ตอนที่แล้วMDB ตอนที่ 24 ช่างเป็นเต่าที่ตัวใหญ่มาก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปMDB ตอนที่ 26 ปลามังกรน้ำส้มพรีเมี่ยม

MDB ตอนที่ 25 อาการของเจ้าเต่าตัวโต


กำลังโหลดไฟล์

ซูคานตกตะลึง

ไม่ใช่ว่าหลินจินพูดผิดแต่ทุกสิ่งที่หลินจินพูดมา มันแม่นยำอย่างไม่มีที่ติ ซูคานไม่เคยพูดถึงรายละเอียดเล่านี้ให้คนอื่น ๆ ฟังมาก่อน อีกทั้งหัวหน้าหวังจีและผู้ประเมินเกาเจียงต่างล้มเหลวในการระบุอาการเหล่านี้ด้วย แต่ผู้ประเมินหลินสาธยายราวกับว่าเขาเห็นสิ่งนี้ด้วยตาของตัวเอง

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร?

ซูคานไม่ใช่คนโง่ แค่คำพูดเหล่านั้นก่อนหน้านี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าทักษะการให้คำปรึกษาและการประเมินของหลินจินนั้นเหนือกว่าผู้ประเมินอีกสองคน

ซูคานสูดหายใจเข้าลึก ๆ และตั้งสมาธิให้ตัวเอง เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาผ่านอะไรมามากเกินไป หลังจากค้นหาผู้ประเมินราคาที่เคารพนับถือมานับไม่ถ้วน แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยงของเขาได้ บางครั้ง ประกายแห่งความหวังจะจุดประกายเพียงเพื่อดับความสิ้นหวังเท่านั้น

ตระกูลของเขากดดันเขาครั้งใหญ่ พร่ำบอกให้เขาทิ้งสัตว์เลี้ยงของเขาไป เนื่องจากเขาเป็นลูกชายคนโต เขาจึงได้รับการเลี้ยงดูให้เป็นผู้สืบตระกูลต่อไป หัวหน้าครอบครัวในอนาคตจะมีสัตว์วิเศษที่กำลังจะตายได้อย่างไร?

ไม่เพียงเท่านั้น ทางตระกูลของเขายังกำหนดเส้นตายให้เขา ภายในสามวัน ถ้าเขาไม่สามารถรักษาโรคของสัตว์เลี้ยงของเขาได้ เขาจะถูกบังคับให้ยอมรับคำสั่งของตระกูลและเปลี่ยนไปใช้สัตว์วิเศษตัวอื่น

ขณะที่ซูคานปล่อยลมหายใจออกมา เขาก็เริ่มพูด "ผู้ประเมินหลิน เรื่องอาการ ท่านพูดถูกทุกประการ แต่ข้าได้ปรึกษากับอาจารย์หลายคนแล้วและพวกเขาบอกข้าว่ามันเป็นโรคไม่ใช่พิษ”

ซูคานยังคงมีความสงสัยเล็กน้อยในตัวหลินจิน เขาหวังฝ่ายตรงข้ามจะมีข้อพิสูจน์สำหรับข้อสงสัยนี้

หลินจินส่ายหัว “ข้าจะไม่แสดงความคิดเห็นว่าคนอื่นประเมินอย่างไร ในฐานะผู้ประเมินทางการ ข้า หลินจินอาศัยเพียงข้อเท็จจริงเป็นรากฐานเท่านั้น ข้าจะไม่พูดเกินจริงแต่พูดตามที่เป็นอยู่ สัตว์เลี้ยงของเจ้าถูกวางยาพิษจริง ๆ และไม่ใช่โดยบังเอิญ มีคนวางยาพิษมาระยะหนึ่งแล้ว!”

สีหน้าของซูคานเปลี่ยนไปทันที

"เป็นไปไม่ได้! ข้าดูแลมันทุกวัน ไม่มีทางถูกใครมาวางยาพิษได้…”

ราวกับว่าเขานึกอะไรบางอย่างได้ ซูคานเงียบไปขณะที่เปลือกตาของเขากระตุก

หลินจินเข้าใจดีว่าบางครั้งการอธิบายอย่างละเอียดก็ไม่จำเป็น สิ่งที่เขาให้มาก็มากเกินพอ เช่นเดียวกับตอนนี้ ซูคานจะต้องหาข้อมูลสำคัญบางอย่างที่เป็นชิ้นส่วนปริศนาที่หายไปด้วยตัวเอง

หลินจินมีความมั่นใจในการประเมินของเขาอย่างเต็มที่ ท้ายที่สุด มันคือการประเมินจากแผ่นหินของพิพิธภัณฑ์ เขาบันทึกข้อมูลของเต่าตัวใหญ่ลงในพิพิธภัณฑ์สัตว์วิเศษแล้ว เขารู้สึกซาบซึ้งกับข้อมูลของพิพิธภัณฑ์อยู่เสมอ

ความเงียบผ่านไปพักใหญ่

สิ่งที่หลินจินพูดนั้นมีความหมายต่อซูคานอย่างปฏิเสธไม่ได้ในขณะที่การแสดงออกของเขาแปรเปลี่ยน ผ่านไปสักพัก ซูคานก็คร่ำครวญออกมา

“ท่านรู้ไหมว่ามันคือพิษอะไร ผู้ประเมินหลิน?”

แน่นอนว่าหลินจินรู้

“พิษเปลวไฟน้ำสีทอง นี่คือสิ่งที่ต้องผลิตขึ้นเป็นพิเศษ มันไม่มีรสและไม่มีกลิ่น พิษจะไม่มีผลกับมนุษย์และสัตว์วิเศษ มันจะทำงานเฉพาะกับสายเลือดเต่ามังกรทั้งเจ็ดเท่านั้น เมื่อวางยาพิษแล้วจะตรวจจับได้ยาก มันจะมีอาการเหมือนโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ เมื่อพิษสะสมไปเรื่อย ๆ ความอ่อนแอของสัตว์เลี้ยงของเจ้าก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าเจ้ามาหาข้าช้ากว่านี้ เจ้าก็เตรียมที่จะฝังสัตว์เลี้ยงของเจ้าได้เลย!”

ดวงตาของซูคานเป็นประกาย การที่หลินจินพูดเช่นนี้แสดงว่าสัตว์เลี้ยงของเขายังคงสามารถช่วยชีวิตได้

เขาพุ่งขึ้นจากที่นั่งและโค้งคำนับ “ผู้ประเมินหลิน โปรดช่วยข้าด้วย ไม่ว่าต้องใช้เงินมากเพียงใด ข้าก็ยินดีจ่าย!”

"ยอดเยี่ยม ๆ!" หลินจินถูมือของเขา “ถ้างั้น…เจ้าได้เอาป้ายทะเบียนของข้ามาหรือเปล่า?”

...

ซูคานรีบวิ่งออกไปคว้าป้ายทะเบียน ในขณะที่หลินจินลูบศีรษะของเจ้าเต่าตัวใหญ่

ก่อนหน้านี้ หลินจินสามารถบันทึกสัตว์เลี้ยงกว่าสิบตัวที่มีสายเลือดหายากเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ได้ จากนั้นพายุก็พัดผ่านไปเมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องลงมา พิพิธภัณฑ์ได้มอบทักษะใหม่ให้เขา เช่นเดียวกับรางวัลก่อนหน้านี้ อย่าง ทักษะ 'การกำราบสัตว์วิเศษ'

ทักษะนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะเช่นกัน ทุกสิ่งทุกอย่างจากพิพิธภัณฑ์ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“รูปแบบพลังงานอสูร ส่วนแรก ใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์วิเศษโดยเฉพาะ เมื่อได้รับการฝึกฝนแล้ว สถานะของสัตว์วิเศษจะเข้าสู่ขั้นตอน 'การสร้างพลังงาน'

หลินจินรู้สึกประหลาดใจ

'การสร้างพลังงาน' เป็นขั้นตอนแรกสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะของในสมัยโบราณ น่าเศร้าที่ความเป็นอมตะในตอนนี้เป็นเพียงตำนานและทักษะที่พวกเขาฝึกฝนไม่มีอยู่อีกต่อไป มีข่าวลือว่าสมาพันธ์นักบวชเก็บเทคนิคลับบางอย่างสำหรับการสร้างพลังงาน แต่พวกมันได้รับการปกป้องดั่งเช่นสมบัติ คงไม่มีใครเข้าถึงได้โดยง่าย ยิ่งกว่านั้น พลังจิตวิญญาณของโลกได้เปลี่ยนแปลงไป มันกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นสำหรับมนุษย์ที่จะดูดซับมันแต่สัตว์วิเศษทำได้แต่พวกมันไม่มีทักษะ พวกมันพึ่งพาความสามารถโดยกำเนิด สายเลือดและศักยภาพในการพัฒนาตนเองเท่านั้น หากโชคดีก็จะนำไปสู่วิวัฒนาการ หากโชคไม่ดีพวกมันจะหยุดอยู่ที่เดิม

แต่ด้วย 'รูปแบบพลังงานอสูร' นี้ มันจะช่วยทำให้สัตว์วิเศษแข็งแกร่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นสัตว์วิเศษตัวใด ตราบใดที่ทักษะนี้ถูกใช้งาน มันจะค่อย ๆ พัฒนาแข็งแกร่งขึ้น มันทักษะที่มีคุณค่ามาก

“น่าเสียดายที่มันแค่ส่วนแรกเท่านั้น!” หลินจินบ่น เขาได้ทดสอบทักษะใหม่ของเขาก่อนหน้านี้ ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวที่สัตว์เลี้ยงตัวนั้น เขาจะโอนทักษะนั้นไปยังสิ่งมีชีวิตนั้น ดังนั้นมันจึงสามารถบ่มเพาะได้ด้วยตัวเอง

สายตาของเสี่ยวฮั่วดูเหมือนจะฝันอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริงมันได้รับการฝึกฝนแล้ว เห็นได้ชัดว่าหลินจินจัดลำดับความสำคัญในการฝึกสัตว์เลี้ยงของเขา หลังจากได้รับทักษะที่น่าทึ่งเช่นนี้

หลินจินคาดเดาการให้รางวัลของพิพิธภัณฑ์ อย่างแรกเลย เขาจำได้ว่า เขาได้รับรางวัลจากการประเมินสัตว์วิเศษเกินจำนวนหนึ่ง จากนั้นก็ได้รับจากบันทึกสัตว์วิเศษที่หายาก เมื่อเขาเพิ่มจำนวนและความหายากของสัตว์วิเศษที่บันทึกไว้ รางวัลที่เขาจะได้รับ มันจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับสัตว์เลี้ยงของซูคาน แม้ว่าอาการของมันจะดูเลวร้าย แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นการรักษาที่ง่ายมาก หลินจินได้สั่งให้จ้าวหยิงและหลู่เสี่ยวหยุนไปรวบรวมส่วนผสมสมุนไพรสำหรับการอัดเป็นเม็ดยาเพื่อให้เขาสามารถช่วยเต่าตัวใหญ่ตัวนี้ล้างพิษในร่างกายของมัน

ด้วยวิธีนี้ ตราบใดที่ไม่มีใครวางยาพิษอีก มันก็จะฟื้นตัวภายในสองสามวัน

หลังจากที่ ซูคานกลับมาจากการชำระค่าธรรมเนียม เขาสังเกตเห็นเต่าตัวใหญ่ของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก สิ่งนี้ผลักดันให้ซูคานศรัทธาในการประเมินของหลินจินมากขึ้น

“ผู้ประเมินหลิน ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” ซูคานพูดด้วยความเคารพ ซูคานไม่รู้ว่าจะต้องพูดขอบคุณอีกกี่พันครั้ง สำหรับการช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงของเขา

เขาชี้ไปที่สัตว์เลี้ยงของเขาและพูดว่า “มันสามารถอยู่กับท่านที่นี่สองสามวันได้หรือไม่? ท่านไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจะออกค่าใช้จ่ายให้ท่านเอง”

ซูคานมอบกองเหรียญให้หลินจิน

เมื่อมองคราว ๆ กองเหรียญนั้นมีอย่างน้อยสองร้อยเหรียญ นายน้อยผู้มั่งคั่งย่อมใจกว้างอย่างแน่นอน

"ไม่มีปัญหา เจ้าสามารถให้มันอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหนก็ได้” หลินจิน ยอมรับเงินโดยไม่รีรอ เขาตั้งใจจะนำเงินไปสร้างบ้านและจัดสวนใหม่ เงินเท่านี้น่าจะเพียงพอ

เหตุผลที่ซูคานต้องการเก็บสัตว์เลี้ยงของเขาไว้ที่นี่เพราะว่าเขาตระหนักได้ถึงความอันตรายจากในบ้านของเขาเอง หากเขายังไม่ทราบถึงตัวการที่อยู่เบื้องหลัง เขาจะไม่มีทางนำมันกลับไปเด็ดขาด สำหรับคนวางยาพิษ คน ๆ นั้นน่าจะอยู่ใต้จมูกของซูคานตลอดเวลาและจะต้องเป็นคนที่อยู่ใกล้เขา

ในช่วงพักฟื้นนี้ การนำสัตว์เลี้ยงของเขากลับบ้านจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ซูคานต้องการจะทำ ดังนั้นเขาจึงฝากเจ้าเต่าบกไว้กับหลินจิน

จากนั้น ซูคานก็ขอตัวกลับไป

ตอนนี้หลินจินมีเงินแล้วและบังเอิญตอนนี้เป็นเวลาอาหารกลางวันและท้องของเขาก็ร้องด้วย เขาจึงหันไปหาจ้าวหยิงและหลู่เสี่ยวหยุน

“พวกเธอทานอะไรมารึยัง ข้าจะเลี้ยงอาหารกลางวันพวกเจ้าทั้งสองคน”

สองสาวต่างตอบรับคำชวนอย่างยินดี

ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารกลางวัน หลินจินได้แวะไปหาช่างรับเหมา เขาจ้างคนงานก่อสร้างมาซ่อมแซมลานบ้านและบ้านของเขา จากนั้นจึงรีบไปที่ร้านอาหารเพื่อพบกับสาว ๆ

ณ ร้านอาหารซิมโฟนี

นี่เป็นครั้งแรกที่หลินจินได้ใช้บริการในร้านอาหารที่มีระดับขนาดนี้

เขาจองโต๊ะที่ชั้นสองแต่เมื่อเขาเดินผ่านชั้นแรก เขาก็ได้ยินเสียงผู้ประเมินฝึกหัดหลายพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ในระหว่างทานอาหารของพวกเขา

“ได้ยินไหม? เมื่อเช้านี้ มีคนพบผู้จัดการดงของแผนกพลาธิการนอนหลับอยู่ในตรอก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเปลือยล่อนจ้อนอีกด้วย! ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?”

“ฮ่าฮ่า ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน เจ้าอ้วนนี้คงถูกเทพเจ้าลงโทษ หลังจากเหตุการณ์ที่น่าอับอายเช่นนี้ เขาอาจจะต้องการฝังตัวเองอยู่ในหลุมไปพักใหญ่  ข้าไม่คิดว่าเขาจะปรากฏตัวขึ้นในเร็ว ๆ นี้”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินจินก็เผยรอยยิ้มออกมา ขณะที่เขาเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างมีความสุข

5 2 โหวต
Article Rating
2 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด