ตอนที่แล้วเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 27 : เจ้าเป็นคนคลอดทารกผู้นั้นหรือ?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 29 : เพียงแรกลืมตา เนตรสวรรค์ก็ปรากฏขึ้น!

เกิดใหม่เป็นทารกขั้นเทพ ตอนที่ 28 : เจ้ามันไม่คู่ควร!!


ตอนที่ 28 : เจ้ามันไม่คู่ควร!!

เพียงจบประโยคนี้เท่านั้น ไม่เพียงแต่ซวนหยานหรานหรือซวนชูเท่านั้น แม้กระทั่งตาแก่หลินเปาเองก็ใบหน้ามืดครึ้มทันที!

“ไอ้หนู หัดใช้สมองเจ้าคิดก่อนจะพ่นสิ่งไร้สาระออกมา!”  หลินเปาเอ่ยขึ้นและมอองไปยังเซียวซุ่ย

จิตสังหารบางเบาปรากฏขึ้นในแววตาเขา รัศมีข่มขู่ล้อมรอบกายของเซียวซุ่ยทันที!

แต่อย่างไรก็ตาม ตรงข้ามกันตาแก่หลิน เซียวซุ่ยไม่เพียงไม่พูดสิ่งใด เขายังกล้าพอจะยืนอยู่เบื้องหน้าผู้อาวุโสเช่นหินเปาอย่างไม่เกรงกลัวใดๆอีกด้วย ดวงตามีเพียงประกายเย็นชาและสงบนิ่ง!

“เจ้าหนูนี่....”  หลินเปาหรี่ตาลงและรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

สีหน้าเด็กหนุ่มไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ทั้งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่กับจิตสังหารของหลินเปา จากนั้นจึงสูดลมเข้าปอดแล้วหันกลับไปถามซวนหยานหรานด้วยเสียงต่ำลึก

“ซวนหยานหราน เจ้ามาที่นี่เพื่อจะยกเลิกสัญญาหมั้นหมายจริงใช่หรือไม่?  เจ้ามิรู้หรือว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นหากเจ้าทำเช่นนั้น?”

“อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าสิ่งจะเกิดกับข้า เซียวซุ่ยผู้นี้ ข้าก็ยังไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด  แต่สกุลเซียวของข้าย่อมมิสามารถให้เจ้ามารังแกได้!!”

ซวนหยานหรานขยับตัวเล็กน้อย ในแววตามีความเย็นชาแฝงอยู่อย่างบางเบา

“ผู้อื่นจะเยาะเย้ยเจ้า?  หากสกุลเซียวแข็งแกร่งมากพอยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง แล้วใยพวกเจ้าจึงพยายามยื้อสัญญาหมั้นหมายไว้สุดแรงเกิดเช่นนี้?  ท้ายที่สุดแล้ว พวกเจ้าก็เพียงแค่ต้องการอาศัยร่มเงาคิดเอาเพียงผลประโยชน์จากตระกูลซวนเท่านั้น!”

ข้ารู้ดี ในฐานะอัจฉริยะแห่งตระกูลซวนแล้ว เจ้าจะทนหมั้นกับชายที่มีแต่ข่าวลือว่าตกต่ำและยอมแพ้ต่อการบ่มเพาะไปแล้วได้เยี่ยงไรกัน?  เส้นทางของเราแยกจากกันมาเนิ่นนานแล้ว และพวกเราไม่มีทางจะลงเอยกันได้”  เซียวซุ่ยกล่าวอย่างเฉยชา

เพียงได้ยินประโยคของเด็กหนุ่ม ทุกคนที่อยู่ในห้องก็นิ่งค้างไป เจ้าหนุ่มผู้นี้....

“ซุ่ยเอ๋อร์....เจ้า”  เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชาย เซียวจ้านก็ได้เพียงเจ็บปวดในหัวใจ แม้อยากจะเอ่ยบางออย่าง แต่ก็ถูกบุตรชายขัดเสียก่อน

เซียวซุ่ยเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ ในตาเปล่งประกายบางอย่างออกมา

“ถึงแม้ข้าและเจ้าจะเห็นตรงกัน แต่ใช่ว่าผู้อื่นจะเห็นเช่นเดียวกับเรา”

“ในสายตาของผู้อื่น เจ้ามาที่นี่เพื่อถอนหมั้นในวันนี้นับว่าเป็นการเยาะเย้ยสกุลเซียว”

“การกระทำของเจ้าในวันนี้จะทำให้ชื่อเสียงของสกุลข้าตกต่ำลงถึงที่สุด”

มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าตระกูลเซียวย่อมไม่ต้องการให้เกิดการถอนหมั้นขึ้น เพราะพวกเขาต้องการจะใช้ประโยชน์จากการได้เป็นพันธมิตรกับสกุลซวน

ซวนหยานหรานเพียงส่ายหน้าและเอ่ยออกมา  “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้ต้องการถอนหมั้นเพราะเจ้ากำลังกลายเป็นคนไร้ค่า  หากอยู่ภายใต้สถานการณ์ปกติแล้วล่ะก็ ต่อให้เจ้าจะกลายเป็นคนธรรมดา ไม่หลงเหลือลมปราณใดๆ ข้าก็หาได้สนใจไม่ ข้า ซวนหยานหราน มิใช่คนที่จะเหยียดหยามผู้อื่นแค่เพราะเขาไม่สามารถบ่มเพาะปราณได้”

“ความจริงแล้ว เหตุผลที่ข้าต้องการจะถอนหมั้นนั้น....”

ใบหน้าของเด็กสาวสงบนิ่ง เมื่อต้องตอบคำถามนี้ นางมิได้เอ่ยออกมาในทันทีทันใด กลับกัน นางเพียงลงสายตาลงมามองทารกน้อยในอ้อมกอด น้ำเสียงอ่อนโยนกล่าวออกมา

“เจ้าสงสัยใช่หรือไม่ว่าทารกน้อยคนนี้เป็นบุตรข้าหรือเปล่า?”

“เขาเป็นบุตรของผู้นำตระกูลหลินแห่งเมืองต้าหยาน หลินเฮ่า และคนจากตระกูลซวน ซวนยู่”

ก่อนหยุดไปชั่วครู่ นางก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ

“และเขาก็เป็นคนที่ข้ารัก...”

“ข้าต้องการยกเลิกสัญญาหมั้นมิใช่เพราะต้องการดูถูกเจ้า เซียวซุ่ย  แต่เพราะข้ามีคนในใจแล้ว ข้าต้องการเพียงได้สนับสนุนเขา และไม่อยากถูกผูกมัดด้วยสัญญาใดๆอัน  ข้ามิอยากจะต้องพลาดโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเขา!”

“ผายลม!”

เมื่อเซียวซุ่ยได้ยินซวนหยานหรานกล่าวดังนั้น เขาถึงกับพูดไม่ออก มีเพียงคนแก่แซ่เซียวผู้หนึ่งลุกขึ้นและถลึงตาใส่เด็กสาว

“เจ้าทารกนี่ยังเล็กถึงเพียงนี้ คงเพิ่งเกิดได้ไม่กี่วันเสียด้วยซ้ำไป!  มันจะไปทำสิ่งใดได้ เจ้าถึงกล้าบอกว่าหลงรักมัน ผายลมแล้ว!”

ไม่ใช่แค่ตาแก่คนเมื่อครู่เท่านั้น แต่สมาชิกตระกูลเซียวที่เหลือก็เต็มไปด้วยโทสะเมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กหญิงแซ่ซวนผู้นี้

ต่อให้นางต้องการจะถอนหมั้นหรือยกเลิกสัญญาใดก็ตาม ก็สมควรที่จะหาข้ออ้างอื่นที่สมเหตุสมผลกว่านี้!

หลงรักทารก?  นี่มันเรื่องล้อเล่นอันใดกัน?  ช่างเป็นข้ออ้างที่ดูถูกสกุลเซียวเป็นอย่างยิ่ง!  คนแซ่เซียวทั้งหมดกำลังกรุ่นโกรธจนแทบกระอักเลือด!

จริงอยู่ที่พวกเขาอยากจะยืมมือสกุลซวนเพื่อสร้างฐานอำนาจให้ตระกูลตัวเองเลยมิต้องการจะยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย

เพื่อมิให้สัญญาถูกยกเลิก พวกเขาถึงขั้นแอบลอบปล่อยข่าวลือออกไปเสียด้วยซ้ำ  แต่ถึงกระนั้น ครานี้ตระกูลซวนก็หยามหน้าพวกเขามากเกินไป!

แต่ระหว่างที่คนแซ่เซียวทั้งหลายกำลังเป็นฟืนเป็นไฟ แม้กระทั่งเซียวจ้านที่สุภาพมาจลอกยังกำหมัดแน่น แต่แล้วเซียวซุ่ยกลับก้าวออกมา

สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง ราวกับทุกสิ่งเป็นเพียงสายลมพัดผ่าน

ย่อมแน่นอนว่าเขามิได้เชื่อถือในคำพูดของซวนหยานหรานเลยแม้แต่น้อย และยังแอบคิดด้วยว่าอันที่จริงแล้วเด็กสาวผู้นี้กำลังดูถูกเขาอยู่  แต่การกล่าวออกมาว่าตกหลุมรักทารกผู้หนึ่ง? นี่นับเป็นเรื่องโง่งมอันใดกัน?

“ซวนหยานหราน เจ้าต้องการจะถอดหมั้นภายในวันนี้ใช่หรือไม่?”

เด็กหญิงพยักหน้า  “ในเมื่อข้ามีคนในใจแล้ว และไม่ต้องการจะถูกผูกมัดด้วยสัญญาแต่งงานนี้อีก  สกุลซวนจะชดใช้ให้ตระกูลเซียวของเจ้าด้วยเหมืองหินวิญญาณระดับสูงสองแห่ง”

เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มแซ่เซียวเพียงยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวด้วยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย

“เหมืองสองแห่ง?  ซวนหยานหราน เจ้าคิดจริงหรือว่าสกุลเซียวของข้ายากจนถึงขั้นต้องรีบงับเอาเศษเนื้อที่เจ้าโยนมาให้?”

“สัญญาปากเปล่านี้มิได้มีลายลักษณ์อักษรแต่แรก ข้า เซียวซุ่ย ก็มิได้ต้องการมันเช่นกัน!”

ได้ยินคำพูดของบุตรชาย เซียวจ้านที่นั่งอยู่ก็รีบลุกขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกลน

“ไม่ ซุ่ยเอ๋อร์!  สัญญาหมั้นหมายนี้มิอาจยกเลิกได้!  ไม่เช่นนั้นแล้วร่างกายของเจ้า....”

“ท่านพ่อ!”  เซียวซุ่ยหันมากล่าวกับบิดาเสียงหนักแน่น  เขามองไปยังพ่อของตนที่กำลังเต็มไปด้วยความกังวล

“ข้าสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้ ท่านมิต้องเป็นกังวล”

“ยิ่งกว่านั้น  การจะหวังพึ่งผู้อื่นเพื่อเติบโตย่อมไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง!”

“แม้ตอนนี้ข้าจะเป็นตัวไร้ค่า  แต่แม่นางซวนผู้นี้ก็มิได้คู่ควรกับข้าเช่นกัน!”

“อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อถอนหมั้นในวันนี้ ข้า เซียวซุ่ย ก็มีบางอย่างที่อยากกล่าวกับตระกลซวนเช่นกัน!”

เด็กหนุ่มผู้นั้นค่อยๆหันมามองไปยังซวนหยานหรานและซวนชู ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

“การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องเกิดขึ้นเสมอ เมื่อกงล้อแห่งชะตากรรมหมุนวนไปข้างหน้า จงอย่าได้คิดจะเหยียบย่ำผู้อื่นตอนที่เขาล้มลง!”

0 0 โหวต
Article Rating
4 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด