ตอนที่แล้วการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 41 ข่าวร้ายจากเมืองหลวง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 43 แผนการ การเชือดไก่ให้ลิงดู

การหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 42 การตอนรับหน้าประตูเมือง


ตอนที่ 42  การตอนรับหน้าประตูเมือง

สองวันต่อมา ณ ประตูเมืองหลวง

เมื่อได้รับข่าวผมก็ไม่รอช้ารีบตรงมายังเมืองหลวงทันที ระหว่างทางข้อความจากองค์ จักรพรรดิสวรรค์ ก็ส่งมาให้ผมระหว่างทางเช่นกัน ตามจริงเรื่องนี้ก็รู้อยู่แล้วเพราะไกอาบอกในข้อความด้วยว่าองค์ จักรพรรดิสวรรค์ เรียกตัวผมทันทีหลังได้รับข่าวการฟ้อง แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน มาแก้ปัญหาสถานการณ์ด้านหน้าก่อนดีกว่าเพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีการต้อนรับนิดหน่อยก่อนที่ผมจะเข้าเมืองสะแล้วสิ หึหึ!

ระยะสายตาของผมตอนนี้ที่หน้าเมืองมีกลุ่มคนยืนอยู่ พวกนั้นเป็นกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีแดงและชุดคลุมสีน้ำเงินเหมือนกันขันทีของประเทศจีน ทว่า ด้วยใบหน้าแบบชาวตะวันตกผมคิดว่ามันไม่เหมาะกันเลยสักนิด กลุ่มคนสวมชุดสีแดงเป็นพวกจากรมทหาร ส่วนชุดสีน้ำเงิน เป็นคนจากกรมบริหาร ….ไม่คิดเลยว่าจะได้รับการต้อนรับจากพวกมันตั้งแต่เดินทางมาถึงแบบนี้ การเล่นสนุกกับพวกมันคงแก้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดสองวันได้บ้าง

“หยุด!!!”

ทหารสวมชุดเกราะตะโกนขึ้น ทันทีที่ผมและขบวนอัศวินเดินทางมาถึงหน้าประตูเมือง ทหารเฝ้าประตูเมืองนับร้อยคนก็วิ่งออกมาพร้อมโล่ขนาดใหญ่กันประตูเอาไว้ การออกมากันแบบนี้พวกมันทำยังกับผมเป็นศัตรูที่กำลังมาบุกไม่มีผิด ส่วนทหารที่ตะโดนขึ้นเมื่อครู่ก็กำลังเดินเข้ามาหาผมด้วยใบหน้าบึ้งติง ท่าทางแบบนั้นคงโดนคนของกรมทหารตกลงอะไรด้วยแน่นอน

“ท่านแกนด์ดยุค ท่านโปรดรอก่อนพวกเราต้องตรวจสอบอัศวินของท่าน พวกเราได้ข่าวมาว่าท่านนำกำลังรบจำนวนมากเข้ามาเพราะมีเรื่องต้องทำในเมืองหลวง และเรื่องนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก”

“นี่เจ้า!! รู้ตัวไหมว่ากำลังพะ-”

“ใจเย็นก่อนไคเซอร์ คนแบบนี้พูดไปก็ไม่ได้อะไร”

ผมห้ามไคเซอร์ที่จะกำลังตะโกนเอาไว้ก่อน การที่มันกล้าพูดว่าผมเป็นนัยว่าจะมาก่อกบฏแบบนี้คงเป็นเพราะมีคนของทั้งสองกรม กำลังให้การสนับสนุนมันอยู่ ปกติแล้วหัวหน้าทหารเฝ้าประตูไม่กล้าพูดแบบนี้กับแกนด์ดยุคหรอก อย่าว่าแต่พูดเลย แค่มองหน้ามันคงไม่กล้าเลยด้วยซ้ำ

ระหว่างการห้ามผมก็หันไปทางคนของกรมทั้งสอง ในกลุ่มของพวกมันมีชายสองคนที่ยืนออกมาด้านหน้าอย่างชัดเจน พวกมันทั้งสองคนคงจะเป็นหัวหน้ากรมทหารและบริหาร ถึงจะไม่คุ้นหน้าก็เถอะ แต่ดูจากแววตาดูถูกและดูหมิ่นที่กำลังมองมาทางนี้ ผมคงเดาไม่ผิด อีกอย่าง ด้านหลังพวกทหารเฝ้าประตูที่ตั้งโล่เอาไว้ยังเห็นกลุ่มขุนนางจำนวนมากแอบมองออกมาอยู่

ขุนนางพวกนั้นคงเป็นคนของตระกูลที่ฟ้องร้องผมแน่ หึหึ! มาพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนนี้เรื่องมันก็ง่ายขึ้นเยอะ จะได้ไม่ต้องไปไล่กดดันทีละตระกูลให้มันยุ่งยาก

“เจ้ากำลังจะบอกว่าข้านำกำลังอัศวิน 1,000 คน มาเพื่อก่อกบฏงั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน!! ข้าเป็นทหารเฝ้าประตูเมืองเพียงเท่านั้นไม่มีอำนาจอะไรไปกล่าวหาท่านได้ แต่ว่า ถึงจะเป็นท่านการตรวจสอบมันก็จำเป็น”

“โอ้ว! เช่นนั้นถ้าไม่มีอะไรผิดปกติเจ้าจะรับผิดชอบเวลาข้ายังไง เจ้าก็น่าจะรู้ว่าการขัดขวางเส้นทางขุนนางระดับสูงโทษมันเป็นเช่นไร แถมข้าต้องรีบเดินทางเข้าเฝ้าองค์ จักรพรรดิสวรรค์ อีกด้วย”

“นั่น….”

หัวหน้าทหารเฝ้าประตูหน้าซีดลงทันที การลงโทษพวกขัดขวางการเดินทางของขุนนางแห่งจักรวรรดิมันมีอยู่จริงๆ ยิ่งถ้าเป็นขุนนางระดับสูงเช่นแกนด์ดยุคด้วยแล้ว คนระดับมันคงรับผลที่จะตามมาไม่ไหวแน่นอน ระหว่างที่มันกำลังหาคำตอบมาพูดกับผม หางตาของมันก็หันทางไปหัวหน้ากรมทั้งสองอย่างชัดเจน

เหอ! แค่นี่ยังไปต่อไม่ได้แล้วคิดได้ยังไงจะมาหยุดข้าเอาไว้

“ตอบ!! ข้าไม่ได้มีเวลามาเสียกับเจ้าขนาดนั้น ถ้าวันนี้ไม่ได้คำตอบเจ้าและครอบครัวของเจ้าทั้งหมดต้องโดนประหารเพื่อเป็นการลงโทษ”

“คือ…”

รอบนี้หัวหน้าทหารเฝ้าประตูมองไปยังหัวหน้ากรมทั้งสองแบบชัดเจน เวลานี้มันส่งสายตาขอความช่วยเหลือชัดๆ …เอาละ ในเมื่อลูกน้องไปไม่รอดตัวลูกพี่คงต้องออกมาได้แล้ว ระหว่างคิดผมก็หันไปทางพวกหัวหน้ากรมทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มมุมปาก

จนในที่สุด หัวหน้ากรมทหารในชุดสีแดงก็ก้าวออกมา

“ท่านแกนด์ดยุค ท่านอย่าได้เข้าใจอะไรผิดไป ทหารเฝ้าประตูเมืองก็เพียงทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น หากท่านใช้อำนาจมากดดะ-”

“ฮาฮาฮา ทำตามหน้าที่!! แล้วพวกเจ้าที่เป็นคนของกรมทหารมาทำอะไรที่หน้าประตูเมือง พวกเจ้ากรมทหารไม่มีงานทำกันหรือไง… โอ้ว! ไม่สิ! เมื่อสองเดือนก่อนข้าพึ่งจัดการพวกโจรในป่ามาเอง พวกมันมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน นี่พวกเจ้ากรมทหารได้ตั้งใจทำหน้าที่จริงไหม”

หัวหน้ากรมทหาร ยิ้มตอบให้กับผมหลังได้ฟังไป สมแล้วละนะที่เป็นถึงหัวหน้ากรมทหาร ถ้าโดนแค่นี่ยังไปไม่เป็นก็ไม่สมควรรับตำแหน่งหัวหน้ากรมทหารแห่งจักรวรรดิหรอก

“ท่านอย่าได้เข้าใจอะไรผิด กรมทหารของเราส่งทหารออกไปกวาดล้างไปแล้วหลายครั้ง และทางอัศวินหลวงที่รับใช้องค์ จักรพรรดิสวรรค์ ก็ได้เข้าไปจัดการแล้วเช่นกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คิดได้สองทาง หนึ่ง!! ท่านและเหล่าอัศวินของท่านมีความสามารถ สอง!! พวกมันอาจจะโดนผู้สนับสนุนพวกมันบอกให้ถอยออกไป”

หึ! สมแล้ว!! การพูดออกมาแบบนี้ของมันสามารถจัดการเรื่องการทำหน้าที่ของมันได้ทันที การเอากองอัศวินหลวงมาอ้างแบบนี้แปลว่าถ้าผมพูดอะไรต่อไปอีกก็จะเป็นการว่าร้ายองค์ จักรพรรดิสวรรค์ ถ้ายังพูดต่อไปอีกก็หมายความว่ามันจะสั่งจับผมได้ในข้อหาว่าร้าย …การต่อสู้ทางการเมืองมันก็แบบนี้แหละน่า แต่ว่า กำแพงแห่งสุดท้ายของมวลมนุษย์ ข้าไม่ได้ได้ชื่อนี้มาเพราะแค่ทำสงครามหรอกนะ

“เช่นนั้นข้าก็ยอมรับว่าพวกโจรมีความสามารถกันจริงๆ ถึงกรมทหารจะคุ้มทหารของจักรวรรดิแทบทั้งหมดก็ไม่สามารถจัดการมันได้ แต่ข้อหนึ่งกับข้อสองที่ท่านพูดออกมามันหมายความว่ายังไง …ข้อหนึ่งข้าเข้าใจเพราะการกวาดล้างกินเวลาหลายวัน ข้าเข้าใจดีว่าทหารของข้าแข็งแกร่งขนาดไหน”

“ฮาฮาฮา ท่านก็พูดเกินไป ข้าไม่ได้คุมกำลังทหารขนาดนั้น”

หลังได้ฟังคำตองของมัน ผมก็เปลี่ยนใบหน้าจากยิ้มอยู่เป็นจริงจังทันที แล้วพูดเสียงแข็งออกไปว่า

“แต่ข้อสองมันหมายความว่ายังไง!! เรื่องการกว้างล้างพวกโจรสำเร็จข้าคิดว่าข้ายังไม่ได้บอกใครเลยด้วยซ้ำ ขนาดคนของตระกูล วอเตอร์ ยังไม่รู้เรื่องนี้กันเลย นี่หรือว่าท่านมีส่วนในข้อสองที่ท่านบอกมาแล้วก็ได้รับข่าวจากพวกมัน”

“นี่…”

หัวหน้ากรมทหาร เลิกทำหน้าปั้นยิ้มและมองผมด้วยใบหน้าซีดเหมือนไก่ต้ม มันเป็นความจริงที่หลังจากต่อสู้กับพวกโจรผมไม่ได้ส่งข่าวอะไรกลับมา และก็บอกให้ไคเซอร์ห้ามการติดต่อกลับมาเมืองหลวงทุกกรณีเอาไว้แล้ว ทั้งหมดก็เพื่อวันนี้!! ถ้ามีใครพูดเรื่องโจรออกมาก็เท่ากับว่าสามารถสืบจากมันเรื่องม้าศึกจำนวนนับพันตัวที่ปรากฏในป่าได้

พูดง่ายๆ ตอนนี้หัวหน้ากรมทหารมันขุดหลุมฝังตัวเองไปแล้ว มันพูดออกมาเองเรื่องการสนับสนุนพวกโจรในข้อสองที่มันพยามกล่าวหาผมว่าสนับสนุนพวกโจร และหาว่าผมเดินทางไปกวาดล้างโจรที่ตัวเองสนับสนุน ทว่า ตอนนี้เป็นตัวมันเองที่ถูกสงสัยเอง เหอ! ถ้าแกไม่เสนอหน้าออกมาข้าก็จะเข้าไปหาเองแล้วแท้ๆ อยากโดนก่อนก็จัดให้ตามคำขอเลย

ในระหว่างที่ หัวหน้ากรมทหาร ไม่รู้จะตอบอะไรออกมา ผมก็พูดออกไปอีก

“นี่หรือว่าเจ้าจะสนับสนุนพวกมันจริงๆ ระหว่างสู้กันมีม้าศึกกว่าพันตัวกับพวกโจรด้วยปรากฎออกมาด้วย ม้าศึกนับพันตัวมันคงไม่ออกมาจากหินเองหรอกจริงไหม!! และถ้ากรมทหารสนับสนุนพวกมันก็เป็นอะไรที่ลงตัวพอดี การเคลื่อนย้ายม้าศึกนับพันมันจะมีใครทำได้อีก”

“ทะ ท่านกำลังกล่าวหาข้า…”

“กล่าวหา?_? ฮาฮาฮา ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ ข้าก็เพียงแค่พูดการคาดการณ์ของข้าออกไปเล่นๆ เพียงเท่านั้น …แต่ถ้าท่านร้อนตัวแบบนี้ก็หมายความวะ-”

“ข้าว่าพวกท่านพอแค่นี่เถอะ ท่าน หัวหน้ากรมทหาร ถ้ายังล้อเล่นกันอยู่แบบนี้มันจะเป็นการเสียเวลาของท่านแกนด์ดยุคเกินไป”

ในที่สุด หัวหน้ากรมบริหาร ก็เข้ามาสู้สงครามลมปากจนได้ ตามจริงมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องเข้ามายุ่งแบบนี้เพราะตามที่ผมเคยได้ยิน กรมแต่ละกรมของจักรวรรดิก็ไม่ได้ญาติดีอะไรกันขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะ เรื่องจัดการพวกมันทั้งสองกรมเอาไว้ทำต่อหน้าองค์ จักรพรรดิสวรรค์ ดีกว่า ถ้าเล่นจนพวกมันไม่มีทางไปสะตั้งแต่ตอนนี้คงสร้างความเสียหายไม่เท่าไหร่

และเพียงเท่านี้ หัวหน้ากรมทหาร ก็จะโดนเอาไปพูดปากต่อปากทันทีว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มโจร หึหึ!

คิดได้ผมก็ทำหน้าปั้นยิ้มอีกครั้ง แล้วพูดออกไปว่า….

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด