ตอนที่แล้วSTBI : ตอนที่ 39 เจตจำนงค์อันแรงกล้า
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปSTBI : ตอนที่ 41 แดนศักดิ์สิทธิ์

STBI : ตอนที่ 40 ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า,อาวุโสในชุดขาว


ไป๋ตงหลิน เดินไปทางแสงสีขาว

เขามองดูลูกบอลแสงที่ส่องระยิบระยับบนท้องฟ้า สิ่งนี้จะเป็นการสุ่มจับฉลากอีกแล้วงั้นหรือไม่? หลังจากลูกบอลแสงอันแรกปรากฏ ลูกบอลแสงอันที่สอง ก็ปรากฏตาม

สิ่งของในลูกบอลแสงล้วนแปลกประหลาด โดยพวกมันมีระดับความหายากที่แตกต่างกันออกไป และ ทุกสิ่งอย่างก็ขึ้นอยู่กับโชคลาภ อย่างที่ เจ้าของพระราชวังชาไห่ อธิบายเอาไว้

ไป๋ตงหลิน ไม่ได้คิดอะไรมาก จากประสบการณ์ของเขาก่อนหน้านี้ เขาได้กระโดดขึ้นไปและคว้าลูกบอลแสงไว้ในมือแต่ละข้างของเขา

เมื่อเขา จับลูกบอลแสงทั้งสอง แสงสว่างโดยรอบก็พลันหายไป

เขาได้กางฝ่ามือซ้ายออก และ พบ วัตถุรูปร่างผิดปกติซึ่งมีขนาดเท่ากับหินอ่อน เป็นสีม่วงและส่องแสงสีทอง

สำหรับสิ่งที่เขาคว้าได้ในมือขวาก็คือ ขวดหยกใส ที่ข้างในบรรจุเม็ดยาที่มีขนาดเท่ากับลูกลำใย โดยมีลวดลาย 4 แบบบนตัวของมัน สิ่งนี้คล้ายกับกำลังเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบตัวเม็ดยาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อเขาจ้องมอง ข้อมูลพื้นฐานของรางวัลก็ปรากฏขึ้นในหัว

เมล็ดพันธุ์ลึกลับที่ไม่เป็นที่รู้จัก มีความเชื่อมโยงกับแก่นโลหิตและสามารถปลูกฝังได้ ไม่ทราบชนิด และ ผลกระทบที่ตามมา

ไป๋ตงหลิน รู้สึกอยากรู้อยากเห็นมาก เนื้อสัมผัสของมันคล้ายกับเหล็ก ซึ่งทำให้มันดูเหมือนวัสดุล้ำค่า แต่ทว่าเขาไม่คิดเลยว่าแท้จริงแล้ว มันจะกลายเป็น เมล็ดพืช อีกทั้งยังสามารถปลูกได้

เขาได้ใส่ เมล็ดสีม่วงทอง ลงไปในแหวนมิติ และ ค่อยนำมันไปศึกษาอย่างละเอียด

สำหรับ สิ่งของในมือขวาของเขาคือ โอสถสวรรค์สี่ลักษณ์ สามารถซ่อมแซมอาการบาดเจ็บของ รากฐานเต๋า และ มีโอกาสที่จะช่วยปรับปรุงรากฐานเต๋า

นี่คือสรรพคุณของโอสถสวรรค์สี่ลักษณ์!

สิ่งนี้ยังเป็นสมบัติล้ำค่า แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการมัน แต่เขาก็สามารถใช้มันเป็นสิ่งของแลกเปลี่ยนได้

ในโลกแห่งการบ่มเพาะพลังมีการจำแนกโอสถในรูปแบบของเม็ดยาอยู่ 1-3 คือโอสถปฐพี ในขณะที่ 4-6 คือโอสถสวรรค์ ส่วน 7-8 คือโอสถอมตะ

เหล่า โอสถเหล่านี้ จะถูกเรียกอีกชื่อว่าโอสถวิญญาณ ซึ่งแบ่งออกเป็น 9 ระดับตามคุณภาพ โดย ระดับ 1 คือ ต่ำสุด และ มี ระดับ 9 คือสูงสุด

โอสถสวรรค์สี่ลักษณ์ มีลวดลายทั้งหมด 4 แฉก หรือก็คือ เป็น โอสถสวรรค์ระดับ 4

มูลค่าของโอสถเม็ดนี้ ค่อนข้างมหาศาล อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูรากฐานเต๋า เขาได้ใส่มันลงไปในแหวนมิติอย่างเคร่งขรึม อาจพูดได้ว่าโอสถเม็ดนี้มีประโยชน์อย่างมากในอนาคต

ไป๋ตงหลิน ไม่ได้คิดเรื่องนี้อีกต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการออกจากพระราชวังชาไห่ แห่งนี้ เขาได้มองไปที่พื้นที่โดยรอบ และ มองเห็นป้ายทองเหลือง บนแท่นหินที่ว่างเปล่า ในตอนแรก

เขาก้าวไปข้างหน้าและหยิบป้ายทองเหลืองขึ้นมา ด้านหลัง มีอักษรจารึกที่ดูซับซ้อน ในขณะที่ด้านหน้ามีตัวอักษรคำว่า ‘สัมบูรณ์’

เขาจ้องไปที่คำว่า ‘สัมบูรณ์’ จากนั้นข้อมูลจำนวนมากก็ไหลเข้ามาในจิตใจของเขา ทำให้ ดวงตาของ ไป๋ตงหลิน แสดงเห็นถึงความเข้าใจในทันที

แผ่นดินเหนียว ที่ถูกใช้โดย เหม่ยหงหยิง แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นโดย เจ้าของพระราชวังชาไห่ เมื่อหลายแสนปีก่อน

แผ่นดินเหนียวนี้ คือประตูที่ใช้เปิดเส้นทางเข้าสู่การทดสอบ โดยการเข้ามา ภายในพระราชวังชาไห่ มีเพียง ผู้ที่มีฐานการบ่มเพาะพลังต่ำกว่าดินแดนกำเนิด สวรรค์เท่านั้น ที่สามารถเข้ามาได้ และ ผู้ที่ผ่านบททดสอบ จะได้รับป้ายทองแดง

สำหรับผู้ที่ผ่านบททดสอบและได้ป้ายทองเหลืองจะสามารถเข้าร่วมการทดสอบมรดกแกนกลางที่จะปรากฏขึ้นทุก ๆ 10,000 ปี! ได้

ผู้ที่ผ่านบททดสอบสุดท้ายได้ จะได้รับสืบทอดทุกอย่างภายในพระราชวังชาไห่ เพียงแต่หลังจากผ่านไป หลายร้อยหลายพันปี บททดสอบได้ถูกจัดขึ้นหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครสามารถผ่านบททดสอบนี้ได้สักที

ปรากฏว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงของ เหม่ยหงหยิง ก็คือ ป้ายทองเหลืองนี้งั้นหรือไม่?

ยังมีเวลาก่อนการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ในครั้งต่อไปจะปรากฏขึ้น บางทีเขาอาจจะมีโอกาสเข้ามาลอง

ไป๋ตงหลิน รู้สึกว่าการทดสอบเพื่อสืบทอดมรดกนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เหมือนกับการทดสอบธรรมดาทั่วไป อีกทั้งยังจำกัดฐานการบ่มเพาะพลัง

ทว่าเขามีความคิดเร็วเกินไปที่จะคิดเรื่องนี้ ดังนั้นตอนนี้เขาจะต้องออกจากพระราชวังแห่งนี้ก่อน

ไป๋ตงหลิน ได้ยืนอยู่บนแท่นหิน ตามข้อมูลที่ได้รับมา

หลังจากยืนอยู่บนแท่นหิน คำจารึกรอบ ๆ แท่นหินก็สั่นไหว จากนั้น ไป๋ตงหลิน ก็ขยับตัวพร้อมกับตะโกนออกมา :

“รบกวนช่วยส่งข้าไปที่ดินแดนรกร้างได้รึไม่!”

แสงรอบ ๆ แท่นหินได้หยุดนิ่ง จากนั้นมันก็ปรากฏความรุนแรงมากขึ้นทำให้ ความผันผวนเชิงพื้นที่ได้พัดพาร่างของ ไป๋ตงหลิน ที่อยู่บนแท่นหินหายไปในทันที

นี่เป็นครั้งแรกที่ ไป๋ตงหลิน ได้ใช้รูปแบบอาคมเคลื่อนย้าย รู้สึกว่าตนเองได้เข้าสู่ห้วงมิติอวกาศ ที่เต็มไปด้วยชั้นพลังห่อหุ้ม

เขาไม่รู้ว่าเวลาได้ผ่านไปแค่ไหนแล้ว แสงไฟสีขาวได้ไหลผ่านเพียงครู่เดียว จากนั้นการขนส่งก็สิ้นสุดลง

เมื่อ ไป๋ตงหลิน ฟื้นคืนสติ เขาก็ล้มตัวลงอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับมองไปยังพื้นที่โดยรอบด้วยความสงบ ตอนนี้เขาได้ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า

ในเวลานี้ เขากำลังร่วงหล่นลงมาด้วยความเร็วสูง และ ร่างกายของเขา กำลังเสียดสีกับอากาศอย่างดุเดือด ไป๋ตงหลิน คาดการณ์ว่าเขากำลังตกจากที่สูงนับ 10,000 เมตร

เขาได้ทะลุผ่านชั้นเมฆ จนเห็นผืนดินด้านล่างปรากฏขึ้นในสายตา พร้อมกับป่าธรรมชาติไร้สิ้นสุด

ความเร็วในการร่วงหล่นของเขาได้เพิ่มขึ้นมากเรื่อย ๆ จนหล่นมากระกับบางสิ่งที่อยู่บนพื้นดิน

บึ้ม—

เสียงปะทะได้ดังสนั่น พร้อมกับ กลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว

ไป๋ตงหลิน รู้สึกว่าศีรษะของเขาได้กระแทกโดยวัตถุที่แข็งแรงบางอย่าง ทำให้ เขาสะบัดศีรษะอย่างมึนงง

เจ้าแท่นหินนี่คงไม่ได้ตั้งใจใช่มั้ย? ไป๋ตงหลิน ได้ใช้แท่นหิน เพื่อที่จะให้มันพาเขาออกมาจากภายในพระราชวัง

เขาได้สบัดศีรษะและความฟื้นคืนความนึกคิด พร้อมกับ ลุกขึ้นจากหลุมขนาดใหญ่ ทว่า เขาพบว่ามีซากสัตว์ที่ไม่รู้จักนอนอยู่แทบเท้าของเขา ศีรษะของมันได้แตกและปรากฏโลหิตไหลออกมาจำนวนมาก

ในเวลานี้ ควันสีขาวได้ลดลง และ ไป๋ตงหลิน ก็พบผู้คนนับสิบโดยรอบ มีทั้ง ชายและหญิง กระทั่ง ใครบางคนที่นอนตายอยู่

ในเวลานี้ เหล่านักพรตเต๋า 2-3 คน ที่แทบจะยืนไม่ไหว พอเห็น ไป๋ตงหลิน ลุกขึ้นมาจากหลุมขนาดใหญ่พวกเขาได้ทำความเคารพอย่างรวดเร็ว :

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ!”

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยพวกเราฆ่าสัตว์ร้ายตัวนี้!”

จากคำพูดของพวกเขา ไป๋ตงหลิน เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะร่วงหล่นลงมาและบังเอิญทุบตีสัตว์ร้ายนี้จนตาย และ ได้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้

“ข้าแค่ผ่านทางมาโดยบังเอิญ ไม่จำเป็นจะต้องมากพิธีอะไร!”

ไป๋ตงหลิน ไม่รู้ว่าแท่นหินได้ส่งเขามาที่ไหน แต่เขาไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นมันจึงเป็นประโยชน์มากกว่า ที่จะรักษาความสัมพันธ์กับคนในท้องที่เหล่านี้เอาไว้

เมื่อได้ยิน หลาย ๆ คนก็มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นไปอีก

อีกฝ่าย ทั้งแข็งแกร่ง และ มีบุคลิกภาพอันสูงส่งอย่างแท้จริง

ทุกคนมองไปที่ ไป๋ตงหลิน ด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะขาดรุ่งริ่ง แต่ กลิ่นอายความแข็งแกร่งของเขาช่างเปล่งประกายยิ่งนัก

ไป๋ตงหลิน ได้ใช้เทคนิค ‘กายหยกขาวชำระล้าง’ ของเขา จากนั้นเขาก็ก้าวเดินไปข้างหน้าและเริ่มพูดคุยกับทุกคน

ปรากฏว่าเหล่านักพรตเต๋าพวกนี้เป็นคนจากนิกายกระดูกเหล็กที่อยู่ใกล้เคียง พวกเขาได้พานักพรตเต๋าหนุ่มจากนิกายมาที่เมืองหลักเพื่อเข้าร่วมการทดสอบที่สำคัญ

ทว่าระหว่างทางพวกเขากลับบังเอิญมาพบกับสัตว์ร้ายที่ทรงพลัง ถ้าไม่ได้ ไป๋ตงหลิน ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เกรงว่าพวกเขาคงถูกกำจัดออกไปแล้ว

ไป๋ตงหลิน พยักหน้า สัตว์ร้ายตัวนี้ทรงพลังอย่างแท้จริง กระโหลกศีรษะของมันแข็งมาก อีกทั้งร่างกายยังทนทานราวกับเหล็ก หากไม่ใช่เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็คงเป็นเขาที่ได้รับบาดเจ็บ

และด้วยพละกำลังร่างกายของเขา และ ความสูงนับหมื่นเมตร แม้สัตว์ร้ายตัวนี้จะมีกระโหลกศีรษะที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่ใช่คู่ต่อกรด้านพละกำลังกับ ไป๋ตงหลิน

ในเวลานี้ ทุกคนได้ทานโอสถรักษา ทำให้ อาการบาดเจ็บ ค่อย ๆ ฟื้นตัว ทั่วร่างเริ่มมีพลังเอ่อล้นกลับมาอีกครั้ง

เมื่อ สัมผัสได้ถึงพลังปราณและโลหิตของเหล่านักพรตเต๋าที่อยู่ข้างหน้า ดวงตาของ ไป๋ตงหลิน ได้เปล่งประกายและกล่าวถาม :

“ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ไหนงั้นหรือ?”

แม้ว่า ทุกคนจะแปลกใจที่ว่าเหตุใดผู้อาวุโสในชุดขาวจึงกล่าวถามเช่นนี้ แต่ ด้วยบุคลิกภาพอันสูงส่งของเขา จึงทำให้พวกเขาตอบกลับด้วยความเคารพ

“เรียนผู้อาวุโส ที่นี่คือดินแดนรกร้าง!”

ฟุ่บ ฟุ่บ!

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด