ตอนที่แล้วตอนที่ 31 ค่ำคืน(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 33 คำเตือนจากไวเคานต์(อ่านฟรี)

นิยาย เกิดใหม่หลังวันสิ้นโลกผมก็กลายเป็นเด็กทารกไปซะแล้ว

ตอนที่ 32 ตอบรับข้อเสนอ(อ่านฟรี)


ตอนที่ 32 ตอบรับข้อเสนอ

ออสก้าที่ตกเป็นเป้าโจมตีของกูลไม่ได้รู้สึกกดดัน เขายิ้มเยาะให้กับกูลด้วยซ้ำ กูลคว้าไปที่ตัวออสก้า แต่กับสัมผัสโดนเพียงภาพติดตาเท่านั้น ออสก้าหายไปจากจุดเดิมแล้ว

กูลร้องคำรามออกมา เพราะมันไม่เข้าใจว่าเหยื่อของมันหายไปไหน แต่ไม่นานมันก็เปลี่ยนเป้าหมายไปที่รีดินที่ไม่ได้หายไปไหน มันวิ่งเข้าหารีดิน

รีดินทำเพียงยกมือขึ้นมา ก่อนจะปลดปล่อยพลังของผู้พิทักษ์สร้างโล่พลังงานออกมาป้องกันไว้

โล่พลังงานสีฟ้าขวางกั้นระหว่างกูลและรีดิน แม้กูลจะดูน่าเกลียดและเป็นพวกกินไม่เลือก แต่ก็พอจะมีความคิดมากกว่าซอมบี้ กูลตนนี้พยายามโจมตีโดยใช้เล็บขวนใส่โล่พลังงานพร้อมกับเคลื่อนที่ไปรอบ ๆ ตัวรีดินอย่างไม่ยอมแพ้

ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจจะหลุดพ้นการสังเกตของผู้ครองพลังสายผู้พิทักษ์ไปได้

“หึ!” รีดินสลายโล่พลังงานทิ้งทำให้กูลกระโจนเข้าหาด้วยความเร็ว มันอ้าปากกว้างคิดจะกัดเหยื่อด้านหน้าให้คำใหญ่ที่สุด แต่นี่กลับเป็นเพียงกับดักเท่านั้น

เพราะทันทีที่อยู่ห่างจากตัวของรีดินไม่ถึงหนึ่งเมตรรีดินยื่นมือไปข้างหน้าสร้างโล่พลังงานขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการปลดปล่อยให้โล่พลังงานกระแทกศัตรูออกไป จนตัวของกูลที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วและโล่พลังงานที่กระแทกออกไปใส่ตัวของกูลอย่างเต็มแรง พลังปะทะรุนแรงมาจนมันรอยกระเด็นไปในเสี้ยววินาทีพุ่งไปยังผนังผุขึ้นสนิมของโกดัง ทะลุออกไปทางด้านหลังของโกดังก่อนจะกลิ้งไปอีกหลายตลบ สภาพร่างทั้งร่างกระดูกหักไม่มีชิ้นดี ตามผิวหนังฉีกขาดมีรอยบาดของแผ่นเหล็กขึ้นสนิมของผนังโกดังอยู่ทั่วร่างกาย

ถึงอย่างนั้นกูลก็ยังไม่ตาย มันพยายามลุกขึ้นมา แต่ก่อนจะได้ขยับตัวไปไหน ตอนนนั้นเองก็มีเงาวิ่งผ่านและวนรอบตัวของมันสองสามที ถ้าฟังดี ๆ จะได้ยินเสียงดาบตัดผ่านร่างของมัน

“ปิดงาน!” เงานั้นหยุดวิ่ง ก่อนจะเผยให้เห็นว่าเป็นออสก้าที่หายไปก่อนหน้า ในมือของเขามีดาบคู่สีเงินอยู่ด้วย ที่คมดาบเละเลือดเน่า ๆ สีดำ ซึ่งกำลังหยดลงพื้นดังติ้ง ๆ

จังหวะเดียวกันหลังจากที่ออสก้าพูดจบตัวร่างของกูล โดยเฉพาะท้อง ลำคำและแขนขาของมันก็เกิดรอยตัดเรียบเนียน ก่อนจะค่อย ๆ แยกกันหลุดทีละชั้นร่วงกองเป็นเศษเนื้อกับพื้น

ตั้งแต่ที่เจอกูลจนออสก้าฆ่ามันยังไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำ

“น่าเสียดายเป็นแค่พวกอันเดดที่พึ่งเกิดใหม่ ถ้าเป็นกูลปกติคงเล่นสนุกได้นานกว่านี้แน่นอน” ออสก้าสบัดคราบเลือดจากดาบคู่ก่อนจะเก็บมันเข้าที่เดิม

“กูลตัวนี้น่าจะเกิดจากการตายของพวกนักเลงแถวนี้ละมั้ง แต่การตายปกติไม่น่าจะให้เกิดพลังงานด้านลบจนสร้างอันเดดได้ ถ้ามันอยู่นานกว่านี้หลายวันคงกินพวกคนอพยพที่หลงมาแถวนี้และถึงตอนนั้นนายได้สู้ตายกับมันสมใจแน่” รีดินเดินออกมาจากรูที่กูลพึ่งทะลุมา พร้อมกับส่องไฟฉายไปที่กองเนื้อ

“เฮ้ ไม่เอาน่าต่อให้ถึงตอนนั้นมันก็แค่ระดับ 1 ดาวเท่านั้น อย่างมากก็ออกแรงมากหน่อย จริงสินายรู้ได้ยังไงว่าเป็นพวกนักเลง” ออสก้าพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ที่แบบนี้ยังจะมีใครอยากมาอีก นายไปสำรวจรอบ ๆ โกดังว่าเจออะไรอีกไหม ฉันตะเผาศพมัน” พูดจบรีดินก็เดินไปดึงเอาซากต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้นมาวางใส่เศษเนื้อที่ก่อนหน้ายังเป็นกูล ก่อนจะเทน้ำมันดำลงไปจุดไฟเผา

“ชิ...ทิ้งงานแบบนี้ให้ฉันอีกแล้ว” ออสก้าขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ก็ยังคงทำตามที่รีดินบอกเขาเดินไปสำรวจรอบ ๆ โกดัง

เปลวไฟปริ้วไปมาตามแรงลม โดยเฉพาะด้านหลังโกดังในเวลามืดค่ำแบบนี้ลมจะแรงมากกว่าปกติ หลังจากผ่านไปสักพักออก้าก็กลับมาก่อนจะมาเดินมาข้างกองไฟ

“ไม่เจออะไร ดูเหมือนพวกศพอื่น ๆ กูลตัวนี้จะกินไปหมดแล้ว” ออสก้าเดินมาบอกรีดิน

รีดินที่ใบหน้าครึ่งหนึ่งกระทบกับแสงสีส้มจากเปลวไฟในกองเพลิง พยักหน้าตอบ “ไปรายงานไวเคานต์คาริสก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องพวกนักเลงให้คนธรรมหรือไม่ก็นักล่าของไวเคานต์จัดการกันเอง”

“ถ้าอย่างนั้นนายไปบอกก็แล้วกัน พอดีฉันมีนัดกับคนสวยนะไปละ” พูดจบออสก้าก็หายไปในทันที

รีดินไม่ได้พูดอะไร เขาก็เดินจากไปเช่นกัน ทิ้งให้กองไฟค่อย ๆ เผาเศษเนื้อจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

...

คฤหาสน์ไวเคานต์คาริสกลางเมืองเอลดิล

ภายในห้องที่สองข้าเต็มไปด้วยหนังสือและม้วนรายงาน ตรงกลางห้องเป็นโต๊ะไม้สีน้ำตาลเงาสวยงาม เก้าอี้ไม้สวยงามมีชายไว้หนวด แต่งกายด้วยชุดราคาแพง อายุราวห้าสิบกว่านั่งอยู่

แววตาของเขานั้นสงบนิ่งแต่ก็เต็มไปด้วยอำนาจกำลังจ้องกระดาษบนโต๊ะ ขณะที่ด้านหน้านั้นมีพ่อบ้านคนสนิทกำลังรายงานให้ไวเคานต์คาริสฟังอยู่

“เมื่อวานผู้พิทักษ์รีดินและผู้เคลื่อนไหวออสก้าเจอกับกูลหนึ่งในอันเดดที่กินไม่เลือกหน้าที่โกดังร้างของเขตผู้อพยพขอรับ ให้ผมไปแจ้งบารอนเมสันไหมครับ”

“เขตผู้อพยพ อืม...บอกเขาไป ตอนนี้อันเดดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ให้เขาดูกำแพงที่ขยายออกไปดี ๆ หวังว่าจะไม่มีพวกหลุดเขามาในกำแพงได้ แล้วก็อย่าลืมเตือนเขาว่าถ้าพวกอพยพที่ตายให้หาที่เผาให้เรียบร้อยด้วย” ไวเคานต์คาริสกล่าวออกมาอย่างไม่เงยหน้า

“แล้วเรื่องเมื่อคืนบุตรชายของบารอนเมสันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” ไวเคานต์คาริสเงยหน้าถาม เพราะทุกการเคลื่อนไหวของขุนนางบารอนทั้งสี่มักจะอยู่ภายใต้การจับตาของเขาเสมอ

“แหล่งข่าวของเรารายงานมาว่า บุตรชายของบารอนเมสันดูเหมือนจะไปลักพาตัวหญิงที่ชื่อแอนเดรียและถูกผู้ครองพลังฝ่ายนั้นโจมตี ทำให้ตอนนี้บาดเจ็บหนักขอรับ”

“เด็กนั้นชื่อมาลก้าใช่ไหม เมสันคงจะเดือดน่าดู แต่ว่าทำไมชื่อของหญิงคนนั้นฉันกับคุ้นหู แอนเดรีย...แอนเดรีย” ไวเคานต์คาริสพยายามนึกถึงชื่อนี้

“เธอคือภรรยาของบารอนแกริค จากเมืองอิกเน็ตของอาณาจักรเวียเรเดียที่อยู่ข้ามไปทางซากเมืองร้างขอรับ” พ่อบ้านพูดด้วยความนอมน้อม

“อ้อ ไอ้เด็กอวดดี ไรแลนด์ แกริคคนนั้นนะเหรอ” ไวเคานต์คาริสนึกออกในทันที เพราะเขามีความประทับใจไรแลนด์อยู่บ้าง

ในตอนนั้นเองก็มีคนรับใช้เข้ามารายงาน

“หืม เธอมาอย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูสักหน่อย” ไวเคานต์คาริสเผยรอยยิ้มมุมปาก

แอนเดรียนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกของคฤหาสน์ไวเคานต์คาริสและในอ้อมกอดมีลูอิสที่กำลังมองรอบ ๆ อย่างสนใจ เพราะสถานที่นี้บรรยากาศดีมากจนน่าเหลือเชื่อว่ามีสถานที่แบบนี้ในเมืองเอลดิลด้วย

‘ห้องที่ฉันอยู่กลายเป็นรูหนูไปเลย’ ลูอิสปีนลงจากแอนเดรีย ก่อนจะไปนั่งโซฟาด้านข้าง ในตอนแรกแอนเดรียเหมือนจะห้าม แต่ก็หยุดมือและปล่อยให้ลูอิสนั่งลงข้าง ๆ

ลูอิสไม่ได้พยายามทำตัวเด่นเขาเกราะขาของแอนเดรียข้างหนึ่งให้เหมือนกับเด็กน้อยขี้อาย เพื่อตบตาคนนอก ส่วนพ่อบ้านเฟรดนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา ซึ่งอูอิสจึงต้องเข้ามาคอยดูแลแอนเดรียแทน ซึ่งถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาลูอิสเชื่อว่าตนพอแอนเดรียหนีออกไปได้แน่นอน ยกเว้นจะเจอพวกผู้ครองพลังระดับ 2 ดาว ซึ่งเขาก็ยังไม่เคยสู้มาก่อน

หลังจากรอสักพักก็มีเสียงประตูเปิดออกมา ก่อนจะเดินเข้ามาด้านใน เป็นไวเคานต์คาริสและพ่อบ้าน แอนเดรียรีบลุกขึ้น ก่อนจะทำความเคารพ ไวเคานต์คาริสพยักหน้าให้ก่อนจะนั่งตรงข้ามกับแอนเดรียด้วยท่าทางสบาย

“ท่านไวเคานตคาริส ข้าคือ แอนเดรีย ภรรยาของบารอนแกริค...” แอนเดรียแนะนำตัวเอง

แต่ไวเคานต์คาริสยกมือหยุด ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “เข้าเรื่องเลย เจ้ามีปัญหากับบารอนเมสันใช่ไหม คิดจะให้ฉันไปเป็นคนกลางเคลียร์กับทางบารอนเมสันสินะ”

“เรื่องนี้...ใช่ค่ะ” แอนเดรียพยักหน้ารับ

“เธอเป็นแค่ชนชั้นสูงที่ไม่มีอาณาจักรให้จะอยู่ด้วยซ้ำ คิดว่าไวเคานต์คนนี้จะช่วยอย่างนั้นเหรอ” ไวเคานต์คาริสพูดออกมาด้วยท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรนัก ก่อนจะกล่าวต่อ “รู้ไหมข่าวเรื่องการตามล่าของทางอาณาจักรนักล่าเอเลอาร์ตมาถึงเมืองเอลดิลแล้ว คิดว่าราคาของเธอจะได้เท่าไหร่”

แอนเดรียขมวดคิ้วเข้าหากันในทันที ส่วนพ่อบ้านเฟรดนั้นมีท่าทางระวังมากขึ้น

‘เฮ้ย ๆ มาถึงก็ข่มกันขนาดนี้อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่ตาลุงนี่คือไวเคานต์ของเมืองเอลดิลอย่างนั้นเหรอ อืมดูแล้วก็เหมือนจะเป็นพวกนักการเมืองใหญ่ ๆ เลยแฮะ’ ทารกน้อยลูอิสเกาะขาแอนเดรียขณะกะพริบตามองไวเคานต์คาริส

“เรื่องนั้น...ท่านไวเคานต์ลองดูนี่ก่อน ฉันเชื่อว่าท่านจะต้องช่วยพวกเราอย่างแน่นอน” แอนเดรียกล่าวอย่างมั่นใจ ก่อนจะดึงบางอย่างออกมา มันคือม้วนแผนที่

“นี่มัน...” ไวเคานต์คาริสคว้าเอาแผนที่มา ก่อนจะเปิดดูในทันที

“ถ้าท่านไวเคานต์ยอมตกลง มันจะเป็นของท่าน” แอนเดรียพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ในตอนนี้เธอได้ไพ่ตายออกไปแล้ว

ลรรยากาสในห้องรับรองแขกกลายเป็นเงียบขรึม ทุกคนกำลังรอคำตอบของไวเคานต์คาริสอยู่ แผนที่ในมือของไวเคานต์คาริสถูกม้วนเก็บด้วยตัวเขาเองก่อนจะส่งให้กับพ่อบ้านคนสนิท

เมื่อแอนเดรียเห็นเช่นนั้นก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

“ฉันเป็นคนมีเกียรติ เรื่องของเธอกับบารอนเมสันนั้นถือว่าจะจัดการให้” ไวเคานต์คาริสตอบรับข้อเสนอของแอนเดรียในทันที

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด