ตอนที่แล้วตอนที่ 43 เปิดร้านวันแรกกับลูกค้าที่ไม่คาดคิด(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 45 แสงไฟน่าสงสัย(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 44 จับจ้อง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 44 จับจ้อง

เบลล่าที่เห็นบรรยากาศในร้านนั้นกำลังตึงเครียด เธอจึงหยิบถาดเดินไปที่โต๊ะของลูอิสและรีดินเพื่อรับออเดอร์ อาร์มันโด้ที่เห็นก็ลังเลคิดจะห้ามเบลล่า แต่เขาก็หยุดไม่ได้เข้าห้ามเธอ

“รับเป็นลมหายใจมังกรหรือว่าแสงตะวันดีค่ะ” เบลล่าเดินเข้ามาถามรีดินด้วยรอยยิ้ม

รีดินมองไปที่หญิงสาว ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ลมหายใจมังกร”

“รอสักครู่ค่ะ” เบลล่าหันกลับเดินไปที่บาร์และรับเอาแก้วที่มีลมหายใจมังกรมาจากพ่อบ้านเฟรด

ตามจริงแล้วรีดินนั้นเข้าใจท่าทีของทุกคนตั้งแต่เห็นพ่อบ้านเฟรดแล้ว และเขายังยืนยันด้วยว่าเด็กที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานั้นคือลูกชายของตระกูลบารอนแกริคไร้ชื่อที่ทำข้อตกลงกับไวเคานต์คาริส แต่เขาก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร เพราะไม่ได้คิดจะมาหาเรื่องตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

รีดินกวาดสายตามองในร้านเขากำลังมองหาสองคนหนึ่งคือหญิงสาวที่ชื่อแอนเดรียและอีกคนที่ลือกันว่าเป็นผู้ครองพลังแต่ก็ไม่เห็นทั้งคู่

“ได้แล้วค่ะ ลมหายใจมังกรแก้วแรกทางร้านเราเลี้ยงฟรี” เบลล่าอธิบายด้วยรอยยิ้มพร้อมกับวางแก้วลงตรงด้านหน้าของรีดิน

รีดินไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยื่นมือไปหยิบแก้วที่มีลมหายใจมังกรอยู่ ตัวของลมหายใจมังกรใสมากจนแทบจะมองไม่ออกว่ามันถูกรินอยู่ในแก้ว ไม่รอช้าเขายกแก้วก่อนจะลองดื่มไปหนึ่งจิบ ทันทีที่ลมหายใจมังกรเข้าไปในปากความแรงของลมหายใจมังกรไหลผ่านลำคอ เขารู้สึกราวกับดื่มเปลวไฟเข้าไป

ความร้อนกระจายไปทั่วร่างแต่ที่มากกว่านั้นคือเขากลับรู้สึกว่าสดชื่นและเหมือนร่างกายจะได้รับการกระตุ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ ในแววตาของรีดินมีความแปลกใจ ก่อนที่เขาจะดื่มลมหายใจมังกรในแก้วจนหมด

“ของดี” รีดินพูดด้วยใบหน้าตายด้านอย่างพอใจ เขาชอบรสชาติของลมหายใจมังกรเป็นอย่างมาก มันราวกับลมหายใจมังกรกำลังเบาความเบื่อหน่ายไปจากร่างกาย “ขออีกแก้ว”

“รอสักครู่นะคะ”

หลังจากนั้นเบลล่าก็ยกมาให้รีดินอีกแก้ว ก่อนจะไปคอยบริการลูกค้าคนอื่น ๆ ทุกคนกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองพร้อมกับจับจ้องรีดินไปด้วย

ลูอิสที่นั่งอยู่ตรงข้ามนั้นก็ทำตัวตามสบายใจเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจหาเรื่องเขาก็ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวอะไร ทารกน้อยลูอิสยื่นมือไปหยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มมือหนึ่งถือแก้วอีกมือเอื้อมไปคว้าคุกกี้ถั่วมากินคู่กัน

ตอนที่เขากำลังกินคุกกี้ถั่ว อยู่ ๆ รีดินก็เอื้อมมือมาหยิบคุกกี้ถั่วขึ้นมาและกินคู่กับลมหายใจมังกร รีดินเห็นทารกน้อยมองเขาและคุกกี้ถั่วในมือก็พูดขึ้นมาว่า “หายกันกับที่เคยช่วยไว้”

ลูอิสแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจและตั้งหน้าตั้งตากินนมและคุกกี้ของตัวเอง แต่ในใจเขาใจเต้นเล็กน้อย ‘ไม่น่าจะรู้ว่าฉันเป็นพวกไม่เหมือนเด็กทั่วไป แต่น่าจะเพราะจำได้ว่าเคยช่วยฉันบนถนนจากพวกลักพาตัวเด็กเฉย ๆ’

แล้วก็เป็นอย่างที่ลูอิสคิดรีดินนั้นไม่ได้สนใจเขาอีก

เพล้ง!

ในตอนนั้นเองก็มีชายท่าทางนักเลงที่แต่งตัวหยาบ ๆ อยู่ในสภาพเมาได้ปาแก้วเปล่าลงพื้นจนแตกกระจาย พร้อมกับตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ “บัดซบ บอกดื่มฟรีแก้วแรก แต่นี่มีแค่ครึ่งแก้ว คิดจะล้อเล่นกันหรือยังไงวะ จ่ายมาให้ฉันเท่ากับราคาของในแก้วนี้ซะ ไม่สิ 10 เท่าของในแก้วนี้ ไม่อย่างนั้นฉันไปบอกทุกคนเลยว่าร้านนี้มันหลอกลวง”

พูดจบก็เตะไปที่เก้าอี้กระเด็นไปกระแทกกับกำแพงจนแหลกเป็นชิ้น ๆ ทุกคนในร้านต่างก็พอกันมองเรื่องราวอย่างสนใจ

‘พวกก่อกวนเหรอ...ไม่น่าจะใช่ แรงที่แตะเมื่อครู่มันไม่น่าจะมาจากคนธรรมดา พวกนักล่าครึ่งดาว ฮึ พวกนักเลงเจ้าถิ่นก่อกวนนี่เอง กล้ามากนักนะ’ ลูอิสคิดในใจแต่ก็ยังรักษาท่าทีเหมือนเด็กทั่วไปอยู่

“คุณลูกค้า ร้านเราเสิร์ฟแบบนี้และที่สำคัญนั้นคือแก้วทางร้าน ซึ่งจะต้องคิดค่าเสียหายด้วย” เบลล่าเดินเข้าไปบอกกับชายคนนั้นด้วยท่าทางไม่พอใจเช่นกัน เธออยู่ที่นี่มานานจึงรู้มุกรีดไถของพวกเจ้าถิ่นดีในเขตชุมชนผู้อพยพที่มักจะมาสร้างความวุ่นวายเพื่อเก็บค่าคุ้มครองดี

‘ดื่มฟรีแล้วแต่ยังมาเรียกร้องอีกทั้งที่ก็ไม่ได้จ่ายสักเบลเดียว...’ เธอไม่ได้พูดออกไปเพียงบ่นในใจ

“หืม...นังนี่!! ว่ายังไงนะ!” ชายนักล่าครึ่งดาวคนนั้นมีสีหน้าโมโห ยกมือขึ้นคิดจะตบหน้าของเบลล่า เบลล่าถอยหลังด้วยความตกใจตามสัญชาตญาณ

แต่ว่าชายลักล่าครึ่งดาวไม่ได้ตบเพราะตอนนี้มือกำลังโดนใครบางคนจับอยู่ พอหันกลับไปก็เห็นชายตัวโตสูงเกือบ 2 เมตรจ้องมองมาที่ตัวเองด้วยสายตาดุดัน

“เออ...พี่ชาย...คือ คือว่าผมไม่ได้ อ้ากกก...” นักล่าครึ่งดาวคนนั้นสร่างเมาในทันที เพราะแขนที่โดนจับถูกอาร์มันโด้บิดอย่างแรง

อาร์มันโด้ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขามองไปที่ชายนักล่าที่กำลังร้องอย่างเจ็บปวดด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะใช้หัวของตัวเองโขกไปหัวของชายลักล่าคนนั้นดังปัง!

คนที่ได้ยินเสียงก็ถึงกับตะลึงคิดว่าหัวของทั้งสองแตกเป็นแตงโมไปแล้วแต่นั่นกลับไปเกิดขึ้นนอกจากตัวของชายนักล่าที่จมูกหักเลือดเต็มปากดวงตาเหลือกจนเห็นตาขาวและหงายหลังล้มไปกลางอากาศกระแทกกับเก้าอี้อีกตัวจนพัง

ทุกคนได้แต่ตกใจ เพราะเห็น ๆ อยู่ว่าชายที่โวยวายคนนั้นเป็นระดับครึ่งดาว แต่กลับโดนหัวโขกทีเดียวจนหมดสภาพไป แล้วอย่างนั้นชายตัวโตนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนกัน

หลายคนถึงกับคิดว่าชายคนนั้นอาจจะเป็นผู้ครองพลังระดับ 1 ดาว แต่ก็สลัดความคิดไร้สาระนี้ทิ้งไปทันที

“บ้าจริง เก้าอี้พังอีกแล้ว นายนี่นะ” เบลล่าบ่นเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นมุมปากก็เผยรอยยิ้มออกมา

“เออ...ขอโทษที่พอดีโมโหไปหน่อย” อาร์มันโด้ที่โดนบ่นก็ยกมือเกาหัวแก้เขิน

“ช่างเถอะลากออกไปข้างนอกด้วยก็แล้วกัน ข้างร้านยังมีเก้าอี้สำรองอยู่หลายตัวเอาเข้ามาเปลี่ยนใหม่ด้วยแล้วกัน” เบลล่ากล่าว

หลังจากนั้นอาร์มันโด้ก็รีบลากชายนักล่าที่นอนน้ำลายฟูมปากออกไปโยนไว้บนถนน พร้อมกับเอาเก้าอี้สำรองข้างร้านมาเปลี่ยน ตอนนี้ในร้านไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวายอีก

ในตอนแรกก็มีผู้ครองพลังชื่อดังเดินเข้ามาในร้าน ตอนนี้ยังมีชายตัวโตที่จัดการนักล่าครึ่งดาวได้ด้วยหัว ใครบ้างจะโง่ไปสร้างปัญหา

รีดินที่มองการโจมตีเมื่อกี้ก็ต้องหรี่ตาลง เพราะเขารู้ว่าพลังที่แสงแดงนั้นมันไม่ธรรมดาเลย ‘หรือว่าจะเป็นผู้ครองพลังของตระกูลแกริค’ แต่รีดินก็รีบปฏิเสธ แม้จะแข็งแกร่งแต่ก็ยังไม่ถึงระดับ 1 ดาวแน่นอน

ขณะที่คิดรีดินก็มองดูแก้วในมือของเขา ตอนนี้เขาดื่มไปมากกว่า 5 แก้วแล้ว จึงคิดว่าควรพอได้แล้ว เพราะมีอย่างอื่นต้องไปทำอีก รีดินวางเงิน 10 เบลบนโต๊ะ จากนั้นก็ลุกจากเก้าอี้รีดินมองไปที่เจียน่าและอาร์มันโด้เพราะจากที่สังเกตเขารู้ว่าสองคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น แต่ก่อนจะไปเขายังหันมามองทารกน้อยที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้วย

ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากร้านไป โดยบนโต๊ะนั้นเหลือลูอิสที่กินนมจนหมดแก้วแล้วก็จานคุกกี้ที่ว่างเปล่า ซึ่งลูอิสได้กินไปชิ้นเดียวเท่านั้น

‘เขาติดหนี้คุกกี้ถั่วฉันชิ้นหนึ่ง’ ทารกน้อยลุอิสจดหนี้นี้ไว้ในใจ

ร้านรุ่งอรุณเปิดต่อไปถึงแค่เที่ยงคืนเท่านั้น แต่ในร้านนั้นกลับมีคนมากกว่า 10 ที่นอนเมาหลับหมดสภาพเพราะไม่คิดว่าลมหายใจมังกรจะแรงพอล้มพวกเขาได้ แน่นอนว่าคนพวกนี้ถูกอาร์มันโด้หามออกไปนอนหน้าร้านหมด

พอเช้าวันต่อมาในที่สุดคนพวกนั้นก็ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียและก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมร้านถึงตั้งชื่อว่า “รุ่งอรุณ” เพราะถ้ากินไม่ประมาณตนมีหวังได้นอนอยู่ที่ร้านจนรุ่งเช้าแน่

สามวันต่อมา

เรื่องร้านนั้นลงตัวแล้ว เพียงแค่เบลล่ากับพ่อบ้านเฟรดก็สามารถจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา โดยในแต่ละวันพวกเขาทำเงินได้สูงถึง 300-400 เบลเลยทีเดียว พอหักค่าวัตถุดิบราคาถูกแล้วก็ทำให้เหลือกำลังมากกว่า 200-300 เบล และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากการที่ร้านเริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้น

ส่วนลูอิส เจียน่าและอาร์มันโด้ก็จะอยู่ช่วยตอนคนเยอะ ๆ และออกไปนอกเมืองเอลดิลหลังร้านปิดและฟาร์มต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ชั่วโมงต่อวัน ตอนนี้เลเวลของเจียน่าและอาร์มันโด้มาถึง lv.6 แล้ว ยิ่งเลเวลสูงขึ้น การฟาร์มก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้น

ส่วนทางด้านลูอิสนั้นเขาก็ได้พลังงานศรัทธาจากสถานพยาบาลจากทั้งสามวันถึง 7,000 เขาจัดการอัพเลเวลไปที่ lv.12 ทันที

“ผู้เล่นเลเวลอัพเป็น lv.12 ใช้ 6,000 พลังงานศรัทธา”

“+3 แต้มศักยภาพ, +13 แต้มสถานะ, +10 พลังงาน +12 พลังชีวิต”

หลังจากอัพเลเวลแล้ว ลูอิสใส่ค่าสถานะลงไปที่ +5พละกำลัง +3ความชำนาญ +3ความทนทาน +1สติปัญญาและ +1 โชค ส่วนแต้มศักยภาพลูอิสเก็บวันไว้ก่อน

‘ตอนนี้ฉันเหลือพลังงานศรัทธา 1,000 ถ้านับตามนี้หลังจากนี้อีกสามวันฉันจะอัพไปที่ lv.13 และอีกสี่หรือไม่ก็ห้าวันถึงจะอัพไปที่ lv.14 จากนั้นก็ถัดไปที่ lv.15’

ตอนนี้หลายด้านเริ่มลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินและแต้มศรัทธาไปพร้อม ๆ กันทำให้เขาพอใจมาก แต่ว่าลูอิสยังต้องรีบอัพเป็น lv.20 เพราะหลังจากถึงเลเวลนั้นแล้วลูอิสจะไปคิดบัญชีกับมาลก้าอีกครั้งและต่อให้ไวเคานต์คาริสอยากจะหยุดก็คงได้แต่ต้องส่งรีดินมาหยุดเขา แต่รีดินอยากจะเป็นศัตรูกับเขาหรือไม่นั้นแค่ดูจากท่าทีวันนั้นก็รู้แล้ว

‘ถ้าแค่มาลก้ายังไงซะขุนนางคนอื่น ๆ ก็ไม่มีทางเข้ามายุ่งแน่’ ลูอิสใบหน้าเย็นชา เขาพอคิดไปถึงสิ่งที่มาลก้าคิดจะทำกับแอนเดรียลูอิสก็อยากจะฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ อยู่แล้ว ถ้าวันนั้นไม่ใช่เพราะไฟที่ไหม้และต้องรีบถอยออกมาก่อน เขาคงฆ่ามาลก้าไปแล้ว

‘พอมาคิดเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้แอนเดรียจะเป็นยังไงบ้าง นี่ก็ผ่านมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว’ ลูอิสมองหน้าจออินเตอร์เฟสข้อมูลตัวละครของแอนเดรียอย่างอดสงสัยไม่ได้

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด