ตอนที่แล้วตอนที่ 25 การโจมตีของสัตว์ป่า(อ่านฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 27 พลังของผู้ครองพลังมีทั้งหมด 7 สายพลัง(อ่านฟรี)

ตอนที่ 26 คำขอของหมอเทรย์เวอร์(อ่านฟรี)


ตอนที่ 26 คำขอของหมอเทรย์เวอร์

“นายควรไปแก้มัดให้หมอเทรย์เวอร์ก่อน” ทารกน้อยลูอิสบอกกับอาร์มันโด้เพื่อเรียกสติเขา

“จริงด้วย” อาร์มันโด้ฉุกคิดขึ้นได้ รีบเดินข้ามซากศพไปแก้มัดให้หมอเทรย์เวอร์

หลังจากเอาหมอเทรย์เวอร์ลงมาจากคานและแก้มัดเขา ลูอิสก็หยิบโพชั่นชีวิตออกมา และเทใส่ปากหมอเทรย์เวอร์ ผ่านไปสักพักหลังจากดื่มโพชั่นบาดแผลตามใบหน้าของหมอเทรย์เวอร์ก็เริ่มรักษาตัวเองและหายอย่างรวดเร็ว เพียงโพชั่นขวดเล็ก 1 ขวดก็พอรักษาคนธรรมดาอย่างเขาได้แล้ว

ตามใบหน้าและตัวของหมอเทรย์เวอร์ไม่มีรอยฟกช้ำหรือบาดแผลอีก เหลือก็แต่คราบเลือดที่ออกมาจากแผลเท่านั้น

“หมอเทรย์เวอร์คุณเป็นอะไรไหม” อาร์มันโด้เขย่าตัวของหมอเทรย์เวอร์

“ไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบคุณมาก” หมอเทรย์เวอร์ลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบ ๆ ทำให้เขาต้องตะลึงกับภาพเบื้องหน้า แต่ถึงอย่างนั้นหมอเทรย์เวอร์กลับรักษาท่าทีได้ดีกว่าอาร์มันโด้มากนัก

“พวกมันต้องการยา แต่ข้าไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับยาพวกมันไป ดังนั้นพวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงว่าข้อมูลจะหลุดออกไป” หมอเทรย์เวอร์กล่าวออกมา ก่อนที่จะมีใครได้ถาม

‘บาดเจ็บจนเกือบตาย แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าจะผิดสัญญาและไม่ได้น้ำตาเทพไปรักษาผู้คนอีก เฮ้อ...สมกับเป็นหมอที่ยอมเสียสละเงินของตัวเองมาเปิดสถานพยาบาล’ ลูอิสทั้งชื่นชมและก็เห็นใจในเวลาเดียวกัน

“วางใจเถอะ เราจะยังเอายาไปให้ตามเดิม ตอนนี้หมอเทรย์เวอร์ควรจะกลับไปที่สถานพยาบาลก่อน หลานสาวคุณคงเป็นห่วงแล้ว”

“เกวนเป็นคนไปตามพวกเจ้ามาช่วยข้าใช่ไหม” หมอเทรย์เวอร์ถาม ก่อนจะคิดในใจว่าตนเองนั้นคิดถูก เบื้องหลังอาร์มันโด้นั้นคือเด็กสาวปริศนาและเด็กทารกน้อย

“แม่หนูน้อย เธอคือคนที่เขาทำงานด้วยอย่างนั้นเหรอ” หมอเทรย์เวอร์ถามเจียน่าด้วยท่าทีสุภาพ

“เปล่า” เจียน่าส่ายหัว ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ฉันเป็นแค่คนติดตามอีกคนหนึ่งเหมือนกับอาร์มันโด้”

อาร์มันโด้พยักหน้ายืน

หมอเทรย์เวอร์เหลือบมองไปเห็นหมีกริซลี่ที่อยู่ข้าง ๆ เด็กสาวก็รู้สึกประหลาดใจ แม้แต่คนที่ครองพลังแบบเธอก็เป็นแค่คนติดตามเท่านั้น

“เธอคือผู้ครองพลัง ผู้สร้างจิตวิญญาณใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นนายท่านของเธอคือผู้สร้างน้ำตาเทพก็คงเป็นผู้เยียวยาสินะ ช่วยบอกเขาได้ไหมว่าข้าอยากพบเขา” หมอเทรย์เวอร์กล่าวออกมาอย่างมีความหวัง

เจียน่าที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วชนกันทันที เพราะเธอกำลังงงกับสิ่งที่เรียกว่าผู้สร้างจิตวิญญาณและผู้เยียวยาที่หมอเทรย์เวอร์กล่าวถึง

หมอเทรย์เวอร์ที่เห็นสีหน้าของเจียน่าก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเองจะข้ามเส้นจนเกินไป

“ทำไมคุณถึงต้องการพบผม” ในตอนนั้นเองลูอิสก็พูดขึ้นมาทำให้หมอเทรย์เวอร์มีสีหน้าตกใจ เพราะไม่คิดว่าทารกน้อยที่เด็กสาวอุ้มจะพูดจาและแสดงสีหน้าเหมือนกับผู้ใหญ่ไม่มีผิด

“ท่านลูอิสถามว่าทำไมคุณถึงอยากจะพบกับท่าน” เจียน่าทวนคำถามซ้ำให้กับหมอเทรย์เวอร์ที่อ้ำอึ้งอยู่

หมอเทรย์เวอร์ที่อยู่มาจนอายุขนาดนี้แล้ว ดังนั้นเพียงรายละเอียกแค่นี้ก็พอจะให้เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว

“กลับกลายเป็นว่าเด็กทารกคนนั้นคือเจ้านายของทั้งสองอย่าง นี่มันไม่น่าเชื่อ” หมอเทรย์เวอร์มองทารกน้อยลูอิสไม่หยุด พร้อมกลับพึมพำออกมาคนเดียว ก่อนจะฉุกคิดถึงบางสิ่ง

“เจ้าคือ เด็กอัจฉริยะในตำนาน!” หมอเทรย์เวอร์พูดความคิดของตนออกมา “เด็กอัจฉริยะไม่ใช่เพียงเด็กที่มีไอคิวสูงและฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเด็กที่แปลกประหลาด ราวกับพวกเขาคือผู้ใหญ่ในร่างเด็ก แบบนี้นี่เอง...”

เขามองไปที่ลูอิสซึ่งก็มีหลายอย่างที่เหมือนกับที่อธิบายไว้ หมอเทรย์เวอร์เชื่อสนิทใจแล้วว่าทารกตรงหน้าเขาคือเด็กอัจฉริยะจริง ๆ

‘หืมนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้ยินคำอธิบายแบบนี้ ดูเหมือนหมอเทรย์เวอร์จะรู้เรื่องลึกลับมากกว่าเจียน่าสินะ แต่ก็ไม่แปลกเจียน่าเพียงฟังมาจากพ่อของเธอ ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้อพยพเท่านั้นคงไม่มีข้อมูลเรื่องพวกนี้มากนัก ต่างจากหมอเทรย์เวอร์ที่เป็นหมอเขาคงได้ยินและได้ฟังเรื่องต่าง ๆ’

‘บางทีฉันอาจจะลองหาถามข้อมูลของผู้ครองพลังได้จากเขา แต่ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าทำไมเขาถึงอยากจะพบฉัน’

“บอกหน่อยได้ไหมว่าทำไมถึงอยากจะเจอกับฉัน” ทารกน้อยลูอิสกระโดดลงจากอ้อมกอดของเจียน่าและมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของหมอเทรย์เวอร์

“ข้าต้องการให้ท่านช่วยรักษาหลานสาว เธอโดนพิษคำสาป” หมอเทรย์เวอร์บอกไปตามตรง โดยใช้น้ำเสียงสุภาพเขาไม่กล้าเสียมารยาทกับลูอิส

‘พิษคำสาป มีของแบบนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ แบบนี้นี่เองชายคนนี้เข้าใจผิดว่าฉันเป็นผู้เยียวยา ถ้าอย่างนั้นผู้เยียวยาคงมีความสามารถในการรักษาพิษคำสาปได้อย่างนั้นสินะ สายรักษาอย่างนั้นเหรอ พลังที่ผู้ครองพลังมีก็เป็นไปตามชื่อสินะ... แต่ว่าชื่อของมันคือ พิษคำสาป ที่จริงทักษะของพาราดินที่ชื่อ [ชำระล้าง lv.1] ออร่าลดระยะเวลาในการติดสถานะคำสาปและพิษลงเป็นอย่างมาก ก็น่าจะใช้ได้ผลอยู่เหมือนกัน’

‘ถึงอย่างนั้นฉันยังไม่มีแต้มศักยภาพเพียงพอคงต้องรอไปก่อนแหละนะ’

ความคิดของลูอิสทำงานอย่างรวดเร็ว

“รักษาพิษคำสาป อาจจะรักษาได้” ลูอิสกล่าว

“ถ้าอย่างนั้น...” หมอเทรย์เวอร์ต้องการจะพูด แต่ลูอิสส่ายหัวเบา ๆ ทำให้หมอเทรย์เวอร์เงียบทันที

ลูอาพูดต่อว่า “ที่บอกว่ารักษาได้นั้นก็แค่อาจจะและก็ยังไม่ได้บอกว่าจะรักษาให้”

หมอเทรย์เวอร์กำหมัดแน่นด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง เพราะคิดว่าลูอิสจะไม่ยอมช่วย ลูอิสเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมา

“ทุกอย่างนั้นมีราคาของมัน ถ้าคุณทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปฉันจะคิดเรื่องการรักษาอีกทีก็ได้” ราคาที่ลูอิสกล่าวถึงนั้นก็คือแต้มศักยภาพที่ใช้เรียนรู้ทักษะ แต่ดูเหมือนหมอเทรย์เวอร์จะเข้าใจเป็นอย่างอื่น

“ท่านพูดจริงใช่ไหม”

“ใช่ ฉันจะโกหกคุณทำไม หมอเทรย์เวอร์” ทารกน้อยลูอิสพูดด้วยสีหน้าจริง ๆ เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นจริงจังทุกคำ

หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย ลูอิสก็ให้อาร์มันโด้พาหมอเทรย์เวอร์กลับไปที่สถานพยาบาล ส่วนเขาจะไปที่บ้านของอาร์มันโด้เพื่อเอายาน้ำตาเทพที่ทิ้งไว้ที่นั่น พร้อมกับบอกข่าวให้กับเบลล่าได้รู้ว่าทุกคนปลอดภัยดี

ทุกอย่างดำเนินไปทั้งอย่างนั้น ซึ่งพอหมอเทรย์เวอร์กลับมาถึงสถานพยาบาล พยาบาลสาวเกวนก็วิ่งมากอดลุงด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะสำรวจเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แน่นอนว่าหลังจากผ่านโพชั่นชีวิตมาแล้วและยังเช็ดคราบเลือดออกไปแล้ว เพราะกลัวหลานตัวเองจะเป็นหว่ง

ทำให้ตอนนี้หมอเทรย์เวอร์นั้นไม่เหมือนกับคนที่พึ่งโดนซ้อมบาดเจ็บสาหัสมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

เกวนขอบคุณอาร์มันโด้ไม่หยุด ขณะที่อาร์มันโด้ทำได้เพียงพยักหน้าขอบคุณแบบอาย ๆ เท่านั้น เพราะเขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยแม้แต่น้อย

สักพักหลังจากนั้นทุกอย่างสถานพยาบาลก็ดำเนินต่อไป โดยลูอิสเอาน้ำตาเทพในกล่องเหล็กมาส่งให้ พร้อมกับคอยเก็บพลังงานศรัทธาไปด้วย เขาจะไม่ยอมพลาดพลังงานศรัทธาแม้แต่วันเดียวอย่างแน่นอน

...

ขณะเดียวกันทางด้านแอนเดรียและพ่อบ้านเฟรด หลังจากตามเบาะแสมาหลายชั่วโมงในที่สุดเขาก็มาถึงยังจุดหมายที่นัดกันไว้ มันเป็นป่าทางด้านหลังของเมืองแอลดิล ซึ่งเป็นพื้นที่พึ่งจะขยายอาณาเขตออกมาของเมือง

“ที่นี่แหละ” พ่อบ้านเฟรดกล่าวด้วยน้ำเสียงระวัง ก่อนจะหยุดยืนนิ่งมองไปยังข้างทางด้านหน้า

แอนเดรียที่สวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้าใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ

ในตอนนั้นก็มีเสียงแก็กดังออกมาจากป่าข้างทาง ทั้งสองหันไปตามเสียงพร้อมกับจับไปที่อาวุธของตนเองในทันที แต่ตอนนั้นก็มีคนเดินออกมาจากป่าข้างทาง พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ใจเย็นก่อนที่ข้าเอง”

ชายชราตาบอดอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อบ้านเฟรดเดินออกมาจากพุ่มไม้พร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“พวกเรามาแล้ว แล้วแหวน...”

ชายชราตาบอดหยิบบางสิ่งออกมาจาก มันคือแหวนที่ห่อด้วยเศษผ้าเก่า ๆ แต่ก่อนที่พ่อบ้านเฟรดจะหยิบไปชายชราตาบอดก็เก็บกลับไปและกล่าวว่า “สถานที่นี้อันตรายเกินไป ไปคุยกันที่อื่นเถอะ”

กล่าวจบชายชราตาบอดก็หันหลังเดินไปไปยังทิศทางหนึ่งของป่า

แอนเดรียและพ่อบ้านเฟรดหันมามองหน้ากัน ก่อนจะเดินตามไปด้วยความเงียบขรึม มือของแอนเดรียกำแน่น เธอจำแหวนวงเมื่อครู่ได้ไม่ผิดแน่นอน เพราะมันคือแหวนที่คนรักของเธอใส่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา

“ที่บ้านหลังนี้แหละ เข้าไปกันเถอะ” ชายตาบอดพาทั้งสองมายังบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป ด้านในไม่มีสิ่งของหรือฟอร์นิเจอร์มากมาย นอกจากเตียงนอนหนึ่งตัวทีแอบอยู่มุมห้องหนึ่ง เตาผิงเหล็กหนึ่งตัว โต๊ะไม้หนึ่งและเก้าอี้ไม้อีกสี่ตัวที่วางอยู่กลางห้อง

“ปิดประตูด้วย” ชายชราตาบอดกล่าว ก่อนจะหยิบเหล้าและแก้วสามใบมาวางบนโต๊ะ ลากเก้าอี้ออกและนั่งลง จากนั้นก็รินเหล้าใส่แก้วทั้งสามก่อนจะดื่มกระดกเหล้าในแก้วหนึ่งอย่างไม่เกรงใจ

“ลองดื่มดูสิ ข้ากลั่นมันเองเลยนะ” ชายชราตาบอดกล่าว ก่อนจะชี้ไปทางแก้วที่มีเหล้าทั้งสองใบ

พ่อบ้านเฟรดและแอนเดรียนั่งลงที่เก้าอี้โดยไม่สนแก้วเหล้าตรงหน้าแม้แต่น้อย

“ตามใจก็แล้วกัน เงินของข้าอยู่ไหน” ชายชราตาบอดกล่าว

พ่อบ้านเฟรดหยิบเงินก้อนหนึ่งออกมา มันคือเงินธนบัตรเบล จำนวน 1,000 เบล ที่หามาอย่างยากลำบาก แต่เขาไม่ได้ส่งให้ทันที

“แหวนและข้อมูลอยู่ไหน?”

ชายตาบอดล้วงไปในกระเป๋าเสื้อของตนก่อนจะหยิบห่อผ้าสีเทาเก่า ๆ อันเดิมออกมาวางบนโต๊ะจากนั้นก็ผลักห่อผ้าไปกับพื้นโต๊ะให้กับพ่อบ้านเฟรด ซึ่งพ่อบ้านเฟรดก็ส่งเงินให้กับชายชราตาบอดในลักษณะเดียวกัน

เมื่อได้เงินมา ชายตาบอดก็เผยยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะแกะและนับเงินดูอย่างมีความสุข ส่วนพ่อบ้านเฟรดรีบแกะห่อผ้า ทันทีที่เปิดออกด้านในก็ปรากฏแหวนวงหนึ่ง

ตัวแหวนเป็นเงินขาวที่หัวแหวนเป็นตราประจำตระกูลและรอบแหวนสลักด้วยชื่อของ “ไรแลนด์ แกริค”

5 1 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด