ตอนที่แล้วการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 15 คนที่ไม่คิดว่าจะได้มาเจอ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปการหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 17  แผนของขยะทั้งสอง

การหวนคืนของจอมพลคนสุดท้าย ตอนที่ 16 จงรัก! ภัคดี!


ตอนที่ 16 จงรัก! ภัคดี!

หลังถามไป สีหน้าสงสัยของไคเซอร์ก็จริงจังขึ้นมาทันที ถ้าถามว่าอัศวินมีเท่าไหร่มันก็ไม่แปลกหรอกเพราะในฐานะเจ้านายและผู้นำตระกูลต้องรู้เรื่องนี้เอาไว้ แต่ว่า ช่วงท้ายที่ผมเน้นถามไปหมอนี่คงเข้าใจได้ทันทีว่าผมกำลังจะสื่ออะไรออกไป

ไคเซอร์ เป็นอัศวินของตระกูลมาอย่างยาวนาน เรื่องพวกนี้สมควรถามชายคนนี้มากที่สุด

อัศวิน!

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าอัศวินกับทหารไม่เหมือนกัน ในตระกูลแต่ละตระกูลจะมีพวกนี้เข้ามาในตระกูลเพื่อรักษาความปลอดภัยเรื่องต่างๆ แต่บางครั้งตระกูลใหญ่ๆ อย่างเช่น ตระกูลแกนด์ดยุค หรือ ตระกูลดยุค ก็จะมีขุนนางยซต่ำกว่าตัวเองสมัครเข้ามารับใช้ด้วยเช่นกัน เหมือนกับราชวงศ์ที่อัศวินส่วนมากเป็นขุนนางกันทั้งนั้น

แต่ว่า ตอนนี้ตระกูลของผมมันเป็นยังไงก็รู้กันดี อัศวินที่เข้ามารับใช้ส่วนมากก็คงเป็นพวกหวังอำนาจหรือเข้ามาเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลกันเท่านั้น

หลังจากทำหน้าจริงจังสักพัก ไคเซอร์ก็พูดขึ้นว่า

“2000 ไม่สิ! ถ้าเจ้าเอาที่แน่นอนก็เป็นพวกเด็กกำพร้าที่ท่านพ่อของท่านช่วยเอาไว้ เด็กพวกนั้นสำนึกบุญคุณอย่างดีแล้วตอนนี้ก็กำลังสู้ในชายแดนแบบเอาชีวิตเข้าแลก ถ้าให้พูดตามตรงข้าคิดว่าคงไม่เกิน 1000 คน”

1,000 คน! ผมเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน ตามจริงในสถานการณ์ปกติมันก็ไม่นานแปลกใจหรอกเพราะอาณาเขตทางเหนือของจักรวรรดิมีประชาชนอยู่ 50 ล้านคน และขุนนางกว่า 1000 คน แล้วขุนนางพวกนั้นก็อยู่ใต้คำสั่งของตระกูล วอเตอร์ ซึ่งก็คือผมเอง ส่วนผมก็อยู่ในคำสั่งของราชวงศ์อีกครั้ง เป็นแบบนั้นทำให้อาณาเขตทางเหนือร่วมกำลังทหารทั้งหมดคงมีราว 1 – 2  ล้านคน

1000 คน ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ถ้าเกิดตระกูลและผู้นำตระกูลแข็งแกร่ง เพราะงั้นหลังจากได้ยินจำนวนที่เกินคาดนี้ผมเลยรู้สึกใจเต้นขึ้นมาทันที สมัยบยุคหายะนะแห่งมวลมนุษย์เพียงคนร้อยคนผมก็สามารถกวาดล้างกองทัพเผ่าปีศาจหรือเผ่าเทพมากกว่าพันคนได้ ….ถ้าทำไม่ได้ขนาดนั้นก็คงเป็นกำแพงให้เผ่ามนุษย์นับสิบปีได้หรอก หึหึ! รู้สึกว่าการสร้างกองทัพคุณภาพสูงขึ้นมา คงจะไม่ยากแบบที่คิดสะแล้ว

“หลังจากกลับไปเจ้าเรียกตัวพวกนั้นมาได้เลย แต่ข้ามีหนึ่งเรื่องที่อยากให้เจ้าจำเอาไว้ นั่นคือ อัศวินคนนั้นต้องเป็นคนที่ภัคดีต่อตระกูล วอเตอร์ ไม่ทรยศ ไม่หักหลัง ไม่ก้มหัวให้คนอื่นนอกจากตระกูลของข้า ถ้าอัศวินคนนั้นไม่สามารถทำได้เจ้าก็ไม่ต้องเอาตัวมันมา”

“เรื่องนั้นแน่นอนครับ ด้วยการช่วยเหลือของกองอัศวินหลวง ข้าคิดว่าเรียกพวกนั้นกลับมาก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ข้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

“เชิญ!”

“ทำไมท่านต้องเรียกพวกนั้นมาด้วย”

ผมฉีกยิ้มมุมปากให้กับคำถามที่ได้ยิน จากนั้นก็ตอบไปว่า

“ข้าจะสร้างกองทัพ!”

……

หืม? นั่นมันรถม้าของราชวงศ์ มาทำอะไรที่นี้

หลังจากกลับมารถคฤหาสน์ของตระกูลก็เจอรถม้าของราชวงศ์จอดอยู่ รถม้าของราชวงศ์เป็นรถม้าสีท้องประดับไปด้วยทองคำทั้งหมด บวกกับม้าสีขาวสองตัว มันเป็นเครื่องบ่งบอกได้อย่างดีเพราะคนที่มีสิทธิ์ใช้รถม้าเช่นนี้มันก็มีเพียงคนของราชวงศ์แห่งจักรวรรดิเท่านั้น

“นายท่าน ยินดีต้อนรับกลับครับ”

“อ่า”

ผมตอบรับเซบาสที่มายืนรอรับอยู่ การรอรับก็เหมือนกับเมื่อวาน มีพวกคนรับใช้มากมายมายืนรอรับ แต่วันนี้เหมือนคนจะน้อยลงไปมาก เหอๆ มันก็ต้องน้อยอยู่แล้วสิ ก็เมื่อเช้าหายไปตั้งเยอะ

“คนของราชวงศ์เดินทางมาที่นี่ทำไม”

ตามจริงก็อยากไปดูอลิสก่อนว่าการรับสมัครคนรับใช้มันเป็นยังไง แต่ผมก็คงเมินใส่คนของราชวงศ์ไม่ได้หรอก และจากที่คิดดู คนที่มาหาผมแบบนี้ก็คงต้องการให้สนับสนุนแบบองค์ชายลำดับที่ 1 ซิคฟรีส อีกคนนะ-

“องค์หยิง เนร่า เดินทางมาครับ แถมเข้ามาพร้อมท่านคาสันอีก ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่สามารถห้ามเอาไว้ตามคำสั่งของท่านได้”

เซบาส ก้มหน้าด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

แต่ก็นะ ถ้ามันเดินทางมพร้อมกับคนของราชวงศ์การขัดขวางคงทำไม่ได้นั่นแหละ ต่อให้ผมอยู่เองก็คงต้องให้เข้าไปคุยอยู่ดี เพราะงั้นเรื่องที่เซบาสตัดสินใจให้ขยะทั้งสองเข้าไปในคฤหาสน์เป็นความคิดที่ดี…. ไม่สิ! ต้องเรียกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องต่างหาก

“ไม่เป็นไร ยังไงพวกเราก็ไล่คนของราชวงศ์สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ พาข้าไปหาพวกนั้น”

“ครับท่าน”

หลังจากเดินเข้ามาได้ไม่นานผมก็มาถึงห้องที่ยัยร่านและคาสันรออยู่ พวกมันทั้งสองกำลังนั่งรอยู่ในห้องรับแขกด้วยใบหน้าปั้นยิ้มกันทั้งคู่ ส่วนข้างๆ พวกนั้นก็เป็นอลิสที่นั่งยิ้มเฝื่อนๆ มองมาทางผมอยู่

เรื่องที่เกิดขึ้นในงานวันเกิดขององค์หญิง เนร่า ผมก็เล่าให้เธอฟังไปแล้ว เธอคงอึดอัดใจมากที่ต้องมานั่งต้อนรับอยู่แบบนี้ แต่แปลก ปกติแล้วคาสันมันไม่ใช่คนใจเย็นแบบนี้แน่ๆ โดนไล่ออกจากตระกูลไปสำหรับบารอนแบบมัน ชีวิตคงไม่เหลืออะไร มาเจอหน้าผมแบบนี้ต้องตะโกนด่าหรือเข้ามาหาเรื่องกันแล้วสิ???

ระหว่างสงสัยผมก็มองไปที่ยัยร่าน …คงโดนยัยนี้เป่าหูวางแผนอะไรมากันแน่ หึ! อยากรู้จริงๆ ว่าพวกแกวางแผนอะไรกันไว้อีก

“อลิสน้องต้องไปรับสมัครคนรับใช่ไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ???”

อลิส ตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่ผ่านไปไม่นานหน้าสงสัยก็หายไป

“จริงด้วยคะ ข้ายังต้องตรวจคนอีกหลายสิบคนเลย เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

“อ่า เดี๋ยวตอนรับแขกไม่ได้รับเชิญเสร็จข้าจะตามไปช่วยด้วยแล้วกัน”

“ค่ะ” ^_^

อลิส ให้คนรับใช้เข็นรถเข็นออกไปทันทีหลังกล่าวจบ เห็นแบบนี้ทีไรผมก็ปวดใจทุกทีที่น้องสาวตัวเองไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนด้วยตัวแบบนี้ อีก 3 เดือน มันก็จะถึงงานวันเกิดอายุ 16 ปี ของเธอแล้ว ก่อนถึงเวลานั้นผมต้องปรุงยารักษาเธอขึ้นมาให้ได้ เอาละ เมื่ออลิสออกไปแล้วเราก็มาคุยกับขยะทั้งสองเลยดีกว่า

ขนาดเมื่อกี้ผมพูดไปว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ พวกนี้ก็ยังไม่โกรธ แถมยังตีหน้ามึนยิ้มแป้นอยู่อีก

“ไคล์~ ข้าคิดว่าพวกเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า เรื่องที่เจ้าบอกพูดกับท่านพ่อข้าคิดว่าพวกเราน่าจะตกลงกันใหม่ ข้ารู้สึกผิดมากในวันเกิดของข้าที่จัดที่นั่งไม่ดูอะไรแบบนั้น ครั้งนี้ข้ารับรองว่ามันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน”

“ใช่แล้วหลานรัก ยังไงหลานกับองค์หญิง เนร่า ก็หมั่นกันมาตั้งแต่อยู่ในท้อง การที่หลานมายกเลิกงานหมั่นเองแบบนี้ไม่คิดว่าครอบครัวที่จากไปจะเสียใจบ้างหรือไง”

เมื่อผมนั่งลงได้ไม่ถึงวินาที คำพูดก็ออกมาจากปากของขยะทั้งสองทันที จากที่ฟังเหมือนกับว่าต้องการให้ผมคืนดีกับยัยร่านอีกครั้ง ซึ่งก็หมายความว่าหลังนากนั้นคาสันก็จะได้ประโยชน์โดยการกลับเข้ามาในตระกูล จากการช่วยเหลือของยัยร่าน หึ! อย่างน้อยก็ช่วยคิดแผนให้มันมองออกยากหน่อยเถอะ พวกแกอ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่หมดแล้ว

ฟังผมจบผมก็ชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว

“ข้อที่หนึ่ง ข้ากับท่านตัดความสัมพันธ์กันแล้วองค์หญิง ท่านช่วยเรียกข้าตามตำแหน่งของข้าด้วย ถ้าคนอื่นมาได้ยินการพูดชื่อเล่นแบบดูสนิมสนมแบบนี้อาจจะมีคนเข้าใจผิดได้”

“แต่-”

ผมมองตาขวางใส่ทันทีหลังได้ยินคำที่ไม่ควรได้ยิน ใบหน้ายิ้มของเธอกระตุกเล็กน้อย

“ดะ ได้…. ข้าจะเรียกท่านว่าแกนด์ดยุคนับจากนี้”

“ส่วนท่าน!! ท่านลุง นับจากนี้เรียกข้าด้วยตำแหน่งอย่าเรียกอะไรแบบนั้นอีก ถึงเมื่อสามปีก่อนท่านจะเข้ามาช่วยดูแลตระกูล วอเตอร์ แต่ตอนนี้ท่านไม่จำเป็นต้องช่วยอีกแล้ว ข้าคิดว่าท่านควรกลับไปปกครองอาณาเขตของตัวเองได้แล้ว เพราะที่นั้นเกิดการต่อสู้ขนาดเล็กบ่อยๆ”

อาณาเขตของตระกูล รอมเซอร์ เป็นอาณาเขตที่เกิดการต่อสู้ขนาดเล็กบ่อยจริงๆ เพราะที่ตรงนั้นมันอาณาเขตชายแดนที่ติดกับประเทศขนาดเล็กและชนเผ่าขนาดเล็กมากมาย จากความรู้เมื่อชาติก่อนจุดที่โดนทำลายจุดแรกจากประเทศรอบๆ ก็เป็นอาณาเขตของมันนั่นแหละ ถึงนั่นจะเป็นตระกูลฝั่งแม่ของผมแต่ยังไงสะท่านก็เสียไปแล้ว ผมไม่มีอะไรที่ต้องคุยกับคนแบบมัน…. ไม่สิ! ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นพี่แม่ของผมปานนี้มันคงไม่ได้มานั่งเสนอหน้าให้ผมเห็นเช่นนี้หรอก

“แต่หลาน-”

“แกนด์ดยุค!!! ข้ามีตำแหน่งเป็นแกนด์ดยุค”

“อะ อ่า ทะ ท่านแกนด์ดยุค…”

ใบหน้ายิ้มปั้นยิ้มของพวกมันสองคนหายไปแล้ว ในห้องตอนนี้มีแต่ความเงียบปกคลุม ก็คิดเอาไว้แล้วว่าคนแบบพวกนี้คงทนไม่ได้เท่าไหร่หรอก แล้วมันก็เป็นแบบที่คิดเอาไว้จริงๆ หลังจากเงียบได้สักพักผมก็พูดออกไปอีกว่า

“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็เชิญกลับไป ข้าไม่ส่ง”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด