ตอนที่แล้วตอนที่ 20 ใช้ยาพิษหรือ ? ตัวข้าเป็นถึงบรรพบุรุษของตระกูลยาพิษ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 22 อาหรานจะไม่โดนเอาเปรียบ

นิยาย แพทย์เทวะหัตถ์ปีศาจ : แพทย์พิษหัตถ์ปีศาจ

ตอนที่ 21 ชีวิตเหมือนละคร ล้วนต้องอาศัยการแสดง


แม่นมหวังพอใจกับความไม่รู้อีโหน่อีเหน่ของไป๋เฮ่อหรานมาก นางรู้สึกว่าความแข็งแกร่งเมื่อครู่ของคุณหนูรองต้องเป็นการแกล้งแสดงออกมาแน่นอน ผู้ที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็กจนโตจะเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือจนกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้อย่างไร

นางยกมือเท้าสะเอวยืนอยู่ข้างถังอาบน้ำ เมื่อหลอกไป๋เฮ่อหรานลงน้ำสำเร็จแล้ว นางก็ไม่ต้องยิ้มแย้มเอาอกเอาใจอีกฝ่ายอีกต่อไป บนใบหน้าของนางค่อย ๆ เผยความดุร้ายออกมา สายตาที่มองไป๋เฮ่อหรานก็เหมือนมองแกะตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกเชือด

ไป๋เฮ่อหรานอาบน้ำอย่างตั้งใจ ทั้งตัวแช่อยู่ในน้ำ เดี๋ยวถูแขน เดี๋ยวถูขา อยู่ดี ๆ ก็เอ่ยถามแม่นมหวังว่า “ช่วยถูหลังให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ?”

แม่นมหวังจะกล้าได้อย่างไร กลีบดอกไม้เหล่านี้แตะต้องไม่ได้เด็ดขาด ฮูหยินรองกล่าวไว้แล้วว่าอาการคันนั้นสามารถทำให้ถึงขั้นบ้าคลั่ง ต้องเกาจนหนังลอกจนลึกถึงกระดูกก็ยังหยุดไม่ได้ นางห้ามสัมผัสโดนเด็ดขาด

เมื่อเห็นแม่นมหวังไม่แยแส ไป๋เฮ่อหรานจึงอุทานออกมาเบา ๆ นางไม่ได้ขอร้องอีก เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงธรรรมดาที่แฝงความเบื่อหน่าย “แม่นมหวังมีชีวิตอยู่มานานหลายปี ถือว่าใช้ชีวิตเกินคุ้มแล้ว บัดนี้ข้ากลับจวนมา ใครที่ติดหนี้อยู่ ข้าก็ควรทวงหนี้ได้แล้ว”

“คุณหนูรองพูดอะไรหรือเจ้าคะ ?” อยู่ดี ๆ แม่นมหวังก็ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนี้ขึ้นมา ทำให้นางตกใจอีกครั้ง ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้พุ่งเข้าสู่จิตใจอีกครา เมื่อหันไปมองไป๋เฮ่อหรานที่แช่อยู่ในถังอาบน้ำ ใช้มือกวักฟองน้ำขึ้นมาเป็นครั้งคราวด้วยความสบายและชอบใจ นี่เหมือนท่าทางของคนโดนพิษตรงไหน ?

ไป๋เฮ่อหรานกระตุกมุมปากขึ้น “ไม่มีอะไร วางใจเถิด ในจวนนี้นอกจากตัวเจ้าเองและฮูหยินรองแล้ว ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้หรอก” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากถังอาบน้ำอย่างสบายใจ “กลับไปเถอะ ข้าก็แช่น้ำนี้ไปแล้ว สบายมากเลย กลับไปรายงานฮูหยินรองตามความจริง นางต้องตอบแทนเจ้าแน่”

แม่นมหวังฟังแล้วจิตใจสับสนวุ่นวายไปหมด รู้สึกสังหรณ์ใจว่ายิ่งอยู่ยิ่งอันตราย จนไม่กล้าอยู่ในเรือนของไป๋เฮ่อหรานอีกต่อไป แต่ก็ไม่พอใจที่อีกฝ่ายไร้ปฏิกิริยาตอบสนองต่อกลีบดอกไม้นี้ ฉะนั้นจึงฝืนใจทนดูไปสักพัก นอกจากเห็นผิวพรรณภายนอกอันเรียบเนียนแล้วก็ไม่เห็นมีสิ่งอื่นใดปรากฏ

นางจึงเดินออกจากเรือนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ฮันเซียนอยากถามสักหน่อย ทว่าแม่นมหวังไม่สนใจเลยสักนิด นางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาแล้วรีบเดินจากไป

ฮันเซียนรู้สึกแปลก ๆ นางผลักประตูเรือนเข้าไป ทว่าเห็นไป๋เฮ่อหรานกำลังเอามือกุมอกและนั่งอยู่ที่พื้นโดยแสดงท่าทางหวาดกลัวเหลือเกิน

นางจึงรีบเอ่ยถาม  “คุณหนูรองเป็นอะไรหรือเจ้าคะ ?”

ไป๋เฮ่อหรานถูกนางประคองขึ้นมา จากนั้นก็ชี้ถังอาบน้ำพลางส่ายศีรษะ “แม่นมหวังช่างเป็นคนดีจริง ๆ เดิมทีมีคนจะทำร้ายข้า กลีบดอกไม้ที่ส่งมามีพิษ แม่นมหวังเคยรับใช้มารดาของข้ามาก่อนและดูแลข้าอยู่ปีกว่า นางบอกว่าเห็นใจผู้เป็นเจ้านายเก่า คำนี้ไม่หลอกลวงจริง ๆ ถ้าไม่ใช่แม่นมหวังบอกข้าว่ากลีบดอกไม้นี้มีพิษล่ะก็ ข้าต้องถูกทำร้ายจนตายไปแล้วแน่นอน”

ฮันเซียนตกใจขึ้นมาวูบหนึ่งและมองไปในน้ำ แต่ก็ไม่เห็นกลีบดอกไม้แม้แต่กลีบเดียว

ฮูหยินรองคิดแผนนี้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางจึงไม่รู้แผนการนี้ แต่นางก็เข้าใจดีว่าฮูหยินรองไม่มีทางให้แม่นมหวังถือตะกร้าใส่กลีบดอกไม้ตะกร้าหนึ่งมาโดยไร้สาเหตุ เมื่อฟังไป๋เฮ่อหรานกล่าวเช่นนี้ นางจึงรับรู้ได้ทันทีว่าแม่นมหวังต้องทรยศฮูหยินรองแล้วเป็นแน่

นังแก่ใจดำผู้นั้นก็จงรักภักดีต่อเจ้านายเก่ายิ่งนัก ทว่าลืมผลประโยชน์มากมายที่ได้จากฮูหยินรองมานานหลายปีหมดแล้ว

นอกประตูมีเสียงดังขึ้นมาอีก เป็นหยิงชุนที่ถือเสื้อชั้นในกลับมาและรีบส่งให้ไป๋เฮ่อหรานสวมใส่

ฮันเซียนชักสีหน้าไม่พอใจ “พี่หยิงชุน นี่หมายความว่าอย่างไร ? ไม่พอใจเสื้อผ้าที่ฮูหยินตระเตรียมไว้ให้คุณหนูรองหรือ ? ทั้งที่ในเรือนก็มีเสื้อผ้า เจ้ายังจะไปหาเสื้อผ้าข้างนอกมาให้คุณหนูรองใส่ นี่เท่ากับไม่พอใจฮูหยินชัด ๆ”

หยิงชุนขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ไม่รู้ว่าควรตอบรับหรือบ่ายเบี่ยงเช่นไร

ไป๋เฮ่อหรานเอ่ยตักเตือนฮันเซียน “เป็นฮูหยินรอง ไม่ใช่ฮูหยิน ห้ามเรียกผิดอีก”

ฮันเซียนใจสั่นและรีบเอ่ยด้วยเสียงต่ำ “เจ้าค่ะ บ่าวผิดไปแล้ว แต่เหตุใดคุณหนูรองไม่ยอมใส่เสื้อผ้าในตู้นั้นเจ้าคะ ? บ่าวเห็นเสื้อผ้าเหล่านั้นมีแต่สวย ๆ ทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ”

ไป๋เฮ่อหรานยกยิ้มมุมปาก “เนื้อผ้าดีจริง แต่เรื่องการแต่งกายนี้ แต่ละคนมีความชอบของตน และความชอบนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดั่งเช่นตอนนี้...” นางสังเกตทั้งตัวฮันเซียนและยิ้มแย้มขึ้นมา “ดั่งเช่นตอนนี้ ข้าชอบชุดที่เจ้าสวมใส่อยู่ เจ้าว่าความชอบนี้น่าสนุกดีหรือไม่ ? หรือเจ้าถอดเสื้อผ้าของตนให้ข้าใส่ ในตู้เสื้อผ้าหลายตู้มีแต่เสื้อผ้าสวย ๆ ข้ามอบให้เจ้าเลยดีหรือไม่ ?”

ฮันเซียนตกใจจนรีบคุกเข่าลง  “บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ บ่าวไม่กล้ารับเสื้อผ้าคุณหนูไว้เจ้าค่ะ”

ไป๋เฮ่อหรานส่ายศีรษะ  “ไม่มีอะไรที่เจ้าไม่กล้าหรอก หยิงชุน เปลี่ยนชุดให้นาง”

หยิงชุนที่อยู่ด้านข้างเพิ่งรับคำก็เตรียมตัวจะถอดเสื้อผ้าฮันเซียน ทว่าได้ยินเสียงตะโกนของคนผู้หนึ่งดังมาจากหน้าเรือน “คนในเรือนนี้ไปตายกันหมดแล้วหรือ ? ไปไหนกันแล้ว ?” ตามด้วยเสียง  โครม ทีหนึ่ง ประตูถูกคนถีบเข้ามา  “หลบมาแสดงอำนาจอยู่ในเรือน คิดว่าตนเป็นบุตรสาวคนโตจริงหรือ ?”

เป็นเสียงของไป๋ฮวาเหยียนที่ยังแฝงความเป็นเด็ก ทว่าซ่อนความน่าเกลียดและตัวตนที่ร้ายกาจไว้ไม่อยู่

ไป๋เฮ่อหรานกลอกตาทีหนึ่งแล้วเอ่ยกับฮันเซียนว่า “มาได้จังหวะพอดี แสดงว่าเจ้าไร้บุญวาสนาที่จะได้สวมเสื้อผ้าสวย ๆ เหล่านั้นของข้า ตอนนี้มีตัวเลือกที่ดีกว่าแล้ว”

ยามนั้นฮันเซียนโล่งอกขึ้นมา ในทางกลับกันก็รู้สึกเศร้าใจแทนไป๋ฮวาเหยียน คุณหนูรองแตกต่างไปจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะสร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีกบ้าง

ไป๋เฮ่อหรานเดินอ้อมฉากกั้นลม ทว่าเห็นไป๋ฮวาเหยียนไม่ได้สนใจโต้ตอบกับนางแล้ว แต่กลับเริ่มเดินรอบ ๆ เพื่อสังเกตเรือนนี้

เย่ซื่อตั้งใจตกแต่งเรือนนี้ ความสามารถด้านนี้ของเย่ซื่อไม่เลวมาโดยตลอดจึงส่งผลให้ไป๋ฮวาเหยียนยิ่งมองยิ่งอิจฉา ยิ่งมองยิ่งโกรธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่สายตาจ้องมองไปที่ตู้เสื้อผ้าเหล่านั้น ความอิจฉาริษยาในแววตายิ่งเพิ่มมากขึ้น

เหตุใดบุตรสาวคนโตที่ตกอับผู้หนึ่งถึงได้รับการตอบแทนที่ดีเช่นนี้ ? เหตุใดเรือนของไป๋เฮ่อหรานถึงดีกว่าเรือนของนาง ? แจกันหยกขาวคู่นั้นนางชื่นชอบมานานแล้ว ท้ายสุดฮูหยินรองก็ไม่ยอมมอบให้นาง ทว่าวันนี้กลับย้ายมาอยู่ที่เรือนไป๋เฮ่อหราน นี่มันเพราะอะไรกันแน่ ?

ไป๋ฮวาเหยียนโกรธจนระเบิดอารมณ์ออกมา !

“ไป๋เฮ่อหราน อย่าคิดว่าท่านย่าลำเอียงเข้าข้างเจ้าแล้ว เจ้าจะสามารถใช้ชีวิตเยี่ยงบุตรสาวคนโตได้จริง ๆ บุตรสาวคนโตในจวนเรามีเพียงผู้เดียว นั่นคือพี่หญิงใหญ่จิงหง มากสุดเจ้าก็เป็นแค่อดีตบุตรสาวคนโต เหตุใดเจ้าถึงได้ใช้ของดี สวมเสื้อผ้าสวยงามเช่นนี้ ? เจ้าคู่ควรหรือ ?”

ไป๋เฮ่อหรานมองเด็กน้อยอายุสิบขวบคนนี้แล้วก็นึกถึงญาติผู้น้องคนหนึ่งในตระกูลจากชาติก่อน ตอนอายุขนาดนี้ก็องอาจไม่ต่างกัน เคยชี้หน้าแล้วด่าว่านางคือตัวซวย ทำให้แม่แท้ ๆ ของนางต้องตาย อีกทั้งยังเทมูลวัวผสมน้ำราดหัวนางด้วย

ตอนนั้นนางจัดการอีกฝ่ายอย่างไรน่ะหรือ ? อ้อ ตบหน้าไปหนึ่งฉาด จากนั้นก็ลากตัวไปโยนลงจากบันไดคฤหาสน์

วันนี้ไม่มีบันไดและนางก็ไม่อยากทุบตีไป๋ฮวาเหยียนด้วย นางเพียงเอ่ยกับไป๋ฮวาเหยียนว่า “ข้ากำลังคิดจะนำเสื้อผ้าในตู้เหล่านี้มอบให้สาวใช้ของท่านแม่อยู่พอดี เพื่อขอบคุณนางที่มารับใช้ข้า”

ไป๋ฮวาเหยียนระเบิดอารมณ์ออกมาทันใด “ว่าอย่างไรนะ ? ให้สาวใช้หรือ ? ไป๋เฮ่อหราน เจ้าคงบ้าไปแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเสื้อที่ทำจากผ้าไหมเหล่านี้แพงแค่ไหน ? แม้แต่พี่หญิงใหญ่ยังไม่มีปัญญาสวมใส่ ทว่าเจ้าจะมอบให้สาวใช้ผู้หนึ่งงั้นหรือ ? เจ้าช่างไม่รู้จักของดีเอาเสียเลย”

ไป๋เฮ่อหรานแอบขำในใจ ทว่าแกล้งเผยสีหน้าสงสัย “แพงขนาดนั้นเชียวหรือ ?”

ไป๋ฮวาเหยียนกลอกตามองบนทีหนึ่ง “แน่นอน เพียงแต่เสียดายที่ให้เสื้อผ้าพวกนี้แก่เจ้าผู้ไม่รู้จักของดี ทำให้ความหวังดีของท่านแม่สูญเปล่า”

ไป๋เฮ่อหรานพยักหน้าคล้อยตาม “น้องหญิงห้าพูดถูก ในเมื่อเก็บไว้ที่ข้าก็เสียของ เช่นนั้นก็มอบให้น้องหญิงห้าดีหรือไม่ ข้าเพิ่งกลับมาจากเมืองลั่ว ไม่มีของขวัญอะไรมอบให้เหล่าพี่น้องเลย หวังว่าน้องหญิงห้าจะไม่รังเกียจเสื้อผ้าเหล่านี้”

ไป๋ฮวาเหยียนตาโตทันที “มอบให้ข้าหรือ ?” จากนั้นก็หัวเราะออกมา “ก็จริง เจ้าขี้โรค ไม่ได้ออกไปไหน สันดานไม่ต่างจากมารดาที่ตายไปผู้นั้นเลย คนชั้นต่ำไม่คู่ควรกับคนชั้นสูงอย่างจวนเหวินกั๋วกง ถึงได้ตายไปเลยไงเล่า เจ้าก็เช่นกัน ไม่ช้าหรือเร็วก็คงต้องตาย” พูดจบ นางก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้า แทบน้ำลายไหลตอนมองดูเสื้อผ้าพวกนั้น “ช่างเถิด เห็นแก่เสื้อผ้าพวกนี้ก็ให้เจ้าอยู่ในจวนได้อีกสักพักแล้วกัน” นางหันหน้ากลับด้วยสายตาดุร้าย “ไป๋เฮ่อหราน เจ้าไม่น่าจะรอดชีวิตกลับมาเลย”

“อย่างนั้นหรือ ?” ไป๋เฮ่อหรานยังแสร้งทำหน้าหวาดกลัวอยู่ นางเอ่ยเสียดสีว่า “เช่นนั้นคงต้องให้เจ้าผิดหวังแล้ว เจ้าเพิ่งอายุสิบขวบก็เอ่ยถ้อยคำแสนอำมหิตเช่นนี้ออกมาได้แล้ว เดิมทีคิดว่าถูกเลี้ยงอยู่ข้างกายฮูหยินรองจนเติบโต แม้จะเรียนรู้ไม่ได้สักครึ่งหนึ่งของไป๋จิงหง ทว่าอย่างน้อยควรเรียนรู้ได้สักเสี้ยวก็ยังดี คาดไม่ถึงว่าฮูหยินรองจะสอนคุณหนูที่สง่าผ่าเผยในจวนเหวินกั๋วกงให้กลายเป็นเช่นนี้เสียได้ ช่างแตกต่างกับบุตรสาวของนางเองราวฟ้ากับเหว ไม่รู้ว่ามีความแค้นใหญ่หลวงแค่ไหนต่อกัน”

ไป๋ฮวาเหยียนอายุยังน้อย เมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงการยั่วยุของไป๋เฮ่อหรานก็เริ่มคิดตามทันที

ทุกคนต่างชื่นชมความงามของไป๋จิงหงและกล่าวว่าไป๋จิงหงเป็นผู้ดี แต่ละคนอยากเลียนแบบไป๋จิงหง ตอนเด็ก ๆ ท่านพ่อก็เคยบอกว่าให้คอยอยู่ข้างมารดาของบุตรสาวคนโต เพื่อจะได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่ได้เห็นได้ยินอยู่เป็นประจำ สามารถเรียนรู้ได้สักส่วนหนึ่งของจิงหงก็ยังดี

แต่ความเป็นจริงแล้ว ฮูหยินรองไม่เคยสอนนางว่าต้องทำเช่นไรถึงจะเป็นเหมือนพี่หญิงใหญ่ หรือกลัวว่านางจะทำสำเร็จและทำได้ดีกว่าพี่หญิงใหญ่กันแน่ ?

ไป๋ฮวาเหยียนยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโกรธ ทว่าไป๋เฮ่อหรานไม่ได้จะให้นางยืนคิดอยู่ที่นี่เรื่อย ๆ จึงหันไปกล่าวกับหยิงชุนและฮันเซียน “รีบเอาเสื้อผ้าพวกนั้นออกมาให้คุณหนูห้า” จากนั้นก็มองไป๋ฮวาเหยียนแล้วออกความคิดให้ “เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้ เจ้าคงขนไปเองไม่สะดวก หากให้คนมาขนหลายรอบก็จะยิ่งดึงดูดสายตาผู้คน พี่น้องในจวนมีมาก ถ้ามีคนมาแย่ง เจ้าก็ต้องอด หรือว่าน้องหญิงห้าถอดเสื้อคลุมออกแล้วเอามาห่อเสื้อผ้าพวกนี้เพื่อแบกกลับไป ตอนกลับก็พยายามเดินทางลัด หลบเลี่ยงผู้คนหน่อย คงไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเจ้าไม่ได้สวมเสื้อคลุม แต่ว่าเจ้าต้องทนหนาวหน่อย”

ต่อหน้าเสื้อผ้าดี ๆ เหล่านี้ คนโลภอย่างไป๋ฮวาเหยียนยังจะสนใจว่าหนาวไม่หนาวอยู่อีกหรือ นางรีบถอดเสื้อคลุมออกทันที แล้วเริ่มยัดเสื้อผ้าเข้าไปด้านใน ไป๋เฮ่อหรานนำชุดที่ตนสวมกลับมามอบให้นางด้วย เสื้อคลุมใหญ่สองตัวจึงมัดเข้าด้วยกัน ร่างเล็กบางของไป๋ฮวาเหยียนจะแบกไหวได้อย่างไร สุดท้ายนางก็ต้องวางไว้บนพื้นแล้วลากออกไป

มองไป๋ฮวาเหยียนเดินจากไปทีละก้าวอย่างยากลำบาก ความอยากหัวเราะบนใบหน้าไป๋เฮ่อหรานก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่นางจ้องตู้เสื้อผ้าว่างเปล่านั้นอยู่ชั่วขณะแล้วตะโกนเสียงดังอย่างกะทันหันว่า “แย่แล้ว มีขโมย !”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด