไม่ได้กดดันเธอเลย

“อัดให้แหลก! ย๊ากกก!!” อาร์มันโด้ก็เหวี่ยงขวานและดาบในมือเข้าสู้ด้วย

มัมมี่แค่ 4 ตัวไม่อาจจะกดดันอาร์มันโด้และเจียน่าได้ เพราะพวกเขาเคยสู้กับซอมบี้ที่รุมร้อยนับร้อยตัวพร้อมกันมาแล้ว มัมมี่แค่นี้ไม่ได้น่ากลัวเลย โดยเฉพาะเจียน่าที่รอบตัวมีพื้นที่ให้เธอเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ทำให้เธอหลบการโจมตีได้แทบจะทั้งหมด

ส่วนอาร์มันโด้นั้นก็กลายเป็นตัวชนที่ดีมาก

มัมมี่จ้องไปทางเจียน่าและอาร์มันโด้ ดูเหมือนพวกมันจะแยกกันโจมตี แต่แล้วอาร์มันโด้เข้าไปหามัมมี่ทั้ง 4 ตัว ก่อนจะร้องออกมาเสียงดัง

“ย๊ากกก!!!”

ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของอาร์มันโด้มัมมี่ทั้ง 4 ก็เหมือนจะชะงักไป ก่อนจะหันมามองอาร์มันโด้พร้อมกัน พวกมันทำราวกับมองไม่เห็นเจียน่าและพุ่งเข้าหาอาร์มันโด้ที่ไม่อยู่ไม่ไกลในทันที

ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการใช้ทักษะยั่วยุ

[ยั่วยุ lv.1] – ยั่วยุศัตรู บังคับให้มันต่อสู้ระยะประชิด ความเสียหายกายภาพที่ได้รับจะลดลงส่วนหนึ่ง ใช้พลังงาน 4 หน่วย ใช้ 3 ศักยภาพในการเรียนรู้ ใช้ 6 แต้มศักยภาพในการพัฒนาเป็น lv. 2

มัมมี่ตัวหนึ่งใช้ผ้าพันแผลโจมตีใส่อาร์มันโด้ เขารีบใช้ดาบมารับไว้ ส่วนอีกตัวนั้นก็ใช้ผ้าพันแผลพุ่งเข้ามาพันขวานสองคม มันเป็นการยึดอาวุธของอาร์มันโด้ ส่วนอีกสองก็พุ่งเข้ามาโจมตีโดยตรงและคิดจะใช้ผ้าพันแผลพันคอของอาร์มันโด้

“หึ” อาร์มันโด้ส่งเสียงในคออย่างดูถูกที่มัมมี่ทั้งสองเลือกจะสู้กับเขาด้วยพละกำลัง

อาร์มันโด้ปล่อยมือข้างที่จับขวานสองคม ก่อนจะใช้สองมือจับดาบและกระชากอย่างแรงจนมัมมี่ตัวที่ใช้ผ้าพันดาบนั้นถึงกับเสียหลักหน้าทิ่มไปกับพื้น ก่อนที่เขาจะใช้ดาบเฉือนตัดผ้าผันแผลจนขาดและกลิ้งตัวหลบการโจมตีจากมัมมี่อีกสองตัวได้ทัน

มัมมี่หนึ่งในสองตัวหันกลับมา แต่ก็ไม่ทันอาร์มันโด้ใช้ดาบฟันเข้าใส่มันด้วยทักษะโจมตีทำให้คู่ต่อสู้กระเด็นไปไกลหลายเมตรจากผลของทักษะ จากนั้นเขาก็พุ่งเขาหามัมมี่อีกตัวที่อยู่ใกล้ใช้ดาบแทงไปที่หน้าอีกของมัน แต่ว่าที่ตัวของมัมมี่มีผ้าพันแผลจำนวนมากดาบจึงยากจะแทงทะลุ

อาร์มันโด้จึงจัดการใช้แรงที่มีผลักตัวมันไปชนกับกำแพงโดยมีปลายดาบจอที่หัวใจ มัมมี่พยายามสู้กลับโดยใช้ผ้าพันแผลพันไปที่ตัวของอาร์มันโด้ แรงจากผ้าพันแผลที่รัดนั้นมากพอจะบิดกระดูกคนธรรมดาให้ตายได้ แต่อาร์มันโด้ไม่สนใจ

“ตาย!!” ดาบเล่มใหญ่เก่า ๆ ของอาร์มันโด้แทงฉึกเข้าไปที่หัวใจมัมมี่ จนหัวใจมันสลายเป็นทรายและร่างก็หลุดร่วงลง ส่วนผ้าพันแผลก็เหมือนหมดพลังกลายเป็นผ้าผุ ๆ

เพียงอาร์มันโด้ฉีกด้วยมือก็ขาดแล้ว

ด้านเดียวกันหลังอาร์มันโด้ยั่วยุศัตรูให้โจมตีตนเอง เจียน่าก็วิ่งเข้ามาที่ด้านหลังของมัมมี่สองตัวแรกที่ใช้ผ้าจับอาวุธของอาร์มันโด้ จากนั้นเด็กสาวก็อาศัยความเร็วและความคมของอาวุธแทงหอกใบดาบจากทางด้านหลังของมัมมี่

มัมมี่ที่โดนแทงดิ้นไปมาพร้อมกับร้องออกมาด้วยเสียงแหบแห้งก่อนจะตายลง เมื่อตัวของมัมมี่ที่ตายล้มลงพื้น มัมมี่อีกตัวก็เหมือนจะรู้ตัว ผ้าพันแผลหลายสิบผืนพุ่งเข้าหาเด็กสาวเหมือนกับหนวดหมึกที่จูโจมเหยื่อ มันยั้วเยี้ยไปหมด

เจียน่าใช้หอกใบดาบฟันฉับ ๆ จนผ้าขาดสะบั้น แต่ผ้าพันแผลที่โจมตีมาก็เยอะเกินไป ทำให้มัมมี่จับไปที่อาวุธและตัวของเจียน่าได้ มัมมี่กรีดร้องก่อนจะดึงตัวของเจียน่าเข้ามาหมายจะใช้ผ้าพันแผลพันตัวเธอมากกว่านี้

แต่เจียน่าไม่สนใจ ในเมื่อมันอยากจะยึดหอกของเธอ หญิงสาวก็ปล่อยหอกในมือ ก่อนจะยิ้มออกมา มัมมี่มันไม่รู้ว่ารอยยิ้มของเจียน่าหมายความว่ายังไง เพราะมันก็ไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น

เจียน่าพุ่งเขาหามัมมี่พร้อมกับที่มัมมี่ใช้ผ้าพันแผลรัดตัวเธอมากขึ้นไปด้วย แต่แล้วอยู่ ๆ ความเร็วของเจียน่าก็มากขึ้น เด็กสาวถีบเท้าพุ่งใส่มัมมี่พร้อมกับกางกรงเล็บออกและใช้ทักษะขย้ำใส่ร่างของมัมมี่

“[ขย้ำ lv.1] – ขย้ำศัตรู พละกำลังและความเสียหายที่สร้างได้จะมากขึ้นทุกครั้งที่โจมตี ใช้พลังงาน 6 หน่วย ใช้ 4 ศักยภาพในการเรียนรู้ ใช้ 6 แต้มศักยภาพในการพัฒนาเป็น lv. 2”

ผ้าพันแผลไม่อาจจะต้านการโจมตีของเจียน่าได้ กรงเล็บของเจียน่าฉีกผ้าพันแผลเป็นชิ้น ๆ ก่อนจะฉีกเนื้อแห้ง ๆ หลังผ้าพันแผลของมัมมี่และกระซวกเอาหัวใจมัมมี่ออกมาโดยตรง

มัมมี่กรีดร้องก่อนจะเดินไปมาคล้ายร่างไร้ชีวิตและล้มลง

หัวใจมัมมี่ในมือของเด็กสาวก็สลายเป็นทรายเช่นกัน เจียน่าหันมามองทางลูอิสและยิ้มออกมา

ลูอิสพยักหน้าให้กับเจียน่าอย่างพอใจกับการต่อสู้ของเธอ ส่วนฮอร์เก้นั้นได้แต่อึ้งไป แต่การต่อสู้ยังไม่จบเพราะยังเหลือมัมมี่อีกตัวที่โดนทักษะโจมตีของอาร์มันโด้ไป ก่อนหน้านั้นจนตัวกระเด็นไปกระแทกกำแพงเสียงดังและกำแพงก็แตกร้าว

อาร์มันโด้เดินไปหยิบขวานและใช้ทักษะผู้เชี่ยวชาญดาบ lv.1,ผู้เชี่ยวชาญขวาน lv.1 ก่อนจะโจมตีด้วย โจมตีต่อเนื่องlv.1 เก็บกวาดมัน

...

เจียน่าและอาร์มันโด้เดินดูรอบ ๆ ชั้นว่ายังมีคนอื่น ๆ รอดอยู่อีกหรือเปล่า พวกเขาพบศพอีกสองคนแต่ทุกคนก็ตายหมดแล้ว

ส่วนลูอิสกำลังมองดูฮอร์เก้ที่ยืนอยู่หน้าศพแห้ง ๆ ร่างหนึ่ง

“พระเจ้า!...ศพนี่คือ คาร์ล เขาคือคนที่ช่วยผมออกมาจากมัมมี่จนออกไปด้านนอกได้” ฮอร์เก้พูดด้วยความเศร้า ก่อนจะเดินมาไปหยิบเอาสร้อยคอของศพมา “ขอบใจมากเพื่อนไม่ต้องห่วงนะหลังจากกลับไปที่เมืองเอลดิลแล้วเงินส่วนของนายฉันจะส่งให้กับญาติของนายเอง”

ทารกน้อยลูอิสหรี่ตาลงมองการกระทำของฮอร์เก้ ‘หรือเราจะคิดไปเอง เหมือนชายคนนี้จะตั้งใจให้พวกเรามาช่วยเพื่อนเขาจริง ๆ’

‘หืม...นี่มัน เสื้อผ้าศพฉีกขาดเหรอ ถ้าจำไม่ผิดตอนแรกมัมมี่พวกนี้คงรุมร่างของศพนี่สินะ’

ทารกน้อยลูอิสหันไปมองเศษผ้าพันแผลของมัมมี่ที่ตายไปทั้ง 4 ตัวและเขาก็ได้คำตอบ

‘ผ้าบนตัวของมัมมี่ไม่ได้เหมือนในหนังที่จะเป็นผ้าพันแผลตามปกติสินะ แต่มาจากผ้ารอบตัวที่หาได้ หรือไม่ก็จากศพที่ฆ่า ผ้าพวกนี้ถูกฉีกเป็นเส้นยาว ๆ และไปพันรอบตัวพวกมัน’

‘ศพเองก็ดูเหมือนกระดูกหักกระดูกทั้งร่าง แถมเหมือนจะโดนสูบเลือดเนื้อไปทำให้ร่างกายมันแห้งมากจนหนังติดกระดูกเลย ว่าแต่ศพนี่ตายแล้วจะฟื้นเป็นมัมมี่ไหมนะ เรื่องนี้เอาไว้จัดการทีหลังแล้วกัน’

พวกเขาจัดการมัมมี่ชั้นที่ 3 ชั้นที่ 4 จนมาถึงชั้นที่ 5 ที่พวกของฮอร์เก้เคยพักอยู่ ซึ่งชั้น 5 นั้นไม่เจอมัมมี่ แต่พวกเขากลับเจอศพแห้งและกระดูกหักผิดรูปอยู่จำนวนมาก และยังมีร่องรอยของกองไฟและข้าวของกับอาหารสำรองกระจุยกระจายอยู่ตามพื้นราวกับโดนฉีกโดยพวกมัมมี่

“ไม่มีใครรอดสักคน” อาร์มันโด้พูดออกมาด้วยใบหน้าเข้มขรึม

ส่วนฮอร์เก้นั้นเหมือนจะตกตะลึงยิ่งกว่าจนนิ่งไป ก่อนจะตั้งสติได้รีบเดินดูศพรอบ ๆ ในทันที ก่อนจะไปเก็บของตามศพมาด้วย

“เอายังไงต่อกันดี” เจียน่าถามและยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า หลังจากกลับมาเป็นมนุษย์ปกติและพูดต่อ “ในเมื่อไม่มีใครรอดแล้วก็ควรจะกลับกันเลยไหม”

อาร์มันโด้หันมามองลูอิส

แต่ในตอนนั้นเสียงของฮอร์เก้ก็ดังขึ้น “ไม่ ๆ อย่าพึ่งกลับ ในศพที่เจอยังไม่ใช่ทุกคน น่าจะยังมีคนหายไปอีก พวกเขาอาจจะยังไม่ตายก็ได้ ได้โปรดผมจะเพิ่มเงินให้อีก 5,000 เลย ช่วยตามหาพวกเขาหน่วยไหม”

“นี่มัน...อาจจะไม่มีใครรอดแล้วและที่สำคัญพวกเราไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ อยู่ไหน” อาร์มันโด้พูด เขารู้ว่ายากมากที่คนอื่น ๆ จะรอด และที่เลือกจะช่วยในตอนแรกเพราะเห็นว่าช่วยได้ แต่ตอนนี้มันอาจจะเกินกำลังแล้ว

“พวกเขาอาจจะหนีไปด้านบนก็ได้ แต่ยังไงได้โปรดช่วยผมตามหาต่อเถอะ” ฮอร์เก้พูดขอร้อง

“จริง ๆ ก็พอมีวิธีอยู่” เจียน่ากล่าวออกมา “ในนี้ไม่มีมัมมี่บางทีพวกมันอาจจะพาพวกเขาไปและถ้าตามรอยก็คงจะเจอ”

พูดจบเด็กสาวก็เดินมากลางชั้น จากนั้นก็ใช้ทักษะตามรอยไฟ

“[ตามรอยไฟ lv.1] – ย้อนรอยเท้าของศัตรูเพื่อติดตาม ใช้พลังงาน 1 หน่วย ใช้ 1 ศักยภาพในการเรียนรู้ ใช้ 2 แต้มศักยภาพในการพัฒนาเป็น lv. 2”

ดวงตาของเจียน่าเปลี่ยนไปวูบวาบ ก่อนที่เธอจะมองเห็นรอยเท้าเรืองแสงสีแดงส้มตามพื้น ซึ่งมีทั้งใหม่และเก่า อันใหม่คือรอยของพวกเขา ก่อนที่มันจะค่อย ๆ หายไป จากนั้นเจียน่าก็จ้องไปยังๆ รอยเท้าของมัมมี่ที่เดินไปยังทางหนึ่ง

“ทางนั้น” เจียน่าชี้ยังไปลิฟต์เก่า ๆ ที่แม้แต่ประตูลิฟต์ก็ผุพังไปแล้ว “พวกมัมมี่พากันไปทางนั้น แต่ไม่เห็นรอยเท้าคนอื่นอีก”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด