ตอนที่แล้วตอนที่ 28 โฉมหน้าของกับดัก(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 30 ผู้สืบทอดของตระกูลแกริค(อ่านฟรี)

ตอนที่ 29 ฟันไม่เลี้ยง(อ่านฟรี)


ตอนที่ 29 ฟันไม่เลี้ยง

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้น...

หลังจากลูอิสรู้ว่าเกิดเรื่องกับแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรด เขาก็รีบวิ่งไปยังทิศทางที่เจียน่าบอก เมื่อออกมาจนถึงทางด้านหลังของเขตชุมชนผู้อพยพ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับโกดังที่เคยไปช่วยหมอเทรย์เวอร์

เขาสั่งให้ทุกคนหยุดวิ่ง

“ท่านลูอิสเราหยุดทำไมกัน?” อาณ์มันโด้ถามด้วยความสงสัย

ลูอิสมองไปรอบตัวแล้วไม่เห็นใครเขาพูดขึ้นมาว่า “พวกเราวิ่งช้าเกินไป เจียน่าเรียกหมีออกมา เราจะขี่หมีไปกัน”

“ขี่หมี?” อาร์มันโด้พูดด้วยความตกใจ พอนึกถึงหมีกริซลี่ตัวนั้นที่ฉีกพวกนักเลงราวกับกระดาษก็กลืนน้ำลายเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นแววตาก็ยังมีความตื่นเต้นที่ไม่อาจจะปิดได้มิด เพราะใช่ว่าทุกคนจะได้ขี่หมีหรอกนะ

“ค่ะ” เจียน่าพยักหน้ารับ ก่อนจะใช้ทักษะอัญเชิญหมีกริซลี่ออกมา ทันทีที่มันโผล่ออกมาก็คำรามลั่น ก่อนมองไปรอบ ๆ เพื่อค้นหาศัตรู แต่ก็ไม่เห็นใคร มันจึงยืนสี่ขารอคำสั่ง

ทั้งสามไม่รอช้ารีบขึ้นไปบนหลังหมีกริซลี่

“ไป!” เจียน่าสั่งการหมีกริซลี่ที่พวกเขาขี่อยู่

หมีกริซลี่คำราม ก่อนจะออกตัววิ่งสี่ขาออกตัวไปด้วยความเร็วราวกับรถสปอร์ต โดยมีลูอิส เจียน่าและอาร์มันโด้ที่ขี่หลังมันอยู่

หมีกริซลี่ เลเวล 10 นั้นทำความเร็วในการเคลื่อนที่โดยการวิ่ง 4 ขาได้สูงถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในโลกหลังวันสิ้นโลกนี้ความเร็วระดับนี้ถือว่าสูงมาก แถมมันยังไม่สนสภาพแวดล้อมด้วย เมื่อเจอกับทางที่มีสิ่งกรีดขวางมันจะกระโดดข้ามไปอย่างง่ายดาย หรือต่อให้เจอซากเหล็กและรถเก่าที่ทิ้งไว้รอบ ๆ ก็เหยียบย่ำวิ่งได้อย่างไม่มีปัญหา

ภายในกำแพงไม่ได้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่โล่งที่ถูกสงวนไว้มากมาย ซึ่งเป็นของเหล่าขุนนาง พวกเขาใช้มันเพาะพืชผลการเกษตรเพื่อเลี้ยงคนทั้งเมือง ในบางส่วนยังเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของขุนนางโดยตรงและยังมีพื้นที่ซึ่งบุกเบิกใหม่ทุกปี คำว่าบุกเบิกที่ว่านี้คือการขยายกำแพงเมืองออกไป เพื่อรองรับผู้คนที่มากขึ้น

แต่ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่บุกเบิกใหม่แม้จะอยู่ในกำแพง แต่ก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาด้านไหน ๆ ทำให้ส่วนใหญ่เป็นป่าหรือไม่ก็ที่รกร้างเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าคนทั่ว ๆ ไปจะมาใช้งานหรือเข้ามาครอบครองได้เลย เพราะคนที่มีสิทธิ์ทำได้คือขุนนางเท่านั้น

หมีกริซลี่ที่พวกเขาขี่นั้นวิ่งตัดผ่านป่าเล็ก ๆ ไป ก่อนจะเจอเข้ากับถนนที่เกิดจากการเดินทางของรถที่เหยียบย้ำหญ้าและดินจนเกิดเป็นทางขึ้นมา

ไกลออกไปขณะทารกน้อยลูอิสขี่หมีกริซลี่เขาก็มองเห็นกำแพงสูงซึ่งเป็นส่วนต่อมาจากกำแพงเดิมของเมือง ซึ่งเป็นโครงการขยายกำแพงเมืองออกไป ก่อนจะละสายตากลับมาให้เจียน่าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

เจียน่าเล่าเรื่องที่เห็นผ่านสายตาของอีกาดำ ทำให้ลูอิสและอาร์มันโด้เข้าใจมากขึ้น หลังรู้เรื่องราวทารกน้อยลูอิสกำขนหมีกริซลี่ด้วยมือน้อย ๆ ของตนอย่างอดห่วงไม่ได้ ก่อนจะบอกให้เจียน่าเร่งความเร็วขึ้นอีก

ทั้งสามขี่หมีกริซลี่มาจนถึงแนวป่าแห่งหนึ่งเวลาเย็น รอบตัวของพวกนั้นนั้นมืดลงเพราะดวงตะวันได้ลับขอบฟ้าไปสักพักแล้ว สุดสายตาด้านหน้ามีคฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งอยู่

“คฤหาสน์หลังนั้น พวกเขาโดนจับตัวในบ้านในป่าหลังหนึ่ง แต่ตอนนี้โดยย้ายมาที่นี่”

ลูอิสมาโผล่อยู่ที่แนวป่า ด้านหน้าของเขาเป็นคฤหาสน์ขนาดเล็กขนาดสองชั้นหลายสิบห้องนอน ซึ่งดูเหมือนบ้านพักตากอากาศมากกว่า เพียงแต่มันถูกสร้างจากปูนและหินแข็ง มีกำแพงสูงล้อมรอบและยังมีทหารเดินไปมาด้วย

‘บ้าจริง มีทหารด้วย ดูเหมือนคนที่จับแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรดจะเกี่ยวข้องกับพวกขุนนางหรือไม่ก็ตัวขุนนางเองเลยด้วยซ้ำ’

‘ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันจะต้องเข้าไปช่วยทั้งสองออกมาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม’

ลูอิสที่หลบอยู่หลังแนวป่ามองไปที่คฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ไม่ไหลมากนัก ซึ่งรอบ ๆ

“ท่านลูอิสมีคนจะทำร้ายนายหญิงแอนเดรียแล้ว เราต้องลงมือเดียวนี้เลย...”

...

มาลก้าลุกขึ้นยืนก่อนจะยกเท้าและคิดจะกระทืบไปที่อีกาดำที่ดิ้นอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยกระจก

ปัง!

เสียงที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้มาจากเท้าของมาลก้ากระทืบอีกาดำตาย แต่กลับเป็นประตูที่ถูกพังเข้าเข้ามา มาลก้ารีบยกแขนขั้นมากันใบหน้าและดวงตาจากเศษประตูหนึ่งที่ปลิวมาทางตัวเอง

“บัดซบ เดรัจฉานตัวไหนกล้ามาพังประตูห้องนอนนายน้อยผู้นี้” มาลก้าที่ลุกขึ้นมาพูดด้วยความโมโห

แต่พอมองไปกลับไม่เห็นใครทำให้มาลก้างงุนงงไปเล็กน้อย ก่อนจะรู้ตัวว่าตนเองนั้นมองสูงเกินไป เมื่อก้มหน้าลงมองต่ำก็เห็นว่าที่หน้าประตูมีทารกตัวน้อย ๆ คนหนึ่งยืนอยู่ด้วยท่าทางแปลก ๆ

มาลก้าจ้องไปที่ดวงตาของทารกน้อย เขารู้สึกราวกับตรงหน้าไม่ใช่ทารกน้อย แต่เป็นสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ปล่อยจิตสังหารมาที่ตนเองตลอดเวลา

ทารกน้อยลูอิสมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเหลือบไปเห็นแอนเดรียที่นอนดิ้นอยู่บนเตียงโดยมีผ้าไหมบาง ๆ สวมใส่ตัวเท่านั้น เพลิงในใจของลูอิสถูกจุดขึ้นอย่างรุนแรง เขาอยากจะถลกหนังของมาลก้าทิ้งจากนั้นก็สับร่างให้แหลกจนจำไม่ได้เลย

“แกเป็นใคร?” มาลก้าไม่ได้โง่ที่จะคิดว่าทารกหน้าประตูเป็นเด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่ง เพราะเด็กธรรมดาที่ไหนกันที่มีแรงถีบประตูจนพังไม่มีชิ้นดีแบบนี้

ลูอิสไม่ได้ตอบ...

ทารกน้อยลูอิสล้วงมือทั้งสองไปด้านหน้าซึ่งก็คือช่องเก็บของผู้เล่น ก่อนจะปรากฏโล่อัศวินและดาบอัศวิน ระดับต่ำอยู่ในมือทั้งสองข้าง

“นี่มัน!” มาลก้ามองด้วยดวงตาทึ่งที่อยู่ ๆ ก็มีโล่ดาบปรากฏออกมา แต่แล้วใจจังหวะที่มาลก้าสนใจดาบและโล่อยู่นั้น ลูอิสก็ใช้ทักษะพุ่งชนเคลื่อนที่เข้าหามาลก้าในทันที

เขาคิดจะแทงมาลก้าให้ตายในดาบเดียว

“อะไรกัน! เด็กที่เป็นผู้ครองพลัง…เป็นไปไม่ได้!” มาลก้าถึงจะตกใจ แต่ก็รู้ว่าไม่มีเวลามาให้เขาคิดมาก

“ฆ่าแกก่อนแล้วค่อยมาหาคำตอบแล้วกัน” ในเสี้ยววินาทีนั้นมือของมาลก้าก็ปรากฏลูกไฟยิงเข้าใส่ลูอิสที่วิ่งเข้ามา

‘ผู้เผาผลาญ!’ ลูอิสหรี่ตาลง ก่อนที่จะหลบไปหลังโล่และเปลี่ยนจากที่คิดจะใช้ดาบแทงเป็นการใช้โล่แทน

บึม!

ลูกไฟปะทะเข้ากับทารกน้อยลูอิสที่หลบอยู่หลังโล่อัศวิน

“หึ นึกว่าจะ...” ยังไม่ทันที่มาลก้าจะพูดจบเบื้องหน้าก็มีโล่พุ่งผ่านเปลวไฟของลูกไฟมา ก่อนจะกระแทกเข้าตัวของมาลก้าอย่างเต็มแรง

ระหว่างมาลก้าและโล่อัศวินนั้นเกิดคลื่นกระแทกที่ทำให้ถึงกับมาลก้าที่ยืนอยู่กระเด็นไปกระแทกกับตู้เก็บของข้างหัวเตียงและไม่หยุดแค่นั้น ตัวของมาลก้าได้กระแทกเข้ากับกำแพงและทะลุไปอีกฝั่งหนึ่งของห้องข้าง ๆ

เสียงดังอย่างรุนแรงพร้อมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายออกมา มาลก้าร้องออกมาด้วยความเจ็บและจุกจนแทบจะกระอักเลือด ที่ยังหัวเลือดไหลจากบาดแผลที่ศีรษะอีกด้วย สภาพเนื้อฟกช้ำเต็มไปด้วยบาดแผล

ลูอิสที่พึ่งใช้ทักษะพุ่งชนใส่มาลก้าไปก็ออกมาจากหลังโล่ยืนด้วยสองขาน้อย ๆ อย่างมั่นคง

“ลูอิส” แอนเดรียที่โดนมัดไว้บนเตียงเรียกชื่อเขาด้วยความดีใจ เธอไม่คิดว่าอยู่ ๆ ก็จะมีคนมาช่วยและยังเป็นลูกชายเธออีก ถึงอย่างนั้นแอนเดรียก็ยังตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายอายุไม่ถึงขวบจะแข็งแกร่งแบบนี้ซะแล้ว

“ท่านแม่” ลูอิสหันไปพูดกับแอนเดรีย ก่อนจะยกดาบตัดโซ่ที่ล่ามมือด้านขวาไว้ในฉับเดียวด้วยดาบอัศวินในมือ

โซ่ที่ล่ามแขนข้างขวาแอนเดรียขาดออก ทำให้เธอขยับตัวได้อีกครั้ง ลูอิสคิดจะฟันโซ่อีกเส้น แต่แล้วในเองก็มีเสียงร้องดังลั่นของมาลก้าที่ยังไม่ตายออกมาจากด้านในห้องที่ทะลุไป

“อ๊ากกก!!! แกไอ้เด็กนรก...ไปตายซะ!” มาลก้าที่โดนลูอิสเล่นงานไปในตอนแรกและยังลุกไม่ขึ้น ได้ยกมือทั้งสองประกบเข้าหากัน ก่อนจะปรากฏไฟจำนวนมากรวมตัวกันในพริบตาจากนั้นก็ยิงเข้าใส่ลูอิส

‘บ้าจริง’ ลูอิสไม่มีเวลามาคิดมาก ใช้เท้ายันเตียงนอนให้พลิกไปอีกฝั่งเพื่อไม่ให้ลูกไฟโดนแอนเดรียที่ยังหลุดออกมาจากโซ่ที่ล่ามไว้ไม่ได้ ทำให้เตียงนั้นพลิกตะแคงข้างและไถลเข้าไปชิดมุมกำแพงห้องอีกฝั่ง

ส่วนลูอิสนั้นอาศัยแรงถีบตีลังกาสองรอบหลบลูกไฟขนาดใหญ่ที่ยิงใส่เขาได้อย่างฉิวเฉียด ตัวลูอิสไปยืนอยู่บนขอบหน้าต่างกระจกที่แตกก่อนหน้านั้นพอดี

ลูกไฟที่พลาดเป้าได้พุ่งออกไปทางประตูที่ลูอิสพังเข้ามา ก่อนจะระเบิดหน้าต่างทางเดินอย่างรุนแรงจนไม่มีชิ้นดี

“คนของฉันไปไหนกันหมด…”

“สารเลวเอ๊ย!”

มาลก้าสบถด่าออกมาเนื่องจากเกิดการต่อสู้แบบนี้ แต่กลับไม่มีลูกน้องของตนเลยสักคนเดียวที่เข้ามาช่วยเขา มาลก้าไม่มีทางเลือก ในเมื่อไม่มีคนช่วยเขาก็จะจัดการเองแล้วค่อยไปลงทัณฑ์คนของตน

ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืนยกมือทั้งสองข้างยิงลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นใส่ลูอิสอย่างต่อเนื่อง

‘แม้ขนาดจะเล็ก แต่กลับยิ่งได้ถี่มาก’

ทารกน้อยลูอิสกระโดดหลบจากทางหน้าต่าง ก่อนที่ลูกไฟจะทำลายหน้าต่างที่เขาพึ่งอยู่ไป แต่ทารกน้อยลูอิสก็ไม่ได้ถอยหนี กลับกันเขาเลือกจะกระโดดสลับไปมาหลบลูกไฟและเข้าประชิดตัวของมาลก้า

‘หมอนี่เป็นผู้เผาผลาญแน่นอน แต่แค่ระดับหนึ่งดาวเท่านั้น’

‘ถ้าในเกมสู้กับพวกโจมตีระยะใกล้แบบนี้ อัศวินแบบฉันก็ต้องเข้าไปประชิดตัวให้ได้’

ทารกน้อยลูอิสมีสีหน้าจริงจัง ขณะพุ่งเข้าไปหามาลก้า ซึ่งมาลก้าก็เหมือนจะรู้ตัว จึงถอยหลังหนีเพื่อทิ้งระยะห่าง โดยที่ไม่ลืมปล่อยลูกไฟยิงใส่ลูอิสด้วย

ทั้งลูอิสและมาลก้าต่างก็สู้กันอยู่ในห้องอีกฝั่ง ซึ่งในตอนนี้ชั้นสองๆ ของคฤหาสน์กำลังเกิดไฟไหมเรื่อย ๆ จากเพลิงของผู้เผาผลาญอย่างมาลก้า ส่วนแอนเดรียนั้นหลังจากเตียงนอนได้พลิกคว่ำเธอก็ยังติดอยู่กับเตียง ในตอนนั้นเองอีกาดำที่ถูกหลงลืม ก็บินไปคราบเอากุญแจที่เจอมาจากซากตู้แถวในห้องก่อนจะบินมาให้แอนเดรีย

“เออ...ขอบใจมาก” แอนเดรียตะลึงไปเล็กน้อยกับความฉลาดของเจ้านก ก่อนจะรับกุญแจมาและรีบไขโซ่ที่ล่ามตัวเองอยู่ออกทันที

‘แบบนี้ไม่ดีแน่’ ลูอิสขมวดคิ้วชนกัน แม้โล่จะป้องกันลูกไฟได้ แต่ความร้อนของไฟก็ไม่ใช่ธรรมดา ลูอิสรู้สึกแสบร้อนที่ผิวเป็นอย่างมาก

‘ผู้ครองพลังปล่อยพลังได้ต่อเนื่องขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ แถมความร้อนก็ไม่ธรรมดาด้วย’

‘แต่ก็แค่นั้น ทักษะต้านทานไฟ lv.1’

เขาใช้ทักษะต้านทานไฟ ซึ่งเป็นออร่าของพาราดินในทันที ตัวของทารกน้อยลูอิสอาบด้วยแสงสีทองในพริบตา ลูอิสสัมผัได้อย่างชัดเจนว่าความร้อนจากไฟนั้นน้อยลงและความเสียหายจากเปลวไฟของมาลก้าที่เขาได้รับนั้นลดลงไปมากกว่าครึ่ง

ทารกน้อยลูอิสไม่คิดจะเสียเวลาสู้ยืดเยื้ออีก เขาวิ่งเข้าหามาลก้าตรง ๆ โดยใช้โล่ต้านลูกไฟ

“อะไรกัน!” มาลก้าตกใจมากที่เห็นว่าทารกน้อยที่ตนสู้นั้นเหมือนจะไม่กลัวไฟของเขาเลย แถมยังพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

“เอาไปกินซะ!” มาลก้ากัดฟันแน่นฝืนใช้ลูกไฟขนาดใหญ่อีกครั้งอย่างไม่ลังเล ด้วยระยะแค่ไม่ถึง 3 เมตร มาลก้าเชื่อว่าศัตรูของตนนั้นหลบไม่พ้นแน่

‘หลบไม่พ้นก็ไม่ต้องหลบ’ ลูอิสใช้ทักษะโล่กระแทกเข้าใส่ลูกไฟจนมันแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาของมาลก้า ก่อนจะใช้ทักษะดาบยุติธรรม ซึ่งเป็นการฟันต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง

“ย้าก!...เละไปซะ”

ลูอิสฟ้นใส่หน้าอกของมาลก้าหนึ่งดาบ จากนั้นก็ฟันเข้าใส่ที่ตัดลอยแผลเดิมหนึ่งด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ รอยแผลจากกี่ฟันกลายเป็นกากบาท เลือดไหลออกจากแผลอย่างน่าสยดสยองภายใต้เสื้อที่เหลือตัวเดียว ทารกน้อยลูอิสไม่คิดจะหยุดแค่นั้นกำลังฟันครั้งที่สาม

มาลก้าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงรักษาสติคิดหาทางหนี เพราะถ้าไม่หนีตอนนี้ตนเองตายแน่ มาลก้ารีบสร้างลูกไฟให้ระเบิดระหว่างตัวเองกับลูอิสเกิดเป็นแรงผลักอย่างรุนแรงต่อทั้งสองคน

ลูอิสรีบยกโล่ขึ้นป้องกัน แต่มาลก้าไม่ได้โจมตีลูอิสกลับใช้เพื่อถอยหนีออกมา

จังหวะที่ลอยกลางอากาศนั้นมาลก้าพุ่งเข้าหาหน้าต่างกระจกตรงทางเดินหลัก ก่อนจะพุ่งกระแทกผ่านกระจกเสียงดัง เพล้ง! ตัวหล่นลงจากชั้นสองไปกระแทกพื้นด้านล่างคฤหาสน์เสียงดัง ตุบ! ในสภาพบาดเจ็บหนักจนขยับตัวไม่ได้นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด